หลังกลับจากหอคัมภีร์ร้าง เสี่ยวชวนนั่งขัดสมาธิในห้อง
“หลับตา ใช้ใจมอง” นักพรตไร้หน้ายืนอยู่ข้างหลังอย่างเงียบงัน
เสี่ยวชวนทำตาม
เมื่อเปิดตาอีกครั้ง โลกทั้งใบเปลี่ยนไป
ลมปราณรอบตัวไหลเป็สาย ผนังเต็มไปด้วยเส้นพลัง จุดชีพจรบนร่างกายเรืองแสง
“นี่คือ… ดวงตาไร้หน้า”
เขาลองมองตนเอง พบว่าลมปราณที่ตันเถียนเริ่มควบแน่นเป็วังวน
สัญญาณแห่งการก่อรูปแกนกลืน
เช้าวันถัดมา
เสี่ยวชวนพบเพ่ยเหยาที่ลานฝึก นางกำลังฝึกเพลงกระบี่เพียงลำพัง เมื่อใช้ดวงตาไร้หน้า เขาตกตะลึง!
ลมปราณนางลึกกว่าศิษย์ทั่วไปหลายเท่า! ควบแน่นผิดธรรมชาติ! เหมือนกำลังปิดระดับพลัง!
เพ่ยเหยานั้นปิดบังพลังตนเองด้วยขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นปลายตามคำสั่งอาจารย์ จริงๆนางมีระดับพลังถึงขั้นสร้างแกนพลังขั้นกลางเทียบเท่ายอดฝีมือลำดับสามจินเยว่แล้ว เพียงแค่นางยังอ่อนด้อยกว่าจินเยว่เยอะ เนื่องจากเยาว์วัย และอ่อนประสบการณ์จริง
เสี่ยวชวนเผลอมองนางนานเกินไป
เพ่ยเหยาหยุดดาบทันที
“มองอะไร?”
เสี่ยวชวนสะดุ้ง!
“ข้าแค่คิดว่า… วันนี้เ้าสวยกว่าปกติ”
เพ่ยเหยาชะงักเล็กน้อย ก่อนหรี่ตา “โกหก”
เสี่ยวชวนแทบสำลัก นักพรตไร้หน้าหัวเราะเบาๆ
กลางคืน
นักพรตพาเสี่ยวชวนเข้าสู่จิตสำนึก สถานที่เป็ทะเลหมอกไร้ขอบเขต
“สร้างร่างปลอมของเ้า” นักพรตไร้หน้ากล่าวเสียงสงบ
ครั้งแรกทำไม่ได้…
ครั้งที่สองสร้างได้เพียงเงาเลือน…
ครั้งที่สิบ…. ร่างปลอมสามร่างปรากฏขึ้น แต่เคลื่อนไหวไม่พร้อมกัน
เฒ่ากระดูกหัวเราะเยาะ
เซวียนซาบ่นว่าเหมือนผีเมาเหล้า
หลังฝึกหลายชั่วโมง เสี่ยวชวนสร้างภาพลวงได้สมบูรณ์
“วิชาเขตมายาเงียบงัน หลอกสายตา หลอกัั หลอกการรับรู้ แต่ใช้ลมปราณมหาศาล หากใช้จริง เ้าจะใช้ได้ไม่กี่ลมหายใจ ต้องฝึกเพิ่มจึงจะใช้ได้นานขึ้น” นักพรตไร้หน้ากล่าวเสียงสงบ
เสี่ยวชวนฝึกไปเรื่อยๆ หลังฝึกติดต่อกันหลายวัน เสี่ยวชวนรู้สึกถึงแรงสั่นะเืในตันเถียน
พลังจากหมาป่า หมีหิน และเสือเพลิง เริ่มหลอมรวมเข้าด้วยกัน
นักพรตไร้หน้ากล่าวขึ้น
“ตอนนี้แหละ!”
เสี่ยวชวนโคจรเคล็ดวิชากลืนวิญญานต้องห้าม พลังิญญาทั้งสามสายหมุนวน ควบแน่นเป็แกนสีดำเทา
ปราณฟ้าดินหลั่งไหลเข้าสู่ร่าง ลมหมุนกึกก้อง กระดูกทั่วร่างส่งเสียงแตกดัง
จากนั้น….
