เวลาพลบค่ำยามราตรี แสงสว่างจากพระจันทร์ค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยกลุ่มก้อนเมฆขนาดใหญ่ที่กำลังลอยเข้ามาบดบัง...
กึก กึก กึก กึก...
เสียงล้อรถลากกระแทกกับพื้นไปมาท่ามกลางป่าเขาอันมืดมิด ภายในป่าปรากฏเป็กลุ่มขบวนม้ากำลังมุ่งหน้าไปตามเส้นทางอย่างช้าๆ หากมองจากด้านนอกสามารถเห็นกลุ่มทหารหลายร้อยคนห้อมล้อมขบวนรถลากนี้ เพื่ออารักขาบุคคลสำคัญที่อยู่ด้านใน...
“หยุด!!!”
เสียงปริศนาทำให้ขบวนรถลากหยุดขบวนเดินทางทันที
ภายใต้ป่าเขาอันมืดมิด ขบวนรถลากกลุ่มใหญ่ไร้ซึ่งการเคลื่อนไหว...
“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ...”
“ด้านหน้าขบวน.. มีกลุ่มคนสวมชุดคลุมดำยืนขวางหน้าขบวนของเราขอรับนายท่าน”
คนคุ้มกันขบวนรถลาก ประสานมือทั้งสองข้างก่อนจะหันหน้ามองเข้าไปในตัวรถลากและกล่าวในสิ่งที่ตนเองเห็นให้กับบุคคลที่นั่งอยู่ในตัวรถลาก..
“กลุ่มคนสวมชุดคลุมดำงั้นรึ!”
“สั่งการให้ทุกคนเตรียมตัวและใช้รูปแบบป้องกัน ข้าจะออกไปพบกับพวกเขาสักหน่อย...”
ไม่นานประตูของรถลากก็ได้ถูกเปิดออกมาอย่างช้าๆ ก่อนศีรษะของบุคคลในตัวรถลากจะค่อยๆ โผล่ออกมา ซึ่งหลังจากนั้นไม่ว่าใครก็ตามที่พบเห็นก็สามารถรับรู้สถานะได้ในทันทีว่าบุคคลผู้นี้คือ 'ปรมาจารย์กู่... สมญานาม ‘มารกู่’ ชายผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แม้กระทั่งอาณาจักรทั้งสี่ภูมิภาค... เมื่อได้ยินคำว่า ‘มารกู่’ ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาไม่กล้าเคลื่อนไหวหรือทำสิ่งต่างๆ ไปอีกนาน...
“ไม่ทราบว่าผู้าุโมีเื่อันใดกับตระกูลข้างั้นหรือ?”
ปรมาจารย์กู่เอ่ยถามกลุ่มคนสวมชุดคลุมดำ ด้วยสีหน้าสงสัย... แต่กลุ่มคนสวมชุดคลุมดำไม่ได้ตอบกลับมา แต่การกระทำต่อจากนั้นของพวกเขาคือการโยนม้วนคัมภีร์ไปทางปรมาจารย์กู่ หลังจากปรมาจารย์กู่รับมันมาแล้วเปิดอ่านข้อความในม้วนคัมภีร์ ไม่นานทั่วทั้งร่างกายของปรมาจารย์กู่ถึงกับสั่นไหวรุนแรงอย่างเห็นได้ชัด...
"พวกท่านจะกวาดล้างสายเืของตระกูลข้าทั้งหมดเลยงั้นรึ!!!"
"ท่านไม่กลัวว่าอาณาจักรเขตกลางจะเข้ามาสืบสวนหาสาเหตุงั้นหรือ?"
"....."
"หากท่าน้าจะกำจัดสายเืตระกูลข้า... ข้าวิงวอนขอให้ท่านได้โปรดละเว้นชีวิตของเด็กน้อยผู้หนึ่งด้วย นางไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลของข้า ั้แ่เกิดข้าเป็ผู้รับเลี้ยงนาง ข้าเห็นว่านางถูกทิ้งอยู่กลางป่าเขาข้าจึงรับนางมาเลี้ยงดูด้วยความสงสารต่อนาง เพราะงั้นข้าขอให้ท่านละเว้นชีวิตของนางด้วย"
ปรมาจารย์กู่กล่าวขึ้นมาเผื่อหวังว่าคำพูดของตนจะสามารถทำให้พวกเขาไม่สังหารนางไปด้วยอีกคน ต่อหน้ากลุ่มคนสวมชุดคลุมดำ ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มกระหน่ำลงมา...
"ไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิ์เป็ข้อยกเว้น"
"....."
"ในเมื่อท่านกล่าวเช่นนั้น... ข้าคงไม่อาจอยู่นิ่งทนรอชะตากรรมต่อไปได้"
“...น่าเสียดาย แต่ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจอีกแล้ว”
พอสิ้นเสียงของปรมาจารย์กู่ เหล่าทหารนับร้อยะโดังขึ้นมาพร้อมชักกระบี่ข้างกาย แล้วพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนสวมชุดดำ...
“ปรมาจารย์กู่แห่งตระกูลกู่...!”
“สมญานามมารกู่...!”
“จงสร้างชื่อเสียงให้เป็ตำนานเล่าขานสู่รุ่นหลาน... ลุย!!!!”
......
เปรี้ยง เปรี๊ยะ...
แตะ... แตะ...
“ต้นไม้ใดที่สูงใหญ่เกินไป มักบดบังแสงสว่างจากดวงอาทิตย์...”
“เห็นแก่ความไม่ยุติธรรมต่อเ้า ...ข้าจะยื่นมือช่วยเหลือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเ้า”
.......
สิบแปดปีต่อมา
ณ เมืองวายุของอาณาจักรลั่วหยาง ทางตอนเหนือ… สำนักอักษร
“ท่านอาจารย์ ข้า้าฟังท่านเล่าเื่ตำนานของ ‘มารกู่’ และเื่ราวต่างๆ ที่ถูกลืมเลือน... ท่านช่วยเล่าต่อจากเมื่อวานให้ข้าฟังอีกได้หรือไม่”
“ฮ่าฮ่าฮ่า... ในรอบสิบปีมีเพียงแค่เ้าคนเดียว เ้าคนเดียวที่้าฟังข้าเล่าเื่ของ ‘มารกู่’ เ้านับว่าเป็ศิษย์รักของชราแก่เช่นข้า ฮ่าฮ่าฮ่า...”
ชายชราหัวเราะขึ้นอย่างมีความสุข...