"เ้าบังอาจมากที่ใส่ความข้า ในเมื่อข้าเคยให้โอกาสเ้าสำนึกหวังให้กลับตัวกลับใจแต่เปล่าเลย ยังไม่หลาบจำ เอามันไปตัดลิ้น!!!"
"มะ ไม่นะท่าน! ข้าผิดไปแล้ว ข้าสำนึกแล้วจริงๆได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย"
"มันสายไปแล้ว ทหาร!!"
ทันทีที่ท่านผู้นำสั่งทหารสองนายเดินเข้ามานำตัวชายแก่ตัวอ้วนไปลงโทษที่กล้าดูิ่เกียรติยศท่านผู้นำแห่งแคว้นกันตัง
"วันนี้พอเท่านี้ก่อน ข้าจะออกไปเยี่ยมราษฎรเสียหน่อย"
"แต่่นี้บ้านเมืองยังไม่สงบข้าเกรงว่าท่าน"
"อย่าห้ามข้าเลย เ้ายังไม่รู้จักนิสัยข้างั้นรึโอมาน"
"ถ้าอย่างนั้นขอได้โปรดให้ทหารองครักษ์ไปรักษาท่านผู้นำด้วย"
"ไม่ต้องให้ยุ่งยากมากความ ข้าดูแลตัวเองได้ อย่าห่วงเลยข้าต้องไปแล้ว"
บุรุษรูปงามลุกขึ้นจากเก้าอี้ในห้องโถงที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เหล่าทหารทำความเคารพขณะที่เขาเดินผ่านไปยังลานด้านนอกมีม้าตัวโปรดยืนรออยู่ก่อนแล้ว เขาควบมันไปยังจุดหมายที่คิดว่าอยากจะไปให้ถึงก่อนที่ดวงตะวันจะตกดิน
ณ เมืองดานิในแคว้นกันตังเต็มไปด้วยผู้คนมากมายหลากหลากชนชั้น ซึ่งเป็เมืองที่มีความแตกต่างกันระหว่างสังคมและเชื้อชาติ และที่สำคัญมีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมากจึงเป็ที่ดึงดูดให้คนจากทั่วโลกให้มาัักับความสวยงามของเมืองดานิ เชื่อกันว่าพอใครได้มาต้องหลงเสน่ห์ดินแดนแห่งนี้กันทุกคน จนได้ขนามนามว่าเป็เมืองต้องมนต์ และในย่านนี้มีร้านอาหารไทยที่โด่งดังคงไม่พ้นครัวสยามเมืองยิ้ม
"เชฟค่ะ ข้าวผัดทะเล ต้มยำกุ้ง แล้วก็ผัดไทย"
"ค่ะ" เชฟหญิงหยิบกระทะมาตั้งบนเตาที่เปิดไฟร้อนแรงก่อนจะปรุงอาหารรสเลิศที่แสนถนัดเคยคว้ารางวัลชนะระดับประเทศมาแล้ว ไม่นานอาหารที่สั่งก็เสร็จเรียบร้อย กริ่ง!!
"มาแล้วค่ะๆ รวดเร็วทันใจโปรดไว้ใจเชฟหญิงมือหนึ่ง"
"เอาไปเสิร์ฟได้แล้วจ้าอย่ามัวอย่าแต่พูดมาก"
"ฮ่าๆ รีบเอาออกไปเร็วเข้าขวัญ" เชฟอีกคนเอ่ยบอก
"ไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะพี่ฮลัน" สาวเสิร์ฟรีบยกถาดอาหารออกไป วันนี้ในครัวค่อนข้างยุ่งเป็พิเศษและตอนนี้ก็ใกล้เวลาที่ครัวจะปิดแล้ว
"เย็นนี้ไปเที่ยวกันมั๊ยริน"
"วันนี้เหรอรินมีนัดแล้ว เอาไว้วันหลังแล้วกันนะชวนขวัญไปด้วย"
ญาริน หรือ ริน สาวไทยวัยยี่สิบห้าทำงานเป็เชฟอยู่ที่ร้านอาหารไทย เมื่อปีก่อนพอรับปริญญาโทเสร็จก็ตั้งใจว่าจะมาเที่ยวเมืองดานิหนึ่งอาทิตย์ แต่ดันหลงเสน่ห์เข้าจนต้องขออนุญาตที่บ้านทำงานอยู่ที่นี่ต่อ เธอชื่นชอบในการทำอาหารมากชนะการประกวดมาแล้วหลายเวทีจนได้กลายเป็เชฟอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนี้
"ครัวปิดแล้ว รินขอกลับก่อนนะแล้วเจอกัน" เธอถอดผ้ากันเปื้อนพลางยกมือบ๊ายบายฮลันเชฟหนุ่มชาวกันตังแต่ชื่นชอบอาหารไทยเป็ชีวิตจิตใจ
"ที่พี่ฮลันทำหน้าเศร้าแบบนี้แห้วอีกตามเคยละสิ" ขวัญที่พึ่งกลับเข้ามาในครัวเอ่ยแซว
ญารินยกนาฬิกาขึ้นมาดูเวลาบ่งบอกว่าตอนนี้เกือบจะห้าโมงเย็นแล้วสองมือถือถุงผักผลไม้เนื้อสัตว์ขนมมากมายหลายถุงก่อนจะโบกรถไปยังหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนูเาห่างไกลจากเมืองไม่เท่าไหนแต่ที่นั่นค่อนข้างอัตคัดมาก และเธอต้องไปที่นั่นเพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับเด็กๆที่โรงเรียน พอรถจอดส่งเธอลงแล้วต้องเดินเท้าต่อไปอีกยี่สิบนาทีก็พบกับชาวพื้นเมืองที่อาศัยกันอยู่อย่างราบง่ายบนูเา เด็กตัวน้อยส่งยิ้มให้เธอบางคนก็โผล่เข้ามากอดเธอด้วยความคิดถึง
"พี่รินมาแล้ว เย้ๆ!"