แกนกลืนก่อรูปถือกำเนิด!! เสี่ยวชวนบรรลุเคล็ดกลืนิญญาต้องห้ามขั้นที่สองเป็ที่เรียบร้อย
“ยอดเยี่ยม… หลังจากนี้ เ้าจะเก็บิญญาได้มั่นคง ใช้พลังิญญาได้ลื่นไหล กลืนสัตว์อสูรและพลังงานบริสุทธิ์ได้เต็มรูปแบบ พลังจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า!! พวกที่อยู่ในขั้นเดียวกับเ้า… ไม่มีใครเหนือกว่าเ้า… แม้แต่พวกที่ระดับสูงกว่าเ้า เ้าก็สามารถสังหารได้!!” เซวียนซากล่าวเสียงเข้ม
แต่ทันใดนั้น….
เสี่ยวชวนเริ่มได้ยินเสียงกระซิบในหัว สัญชาตญาณนักล่าแรงขึ้น อารมณ์รุนแรงขึ้นเล็กน้อย…
นี่คือผลข้างเคียงแรก….
หลังจากหายเป็ปกติแล้ว เสี่ยวชวนออกล่าสัตว์อสูรขั้นสร้างแกนพลังต่อ เขาใช้เขตมายาเงียบงัน สร้างร่างปลอมสามร่าง
สัตว์อสูรสับสน ก่อนที่เสี่ยวชวนจะใช้ก้าวไร้เงาพุ่งเข้าไปและโจมตีจุดอ่อนด้วยดวงตาไร้หน้า
สังหารในดาบเดียว!!
จากนั้น!! กลืนกินิญญาทันที!!
เสี่ยวชวนััถึงพลังที่ไหลเข้าสู่แกนกลืนอย่างสมบูรณ์ เขารู้สึกว่าพลังเพิ่มขึ้นไม่น้อย เสี่ยวชวนรู้สึกบอกไม่ถูกอยู่บ้าง
“ยิ่งฆ่า ยิ่งดูดกลืน เ้าจะยิ่งแข็งแกร่ง!!” เซวียนซากล่าวขึ้น
‘ั้แ่วินาทีนี้… ข้าไม่ใช่เหยื่ออีกต่อไป! แต่เป็ผู้ล่า!!’ เสี่ยวชวนคิด
เสี่ยวชวนฝึกจนครบกำหนดหนึ่งเดือนที่ทางสำนักกระบี่ฟ้าครามให้เวลา
เมื่อเวลามาถึง เขาตื่นนอนขึ้นมา จากนั้นจึงผลักประตูห้องออกไป เห็นหลินเยว่เตรียมอาหารไว้ 3-4 อย่างเช่นเคย
“พี่ชวนมากินเถอะ” นางกล่าวยิ้มๆ
เสี่ยวชวนยิ้มพร้อมเดินไปกินอาหารฝีมือน้องสาวบุญธรรมทันที
“ฝีมือเ้า นับวันยิ่งพัฒนา อร่อยแบบนี้ อนาคตไม่พ้นแม่ครัวสิบดาวแน่ๆ” เสี่ยวชวนกล่าวยิ้มๆ
“ฮิฮิ ท่านต่อสู้ ท่านเหนื่อย ท่านฝึกหนัก ท่านเก็บข้ามาเลี้ยง ข้าเห็นท่านผ่านนรกมาหลายขุมเพื่อดูแลข้า เื่แค่นี้ที่ข้าทำให้ท่าน ไม่นับว่าเป็อะไรเลย แค่เื่เล็กน้อย…” หลินเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงตื้นตัน
“ไม่ต้องพูดแล้ว” เสี่ยวชวนเอื้อมมือไปลูบหัวน้องสาวเบาๆ
“ข้าจะเข้าสำนักแล้วนะ ในวันนี้ทางสำนักจะประกาศเื่ประลองจัดอันดับยอดฝีมือประจำสำนักแล้ว หากข้าทำได้ดี พวกเราสบายกว่านี้แน่ เ้าทนอีกหน่อย”
“พี่ชวน พี่ไม่ต้องพยายามขนาดนั้นก็ได้นะ ข้า….”
