บทที่ 18 ใครก็ขวางข้าไม่ได้
เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วจวน บรรดาบ่าวไพร่และสาวใช้ในจวนเสนาบดีต่างตกตะลึงกับห้องลับนี้ พวกเขาอาศัยอยู่ที่นี่มาหลายปีแต่กลับไม่เคยล่วงรู้เลยว่าใตู้เาจำลองจะมีห้องลับซ่อนอยู่
เย่ตงิหน้าถอดสี เขาตวัดสายตาไปมองเย่ชิงเหอทันที เพราะคนที่จะแอบสร้างห้องลับใต้จมูกเขาได้เช่นนี้ มีเพียงบุตรชายของเขาคนเดียวเท่านั้น
ส่วนหยวนจวงนั้นใยิ่งกว่าในฐานะตุลาการ สิ่งแรกที่เขาคิดคือ "ฟางเฉินรู้ได้อย่างไรว่ามีห้องลับอยู่ที่นี่?" จากนั้นเขาถึงค่อยตระหนักถึงอานุภาพที่ฟางเฉินเพิ่งแสดงออกมา
โชคดีนักที่พวกเราไม่ได้ใช้กำลังจับกุมคน... ด้วยวิชาเช่นนี้ การจะทำให้พวกเราสลายเป็เถ้าถ่านช่างง่ายดายเหลือเกิน!
“ท่านตุลาการหยวน รบกวนท่านแล้ว ช่วยนำคนไปเปิดประตูนี้ให้ข้าที” ฟางเฉินกล่าว
หยวนจวงชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองไปทางเย่ตงิ เมื่อเห็นว่าเสนาบดีกรมกลาโหมผู้นี้ไม่ได้คัดค้านอะไร เขาจึงส่งสายตาเป็สัญญาณให้ลูกน้อง
มือปราบสองคนรีบเข้าไปพยายามเปิดประตู แต่ประตูนั้นแ่าเกินไป สุดท้ายพวกเขาต้องชักดาบข้างกายออกมาฟันทำลายประตูจนแหลกลาญ
“เซียวเอิน เ้าจะออกมาเอง หรือจะให้ข้าเข้าไปลากตัวเ้าออกมา?” ฟางเฉินถามด้วยรอยยิ้มราบเรียบ
“ไม่จำเป็ ข้าออกมาเอง!”
เสียงทุ้มกังวานดังมาจากข้างใน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ค่อย ๆ ก้าวเดินออกมา ดวงตาของเขาดุร้ายดั่งสุนัขป่า จ้องเขม็งไปที่ฟางเฉินด้วยความแค้นฝังหุ่นที่แทบจะกลั่นออกมาเป็ตัวตนได้
“เซียวเอินจริง ๆ ด้วย!?” ทุกคนอุทานด้วยความใ
บ่าวไพร่ในจวนอาจจะจำเขาไม่ได้ แต่เย่ตงิและหยวนจวงย่อมจำยอดฝีมือรุ่นเยาว์คนนี้ได้แม่นยำ ในฐานะบุตรชายของเซียวเทียนชื่อ เขาได้รับพร์มาเต็มเปี่ยม ด้วยวัยเพียงเท่านี้กลับมีพลังถึงขั้นป้าวชี่ตอนปลาย ถือเป็อัจฉริยะของแคว้นชิงซงที่ถูกวางตัวให้ก้าวสู่ระดับอวี้จี่อย่างแน่นอน
เย่ตงิหน้ามืดครึ้ม เขาเหลือบมองบุตรชายอย่างเ็า ส่วนเย่ชิงเหอในตอนนี้เหงื่อชุ่มโชกไปทั้งตัวด้วยความลนลาน เขาหันไปมองทางรัชทายาทโดยสัญชาตญาณ
“ที่แท้เซียวเอินก็ซ่อนอยู่ที่นี่จริงๆ... แต่ท่านเสนาบดีเย่ ท่านทำถูกแล้ว เมื่อวานฟางเฉินเสียสติไล่ฆ่านักรบชิงซงไปทั่ว การที่ท่านช่วยชีวิตเซียวเอินไว้ จะทำให้ต้าเซี่ยของเรามีข้ออ้างไปอธิบายกับทางชิงซงได้บ้าง” รัชทายาทตรัสเรียบ ๆ
เซียวเอินที่ตอนแรกคิดว่าตนต้องตายแน่ พอได้ยินท่าทีของรัชทายาท ความหวังที่จะรอดชีวิตก็โชติ่ขึ้นมาอีกครั้ง เขาประสานมือคารวะรัชทายาท
“ทูลองค์รัชทายาท หลายปีมานี้แคว้นชิงซงกับต้าเซี่ยต่างก็ไม่รุกรานกัน แม้จะมีการกระทบกระทั่งบ้างก็เป็เพียงเื่เล็กน้อย ทว่าเมื่อวานฟางเฉินกลับเข่นฆ่านักรบแคว้นข้าและสังหารบิดาข้า หากเื่นี้แพร่ออกไป เกรงว่าจะทำให้เกิดาระหว่างสองแผ่นดินได้!”