"จ้า พี่มีขนมมาให้ด้วยนะใครสนใจบ้างยกมือสิ" เด็กๆเนื้อตัวมอมแมมชูมือกันสลอน
"สวัสดีคุณรินถึงว่าเด็กๆหายไปไหนกันหมด ที่แท้ก็มารอขนมจากพี่รินนี่เอง" ลัยลายิ้มบอก
"สวัสดีค่ะคุณครูลัยลา สถานการณ์ที่นี่เป็ยังไงบ้างคะ"
"ยังน่าเป็ห่วงอยู่ค่ะ เมื่อคืนก็มีโจรมาปล้นของชาวบ้านไป เป็ห่วงพวกเด็กๆนี่แหละค่ะ"
"รินนับถือหัวใจของคุณครูลัยลามากจริงๆ คืนนี้รินจะอยู่ช่วยดูแลเด็กๆเป็เพื่อนอีกคน รินซื้อของมาเยอะแยะเลยตั้งใจว่าจะทำอาหารให้ทานกัน"
"โชคดีของพวกเด็กๆ ลัยลายังไม่ได้ลงไปซื้อของสดเลย ยิ่ง่นี้ด้วยเงินหายากเหลือเกินยังดีที่มีเมล็ดผักที่คุณรินซื้อมาให้คราวก่อนเลยปลูกเอาไว้"
"ค่ะ เย็นนี้เดี๋ยวรินจัดการเื่อาหารเองไม่ต้องห่วงเลย"
โรงเรียนอาตูนประจำหมู่บ้านค่อนข้างเล็กมากมีเด็กประมาณยี่สิบกว่าคน ด้วยความที่ชาวบ้านที่นี่ยากจนมากเลยส่งลูกหลานมาเรียนและอาศัยกินอยู่ที่นี่ วันหยุดยาวผู้ปกครองถึงจะมารับกลับบ้านสักครั้งหนึ่งนานเป็เดือนๆบางทีก็เป็ปีเลยก็มี และที่สำคัญว่านั้นที่โรงเรียนเล็กๆแห่งนี้มีคุณครูลัยลาเพียงคนเดียวที่ดูแลทุกสิ่งทุกอย่างเอง
สำหรับเธอคิดว่าที่นี่ต้องได้รับการพัฒนามากกว่านี้ อยากเห็นชาวบ้านรวมถึงเด็กๆมีคุณภาพชีวิตที่ดี ถึงเธอจะไม่ใช่ชาวกันตังแต่เธอก็อยากจะช่วยเหลือในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ทุกเดือนเธอจะขึ้นมาเยี่ยมมาทำอาหารให้ทาน ปลูกผัก เล่านิทาน ทำอะไรก็ได้ที่มันเป็ประโยชน์สามารถแบ่งเบาความเหนื่อยล้าของคุณครูลัยลาได้บ้าง
"พี่รินขาทำอะไรอยู่เหรอคะหอมจังให้อะลีฟช่วยมั๊ย"
"ขอบคุณค่ะคนสวย งั้นไปเรียกเพื่อนๆให้มาต่อแถวดีกว่า พี่รินทำก๋วยเตี๋ยวเสร็จพอดีเลย" ญารินเปิดฝาหม้อแล้วตักน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวส่งกลิ่นหอมควันกรุ่นใส่ถ้วย
"น่าทานจริงๆเลย หนาวแบบนี้ได้ทานของอร่อยร้อนๆดีไม่น้อยเลย"
"ค่ะ รินดีใจที่เด็กๆชอบ" เธอหันมองเด็กน้อยตักก๋วยเตี๋ยวกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ใจจริงเธออยากจะมาเป็ครูอาสาอยู่ที่นี่เหมือนกันแต่เธอก็ไม่รู้จะทำอาชีพอะไร สู้เป็เชฟได้เงินเดือนแล้วเอามาช่วยเด็กๆจะดีกว่า
ค่ำคืนนี้อากาศหนาวเย็นเหลือเกินด้วยความที่หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่บนูเา พอตะวันลาลับขอบฟ้าไปความเหน็บหนาวก็เข้ามาแทนที่ทันที เด็กน้อยนอนหลับซุกตัวอยู่ในผ้านวมผืนใหญ่ นึกแล้วก็ขำตัวเองที่อุตส่าห์ไปเหมาผ้ามาเกือบหมดทั้งร้านแต่ไม่ได้นึกถึงตอนกลับว่าตัวเองจะแบกมาหมดหรือเปล่า เธอได้แต่นอนยิ้มอยู่คนเดียวคืนนี้อากาศเย็นเกินไปสำหรับคนที่ไม่คุ้นชินอย่างเธอเลยทำให้หลับไม่ลงจึงค่อยๆลุกขึ้นออกไปยืนชมดาวอยู่ข้างนอกเพียงลำพัง
