เช้าวันต่อมานายอำเภอหนานหัวมาขอพบกับอาจารย์ใหญ่หวัง ทำให้ชิงเว่ยเว่ยกับอาจารย์ไต้ตกลงกันที่จะสืบคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง หว่านอิ๋งอิ๋งจึงติดตามคุณหนูสี่ไปยังโรงเตี๊ยมสันติสุข
ห้องพักที่เคยมีหญิงคณิกาถูกฆ่านั้นปิดตาย ทว่าชิงเว่ยเว่ยก็ใช้เงินง้างได้ ทำให้เถ้าแก่ยินยอมที่จะเปิดห้องนั้นให้นาง ไห่ฮ่าวองครักษ์ประจำตัวของชิงเว่ยเว่ยจึงได้ลอกเอารอยมือของฆาตกรที่ทิ้งไว้ลงมา
หว่านอิ๋งอิ๋งมองเห็นหลิวเฉิงมาถึง นางก็ทำหน้าตึง
“อาจารย์ใหญ่หวังให้ข้ามาเชิญคุณหนูไปที่จวนนายอำเภอ”
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าคุณหนูอยู่ที่นี่?”
“ข้าแบ่งคนไว้สองคนคอยสะกดรอยคุณหนูกับอาจารย์ไต้น่ะสิ”
หว่านอิ๋งอิ๋งถลึงตาใส่ “นี่ท่านถึงกับเตรียมคนไว้สะกดรอยพวกเรา”
“ข้าเป็หัวหน้าองครักษ์ ย่อมต้องรอบคอบเป็ธรรมดา เ้ารีบเข้าไปเชิญคุณหนูเถิด”
ชิงเว่ยเว่ยให้ไห่ฮ่าวเป็คนเก็บหลักฐานสำคัญนั่นเอาไว้ พอไปถึงจวนนายอำเภอเด็กหญิงยิ่งตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าเพิ่งมีการพบศพที่ห้าที่ตำบลที่อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองหนานหัวนัก
...เื่นี้ถูกปิดเป็ความลับเพราะกลัวว่าชาวบ้านจะแตกตื่น...
คนทั้งหมดในขบวนเดินทางพากันย้ายไปพักในจวนนายอำเภอตามคำเชิญ หว่านอิ๋งอิ๋งกลับมาถึงห้องพักด้วยความหนักใจ ดูเหมือนคุณหนูชิงยิ่งสืบคดีก็ยิ่งเสี่ยงภัยรอบด้าน
...นี่ยังไม่ถึงจุดหมายของอาจารย์ใหญ่หวังเลยก็เห็นเค้าลางความยุ่งยากแล้ว
นางมองหาหลิวเฉิง หน้าที่ของนางต้องคอยสังเกตและบันทึกสิ่งที่หัวหน้าหลิวทำ ทว่ายามนี้เขากลับได้รับคำสั่งให้ออกไปสืบหาพยานที่เคยรู้เห็นในคดีนี้ร่วมกับอาจารย์หนุ่มทั้งสอง
“ข้าจะเข้านอนแต่หัววันสักหน่อย พรุ่งนี้เช้าค่อยเข้าไปดูศพของหญิงที่เพิ่งตาย ดูยามค่ำเกรงว่าจะไม่เห็นร่องรอยครบถ้วน”
เมื่อตอนเช้าดูเหมือนคุณหนูสี่จะมองเห็นสิ่งเหนือธรรมชาติในห้องนั้น จึงได้ไล่ให้องครักษ์ทั้งสองออกไปรอข้างนอก คราวนี้ยังบอกจะไปดูศพด้วยตนเองอีก เ้านายคนใหม่ผู้นี้ช่างน่ากลัวเสียจริง
“เ้าค่ะ คุณหนูเข้านอนเถิด”
เมื่อเข้าไปอยู่ในห้องนอน หว่านอิ๋งอิ๋งกลับลอบออกไปทางหน้าต่าง พุ่งออกจากจวนตามไปยังสำนักมือปราบ นางคาดว่าหลิวเฉิงคงกำลังจะไปดูศพ
จริงอย่างที่นางคาดไว้ องครักษ์สองคนของสกุลชิงยืนรออยู่ที่หน้าสำนักมือปราบ องครักษ์หญิงรีบลอบเข้าไปเรือนเก็บศพด้านใน บุรุษสองคนกำลังจุดเทียนส่องศพที่นอนอยู่บนเตียงไม้
“ท่านดูสิ ร่องรอยพวกนี้เหมือนกับฝ่ามือที่มีไฟอยู่ ไม่เหมือนการใช้วัตถุอื่นในการเผา”
“ฆาตกรโเี้เสียจริง นางก็เป็แค่หญิงคณิกา ยังจะทารุณนางอีก ข้าไม่เข้าใจเลยว่าเขาโกรธเคืองพวกนางมากนักหรือ? จึงได้จ้องจะฆ่าเฉพาะสตรีในอาชีพนี้” ใต้เท้าซือกล่าวอย่างสลดใจ
“คงเป็อย่างที่อาจารย์ไต้บอก ฝ่ามืออัคคีนรกนี้ ผู้ฝึกยังไม่สำเร็จวิชาเต็มที่ ดูเหมือนเขาแค่อยากลองฝีมือเท่านั้น” หลิวเฉิงมองสภาพผู้ตายด้วยความหดหู่
เมื่อเห็นว่าคนทั้งสองแยกกันที่หน้าสำนักมือปราบ หว่านอิ๋งอิ๋งก็สะกดรอยตามหลิวเฉิงไปตามถนน หัวหน้าองครักษ์หนุ่มรู้สึกระแวงอยู่แล้ว เขาลอบฟังเสียงฝีเท้าที่ตามมาข้างหลังจนแน่ใจ
‘ใจกล้าเสียจริง กล้ามาเพียงลำพังคงมั่นใจฝีมือของตนมาก’
ชายหนุ่มออกวิ่งไปในตรอกมืดซึ่งเป็เส้นทางที่จะทะลุไปยังลานสนามหญ้าริมหนองน้ำใหญ่ ทว่าเสียงเรียกด้านหลังทำให้เขาต้องชะงักเท้า
“หัวหน้าหลิว! หยุดก่อน!”
ชายหนุ่มหยุดวิ่งในตอนที่สนามหญ้าพอดี เขาหันกลับมามองสตรีในชุดองครักษ์ด้วยความงุนงง
“เ้าจะสะกดรอยข้าทำไมกัน?”
หว่านอิ๋งอิ๋งมองซ้ายมองขวาคล้ายกำลังหวาดระแวง
“ไม่มีผู้ใดติดตามท่านมาใช่หรือไม่?”
“ไม่มี ข้าสั่งให้พวกเขากลับไปเฝ้าคุณหนูที่โรงเตี๊ยม” หลิวเฉิงหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความคลางแคลงใจ “ว่าแต่เ้า...แอบตามข้ามาเช่นนี้ คงไม่คิดจะลวงมาฆ่าหรอกนะ”
“เหลวไหล! ข้าช่วยชีวิตของท่านไว้ตั้งหลายคราว” นางส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ผายมือเชิญหัวหน้าองครักษ์หนุ่มไปยังศาลาริมสระน้ำ “อันที่จริง ข้ามีเื่สำคัญจะต้องพูดกับท่าน”
หญิงสาววางกระบี่ในมือลงบนโต๊ะ ทั้งสองนั่งลงตรงข้ามกัน
“ข้าเคยบอกแล้วว่าระหว่างเราสองคน อยู่ห่างๆ กันไว้จะดีที่สุด”
“ก็อย่างที่ท่านคิด ข้ามาอยู่ในสกุลชิงนั่นเป็เพราะท่าน” สายตาของนางดุร้าย น้ำเสียงของนางดุดัน
ชายหนุ่มอึ้ง มองหน้าท่ามกลางความสลัวด้วยความสงสัย
“เป็เพราะข้า เหตุใดเล่า?”
“ท่านอ่านจดหมายฉบับนี้ก่อนก็แล้วกัน” นางยื่นเอาจดหมายส่งให้หลิวเฉิง แล้วควักเอาพลุไฟออกมาดึงออกเพื่อให้เขามองเห็นข้อความในจดหมาย
ชายหนุ่มคลี่จดหมายออกมาอ่าน แต่ยิ่งอ่าน คิ้วของเขาก็ยิ่งขมวดมุ่น
“อย่าบอกนะว่าเ้าเป็บุตรสาวสกุลหว่านที่ท่านพ่อข้า...”
“ก็ใช่น่ะสิ! ข้าจึงต้องมาหาท่าน”
“มาหาข้าอย่างนั้นหรือ? มาหาด้วยเหตุใด? ในเมื่อบิดาของเ้ายอมรับหมั้นไปแล้ว ยังมีสิ่งใดต้องทำอีก?”
“ข้าอยากถอนหมั้น!”
“ข้าก็เหมือนกัน!”
“ดี! ถ้าอย่างนั้นท่านก็เขียนจดหมายกลับไปบอกเหล่าหลิวของท่านถอนหมั้นให้ข้าที”
“ไม่มีทาง เป็เ้าต่างหากที่ต้องบอกเหล่าหว่านบ้านเ้าให้เป็ฝ่ายถอนหมั้นแล้วก็คืนของหมั้นทั้งหมดให้สกุลหลิว”
“ไม่ได้ เื่นี้ข้าคุยกับท่านพ่อของข้าแล้ว ขอเพียงฝ่ายท่านยอมถอนหมั้น ท่านพ่อข้าจึงจะอนุญาต ใต้เท้าหลิวมีพระคุณยิ่งใหญ่ ท่านพ่อของข้าไม่อาจจะปฏิเสธได้”
“แล้วเ้าคิดจะให้ข้าเป็ฝ่ายผิดเพื่อจะได้ของหมั้นทั้งหมดใช่หรือไม่?”
“ขอเพียงท่านเขียนจดหมายบอกทางบ้านว่าจะเป็ฝ่ายถอนหมั้น ทรัพย์สินทั้งหมดข้ายินดีจะคืนให้ท่านทั้งหมด”
“ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ ท่านพ่อของข้าเป็ถึงหัวหน้ามือปราบที่ยึดถือคุณธรรม รักษาสัจจะยิ่งกว่าสิ่งใด ในเมื่อเขาตกลงกับเหล่าหว่านเอาไว้ หากว่าข้าไม่ยอมรับ ก็เท่ากับเป็ลูกอตัญญู เอาเถิด ถือว่าข้ายอมเสียเปรียบ ขอเพียงเ้าเขียนจดหมายถอนหมั้น ข้าเป็ถึงหัวหน้าองครักษ์ จะใจกว้างยกของหมั้นทั้งหมดให้แก่เ้า”
“นี่ท่าน! เหตุใดจึงเข้าใจยากเย็นนัก?”
“เ้าต่างหากที่ยังไม่จักสกุลหลิวของข้าดีพอ ในเมื่อท่านพ่อข้าไปหมั้นเ้าเขาย่อมไม่ฟังความคิดเห็นของข้าแน่ หากข้าปฏิเสธโทษของข้ามีสถานเดียวคือตัดขาดจากสกุล”
“เอ๋? เหล่าหลิวโหดถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“แน่นอนเพราะฉะนั้น ข้าจึงเป็ฝ่ายตกลงไม่ได้ ในเมื่อเ้าเป็ฝ่ายอยากถอนหมั้นก่อน เ้าไปคิดหาวิธีเองก็แล้วกัน”
หลิวเฉิงยิ่งพูดก็ยิ่งอารมณ์เสีย เขาอยากจะเผาจดหมายยืนยันการหมั้นหมายในมือทิ้ง ทว่าหว่านอิ๋งอิ๋งกลับดึงกลับไปเก็บไว้ในสาบเสื้อก่อน
“หรือท่านคิดจะให้ข้าเปิดโปงเื่ของท่าน?”
“เ้า!”
“จะว่าไปข้าเองก็ช่วยชีวิตท่านถึงสองครา ท่านก็น่าจะตอบแทนบุญคุณของข้ามิใช่หรือ?”
หลิวเฉิงผงะ เหตุการณ์ในป่าละเมาะวันนั้น เป็เหตุการณ์อัปยศของเขา และเป็หว่านอิ๋งอิ๋งที่ไม่เพียงช่วยชีวิตหากแต่ยังได้เห็นร่างกายของเขาแทบจะทุกสัดส่วน
...เื่นี้...หากมีผู้รู้เข้าเขาไม่รู้จะอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าองครักษ์ได้อย่างไร?...
*******************
ไรเตอร์แนะนำ...อีบุ๊กเซ็ทเื่ "ซือซือฮองเฮาพันโฉม"
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3ODMzNyI7fQ