“เซียวเอิน เ้าสบายใจได้ ข้าจะไม่ยอมให้เื่นั้นเกิดขึ้น ศาลต้าหัวส่งคนมาจับฟางเฉินแล้ว เมื่อเขาเข้าคุกไป ข้าจะหาทางให้คำตอบที่น่าพอใจแก่แคว้นชิงซงเอง” รัชทายาทให้คำมั่น
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ” เซียวเอินพยักหน้าพลางเก็บงำแววตาอาฆาตไว้ ในเมื่อยังมีโอกาสรอด เขาไม่อยากแสดงอารมณ์มากเกินไป ตราบใดที่ยังอยู่ในเมืองหลวงต้าเซี่ย เขายังคงตกอยู่ในอันตราย
รัชทายาทหันมามองฟางเฉิน “ฟางเฉิน อย่าได้ถลำลึกไปมากกว่านี้เลย จงตามหยวนจวงกลับศาลต้าหัวไปเสีย ส่วนเซียวเอินคนนี้... เ้าไม่อาจแตะต้องหรือฆ่าเขาได้
ฟางเฉินหัวเราะออกมา เขาจ้องมองรัชทายาทด้วยรอยยิ้ม “องค์รัชทายาท มาถึงขั้นนี้แล้วท่านยังหวังว่าชิงซงจะยอมสงบศึกกับท่านอีกหรือ? เมื่อวานข้าเคยพูดไว้ว่าจะกวาดล้างพวกตกค้างในเมืองหลวงจิงตูให้สิ้น คำไหนคำนั้น... ใครก็ขวางข้าไม่ได้”
“แม้แต่ข้าก็ขวางไม่ได้งั้นหรือ?” รัชทายาทหรี่ตาลง
เปรี้ยง!!
สายฟ้าฟาดวาบขึ้นทันที!
เซียวเอินก้มลงมองร่างกายตนเองด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ ร่างของเขาไหม้เกรียมเป็ตอตะโก เนื้อหนังหลุดลุ่ย เขาคำรามออกมาด้วยความคับแค้นใจเป็ครั้งสุดท้ายก่อนที่ชีวิต0tดับสิ้นอย่างสมบูรณ์
ทุกคนยืนตะลึงตาค้าง นึกไม่ถึงว่าแม้รัชทายาทจะออกตัวขวางขนาดนี้ ฟางเฉินก็ยังคงยืนกรานทำตามใจตน สังหารเซียวเอินต่อหน้าต่อตาทุกคน
ยอดฝีมือข้างกายรัชทายาทต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก พวกเขารีบก้าวมาบังรัชทายาทไว้ด้วยความระแวดระวัง ปกป้องจุดตายและจุดสำคัญของเ้านายตนอย่างรวดเร็ว
“หยวนจวง ขอยืมกระบี่ของเ้าหน่อย” ฟางเฉินยื่นมือออกไป
หยวนจวงเพิ่งได้สติ เขารีบปลดกระบี่ข้างกายแล้วยื่นให้ฟางเฉินด้วยสองมืออย่างนอบน้อม
ฟางเฉินรับกระบี่มาแล้วก้าวไปฟันศีรษะของเซียวเอินจนขาดกระเด็น จากนั้นเขาก็ถือหัวนั้นเดินออกจากจวนเสนาบดีไปอย่างสงบนิ่ง
ที่หน้าจวน ชาวบ้านจำนวนมากกำลังเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ เมื่อเห็นฟางเฉินเดินถือหัวโชกเืออกมา ทุกคนต่างพากันตระหนกใ
ความคิดมากมายแล่นเข้ามาในใจ หัวนี้เป็ของใครกันแน่? จะเป็ของเซียวเอินหรือไม่? หรือว่า...เป็คนจากจวนขุนนางผู้ใดกัน?
“ท่านเทพาฟาง... คนก็ฆ่าแล้ว ขอให้ท่านช่วยกลับไปศาลต้าหัวกับข้าสำครั้งเถิด...”หยวนจวงเอ่ยด้วยรอยยิ้มขมขื่น
ฟางเฉินยิ้ม พลางโยนหัวของเซียวเอินลงบนพื้น ปล่อยให้มันกลิ้งขลุก ๆ ไปไกล คนที่เคยเสนอให้ใช้คนเป็เป้าซ้อมยิงธนูก็คือไอ้หมอนี่แหละ
“ความแค้นของพวกเ้า ข้าล้างให้แล้ว... แต่นี่ยังไม่พอ ยังไม่พอจริง ๆ...” ฟางเฉินพึมพำกับตัวเอง
อึดใจต่อมา เขาหันไปมองหยวนจวงแล้วยิ้ม “ไปกันเถอะ ข้าไม่อยากทำให้เ้าลำบากใจแล้ว”
“ขอบพระคุณท่านเทพา!” หยวนจวงโล่งอกจนแทบอยากจะก้มกราบฟางเฉินเสียตรงนั้น
หลังจากฟางเฉินจากไป รัชทายาทและคณะก็เสด็จออกจากจวนด้วยพระพักตร์ที่โกรธจัด ประตูจวนเสนาบดีถูกปิดลงอย่างแรง
นักรบผู้หนึ่งรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปดูหัวที่พื้น เมื่อเห็นหน้าเซียวเอินที่ตายตาไม่หลับ เขาก็ร้องะโขึ้น
“นี่มันเซียวเอิน! ลูกชายของเซียวเทียนชื่อ!”
