หลังจากเหตุการณ์จอมยุทธ์สำนักเมฆาคลั่งล้มคว่ำ บรรยากาศที่ประตูทิศเหนือก็ดูจะเรียบร้อยขึ้นผิดหูผิดตา เหล่านักเลงหัวไม้หรือศิษย์สำนักยุทธ์ปลายแถวต่างพากันเข้าแถวอย่างสงบเจียมตัว เพราะไม่มีใครอยาก "เสียหลัก" ล้มกลิ้งเหมือนจอมยุทธ์คนเมื่อครู่
หลี่ิยังคงนั่งเคาะโต๊ะไม้ผุๆ ในหัวเขากำลังสำรวจ "ระบบลงชื่อ" อย่างเพลิดเพลิน เขาพบว่านอกจากรางวัลใหญ่แล้ว เขาสามารถตรวจสอบสถานะของคนรอบข้างได้ด้วย
'ตรวจสอบยัยหนูคนนั้นหน่อย' หลี่ิมองไปยังสตรีร่างเล็กในชุดชาวบ้านธรรมดาที่สวมงอบไม้ไผ่ปิดบังใบหน้า นางยืนอยู่ท้ายแถว ท่าทางลุกลี้ลุกลนและคอยมองเหลียวหลังอยู่ตลอดเวลา
[เป้าหมาย: หลิวรั่วเฉิน] [ระดับพลัง: ขั้นที่ 4 (ขั้นปฐี) ] [สถานะ: ได้รับาเ็สาหัส, ลมปราณปั่นป่วน] [อัตลักษณ์: ศิษย์อัจฉริยะของสำนักกระบี่์ ผู้ 'กุญแจศิลาา']
'โอ้... เจอตัวละครสำคัญเข้าให้แล้วไง' หลี่ิคิดในใจพลางถอนหายใจ 'ขั้นที่ 4 เลยเหรอ? นั่นมันระดับที่สามารถถล่มกองทัพได้ทั้งกองพลเลยนะ มาทำอะไรที่ประตูเมืองบ้านนอกแบบนี้'
ไม่ทันที่นางจะเดินมาถึงหน้าโต๊ะตรวจ เสียงฝีเท้าซอยถี่และเสียงเกือกม้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากเส้นทางป่าด้านนอกเมือง กองทหารม้าในชุดเกราะสีแดงฉานประดุจโลหิตควบตะบึงมาอย่างรวดเร็ว บนธงรบมีตราัสีทองขดตัว... 'หน่วยเขี้ยวโลหิต' หน่วยราชวัลลภที่ขึ้นตรงต่อองค์จักรพรรดิ
"ปิดประตูเมือง! ค้นหาหญิงฏที่ขโมยของสำคัญจากราชวงศ์ไป!" หัวหน้าหน่วยในเกราะสีแดงคำราม พลังลมปราณ ขั้นที่ 5 (ขั้นนภา) แผ่กระจายออกมาจนชาวบ้านแถวนั้นหายใจไม่ออก หลายคนถึงกับทรุดลงกับพื้น
ทหารยามที่อยู่กับหลี่ิต่างหน้าซีดเผือด รีบวิ่งไปปิดประตูบานมหึมาตามคำสั่ง
หลิวรั่วเฉินที่อยู่ใต้ชุดชาวบ้านตัวสั่นสะท้อน นางกำกระบี่สั้นใต้แขนเสื้อแน่น แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง หากนางถูกจับได้ที่นี่ ไม่เพียงแต่นางจะตาย แต่ความลับของสำนักกระบี่์จะตกอยู่ในมือของราชวงศ์ต้าเฉียนที่แสนโฉดชั่วทันที
"พวกเ้า! เห็นสตรีที่มีลักษณะตามรูปวาดนี้ผ่านมาหรือไม่!" หัวหน้าหน่วยเขี้ยวโลหิตชูม้วนภาพวาดขึ้น ะโลงจากหลังม้าแล้วเดินตรงมาที่โต๊ะของหลี่ิ
หลี่ิมองดูรูปวาดที่วาดได้ค่อนข้างสวย (แต่ตัวจริงสวยกว่า) เขาเหลือบมองหลิวรั่วเฉินที่ยืนก้มหน้านิ่งอยู่ห่างออกไปสามก้าว จากนั้นเขาก็เงยหน้ามองหัวหน้าหน่วยด้วยสายตาปลาตายตามฉบับไซตามะ
"ไม่เห็นครับท่าน" หลี่ิตอบนิ่งๆ
"เหลวไหล! สายรายงานว่านางหนีมาทางทิศเหนือ" หัวหน้าหน่วยตบโต๊ะจนไม้แตกเป็เสี่ยงๆ เขามองไปที่แถวชาวบ้าน "พวกเ้าทุกคน! ถอดหมวกและงอบออกให้หมด เดี๋ยวนี้!"
หลิวรั่วเฉินใจเต้นรัว มือของนางเริ่มมีแสงสีขาวจางๆ ของลมปราณขั้นที่ 4 เตรียมจะแลกชีวิต แต่ในวินาทีที่นางกำลังจะลงมือ มือที่ดูหยาบกร้านของทหารยามคนหนึ่งก็วางลงบนไหล่ของนางเบาๆ
"ท่านป้าครับ... เมื่อกี้ท่านบอกว่าลืมของไว้ที่ศาลาพักม้าข้างนอกใช่ไหม? รีบไปเอาเถอะครับ เดี๋ยวผมจะเก็บที่ในแถวไว้ให้" หลี่ิพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ
"หืม? เ้าทหารเลว! ใครอนุญาตให้มันออกไป!" หัวหน้าหน่วยเขี้ยวโลหิตตวาด พร้อมกับเอื้อมมือไปกระชากไหล่ของหลิวรั่วเฉิน
ปึก!
