ตอนที่ 25 ศึกภายในตระกูล
ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ ศิษย์สำนักทั้งสองต่างจ้องมองตาค้าง ก่อนจะหันมาซุบซิบนินทากันเสียงดังสนั่น แม้แต่ฉางไห่ยังกุมหัวใจแน่น พร้อมกับทรุดนั่งลงไปเก้าอี้ ดวงตาของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง จ้องมองเนี่ยตี้ด้วยความโกรธเคือง “มัน...มันได้ยิน!!” แต่คนที่ตกใจที่สุดมิใช่ฉางไห่ กลับเป็นเนี่ยฟงที่ตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ก่อนจะหันกายไปหาเนี่ยตี้ด้วยความรวดเร็ว “เนี่ยตี้!! เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร!!” เนี่ยฟงพุ่งทะยานดุจสายฟ้าฟาด พร้อมกับยื่นเหยียดอุ้มมือของตน เพื่อจะคว้าจับคอของเนี่ยตี้ แต่แล้วทันใดนั้นหลานเซินก็มาปรากฏตัวที่เบื้องหน้าทันที พร้อมกับฟาดฝ่ามืออย่างรวดเร็วฟาดมือของหลานเซินทะลุผ่านร่างของเนี่ยฟง ทำให้หลานเซินตกตะลึงเป็นอย่างมาก ฝ่ามือที่เขาฟาดออกไปนั้น โดนเพียงภาพเงาของเนี่ยฟงที่ทิ้งค้างไว้ “เร็วมาก!! นี่มันวิชาอะไรกัน!!” เนี่ยฟงทะยานตีลังกาถอยหลัง เมื่อหลานเซินเห็นดังนั้น ก็รีบเข้าไปป้องกันลูกของตนทันที พร้อมกับยื่นยารักษาภายในให้ พร้อมกับเอ่ยถามทันที“ลูกตี้...เมื่อครู่เจ้าว่าอย่างไร เจ้าว่ามันไม่ใช่สายเลือดของตระกูล เจ้ารู้ได้อย่างไร?” เนี่ยตี้รับยาพร้อมกับกลืนกินมันอย่างยากลำบาก ก่อนจะไปแอบที่ด้านหลังของพ่อตน “เมื่อวันก่อน..แค่กๆ !! ข้าได้ไปที่หลังตระกูล บังเอิญเจอกับผู้นำพรรคที่หน้าผา ได้ยินท่านผู้นำพูดพึมพำ ว่าเสียดายที่เนี่ยฟงไม่ได้พบพ่อแม่ที่แท้จริงของมัน และยังกล่าวขอโทษผู้มีคุณที่ไม่สามารถดูแลลูกหลานของเขาได้ หากตอนนั้นข้าไม่บอกว่าข้าไม่ได้ยินอะไร ข้าคงตายไปแล้ว!” เมื่อเนี่ยตี้กล่าวจบ ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังฉางไห่ เมื่อเห็นใบหน้าที่ซึมเศร้าของเขา พร้อมกับไม่เอ่ยปากสิ่งใด ในตอนนั้นเองที่หัวใจของเนี่ยฟงสั่นสะท้าน ยิ่งด้วยนิสัยของฉางไห่ที่ยึดถือคุณธรรมหนักแน่นดุจขุนเขา แต่เขาได้แต่นั่งก้มหน้าก้มตาไม่กล้ามองหน้าเนี่ยฟง “หากพวกท่านไม่เชื่อ ไยพวกท่านไม่ถามท่านผู้นำดู ด้วยคุณธรรมที่เขามี ย่อมต้องไม่พูดปดแน่นอน” “ฉางไห่! แม้พวกเราทั้งสามคนจะไม่มีสายเลือดเดียวกัน แต่ก็ร่วมกันสร้างรากฐานขึ้นมาด้วยความยากลำบาก จึงตกลงพร้อมใจกันเปลี่ยนแซ่เป็นแซ่เนี่ย และด้วยความสามารถของท่าน พวกเราจึงแต่งตั้งท่านเป็นผู้นำตระกูล แต่แท้ที่จริงตระกูลเนี่ยก็ยังเป็นของพวกเราทั้งสาม แต่ท่าน...