“ไอ้นักรบชิงซงที่วางอำนาจที่สุดในเมืองหลวงน่ะเหรอ!?”
“เป็มันจริง ๆ ด้วย... นึกไม่ถึงเลยว่าเสนาบดีกรมกลาโหมจะซ่อนศัตรูแผ่นดินไว้ นี่มันตั้งตนเป็ศัตรูกับท่านเทพา และเป็ศัตรูกับพวกเาาวต้าเซี่ยชัด ๆ!” ฝูงชนเริ่มโกรธแค้น บางคนเริ่มหยิบข้าวของรอบตัวขว้างเข้าไปในจวนเสนาบดี
“เอาหัวเซียวเอินไปต้มซุป! ลูกข้าเป็โรคปอด กินซุปหัวไอ้คนชั่วนี้ต้องหายแน่!” ไม่รู้ใคระโขึ้นมา แต่ผู้คนก็เริ่มกรูเข้าไปแย่งชิงหัวของเซียวเอินทันที
ในสายตาของพวกเขา เืเนื้อของคนชั่วช้ามีฤทธิ์ในการชำระล้างและขับไล่โรคร้ายได้ เปรียบเสมือนการใช้ความชั่วกำจัดความชั่ว ภายในจวนเสนาบดี เย่ตงิได้ยินบ่าวรายงานว่ามีคนปาไข่เน่าเข้ามาในบ้าน ใบหน้าของเขาก็ยิ่งมืดมนยิ่งขึ้น เขาไล่ทุกคนออกไป เหลือไว้เพียงเย่ชิงเหอ
“ชิงเหอ บอกข้ามา เหตุใดจึงเป็เช่นนี้?”
เย่ชิงเหอกัดฟันตอบเสียงเบา “ท่านพ่อ นี่เป็ประสงค์ขององค์รัชทายาท ฟางเฉิน้าฆ่านักรบชิงซง รัชทายาทก็้าช่วยเหลือนักรบชิงซง”
“รัชทายาทจะตั้งตนเป็ศัตรูกับฟางเฉินไปเพื่ออะไร?” เย่ตงิขมวดคิ้ว “มันไม่มีผลดีเลย”
“รัชทายาทเพียง้าให้ราษฎรทั่วหล้าเห็นว่า ฟางเฉินเป็ฝ่ายผิด! ไม่ใช่ว่าสิ่งที่เขาทำจะถูกต้องเสมอไป มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่จะทำลายโอกาสในการกลับมามีอำนาจของฟางเฉินได้อย่างสิ้นเชิง!” เย่ชิงเหอกล่าวอย่างหนักแน่น
“รัชทายาทกลัวว่าหากฟางเฉินกุมอำนาจทหารอีกครั้ง จะสั่นคลอนตำแหน่งของพระองค์...”
สีหน้าของเย่ตงิเปลี่ยนไป “องค์ชายสามที่ไปเป็ตัวประกันอยู่แคว้นชิงซง... หรือว่าเขากำลังจะกลับมาแล้ว?”
ทุกคนต่างรู้ดีว่า ฟางเฉินและองค์ชายสามมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งนัก เมื่อห้าปีก่อนที่ฟางเฉินพ่ายศึก องค์ชายสามเป็ผู้เสนอตัวไปเป็ตัวประกันที่แคว้นชิงซงด้วยตนเอง โดยมีข้อแลกเปลี่ยนเพียงอย่างเดียวคือขอให้ฮ่องเต้อย่าลงโทษฟางเฉิน
มิเช่นนั้น คนที่ต้องไปเป็ตัวประกันที่ชิงซงในตอนนั้น... ย่อมเป็องค์รัชทายาทคนปัจจุบันนี่เอง
“รัชทายาทตรัสว่า หากฟางเฉินฟื้นฟูวิชาได้จริง เขาจะต้องหาทางช่วยองค์ชายสามกลับมาต้าเซี่ยให้ได้แน่ บางที... ตอนนี้อาจจะมีคนเริ่มเคลื่อนไหวในทางลับแล้วก็เป็ได้” เย่ชิงเหอกระซิบ
“ดูเหมือนว่าพวกเ้า... จะกลัวฟางเฉินเข้ากระดูกดำจริง ๆ นะ” เย่ตงิถอนหายใจยาว
บารมีและวิธีการของฟางเฉินสร้างรอยแผลใจที่ลึกซึ้งให้กับคนรุ่นเยาว์ในต้าเซี่ยยิ่งนัก หรือที่จริงแล้ว... คนรุ่นเก่าอย่างพวกเขาก็ไม่ได้ต่างกันเลย
มิเช่นนั้น รัชทายาทคงไม่กระวนกระวายกลัวจะเสียบัลลังก์ เพียงเพราะได้ยินว่าฟางเฉินฟื้นวรยุทธ์แล้ว