มือของหัวหน้าหน่วยที่บรรจุพลังลมปราณอันแกร่งกล้ากลับถูกขัดขวางโดยด้ามหอกสนิมเขรอะของหลี่ิ มันดูเหมือนเป็การบังเอิญที่หลี่ิยกหอกขึ้นมาพาดบ่าพอดี แต่ด้ามหอกนั้นกลับแข็งแกร่งดั่งขุนเขาที่ไม่อาจสั่นคลอน
"ขออภัยครับใต้เท้า แต่นางยังไม่ได้ 'ออกจากเมือง' ตามระเบียบการ ถ้าท่านจะจับใคร ท่านต้องมีหมายค้นเฉพาะบุคคล ไม่ใช่มาสั่งปิดประตูเมืองขวางทางทำกินของชาวบ้านแบบนี้" หลี่ิพูดพลางหาว "ผมเป็ยาม... หน้าที่ผมคือคุมคนเข้าออกตามระเบียบ ท่านทำให้ผมทำงานยากนะครับ"
"เ้าอยากตายนักใช่ไหม!" หัวหน้าหน่วยเขี้ยวโลหิตฟิวส์ขาด เขาซัดฝ่ามือลมปราณสีแดงเข้มใส่หน้าอกของหลี่ิเต็มแรง พลังนี้แรงพอจะทะลวงเหล็กกล้าให้เป็รู!
ตุ๊บ...
เสียงปะทะดังเหมือนคนตบยุง หลี่ิยืนนิ่งไม่ขยับแม้แต่เิเเดียว ฝุ่นรอบตัวเขากระจายออกไปเป็วงกลม แต่เสื้อเกราะเก่าๆ ของเขาไม่มีแม้แต่รอยย่น
"เมื่อกี้ท่านตบผมทำไมครับ? เสื้อผมซักยากนะ" หลี่ิพูดพลางมองหน้าหัวหน้าหน่วยด้วยความสงสัยจริงๆ (แบบที่ไซตามะชอบทำ)
หัวหน้าหน่วยเขี้ยวโลหิตหน้าถอดสี "เ้า... เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่! พลังของข้า... ขั้นที่ 5 ของข้าทำอะไรเ้าไม่ได้เลยรึ!"
"ผมก็แค่ยามครับ... เอ้า ท่านป้า รีบไปสิครับ เดี๋ยวผมคุยกับใต้เท้าต่อเอง" หลี่ิขยิบตาให้หลิวรั่วเฉินที่ยืนอึ้งจนลืมหนี
นางได้สติและรีบก้าวเดินออกไปนอกประตูเมืองอย่างรวดเร็ว โดยมีหลี่ิยืนขวางทางกองทหารม้าทั้งหน่วยไว้เพียงลำพังด้วยหอกหักๆ ในมือ
"ฆ่ามัน! มันเป็พวกเดียวกับฏ!" หัวหน้าหน่วยสั่งการด้วยความหวาดกลัว ทหารหน่วยเขี้ยวโลหิตนับสิบนายชักดาบยาวออกมา ลมปราณสีแดงแผ่ซ่านจนท้องฟ้าเหนือประตูเมืองดูมืดครึ้ม
หลี่ิถอนหายใจยาว "พวกคุณนี่น้า... ทำไมชอบทำให้เื่ยุ่งยากจัง ผมแค่จะรอลงชื่อวันพรุ่งนี้เงียบๆ เอง"
เขากำหมัดขวาแน่น... ไม่มีการรวบรวมลมปราณ ไม่มีการร่ายรำกระบวนท่า มีเพียงการตั้งท่าต่อยธรรมดาๆ ที่ดูเหมือนเด็กประถมทะเลาะกัน
[โหมด: ต่อยธรรมดา]
เปรี้ยง!!!!
หลี่ิไม่ได้ต่อยถูกตัวใครเลย เขาเพียงแค่ชกออกไปที่อากาศเบื้องหน้า แรงอัดอากาศที่เกิดจากความเร็วเหนือนรกพุ่งผ่านร่างของทหารม้าหน่วยเขี้ยวโลหิตไป ราวกับพายุทอร์นาโดที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
พื้นถนนหินหน้าประตูเมืองถูกขุดเป็ทางยาวไปหลายร้อยเมตร ต้นไม้ข้างทางหักโค่นราบเป็หน้ากลอง กองทหารม้าที่แสนเกรียงไกรกระเด็นกระดอนไปคนละทิศละทาง ชุดเกราะที่ว่าแข็งแกร่งแตกละเอียดเป็ชิ้นๆ แม้แต่หัวหน้าหน่วยขั้นที่ 5 ยังปลิวหายเข้าไปในป่าโดยที่ไม่ทันได้ร้องสักคำ
ความเงียบเข้าปกคลุมประตูทิศเหนืออีกครั้ง
ชาวบ้านที่หมอบอยู่ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองภาพเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง ทุ่งหญ้าที่เคยสวยงามบัดนี้กลายเป็ร่องรอยของการทำลายล้างที่ดูเหมือนเทพเ้าพิโรธ
หลี่ิเก็บหมัดแล้วปัดฝุ่นที่เกราะเบาๆ "อา... เผลอออกแรงมากไปหน่อยแฮะ หวังว่าคงไม่มีใครตายนะ ผมไม่อยากเขียนรายงานส่งสารวัตรทหารด้วยสิ"
เขามองไปที่ท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนเป็สีส้ม "ลงชื่อวันแรกได้พลังต่อย วันพรุ่งนี้จะได้อะไรนะ? อยากได้พวกกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินเยอะๆ จัง ค่าซาลาเปาจะหมดแล้ว..."