

ฟ้าใสเดินออกมาจากห้องพร้อมปิดประตู
หลุยส์และเจมส์ ที่ยืนรออยู่หน้าห้องประหลาดใจ พวกเขารู้ทันทีว่าเกิดเื่ขึ้นแน่ๆ เจมส์เปิดประตู เข้าไปในห้อง หลุยส์ก็เดินตามเข้าไปติดๆ ทั้งคู่เข้าไปหาฮั่ว “เกิดอะไรขึ้น” หลุยส์ถาม
“เหมือนเธอกลัว ดูไม่ค่อยเชื่อใจพวกเรา” ฮั่วตอบพร้อมเก็บของที่วางอยู่บนโต๊ะ
“เธอไปไหนแล้ว” ฮั่วเอ่ยพร้อมจัดโต๊ะและเก้าอี้ให้เรียบร้อย
“วิ่งขึ้นไปข้างบนแล้ว” หลุยส์ตอบ
“อีกคนละ” สาววัยกลางคนถาม
“คุยกับสตราอยู่” หลุยส์เอ๋ย
“ต้องให้ท่านผู้นำเป็คนคุย เธอน่าจะเชื่อ” ฮั่วเอ่ยด้วยนํ้าเสียงแสดงถึงความผิดหวังในตัวเอง ใจจริงฮั่วไม่อยากรบกวนท่านผู้นำ เพราะแค่งานบริหารองค์กรเอกซ์แคลิเบอร์ก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว นี่ต้องมาช่วยฝ่ายHRอีก (ฝ่าย HR หรือ Human Resources งานด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล มีหน้าที่ดูแลเื่การสรรหา คัดเลือกบุคลากร การว่าจ้าง ดูแลเื่ค่าจ้าง เงินเดือน และสวัสดิการบุคลากร ผู้ที่จะทำงาน HR ได้นั้น ต้องเป็บุคคลที่สามารถเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่ม เพื่อที่จะได้เข้าถึงปัญหาและแก้ไขปัญหาอีกทั้งต้องมีแิในทางการพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพยิ่ง ๆขึ้นไป)
ทางด้านฟ้าใส วิ่งขึ้นบันไดมาถึงชั้น 1 เธอคิดจะหนีแต่ก็หนีไม่ได้ เพราะแมพยังอยู่ข้างล่างนี้ เธอไม่อยากทิ้งเพื่อนไว้ที่นี่คนเดียว
ที่ชั้น 1 ตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว ฟ้าใสมองด้านซ้ายมือตนเอง มองผ่านกระจกที่เป็กำแพงแบ่งห้อง ในนั้นเป็ห้องเล็กๆมีลังกระดาษแข็งสีนํ้าตาลอ่อนกองอยู่เป็ูเา มีคน 2 คนกำลังเก็บสิ่งของอะไรบ้างอย่าง เข้าไปในลังกระดาษแข็ง ฟ้าใสคาดว่า 2 คนนั้นน่าจะเป็พนักงาน เพราะใส่ชุดคล้ายคลึงกัน ห้องข้างๆ เป็ห้องขนาดเล็กๆ มีลังกระดาษแข็งสีนํ้าตาลอ่อนกองอยู่แต่ไม่มาเหมือนห้องเมื่อกี้ ถัดไปเป็ห้องที่มีขนาดใหญ่มาก กำแพงและประตูเป็กระจกใสเหมือนห้องที่แล้ว ข้างในมีเครื่องปริ้นเอกสาร คอมพิวเตอร์สภาพเก่ามากๆ น่าจะตกรุ่นมามากกว่า20ปี เห็นชาย 3 คนแต่งชุดคล้ายกับห้องเมื่อกี้ นั้นทำให้ฟ้าใสแน่ใจว่าเป็พนักงานของที่นี่แน่นอน ฟ้าใสมองด้านขวามือตนเอง มีห้องเล็กๆมากมายถูกแบ่งอย่างเท่าๆกัน เป็กระจกขุ่นไม่สามารถมองเห็นข้างในได้ ด้านหลัง