ฉินหล่างเดินไปตรงทางเดินของโรงพยาบาล เพื่อตามหาสาวน้อยคนนั้น
เป็นไข้ตัวร้อน อย่างไรก็ต้องให้น้ำเกลือ
เมื่อครู่ที่ถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาล เขาเดินผ่านห้องโถงใหญ่บริเวณจุดลงทะเบียนซึ่งมีคนยืนต่อแถวยาวเหยียดโรงพยาบาลแออัดและขาดแคลนเตียงผู้ป่วย
เธอคงไม่อยู่ในห้องผู้ป่วยแน่นอน
เขาแยกสองประเด็นนี้ออกอย่างรวดเร็ว ฉินหล่างเดินผ่านทางเดินมองหาผู้ป่วย ไม่ถึงสามนาที ที่ห้องโถงเขาเห็นสาวน้อยคนนั้นนั่งอยู่หน้าโทรทัศน์
เธอนั่งอยู่เงียบๆ ใบหน้าที่เป็นสีแดงระเรื่อราวกับดอกกุหลาบขับให้ดวงตาสีดำของเธอดูเข้มและโดดเด่นมากขึ้น
ผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาลต่างก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนักเด็กสาวร่างเพรียวบางที่นั่งอยู่ท่ามกลางผู้คนจึงดึงดูดสายตาเขาเป็นอย่างมาก
ในเวลานั้น ฉินหล่างรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นช้าลงครึ่งจังหวะ
เดิมทีซูอินไม่ได้อยู่ที่ห้องโถงนี้ แต่การให้น้ำเกลือช่างน่าเบื่อ
หากเป็นในยามปกติเธอคงสามารถอ่านหนังสือฆ่าเวลาแต่ตอนนี้เธอเป็นไข้ รู้สึกหนาว ในหัวเหมือนมีไฟสุม ไม่มีแรงทำอะไรเธอจึงมาที่นี่พร้อมกับเสาแขวนขวดน้ำเกลือเพื่อหาที่นั่งดูโทรทัศน์
โทรทัศน์ตอนนี้กำลังถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล
ซูอินไม่ได้สนใจรายการฟุตบอล บาสเกตบอล หรือกีฬาอื่นๆชาติก่อนจงหมิงเคยชวนให้เธอดู เธอจึงพอจะรู้กฎต่างๆ บ้าง
ต่อมาจงหมิงได้เป็นแฟนกับหลิงเมิ่ง เธอจึงไม่ต้องฝืนตนเองอีกต่อไป
แต่ในวันนี้เธอกลับสนใจฟุตบอลขึ้นมาเสียอย่างนั้น
สิ่งที่ออกอากาศอยู่ในตอนนี้คือฟุตบอลโลกที่จัดขึ้นทุกๆ สี่ปีความหลงใหลในฟุตบอลจุดประกายให้หน้าร้อนนี้น่าสนใจ
ปีนี้ประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วม
ซูอินจำฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้ขึ้นใจไม่ใช่เพราะแค่ประเทศจีนได้เข้ารอบสุดท้ายเป็นปีแรกแต่เพราะความแปลกประหลาดของฟุตบอลโลกครั้งนี้
ในฐานะประเทศเจ้าภาพที่ใช้นกหวีดดำ[1]เอาชนะประเทศมหาอำนาจอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการเหน็บแนมไปทั่วโลก และกลายเป็นฟุตบอลโลกที่รู้จักกันว่าแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ปีนั้นจงหมิงก็เป็นหนึ่งในคนที่ร่วมเหน็บแนมด้วย
ซูอินดูแคลนการใช้นกหวีดดำเช่นกันทว่าครั้งนี้สิ่งที่เธอสนใจไม่ใช่เรื่องนี้ แต่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
นกหวีดดำสามารถนำมาซึ่งโอกาสมากมาย
