บรรยากาศในตอนนั้นเงียบสงัด ทุกสรรพเสียงพลันดับลงราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ผู้วิวัฒน์ระดับสูงที่ยังเหลือรอดอยู่ในวิหารต่างยืนนิ่งงัน ร่างกายสั่นสะท้านด้วยแรงสั่นไหวจากความหวาดหวั่นอันมืดมนที่กำลังคืบคลานมาทุกลมหายใจ
เพราะสิ่งที่โซเฟียเอ่ยออกมา มันไม่ต่างอะไรไปจากการปลดปล่อยสัตว์ร้ายที่แข็งแกร่งที่สุดในหน้าประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์
สัตว์ร้ายที่เคยเป็แสงสว่าง เป็ความหวัง
และสุดท้ายกลับถูกทรยศจนต้องกลายเป็เพียงเงาเงียบไร้เสียงภายใต้โซ่ตรวนแห่งแสงอันไม่มีวันคลาย
แต่ถึงกระนั้น คำกล่าวของโซเฟียก็ย่อมมิอาจปฏิเสธได้
ตราเจตจำนงหกทิศ เวทย์มนตร์ต้องห้ามที่ถูกพบเจอในดินแดนโบราณ มันคือพันธนาการสูงสุดที่มิอาจถูกทำลายได้ด้วยพลังอันใดในปัจจุบัน ถูกสร้างขึ้นโดยการเชื่อมโยงชีวิตของผู้วิวัฒน์ที่แข็งแกร่งทั้งหกเข้าสู่โครงสร้างภายในแท่นผนึก
ทุกหนึ่งชีวิตที่ผนึกไว้เปรียบเสมือนเสาหลักค้ำจุนกำแพงกาลเวลา
ทันทีที่หนึ่งในนั้นล้มลง กำแพงก็จะทรุดตัวลงทีละชั้นอย่างช้าๆ และตอนนี้ก็เหลือเพียงเสาสุดท้าย โซเฟีย
นางยืนหยัดในฐานะผู้ถือดวงตราสุดท้าย ด้วยร่างอ้วนใหญ่ที่สั่นไหวด้วยทั้งความเหนื่อยล้าและเจตจำนงอันแน่วแน่
โซเฟียกล่าวต่อหน้าผู้ที่เหลืออยู่
“ข้าจะยอมสละชีวิตของตนเองเพื่อคลายพันธนาการชั้นสุดท้ายลง เพื่อให้เขาเมตตาต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ยังคงเหลือรอดอยู่นี้”
น้ำเสียงของนางเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและอารมณ์ที่ยากจะอธิบาย
แม้จะไม่มีผู้ใดตอบรับ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยค้านออกมาอีก เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า พวกเขาไม่เหลือหนทางอื่นอีกแล้ว
“เพราะถ้าข้าไม่ได้สละชีวิตและตกตายลงท่ามกลางความสิ้นหวัง โอดินจะมองไม่เห็นค่าของสายเืที่ไหลเวียนอยู่ในอีกครึ่งของเขาอย่างแน่นอน ข้าจะต้องทำให้เด็กคนนั้นเห็นว่าพวกเราทำผิดไปแล้ว และมันก็ผิดพลาดไปจริงๆ น่าสมเพชจริงๆใช่ไหมล่ะ พวกท่านทุกคน..”
ไม่มีเสียงใดเอื้อนเอ่ย ไม่มีคำตอบจากใครในห้องโถงวิหาร เพราะสิ่งที่โซเฟียกล่าวคือความจริงที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ
การกระทำที่ผิดพลาดในอดีตของพวกเขา การหักหลังบุรุษที่เปรียบดั่งแสงสว่างสูงสุด มันไม่อาจหวนกลับได้อีกแล้ว
ไม่มีการให้อภัย ไม่มีคำว่ากลับตัว ทุกสิ่งที่พวกเขาทำลงไปได้กลายเป็โซ่ตรวนที่พวกเขาต้องแบกรับไปจนตาย
หลังจากนั้นไม่นาน โซเฟียและผู้วิวัฒน์ที่เหลือรอดก็เคลื่อนย้ายไปยังส่วนลึกสุดของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ดินแดนต้องห้ามที่ไม่มีผู้ใดกล้าเหยียบย่างมานับพันปี สถานที่ที่ถูกเรียกว่าหอคอยชั้นใน ซึ่งถูกปิดผนึกไว้ด้วยเวทมนตร์โบราณและเจตจำนงของเหล่าผู้นำในอดีต
กระทั่งเมื่อโซเฟียนำทางเข้าสู่ชั้นลึกสุด ประตูขนาดมหึมาที่สลักด้วยอักขระแห่งพันธสัญญาก็ได้เปิดออกอย่างเชื่องช้า
แสงเรืองรองเยือกเย็นและหมอกพลังงานบริสุทธิ์พวยพุ่งออกมาจากภายใน พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่ทำให้หัวใจของทุกคนหยุดเต้นไปชั่วขณะ ภาพที่พวกเขาได้เห็นคือแท่นพิธีกรรมโบราณซึ่งลอยอยู่เหนือพื้นนับร้อยเมตร
ณ ใจกลางแท่นนั้น มีร่างหนึ่งที่ถูกตรึงไว้ด้วยโซ่ตรวนแห่งแสงนับหมื่นสาย
โซ่ตรวนที่แต่ละเส้นส่องประกายเจิดจ้า เปี่ยมด้วยความเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ มันตรึงร่างของเขาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า ไม่เห็นกระทั่งใบหหน้าหรือโครงสร้างของร่างกาย ลอยอยู่เหนือพื้นในท่ากางแขนราวกับรูปเคารพแห่งเทพ์ที่ถูกสาป
เขาคือผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่าผู้วิวัฒน์ระดับ 10 ผู้เหนือวิวัฒนาการ
ขณะที่ตราเจตจำนงหกทิศที่ส่องประกายดุจดวงดาวถูกสลักอยู่เหนือร่างนั้นในรูปทรงของดวงตราลอยฟ้า แต่มันไม่ได้สมบูรณ์อีกต่อไปแล้ว เพราะมีเพียงสัญลักษณ์เดียวที่ยังคงเปล่งแสงอยู่ ตราของโซเฟีย
เมื่อโซเฟียเดินเข้ามาใกล้แท่นพิธี ร่างของนางสั่นไหวด้วยอารมณ์ที่เก็บซ่อนไว้มานานหลายพันปี
นางแหงนหน้าขึ้นมองไปยังร่างของชายหนุ่มที่ถูกตรึงเอาไว้ภายใต้โซ่ตรวนเรืองแสง ไม่ต่างจากเทพเ้าผู้หลับใหล แต่กลับแฝงไว้ด้วยพลังอำนาจมหาศาลที่แม้ถูกผนึก ก็ยังทำให้พื้นที่รอบข้างสั่นะเือยู่ตลอดเวลา
“โอดิน...”
โซเฟียเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“เ้าคงโกรธแค้นอาจารย์คนนี้ รวมถึงผู้นำคนอื่นๆของเผ่าพันธุ์มนุษย์ใช่หรือไม่?”
ไม่มีคำตอบจากผู้ที่ถูกตรึงไว้ มีเพียงเสียงพลังงานของตราผนึกที่แผดเผาพื้นที่รอบข้างเบาๆอย่างต่อเนื่อง
“อันที่จริงเมื่อประมาณสามพันปีก่อน.. เ้าซึ่งเป็ถึงผู้เหนือวิวัฒนาการ.. เ้าสามารถสังหารพวกเราหรือหลบหนีออกไปจากวงล้อมได้อย่างสบายๆ ทว่าเ้ากลับเลือกที่จะถูกพันธนาการและถูกยอมปิดผนึกด้วยตนเอง!”
ตัวของโซเฟียกล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือ
“เื่นี้.. ข้าไม่เข้าใจเหตุผลเลยสักนิด!”
น้ำตาไหลลงจากดวงตาของหญิงวัยกลางคนซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็ผู้ฝึกสอนศิษย์ที่เก่งกาจที่สุด
น้ำตานั้นไม่ใช่เพียงแค่ความเสียใจ หากเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดอันแสนสาหัส
“เ้าคือศิษย์ของข้า และข้าคืออาจารย์ของเ้า”
“ข้าสอนเ้าทุกสิ่ง มอบให้เ้าทุกอย่าง.. แต่สุดท้ายข้ากลับร่วมมือกับพวกเขา..”
“เพียงเพราะข้าไม่เข้าใจความยิ่งใหญ่ของเ้า และปล่อยให้ความกลัวนำทางหัวใจ!”
ขณะที่กำลังกล่าว ตัวของโซเฟียได้ยื่นมือออกไป แต่มันกลับสั่นจนไม่อาจควบคุมได้
“และบัดนี้ ข้าคือผู้เดียวที่ยังคงมีชีวิตอยู่เพื่อเป็พยานแห่งบาปในครั้งนั้น!”
“ข้าจะปลดปล่อยเ้า! มิใช่เพื่อการอภัย แต่เพื่อให้เ้าได้เลือกด้วยตนเองอีกครั้ง ว่าจะลงโทษพวกเราเช่นไร..”
เสียงของโซเฟียเบาลงราวกับสายลมสุดท้ายแห่งค่ำคืน ก่อนที่เธอจะหันหลังกลับไปมองผู้วิวัฒน์คนอื่นๆที่เหลืออยู่
“ขอให้สายเืมนุษย์.. ได้รับการไถ่บาป.. จากผู้ที่เราทรยศเองกับมือ!”
ในขณะนั้น แสงแห่งตราผนึกสุดท้ายก็เริ่มสั่นไหว เสียงแตกะเืของโครงสร้างเวทมนตร์ดังก้องไปทั่วห้องโถง ท่ามกลางซากเถ้าธุลีของยุคสมัยที่ใกล้ดับสูญลงทุกขณะ เส้นแสงที่เคยตรึงร่างของโอดินเริ่มมีรอยร้าว ราวกับวินาทีแห่งการตื่นของผู้ถูกทอดทิ้งกำลังจะเริ่มต้นอีกครั้ง