ข้างบันไดติดกับลิฟท์แก้วสูงมากน่าจะขึ้นไปได้ถึงชั้นบนสุด ฟ้าใสเห็นฮั่ว เดินเข้าลิฟท์แก้ว บังเอิญมองตากัน ฟ้าใสหลบตาในทันที รู้สึกกลัวอย่างเห็นได้ชัด เธอเดินไปเรื่อยๆเจอประตูบานเลื่อน มองผ่านประตูบานเลื่อนบานนั้น เห็นสวนเล็กๆอยู่ด้านข้างตึก เธอเดินผ่านประตูบานเลื่อนเพื่อไปดูสวนเล็กๆ ที่นั้นมีต้นไม้ 5 ต้น ปลูกเรียงกันเป็แนวยาว มีการเว้นระยะห่างประมาณ 3 เมตร มีหญ้าสีเขียว และเก้าอี้ไม้ อยู่ 4 ตัว โดยเก้าอี้ตั้งอยู่ระหว่างกลางของต้นไม้2ต้นที่ห่างกันประมาณ 3 เมตร ฟ้าใสรู้สึกว่าเป็การเว้นระยะที่ดี ดูไม่รกหูรกตา
ฟ้าใสเดินไปที่เก้าอี้ไม้เพื่อนั่ง แต่เก้าอี้เปียกฝน ฟ้าใสใช้มือปัดๆนํ้าฝนตรงเก้าอี้ เธอนั่งลงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อโทรหาพ่อ แต่โทรไม่ติด โทรหาแม่ก็ไม่ติดอีก โทรหาพี่ริส มีเสียงฝากข้อความดังขึ้น “โทรกลับด่วนนะพี่” ฟ้าใสเอ่ย เธอหวังให้พี่ริสโทรกลับเร็วที่สุด ฟ้าใสสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ในแอพเบอร์โทร เจอชื่อฝ้าย เธอไม่รอช้ารีบโทรหาฝ้ายในทันที
ฝ้าย : ว่าไงจ๊ะ
ฟ้าใส : เธออยู่ไหนอะ
ฝ้าย : อยู่หอ มีอะไรหรือป่าว
ฟ้าใส : ถ้าอีก 30 นาที ข้างหน้าเราไม่โทรกลับ โทรบอกตำรวจให้หน่อยนะ เดี๋ยวส่งที่อยู่ให้
ฝ้าย : เกิดอะไรขึ้น
ฟ้าใส : ไม่มีเวลาอธิบาย แค่นี้ละ
ฝ้าย : เดี๋ยวววว
ฝ้ายงง เธอไม่เข้าใจสิ่งที่ฟ้าใส้าสื่อ แต่นํ้าที่ดูเสียงจริงจังแบบนี้ไม่โกหกอย่างแน่นอน หรือฟ้าใสกำลังมีปัญหาอยู่ ฝ้ายเริ่มไม่สบายใจ เธอตั้งเวลานับถอยหลังในโทรศัพท์มือถือ 30 นาทีตามที่ฟ้าใสบอก
ฟ้าใสวางสาร พร้อมมองไปรอบๆ ด้วยความระแวงว่ามีใครแอบฟังอยู่หรือป่าว เธอกดแชร์ที่อยู่ของตัวเองให้ฝ้าย
ระหว่างนั้นมีป้าแก่ๆ แต่งตัวเหมือนแม่บ้าน หยิบน้ำเปล่าใส่แก้วใสที่มีจานรองแก้วสีฟ้ามาให้ฟ้าใส “ขอบคุณค่ะ” ฟ้าใสเอ๋ย เธอรับนำ้มาวางที่เก้าอี้ไม้ แต่ไม่กล้ากินเพราะไม่ไว้ใจ กลัวโดนวางยา
“สวัสดีครับ” เสียงนุ่มทุ้ม ปลายเสียงแหบของชายแก่ ผมหงอก ไว้หนวดไว้เคราสีขาว ใส่ชุดสูทยืนอยู่ตรงหน้าฟ้าใส
“ไม่ต้องกังวล หรือ กลัวผมนะครับ ผมมาดี” ฟ้าใสได้ยินเสียงแต่ไม่ได้ยินเสียงจากหู แต่เธอได้ยินจากในหัว นั้นทำให้ฟ้าใสประหลาดใจมาก
ชายแก่ผู้นี้เดินมานั่งข้างฟ้าใส พร้อมยิ้ม จากนั้นฟ้าใสก็รู้สึกถึงความเป็มิตรจากเขา เป็ความรู้สึกเหมือนแมพเลย เธอคิดในใจ หรือชายผู้นี้จะมีพลังจิตเหมือนแมพ