“ข้าบอกแล้วไง ว่าถ้าข้าไม่แข็งแกร่ง แล้วใครจะปกป้องเ้า?”
“อื้ม… ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ” หลินเยว่กล่าวพร้อมก้มหน้างุด
เสี่ยวชวนลูบหัวนางเบาๆพร้อมกล่าวลา เขาเดินทางไปยังสำนักกระบี่ฟ้าครามด้วยท่าทางสง่างาม สงบนิ่ง ท่วงท่าการเดินเชื่องช้าไม่เร่งรีบอะไร
ระฆังสำนักกระบี่ฟ้าครามดังขึ้นเก้าครั้ง เสียงสะท้อนไปทั่วหุบเขา
ศิษย์ทุกคนรีบมารวมตัวกันที่ลานกระบี่เมฆาคราม
ลานหินขนาดมหึมาเต็มไปด้วยผู้คน มีทั้ง ศิษย์นอก ศิษย์ใน อาจารย์ ผู้าุโ
บนแท่นสูง ซ่งเทียนอวิ๋นยืนอย่างสง่างาม ข้างกายมีอาจารย์เหอ ผู้าุโใหญ่หลี่ชางเฟิง ผู้าุโกระบี่เมิ่งหรูซาน และผู้าุโอีกหลายคน
“อีกสามเดือน สำนักใหญ่ทั้งห้าจะจัดงานชุมนุมเยาวชน ผู้ที่ทำผลงานดีในการประลองครั้งนี้ จะได้รับทรัพยากรและสิทธิ์เข้าร่วม” ซ่งเทียนอวิ๋นประกาศ
ทั้งลานะเิเสียงฮือฮา
“ว่าอย่างไรนะ อีกสามเดือนจัดงานชุมนุมเยาวชนของห้าสำนักใหญ่งั้นหรือ? น่าตื่นเต้นเป็บ้า!”
“สำนักอิื่นเองก็มีพยัคฆ์ัหลบซ่อนอยู่ไม่น้อย สำนักเราก็อยู่อันดับกลางๆไม่ได้โดดเด่นอะไรในห้าสำนักใหญ่ ครานี้ไม่รู้ว่าศิษย์พี่หานอวี่จะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมปานไหน?”
“ฮ่าฮ่า เ้าไม่ต้องกังวลหรอก ฉายากระบี่เยือกแข็งของศิษย์พี่หานอวี่อันดับหนึ่งแห่งสำนักเราไม่ธรรมดา ไม่แน่บางที… ภายในสามเดือนนี้ เขาอาจบรรลุขั้นหลอมรวมิญญาขั้นต้นก็เป็ได้ ต่อให้สำนักอื่นจะแน่สักเพียงใด แต่ข้ามั่นใจในตัวศิษย์พี่หานอวี่”
“พวกเ้าลืมศิษย์พี่มู่หรงเจี๋ยอันดับสอง กับศิษย์พี่จินเยว่ลำดับสามไปแล้วหรือ? พวกเขาเองก็ไม่ธรรมดา บางทีอาจบรรลุขั้นสร้างแกนพลังขั้นปลายเทียบเท่าศิษย์พี่หานอวี่ภายในสามเดือนนี้ก็ได้ ทีนี้สำนักเราจะมีสามยอดฝีมือขั้นสูงถึงสามคนเลยนะ!!”
“ใช่ๆ มาลุ้นกันเถอะว่าภายในสามเดือนนี้ พวกเขาจะพัฒนาไปได้เท่าไร ข้าตื่นเต้นนัก!!”
“แต่พวกเราก็ต้องไม่ยอมแพ้นะ การประลองจัดอันดับของสำนักเราในครานี้ หากพวกเราอยากไปแสดงฝีมือนอกสำนัก พวกเราต้องทำอันดับให้ดีให้ได้เสียก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วม!”
“ใช่ ข้าไม่ยอมใครแน่ๆ การประลองจัดอันดับสำนักเราครานี้ข้าสู้ตาย หึๆ ใครเจ๋งก็เข้ามาให้หมด ข้าอี้หงไม่เคยเกรงกลัวผู้ใด!”