แต่ท่าน!!! กลับพาเด็กไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้ามาอยู่ในตระกูล อีกทั้งยังเลี้ยงดูมันดุจดั่งลูกในไส้ ให้ที่อยู่ที่กินอย่างสุขสำราญ และยังให้ตัวยาที่แสนสำคัญและหายาก เพื่อรักษาชีพจรที่พิกลพิการของมัน ท่านทำผิดต่อพวกเราพี่น้อง!! ท่านทำผิดต่อตระกูลเนี่ย!! ด้วยเกียรติที่มีของท่าน ท่านจงยืนยันออกมาว่าลูกข้าไม่ได้พูดความจริง!” หลานเซินต่อว่าฉางไห่ไม่ขาดสาย ยิ่งคิดถึงตอนที่ไปหาตัวยาอย่างยากลำบาก แต่กลับถูกฉางไห่นำมันไปมอบให้กับเนี่ยฟง มันก็ยิ่งโกรธเคือง ฉางไห่ค่อยๆ เงยหน้าอย่างเชื่องช้า บนใบหน้าของชายชราต่างเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง ได้แต่นิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใดออกไป ย่อมหมายความว่าเนี่ยตี้พูดจริง“เปรี้ยงง!!!” เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว โต๊ะน้ำชาแตกกระจายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย คิ้วที่แดงฉานของเจี้ยนฉุนขมวดเข้าหากัน ฝ่ามือที่ซัดลงไปที่โต๊ะน้ำชาสั่นไหวอย่างรุนแรง “จะให้ข้าดูละครลิงไปถึงเมื่อไร!! หากมันไม่ใช่คนของตระกูลพวกเจ้า จงรีบโยนมันออกไปให้พ้นจากตระกูล ข้าจะให้เวลาพวกเจ้าแค่ครึ่งชั่วยามในการสะสาง ไม่เช่นนั้นพรรคตระกูลเนี่ย...จะหลงเหลือเพียงแค่ชื่อเท่านั้น!!” หลานเซินหันสายตาไปยังเนี่ยฟงที่กำลังยืนแน่นิ่ง ที่กำลังรู้สึกราวกับว่าใจได้แตกสลาย แม้จะพยายามจะสงบจิตใจที่ว้าวุ่น ชายหนุ่มก็ไม่สามารถทำมันได้ในทันที “ท่าน...” ในขณะที่ปากของเนี่ยฟงกำลังจะเอ่ยออกไป ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงจิตสังหารที่รุนแรง เมื่อหันมองกลับไป ก็เห็นหลานเซินที่พุ่งทะยานมาด้วยความรวดเร็ว “ตายซะ!! สายเลือดชั่ว!! บังอาจทำให้ข้าลำบากมาหลายปี ความตายเท่านั้นที่เหมาะสมกับเจ้า!!” หลานเซินพุ่งทะยานด้วยความเร็วเสียง มันโกรธแค้นที่ต้องเสียตัวยามากมาย เพื่อมารักษาอาการให้กับเนี่ยฟง แม้แต่ตัวยาบางตัว ก็เกือบทำให้มันสิ้นชีพหลายต่อหลายครั้ง แต่กลับถูกมอบให้กับเศษสวะเนี่ยฟง ดวงตาทั้งสองข้างของเนี่ยฟงเบิกโพลงกว้าง จากภาวะจิตใจที่ซับซ้อน ทำให้ขาทั้งสองข้างยืนขาแข็ง จึงไม่อาจใช้เท้าวายุได้ดั่งใจนึก ทำให้ไม่สามารถหลบหลีกอุ้มมือมารของหลานเซินได้“ปัง!!” เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว สายตามากมายต่างจับจ้อง หลงคิดว่าเนี่ยฟงคงตกตายในเงื้อมมือของหลานเซิน แต่แล้วกลับไม่ใช่ดั่งสิ่งที่ทุกคนคาดคิด ปรากฏร่างของฉางไห่ที่ยืนขวางกั้น ที่ใช้ฝ่ามือของตนปะทะรับการโจมตี ก่อนจะออกแรกกระแทก จนหลานเซินถอยหลังสองสามก้าว พลังลมปราณของหลานเซินอยู่เพียงพิภพขั้นปลายเท่านั้น ยังคงหากชั้นกับฉางไห่ที่มีมากกว่าเขาถึงครึ่งก้าว“แม้เนี่ยฟงจะไม่ใช่หลานของข้าโดยสายเลือด แต่ข้าก็รักดั่งหลานชายแท้ๆ ของข้า! หากเจ้าคิดจะฆ่าเขา...