“หนูเชื่อเื่พลังวิเศษหรือเื่เหนือธรรมชาติไหม”
“เมื่อก่อนไม่เชื่อ เพราะพิสูจน์ไม่ได้ แต่ตอนนี้เริ่มเชื่อแล้วค่ะ”
“รู้ไหม หนูเป็คนพิเศษมากๆ เพราะเป็คนแรกที่ผมไม่รู้ความสามารถ แต่รู้ว่าหนูมีความพิเศษ” ชายสูงวัยผู้นี้มองตาฟ้าใสแล้วใช้พลังจิตในการสื่อสาร
“พลังพิเศษ ความพิเศษ คือยังไง หมายความว่าอะไรค่ะ” ฟ้าใสเอ่ย
“เป็ความสามารถพิเศษเฉพาะบุคคล หรือ เรียกง่ายๆว่า อัตลักษณ์ ความพิเศษนี้ มนุษย์ทั่วไปทำไม่ได้” เขากล่าว
“มนุษย์ทำไม่ได้ ??...................ทำไมละค่ะ”
“เพราะว่า พวกเขาไม่มียีนกลายพันธุ์เหมือนพวกเรา ความพิเศษเกิดจากยีนที่ผิดปกติ การที่ยีนผิดปกติ สามารถเกิดขึ้นได้หลายกรณี อาจเกิดจากพันธุกรรม หรือเกิดจากการปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ความพิเศษมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ที่คุณฮั่วขอหนูตรวจเื เพื่อนำไปวิเคราะห์DNA ถ้าหนูไม่อยากตรวจเื ก็มีอีกหลายวิธีในการตรวจ DNA เช่น เซลล์กระพุ้งแก้ม, รากผม การหาความพิเศษ เพื่อให้ตนเองรู้พลังพิเศษ เพื่อควบคุม หรือนำไปปรับใช้ ในอดีตมีผู้คนที่มีความพิเศษ แต่ไม่รู้วิธีใช้งานที่ถูกต้อง นั้งทำให้ส่งผลเสียกับตนเองและคนรอบข้าง” ชายสูงวัยกล่าว
เมื่อชายสูงวัยพูดจบ ฟ้าใสรู้สึกถึงความเป็มิตร ความจริงใจ จากชายผู้นี้ นั้นทำให้ฟ้าใส ไว้ใจเขา และเชื่อในสิ่งที่เขาพูด
“ใช้รากผมของหนูหานะค่ะ” เมื่อพูดจบ ฟ้าใสก้มหัวให้ชายแก่ดึงเส้นผมไปตรวจ
ชายแก่ มองดูเส้นผม เพื่อเลือก จากนั้นก็ดึงเส้นผมอย่างแรง ให้รากผมติดออกมากับเส้นผม
“ดึงหลายเส้นนะครับ ผมเผื่อไว้”
เขาลูบผมฟ้าใส มองดูและดึงเพิ่มอีก 3 เส้น เก็บเส้นผมไว้ในซองซิปล็อคพลาสติกใส
“ั้แ่มาที่นี่ หนูไม่เห็นมีป้ายชื่อองค์กรเลย ที่นี้ชื่ออะไรค่ะ” ฟ้าใสถามด้วยความอยากรู้
เขายิ้มและตอบคำถามนี้ “เอกซ์แคลิเบอร์”
ในขณะเดียวกันแมพเดินหาฟ้าใส แมพไม่รู้ว่าเธอเดินไปไหน หาทั่วชั้น 1 ก็ไม่เจอ เดินขึ้นบันไดไปชั้นลอยก็ไม่เห็น จึงลงมาชั้นใต้ดิน เพื่อถามหลุยส์เผื่อจะรู้ว่าฟ้าใสไปอยู่ไหน
“ฟ้าใส ไปไหนครับ”
“อยู่ข้างบน”
“ผมหาทั่วแล้ว ไม่เจอ”
“ดูในสวนหรือยัง เธออาจนั่งเล่นอยู่ก็เป็ได้”
“สวน ???"
“สวนข้างอาคาร ฟ้าใสอาจไปเดินเล่นก็ได้ เพราะที่นั้นร่มรื่นผมเองก็ชอบออกไปเดินผ่อนคลายที่สวนบ่อยๆ” เจมส์เอ๋ย
“ขอบคุณครับ” เมื่อแมพกล่าวจบ เขารีบวิ่งขึ้นบันไดไปหาฟ้าใสโดยทันที
.