เมื่อเทียบกันแล้ว ทีมเกาหลีใต้เตะกับโปรตุเกส คุณคิดว่าใครจะชนะ
ทีมจากเกาหลีใต้ไม่ใช่ทีมที่แข็งแกร่ง ไม่เคยชนะในฟุตบอลโลกมาก่อนในขณะที่ทีมโปรตุเกสแข็งแกร่งมาแต่ไหนแต่ไร
ต่อให้หลับตาก็รู้ว่าควรพนันทีมไหน
แต่หากทีมประเทศที่แข็งแกร่งชนะ คุณคิดว่าตนเองจะพอใจหรือไม่
แน่นอนว่าซูอินไม่พอใจ แต่เธอสามารถใช้มันหาเงิน
เธอนั่งเงียบๆมองกองธนบัตรที่อยู่ในห้วงมิติซึ่งอยู่รวมกับเสื้อผ้าที่เอาไว้เปลี่ยนมันเป็นเงินจากการทำงานมาตลอดหนึ่งสัปดาห์ หากใช้เงินจำนวนนี้ลงเดิมพันมันก็จะเพิ่มเป็นอีกเท่าตัว เธอจะสามารถหาเงินก้อนใหญ่และแก้ปัญหาด้านการเงินได้อย่างสมบูรณ์
แต่ปัญหาคือ เธอจะไปเล่นพนันที่ไหน
ความคิดนี้เป็นไปได้ แต่เมื่อถึงเวลาลงมือทำจริง ซูอินกลับนิ่งงัน
เป็นเวลาที่ฉินหล่างเจอเธอพอดี
เขาเดินเข้ามาเงียบๆฉินหล่างพบว่าสาวน้อยกำลังนั่งขมวดคิ้วดูโทรทัศน์ ท่าทางไม่ค่อยสบายใจ
เมื่อเข้ามาใกล้เขาจึงสังเกตเห็นว่าใบหน้าแดงก่ำของสาวน้อยในเวลานี้ไม่ปกติมันเหมือนหน้าที่แดงเพราะพิษไข้
ป่วยแบบนี้คงรู้สึกแย่มากสินะ
โดยเฉพาะในตอนที่ไม่มีคนในครอบครัวอยู่ข้างกาย
ฉินหล่างยืนอยู่ข้างหลังเธอ เมื่อมองที่คอเรียว ไหล่บางและขาที่เล็กไม่เกินไปกว่าแขนของเขาก็รู้สึกสงสาร
แม้จะรู้ข้อมูลมาว่าเธอเป็นคนแข็งแกร่งแต่ก็ยากที่จะจินตนาการว่าเด็กสาวอ่อนแอและผอมเพรียวเช่นนี้จะทนต่อการโจมตีที่รุนแรงได้อย่างไร
เธอไร้ซึ่งที่พึ่งพิง
ในจดหมายแจ้งเบาะแสเมื่อสัปดาห์ก่อน เขาได้ขอร้องโจวโฮ่วเซิงให้ช่วยดูแลสาวน้อยคนนี้หากมีเรื่องลำบากก็ให้ช่วยเหลือเธอสักหน่อย ตัวเขาไม่ได้อยู่ที่นี่จึงไม่ค่อยสะดวก การร้องขอไปเช่นนั้นถือเป็นผลดีต่อสาวน้อยคนนี้
ทั้งสองฝ่ายถือว่าไม่ติดค้างกันอีก
แต่ภาพเหตุการณ์ในตอนนี้กลับทำให้เขารู้สึกหนักใจ
ทันใดนั้นฉินหล่างก็เกิดความคิด หรือว่าเขาควรบอกเรื่องนี้กับเธอ
ฉินหล่างปกปิดตัวตนมาตลอดสาวน้อยคนนี้คงจำเรื่องที่เธอช่วยชีวิตคนได้แต่คงไม่รู้ว่าเด็กที่ตนเองช่วยนั้นมาจากครอบครัวที่มีฐานะอย่างไรในสถานการณ์ปกติใครจะคิดว่าการที่ตนช่วยเหลือเด็กคนหนึ่งจะนำมาซึ่งผลประโยชน์มากมายเช่นนี้
ตามข้อมูลของเขา สามีภรรยาตระกูลหลิงคงสังเกตเห็นอะไรบางอย่างจึงรับเลี้ยงเธอต่อ
เธอเป็นคนช่วยเหลือเด็กน้อย ดังนั้นผู้ที่สมควรได้รับที่พึ่งพิงก็คือเธอ
ความคิดเป็นผลมาจากจิตใจไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรืออารมณ์ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ของเธอยืนยันได้ว่าเธอเป็นคนมีจิตใจบริสุทธิ์
การบอกความจริงกับเธอจะเป็นอะไรไปล่ะ