“บัดซบ!! อี้หง ระดับลมปราณก่อกำเนิดขั้นต้นแบบเ้าที่พังได้แค่ประตูไม้จะไปทำอะไรใครได้วะ? เ้าก็แค่ระดับอันธพาลน้อยในเมืองเท่านั้นแหละ!!”
“บัดซบใครด่าข้าอี้หงวะ?!! แน่จริงก็ออกมาดวลกันหน่อย!!”
“เงียบ!!”
เสียงของผู้าุโกระบี่เมิ่งหรูซานดังขึ้น
ทั้งลานเงียบสนิท ชนิดที่ว่าไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่นิดเดียว
“ข้าจะประกาศกฏการประลองจัดอันดับสำนักเราให้ฟัง รอบแรกจะเป็หินทดสอบพลัง พวกเ้าเพียงวางมือไว้แล้วโคจรพลังลมปราณให้สูงเท่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วหินจะส่งคะแนนออกมาให้ดูเอง!! ใครที่ได้คะแนนต่ำกว่า 30 คะแนนจะตกรอบ!! สามสิบคนที่ผ่านภารกิจของสำนักรอบก่อนมา พวกเ้าขึ้นมาทดสอบทีละคนซะ!!”
“เอาล่ะคนแรกเย่ชิงขึ้นมา!!”
“ศิษย์น้องหญิงเย่ชิงเป็คนแรกงั้นหรือ นางอยู่เพียงขั้นก่อกำเนิดลมปราณขั้นต้น จะได้คะแนนเท่าไรเนี่ย?”
เย่ชิงค่อยๆก้าวเดินขึ้นแท่นทดสอบ จากนั้นยกมือไปวางไว้ที่หินทดสอบพลัง นางเร่งพลังลมปราณจนถึงขีดสุด!
“30 คะแนน!!” ผู้าุโกระบี่เมิ่งหรูซานกล่าวขึ้น
“ฟู่…” เย่ชิงถอนหายใจอย่างโล่งอก นางเกือบจะไม่ผ่านเสียแล้ว เหงื่อของนางออกเต็มใบหน้าเนื่องจากเร่งโคจรพลังลมปราณจนเกิดขีดจำกัดไปชั่วขณะ!
“สุดยอดศิษย์น้องเย่ชิงแม้จะอยู่ในขั้นก่อกำเนิดลมปราณระดับต้นแต่กลับทำได้สูงถึง 30 คะแนน!! พลังแฝงของนางไม่ธรรมดาจริงๆ!!”
“ใช่ๆ คนต่อไปจะเป็อย่างไรนะ ฮ่าฮ่าฮ่า เสียดายมีแค่สามสิบคนที่ได้ทดสอบวัดระดับในครั้งนี้ เฮ้อ ทำไมศึกในเทือกเขาตอนนั้นข้าไม่ติดอันดับวะ อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นก็จะติดอยู่แล้ว เฮ้อ”
“กลุ่มข้าก็เฉียดเหมือนกัน เซ็งชะมัด!!”
“คนต่อไป!! หวังเทา!!” เมิ่งหรูซานกล่าวเสียงเข้ม
หวังเทารู้สึกกล้าๆกลัวๆ เขาเดินขึ้นไปบนแท่นทดสอบแล้ววางมือที่หินทดสอบพลัง จากนั้นจึงรีดเร้นพลังสุดแรงเกิดราวกับรีดเร้นพลังในการดูดนมมารดาออกมา
“43 คะแนน!! ผ่าน!!” เมิ่งหรู่ซานกล่าว
“ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าผ่านว่ะ” หวังเทายิ้มอย่างร่าเริง เขามีระดับพลังก่อกำเนิดขั้นกลาง เหนือกว่าเย่ชิงอยู่หนึ่งขั้นย่อมมั่นใจว่าตนจะผ่านอยู่บ้าง แต่ที่ต้องรีดเร้นพลังสุดแรงเกิดเป็เพราะยิ่งคะแนนสูง ในสายตาของทุกคน ตัวเขาจะยิ่งดูดี และมีค่าในสายตาของบรรดาผู้าุโต่างๆ บางทีเขาอาจได้เป็ศิษย์ส่วนตัวของาุโท่านใดสักท่านนึงก็เป็ได้!
ส่วนศิษย์ชั้นยอดคนอื่นจะได้กี่คะแนนกัน?