.
.
.
แฮะ แฮะเสียงหอบ เนื่องจากวิ่งหาฟ้าใสทั่ว“อยู่นี่เอง” แมพเอ่ย
“กลับยัง”
“กลับดิ”
“หนูกลับแล้วนะค่ะ สวัสดีค่ะ”
ชายแก่ยิ้ม
ทั้งคู่เดินผ่านประตูบานเลื่อน เพื่อเข้าไปในอาคาร ที่นั้นเจอเจมส์ยืนรอทั้งคู่อยู่
“ให้ไปส่งที่ไหนครับ”
“เอ๋ยย หน้ามหาวิทยาลัย” ฟ้าใสเอ๋ย
“ที่เดียวกันครับผม”
ทั้งคู่เดินทางกลับด้วยรถเก๋งคันเดิม เจมส์เป็คนขับ แมพนั่งหลังคนขับและฟ้าใสนั่งข้างๆ
“คุณหลุยส์ ไม่มาด้วยเหรอค่ะ”
“ติดธุระด่วนนะ”
“ค่ะ”
จู่ๆฟ้าใสนึกขึ้นได้ เธอบอกฝ้ายให้โทรหาตำรวจภายใน 30 นาที ถ้าไม่โทรกลับ ฟ้าใสส่งข้อความบอกฝ้ายในแอพWe chatว่า “ไม่ต้องโทรหาตำรวจแล้ว ทั้งหมดเป็เื่เข้าใจผิด 5555+ถถถถถถถถ”
ระหว่างทาง รถยนตร์วิ่งผ่านห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ แมพเห็นป้ายหนังออกใหม่ ที่เข้าโรงวันนี้เป็เื่ที่แมพชอบดู
“ฟ้าใส วันนี้ไม่มีเรียนแล้วไปดูหนังกันป่าว” แมพเอ๋ยปากชวน
“เื่อะไร”
“นารูโตะ เวอร์ชั่นคนแสดง รู้จักนารูโตะปะ”
“รู้จัก เวอร์ชั่นคนแสดงน่าสนใจดี ตอนนี้ถึงไหนละ ไม่ได้ดูนานมาก”
“นารูโตะจบแล้ว ตอนนี้ภาครุ่นลูก”
แมพดีใจมากที่มีคนดูหนังเป็เพื่อน
“คุณเจมส์ รบกวนจอดรถที่ห้างครับ”
เจมส์จอดรถข้างทางริมฟุตบาท ทั้งคู่ลงจากรถและกล่าวขอบคุณ ก่อนเดินเข้าไปในห้าง
กึกๆๆ โทรศัพท์ของเจมส์สั่น หน้าจอมอนิเตอร์ขึ้นชื่อ “หลุยส์” โทรเข้ามา
เจมส์ : ว่าไงหลุยส์
หลุยส์ : ส่ง 2 คนนั้นเสร็จแล้วรีบกลับมา
เจมส์ : เกิดอะไรขึ้น
หลุยส์ : รีบกลับมาก่อน เื่มันยาวค่อยเล่าทีหลัง
หลังจากวางสายโทรศัพท์ เจมส์กลับรถในทันที เขาเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือซ้ายเพื่อเข้าเกียร์ 6 ซึ่งทำความเร็วได้สูงสุดเพื่อให้เดินทางกลับไปยังองค์กรโดยเร็วที่สุด ทางด้านฟ้าใสกับแมพ ยืนอยู่บนบันไดเลื่อนที่กำลังเลื่อนขึ้นอย่างช้าๆ ฟ้าใสเห็นคู่รักชายหญิงยืนอยู่ข้างหน้าจับมือกัน เธอหันหน้ามองแมพ
“นี่ๆไม่ได้ชวนมาเดทใช่ไหม” ฟ้าใสกล่าว
แมพใ รีบตอบอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่ ชวนดูหนังเฉยๆ”
“ทำไมต้องหน้าแดงด้วย”
“เฮ้ย ไม่ได้แดงสักหน่อย”
“ไม่ได้หลอก หน้าแดงจริงๆ”
“หน้าเธอก็หน้าแดงเหมือนกัน”
“มั่วละ”
“เขินในความหล่อของเราละสิ”