ต้องผ่านศพข้าไปก่อน!!!” ทันทีที่ฉางไห่กล่าวจบ พลังลมปราณก็เดือดพล่าน เกิดเป็นรอยแตกร้าวบนพื้นลานประลองทันที “เหอะ!! ยังไม่สำนึกถึงความผิดของตน ที่หลอกลวงตระกูลมาถึงสิบหกปี เจ้าไม่สมควรเป็นผู้นำตระกูล เทียนหยาง!! มาช่วยข้า” เทียนหยางกระโจนทะยานขึ้นสู่ลานประลองทันที พร้อมกับกระบี่ที่ส่องประกายวาววับ ถึงแม้ฉางไห่จะมีลมปราณพิภพขั้นปลาย และห่างจากขั้นปราณฟ้าเพียงแค่ครึ่งก้าว การจะล้มหลานเซินที่มีลมปราณพิภพขั้นปลาย ก็ไม่ใช่เรื่องยากอันใด แต่การที่เทียนหยางที่มีระดับลมปราณเช่นเดียวกับหลานเซิน ขึ้นมาช่วยเหลือ มันก็ยากแก่การรับมือ และอาจพลาดท่าเสียทีได้เมื่อยามที่หลานเซินและเทียนหยางพุ่งเข้ามา ฉางไห่ก็คว้าจับคอเสื้อของเนี่ยฟง พร้อมกับโยนร่างของเขาไปอีกทิศทาง เพื่อให้ห่างจากการต่อสู้ เมื่อทั้งสามปะทะกระบวนท่ากัน ด้วยคลื่นพลังลมปราณฟ้า จึงทำให้ลานประลองแตกเป็นเสี่ยงๆ ทันที เนี่ยฟงลุกขึ้นจ้องมองการต่อสู้ด้วยสายตาที่เบิกกว้าง แม้แต่บรรดาศิษย์พรรคเองก็ยังวุ่นวายสับสน ได้แต่ยืนนิ่งโง่งมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในขณะนั้นเองที่เนี่ยตี้กำลังลอบเข้าด้านหลังเนี่ยฟงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับมีดสั้นที่อยู่ในมือ “ตายซะเถอะแก!!” “ลูกฟง!! ระวังข้างหลัง!!!” ฉางไห่ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น ทำให้เนี่ยฟงดึงสติกลับมาได้ในทันที และหมุนตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฟาดส้นเท้าของตน ไปที่ใบหน้าของเนี่ยตี้อย่างแรง “จระเข้ฟาดหาง!!!” “เปรี้ยงง!!!” เสียงดังดุจสายอัสนีที่ฟาดลงมาจากฟากฟ้า ร่างของเนี่ยตี้หมุนคว้างกลางอากาศหลายตลบ หยาดโลหิตที่สาดกระจายออกมา ดุจดั่งพลุวันงานประจำปี ก่อนที่ใบหน้าของมันจะกระแทกลงไปบนพื้น พร้อมกับเศษฟันที่หลุดกระเด็นออกมา“ลูกตี้!!! หน็อย...ยยย ไอ้สวะ!!! แกตาย!!!!!!” หลานเซินโกรธจัด จนใบหน้าของมันแดงก่ำดุจดั่งเลือด เตรียมจะพุ่งทะยานออกไปจัดการเนี่ยฟงทันที แต่กลับปรากฏร่างของฉางไห่ขึ้นมาที่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว “มีช่อง!!” ดวงตาของหลานเซินเบิกโพลงกว้าง ฝ่ามือของฉางไห่กระแทกเข้าที่ช่องท้องดัง “ผลัก!!” ทำให้โลหิตของมันตีขึ้น พุ่งทะยานออกจากปากทันที พร้อมกับปลิวกระเด็นถอยหลัง ทำให้เหลือเพียงเทียนหยาง ที่กำลังต่อสู้กับฉางไห่แต่เพียงผู้เดียวเมื่อไม่มีสายเลือดใดๆ ที่ผูกพันเนี่ยฟงกับเนี่ยตี้ แล้วไยต้องปรานีเหมือนเก่าก่อน เมื่อยามที่ประลองกันนั้น