ความคิดเช่นนี้ปรากฏขึ้นในหัวของฉินหล่าง เมื่อได้สติอีกครั้งก็พบว่าสาวน้อยคนนั้นหันมาและกำลังมองเขาด้วยความตกใจ
“ทำไมถึงเป็นคุณได้ล่ะ”
ซูอินกำลังคิดว่าจะไปลงพนันที่ไหนดีเมื่อคิดดูแล้วเหมือนจะมีทางออกเดียวคือเล่นลอตเตอรี่ฟุตบอลแม้ว่าโอกาสโดยทั่วไปจะไม่สูงมากนัก หากจำนวนเงินสูง อัตราภาษีก็สูงตามแต่ก็ถือว่าเป็นทางออกที่ปลอดภัยและสะดวกที่สุดขณะเดียวกันก็เป็นวิธีที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือที่สุด
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว เธอก็สังเกตเห็นว่าข้างหลังมีเงามาบังเธอได้สติก่อนจะหันไปมอง ก็พบใบหน้าหล่อเหลา
เดี๋ยวนะ ทำไมใบหน้านี้ดูคุ้นๆ
คนหน้าตาดีมักถูกจดจำง่าย ซูอินจึงนึกได้อย่างรวดเร็ว
“อืม ฉันเอง”
ฉินหล่างมองที่นั่งข้างๆ เธอ “นั่งตรงนี้ได้ไหม”
นั่นเป็นที่นั่นของสวีเหวินเหวิน…
หลังจากวิ่งวุ่นไปลงทะเบียนให้เธอเพื่อนร่วมโต๊ะคนนี้ก็นำบัตรอาหารของหยางอวี้หลานไปซื้อข้าวที่โรงอาหารเพิ่งจะเดินไปเมื่อกี้นี้เอง
เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูดีนั้น เธอก็พยักหน้าโดยไม่รู้ตัว
“ตรงนี้เป็นที่นั่งของเพื่อนฉัน แต่ตอนนี้เธอไม่อยู่ คุณจะนั่งสักครู่ก็ได้”
ก่อนที่เขาจะนั่งขายาวภายใต้กางเกงยีนส์นั้นอยู่ห่างจากขาของเธอที่สวมกระโปรงนักเรียนไม่ถึงสิบเซนติเมตรซูอินประหม่าเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นลมหายใจที่เป็นเอกลักษณ์ของชายหนุ่ม
เพียงไม่นานความประหม่าได้คลายลงอย่างรวดเร็ว
“สวัสดี ฉันชื่อฉินหล่าง…”
ชายหนุ่มเปิดประเด็น จากนั้นอธิบายง่ายๆ ถึงความกล้าหาญของเธอ
“คุณบอกว่า ฉันช่วยคนในครอบครัวของคุณหรือคะ”
ซูอินเอานิ้วชี้จมูกตัวเองมองชายหนุ่มซึ่งมีใบหน้าหล่อเหลาด้วยความตกใจ
เขาสวมเพียงเสื้อยืดสีขาวแบบเรียบง่าย ซึ่งคงไม่ใช่ยี่ห้อแบรนด์เนมแต่เมื่อเขาสวมมัน ทำให้เขากลายเป็นนายแบบบนเว็บเถาเป่าที่แทบไม่ต้องใช้โฟโต้ช็อป
รูปร่างนั้นเป็นเรื่องรองสิ่งสำคัญคือออร่าที่เปล่งประกายรอบตัวเขาต่างหาก
แม้ว่าจะมีผ้าพันแผลบนข้อมือ แต่เขายังคงนั่งตัวตรง แผ่นหลังตั้งมีท่าทีสงบ
คนลักษณะเช่นนี้ไม่น่าจะพูดโกหก
ซูอินเชื่อในสิ่งที่เขาบอกเมื่อครู่
เมื่อนำมาปะติดปะต่อกับสิ่งที่คาดเดาไว้เมื่อวานก็สามารถอธิบายทุกอย่างแต่ปัญหาตอนนี้คือ พยายามนึกเท่าไร เธอก็จำไม่ได้ว่าช่วยชีวิตคนไว้ตอนไหน
---------------------------------------------------------------------------
[1] นกหวีดดำหมายถึง การลำเอียงของกรรมการ หรือการตัดสินพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เป็นธรรมของผู้ตัดสิน