“เบื่อพวกหลงตัวเอง”
“ที่ถามเนี้ยคิดอะไรอยู่หรือป่าว”
"บ้าไม่ได้คิด"
"ตอบเสียงอ้อนทำไม คิดอะไรกับเราจริงๆด้วย เรายังไม่อยากเสียซิงก่อนแต่งงานนะ แถมพึ่งรู้จักกันเอง"
“พูดอย่างงี้ ไม่เคยมีแฟนใช่ปะ”
“ใช่ แล้วมึงเอ้ย……เธอละ เคยมีแฟนหรือป่าว”
“เรียกยังไงก็ได้น่า เอาที่เธอถนัด”
“ก็ไม่รู้สิ คือ…เรียกมึงมันดูหยาบคาย ถ้าเรียกเธอมันดูน่ารักมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้งแบ๊วๆยังไงก็ไม่รู้”
“งั้นเรียกทีที…”
“เดี๋ยวหยุดเลย” แมพพูดแทรกขึ้น “จะเล่นมุขเสี่ยวให้เรียกว่าที่รักใช่ไหม”
“ไม่ใช่คิดไปเองละ บอกว่าให้เรียกชื่อก็ได้”
“ชนิสรา คำพรม”
“เรียกซะเต็มยศ”
"เธอยังไม่ตอบเราเลยนะ เคยมีแฟนหรือป่าว”
“เคย 2 คน สมัยเรียนป.2 กับป.5”
“โอออออ แรดแต่เด็ก เคยแบบนี้ยัง" แมพพูดพลางทำนิ้วมือทั้ง2ข้างประกบกัน ขยับเฉพาะฝ่ามือ ตีกันเป็เสียง ตุบๆตุบๆ ตุบๆ"
“เฮ้ยทะลึ่ง พูดอย่างกับเป็แม่เนี่ย”
ในที่สุดบันไดเลื่อนมาถึงชั้น 4 มีผู้คนหลากหลาย่อายุั้แ่เลขหลักเดียงจนถึงเลขข้างหน้าหลัก 4 ก็มียืนอยู่หน้าโรงหนัง บางคนยืนคุยกัน บางคนกำลังดูตัวอย่างหนัง บางคนยืนเล่นโทรศัพท์มือถือ มีคนนึงแต่งชุดคอสเพลย์เป็ฮินาตะ (ฮินาตะตัวละครสาวจากเื่นารูโตะ)กำลังให้อีกคนที่แต่งชุดคอสเพลย์เป็เพน 6 วิถีถ่ายรูปให้ (เพน 6 วิถีหัวหน้าองค์กรแสงอุษา ตัวละครจากเื่นารูโตะ)
“ชอบตัวละครไหนในเื่นารูโตะมากที่สุด” แมพถามฟ้าใส
“ครูจิไรยะ”
“ทำไมละ”
“ครูจิไรยะตลกดี บางครั้งก็เท่มากจริงๆไม่เคยดูอนิเมะเื่นารูโตะ เคยอ่านแต่มังงะ ภาคนินจาจอมคาถา อ่านไม่จบนะ อ่านเล่ม 1-22 ที่บ้านยังเก็บมังงะไว้อยู่เลย แต่เป็มังงะมือ 2 เพราะมือ 1 หายากมาก ลองถามร้านขายหนังสือหลายร้าน เหมือนทางสำนักพิมพ์ไม่ผลิตแล้ว เอ่ย เธอชอบตัวละครไหนที่สุด”
“อิทาจิ เพราะเขาเสียสละ เป็ผู้ปิดทองหลังพระอย่างแท้จริง” (สำนวน “ปิดทองหลังพระ” พจนานุกรมฉบับมติชน แปลว่า “ทำความดีโดยไม่เป็ที่รับรู้ของใคร”)
“แหมมมมม พวกเราพูดถึงนารูโตะขนาดนี้ สปอนเซอร์ต้องเข้าแล้วละ”
“.............”
“55555 ชอบทำหน้ามึนๆอยู่ได้5555”
“เอะ”
ฟ้าใสนึกถึงมิ้น เพื่อนสมัยมัธยม ถ้ามิ้นอยู่ด้วยกันตอนนี้เธอต้องเล่นมุขนี้อย่างแน่นอน จริงที่เดียวละตัวเธอ