เนี่ยฟงใช้พลังแค่ไม่กี่ส่วนเท่านั้น เนื่องจากเห็นเป็นมันคนในตระกูลเดียวกัน จึงยั้งมือเพื่อไว้ไมตรี ถึงขั้นกับเสียใจที่ใช้ท่าฤๅษีบดยาออกไป ด้วยความโกรธเคือง หากไม่ได้ยินเสียงของฉางไห่หยุดเขาไว้ เนี่ยตี้คงต้องตายไปแล้ว เนี่ยตี้พยายามลุกขึ้นยืนอย่างกระเสือกกระสน พร้อมกับกุมมีดสั้นในมือแน่น จ้องมองเนี่ยฟงที่ก้าวเดินมาหามันอย่างเชื่องช้า เมื่อยามที่มันแทงมีดสั้นออกไป ก็เสียบแทงทะลุร่างเงาของเนี่ยฟงทันที เนี่ยฟงปรากฏตัวอย่างรวดเร็วที่เบื้องหน้า พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างประสานที่ท้ายทอยของเนี่ยตี้ และเอนตัวมันเข้าหาเพียงเล็กน้อย พร้อมกับแทงเข่าไปที่หน้าท้องของมันทันที“แทงเข่า!! แทงเข่า!! แทงเข่า!! แทงเข่า!! แทงเข่า!!!!” “อั๊ก!! อั๊ก!! อั๊ก!! อั๊ก!! อั๊ก!!!!” ร่างของเนี่ยตี้กระเด็นตามจังหวะการแทงเข่า แต่ถูกมือของเนี่ยฟงที่เหนี่ยวรั้งไว้ มันจึงกระเด้งกระเด็นอยู่กับที่ ทำให้บรรดาศิษย์พรรคทั้งสองฝั่งต่างจ้องมองอ้าปากค้าง แม้แต่เจี้ยนฉุนเองยังลุกขึ้นมองด้วยความตกตะลึง “นั้นมันกระบวนท่าอะไรกัน!!!” เนี่ยฟงปลดปล่อยมือที่ประสานกัน ออกจากท้ายทอยของเนี่ยตี้ พร้อมกับก้าวถอยหลังมาสองก้าว ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบที่ต้นขาของมัน และแทงเข่าเข้าไปที่ใบหน้าทันที“พระรามเดินดง!!!” “ผลัก!!!!” เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของเนี่ยตี้พุ่งทะยานล่องลอยไปในอากาศ พร้อมกับหยาดโลหิตและซี่ฟัน ที่พุ่งปะปนกันออกมาไม่ขาดสาย ดวงตาทั้งสองข้างเหลือกขึ้นจนไม่ปรากฏตาดำให้มองเห็น ลงไปนอนหมุนเกลือกกลิ้งกับพื้นหลายตลบ เมื่อร่างของมันหยุดหมุนก็สั่นกระตุกหลายครั้ง“ลูกตี้!!!!! แกตาย!!! ย้ากก!!!” หลานเซินบรรดาโทสะถึงขีดสุด รวบรวมพลังลมปราณพุ่งทะยานดุจสายฟ้าฟาด ฉางไห่พัวพันกับต่อสู้กับเทียนหยางอย่างดุเดือด เมื่อเห็นหลานเซินพุ่งไปหาเนี่ยฟง ฉางไห่จึงหันหลังให้กับเทียนหยาง เพื่อพุ่งทะยานตามไปทันที แต่ก็โดนกระบี่ของหยางเทียนฟันที่หลัง จนเกิดบาดแผลเป็นทางยาว จึงคว้าได้แค่เพียงเข็มขัดของหลานเซินฉีกขาดเท่านั้น และล้มกลิ้งไปกับพื้นแต่การฉีกเข็มขัดของมันกลับได้ผล หลานเซินหยุดชะงักการเคลื่อนไหวทันที พร้อมกับจ้องมองกล่องใบเล็ก ที่หลุดลอยไปต่อหน้า ก่อนที่มันจะไปตรงหน้าของเฉินกังพร้อมกับเปิดฝาออก ปรากฏเม็ดยาสามเม็ดที่เกลือกกลิ้งไปกับพื้น ด้วยความสงสัยของเฉินกังมันจึงหยิบเม็ดยาขึ้นดูทันที....ทันใดนั้นดวงตาทั้งสองข้างมันก็เปิดโพลงกว้างเท่าไข่ห่าน ก่อนจะสูดดมเม็ดยาหลายต่อหลายครั้ง พร้อมเอ่ยปากออกมาอย่างติดๆ ขัดๆ “ยา...ยา..เกล็ดมังกรม่วง....ระดับ...แปด!!!”