"สวยจัง"
ดวงดารานับล้านดวงส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้า ยิ่งอยู่บนูเาไม่มีอะไรมาบดบังด้วยแล้วมันสวยสุดๆไปเลย เธอเดินชื่นชมกับบรรยากาศในยามค่ำคืนเพลินจนลืมไปว่าที่นี่ในเวลาเช่นนี้มันไม่สมควรที่จะมาเดินอยู่ข้างนอกคนเดียว
"น้องสาวคนสวยมาทำอะไรอยู่ตรงนี้จ๊ะ"
เสียงผู้ชายชุดดำสองคนเอ่ยถามสายตาก็จ้องตาใบหน้าหวานเดินเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลัง เธอกลัวจนตัวสั่นไปหมดรีบเอาผ้ามาปิดหน้าไว้
"ถอยออกไปนะ อย่ามายุ่งกับฉัน กรี๊ด!! อื้ออ่อยอั้นอะ" มือใหญ่ปิดปากเธอแล้วลากตัวเธอเข้าไปหลังพุ่มไม้ใหญ่
"ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย!"
เธอทั้งดิ้นทั้งทุบหวังจะให้หลุดพ้นจากโจร พอมือคว้าก้อนหินได้ก็หยิบขึ้นมาทุบศีรษะจนมันาเ็ก่อนจะรีบวิ่งหนีไป
"โอ๊ย!! นังบ้าไปตามจับมันมาสิวะ"
ชายหนุ่มอีกคนวิ่งตามไปกระชากแขนเธอสะบัดแล้วล้มลงกับพื้น
"กรี๊ด!! ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย ฮือๆ"
เธอะโจนสุดเสียงน้ำตารินไหลออกมาเป็สายเมื่อสองแขนของเธอถูกชายตัวใหญ่รวบตึงเอาไว้
"ร้ายนักนะมึง ทำให้กูเหนื่อยแบบนี้มันต้องสั่งสอน"
มือใหญ่เตรียมยกจะฟาดคนหน้าหวานที่นอนสะอื้นอยู่ที่พื้น ทันใดนั้นก็มีใครคนหนึ่งะโลงจากหลังม้าหยิบมีดยาวมาฟันที่มือของชายผู้นั้นจนมันขาดกระเด็นไปอยู่ที่พื้นดินเืพุ่งกระฉูดไหลหยดเต็มตัวเธอ
"กรี๊ด!!!" เธอใกับภาพที่เห็นจนสลบไป
"อ๊าก! แขนกู" เสียงร้องโอดโอยอย่างเ็ป ส่วนเพื่อนที่มาด้วยกันเห็นท่าทางไม่ดีรีบวิ่งหนีไปอีกทาง
"คนระยำอย่างเ้ามันไม่สมควรอยู่ในแคว้นกันตัง"
"มึง! ทำกู กูจะฆ่ามึง"
"หึ โจรกระจอกเช่นเ้ารึคิดจะฆ่าข้า แสดงว่าเ้ายังไม่รู้จักข้าดีพอ"
"มึงเป็ใครใหญ่มาจากไหนกันถึงกล้ามาทำแบบนี้กับกู โอ๊ย!"
"ข้าชื่อฮาติม"
ว่าแล้วเขาก็ถอดผ้าคลุมหน้าที่มีรูปนกอินทรีออกเผยให้เห็นใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน
"ทะ ท่านผู้นำฮาติม! ข้าขอโทษ ข้าผิดไปแล้วยกโทษให้ข้าด้วยได้โปรด ชิ้งงงง!!" สิ้นเสียงคำขอร้องมีดปลายแหลมก็ปักลงกลางหัวใจไม่นานชายผู้นั้นก็ทรุดร่วงลงไปนอนกองอยู่กับพื้นดิน
สองมือช้อนคนร่างบางที่นอนไร้สติขึ้นมาไว้แนบอกพยายามจับเธอให้ขึ้นไปนั่งอยู่บนหลังม้าแล้วเขาตามขึ้นไปนั่งประคองซ้อนอยู่ข้างหลังเธอก่อนจะบังคับให้ม้าคู่ใจวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว