ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 64 พระเอก

            เที่ยงวันในวันต่อมา

            หลิ่วเทียนฉีมองคนในอ้อมแขน เวลาสายแล้วกลับยังไม่ตื่น เขาก้มหน้าลงแล้วจุมพิตใบหน้าน้อย

            “...” เฉียวรุ่ยยังคงหลับใหล

            หลิ่วเทียนฉีเกี่ยวเส้นผมปอยหนึ่งขึ้นมา ปัดป่ายตรงรูจมูกอีกฝ่าย

            “อื้อ...” เฉียวรุ่ยขมวดคิ้ว ถูจมูกอย่างไม่สบายตัวนัก

            “เทียนฉี อย่ากวนสิ ให้ข้านอนอีกหน่อย!” เฉียวรุ่ยพึมพำประโยคหนึ่งแล้วซุกเข้าไปในอ้อมแขน กอดเอวเขาไว้

            “ที่รัก สายโด่งแล้ว พวกเราควรออกไปกินอาหารกลางวันเป็นเพื่อนท่านพ่อนะ ถ้าไม่ไป เดี๋ยวท่านพ่อจะกังวลเอา” อันที่จริง เขาไม่กลัวว่าบิดาจะกังวลความปลอดภัยของเขาหรอก แต่กลัวอีกฝ่ายบุกเข้ามาต่างหาก

            “หืม?” เฉียวรุ่ยได้ยินคำนี้ก็ค่อยๆ ลืมตาทั้งสองข้างอย่างเชื่องช้า

            “ฮ่าๆๆๆ...”

            เห็นท่าทางงุนงงอย่างน่ารักของคนรัก หลิ่วเทียนฉีก็หัวเราะเสียงใส จูบใบหน้าอีกฝ่ายอย่างรักใคร่เสียหลายที

            “เทียนฉี!” เฉียวรุ่ยมองบุรุษผู้อยู่ใกล้เพียงเอื้อม ยังสะลึมสะลืออยู่เล็กน้อย

            “แล้วเมื่อคืนล่ะ? เจ้ามีความสุขไหม?” หลิ่วเทียนฉีจุมพิตติ่งหูคนรักแผ่วเบาพลางยิ้มถาม

            “อืม มีความสุขเหมือนเทพเซียนเลย!” เฉียวรุ่ยใบหน้าแดงก่ำ เขาพยักหน้ารับ

            “ถ้าเช่นนั้น ให้ข้ารักเจ้าตลอดชีวิตดีไหม?” หลิ่วเทียนฉีมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนรัก เอ่ยถามอีกครั้ง

            “อืม!” ใบหน้าแดงเล็กน้อยพยักหน้ารับ รีบจูบใบหน้าคนรักของตนอย่างเอียงอาย

            “เสี่ยวรุ่ย!” หลิ่วเทียนฉีรวบสองแขน กอดคนในอ้อมแขนแน่น

            “เทียนฉี เจ้าเป็นอะไร? ไม่ดีใจหรือ?” เฉียวรุ่ยหนุนบ่าคนรัก เห็นใบหน้ากลัดกลุ้มของอีกฝ่ายก็ถามอย่างฉงน

            “ไม่ใช่ ข้าเพียงกลัวตนเองไม่ดีพอ จนเสี่ยวรุ่ยหันไปชอบบุรุษอื่น” พูดถึงตรงนี้ จิตใจพลันหดหู่ขึ้นมา

            มาถึงเมืองเทียนซินแล้ว อีกไม่นานเสี่ยวรุ่ยจะได้พบพระเอก คิดมาถึงตรงนี้ หัวใจหลิ่วเทียนฉีพลันรู้สึกถึงรสขมปร่า

            “เทียนฉี เจ้าพูดอะไรกัน? ไม่มีทางหรอก ข้าจะชอบผู้อื่นได้อย่างไรเล่า? ข้าเป็นคนของเจ้านะ!” เฉียวรุ่ยประคองศีรษะคนรัก มองเข้าไปในดวงตาที่อัดแน่นด้วยอารมณ์สลับซับซ้อนนั่นอย่างตื่นตะลึง

            ได้ยินเฉียวรุ่ยว่าเช่นนี้ หลิ่วเทียนฉีเม้มปาก เขยิบเข้าไปจูบริมฝีปากน้อยอย่างแผ่วเบา

            “เสี่ยวรุ่ย จำไว้ ข้ารักเจ้านะ!”

            “อืม ข้ารู้ ข้ารู้ดี เทียนฉีรักข้าที่สุด!” เฉียวรุ่ยพยักหน้าหลายหน ย่อมไม่สงสัยความรู้สึกที่คนรักมีต่อเขา

            “ลุกจากเตียงเถอะ พวกเราไปกินอาหารเป็นเพื่อนท่านพ่อที่ห้องโถงใหญ่กัน!” หลิ่วเทียนฉีโอบคนรักก่อนอุ้มขึ้นจากเตียง

            “อืม!” เฉียวรุ่ยมองเขาอย่างกังวลเล็กน้อยก่อนตอบรับเสียงเบา

            สัญชาตญาณบอกเขาว่าเทียนฉีมีบางอย่างอยู่ในใจ เทียนฉีต้องไม่สบายใจอยู่แน่!

            เมื่อล้างหน้าหวีผมง่ายๆ แล้ว ทั้งสองก็ออกจากห้องมาที่ห้องโถงใหญ่ชั้นหนึ่ง

            เวลานี้ อีกสี่คนนั่งอยู่หน้าโต๊ะเรียบร้อย เตรียมรับประทานอาหารกลางวันกันอยู่

            “น้องเจ็ด เสี่ยวรุ่ย พวกเจ้ามาแล้ว!” หลิ่วซือเห็นทั้งสองก็รีบเอ่ยทัก

            “ขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีขานตอบคำหนึ่ง เดินมานั่งฝั่งเดียวกับเฉียวรุ่ย

            “อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านพ่อ พี่สาม พี่สี่ พี่ห้าอรุณสวัสดิ์!” หลิ่วเทียนฉีก้มศีรษะ กล่าวทักทายทุกคน

            “ท่านอาหลิ่ว อรุณสวัสดิ์ขอรับ พี่สาม พี่สี่ พี่ห้าอรุณสวัสดิ์!” เฉียวรุ่ยอ้าปากทักทายทุกคนอย่างน่าเอ็นดู

            “ไม่เช้าแล้ว ตะวันโด่งแล้วล่ะ” หลิ่วอู่เหล่ตามองทั้งสองคนทีหนึ่ง ว่าขึ้นอย่างเย็นชา

            ได้ยินอย่างนั้น เฉียวรุ่ยพลันหน้าแดง

            “รีบนั่งลงกินกันเถอะ!” หลิ่วเหอมองทั้งสองอย่างอ่อนโยน ส่งสัญญาณให้นั่ง

            “ขอรับ!” พวกเขาพยักหน้าแล้วนั่งลง

            หลังเห็นทั้งสองคนนั่งเรียบร้อย พอหลิ่วเหอส่งสัญญาณให้เริ่มรับประทาน ทุกคนถึงค่อยก้มหน้า โดยเฉพาะเฉียวรุ่ย เขาเคี้ยวตุ้ยๆ กินอย่างเอร็ดอร่อยเป็นที่สุด

            สักพักหนึ่ง มีเสียงฝีเท้าเดินลงจากบันได

            เมื่อได้ยินเสียง หลิ่วซาน หลิ่วซือและหลิ่วเทียนฉีต่างเงยหน้าขึ้น มองไปที่บันไดในเวลาเดียวกัน

            เห็นผู้ฝึกตนชายสองคนเดินลงมา บุรุษที่เดินนำ ร่างของเขาสวมอาภรณ์สีน้ำเงิน มีปิ่นเงินปักผม ในมือกำกระบี่ประจำตัวที่มีกลิ่นอายโบราณเล่มหนึ่งไว้ มองขึ้นไปเป็นใบหน้าหล่อเหลา เครื่องหน้าคมชัดประดุจเซียน งดงามหาที่ติไม่ได้ และยังกลิ่นอายเยือกเย็นกับความหยิ่งทะนงที่มีมาแต่เกิด ยิ่งขับเน้นให้อีกฝ่ายโดดเด่นขึ้นไปอีก 

            ไม่ต้องให้ใครแนะนำ หลิ่วเทียนฉีที่อ่านนิยายต้นฉบับมาแล้วมองปราดเดียวก็จำได้ คนผู้นี้คือพระเอก หลันอวี่หมิง และบุรุษในอาภรณ์สีดำผู้หล่อเหลามากเช่นเดียวกันซึ่งติดตามอยู่ด้านหลังคือศิษย์น้องของเขา อวี๋ชิงโยว

            หลิ่วซานเห็นพระเอกลงมาก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ยิ้มจางๆ ให้อีกฝ่าย

            พระเอกเห็นสายตาของหลิ่วซานทอดมองมา เขาผงกศีรษะให้นิดๆ สายตาประสานกับนางเอกกลางอากาศ มุมปากแต่ละฝ่ายยกขึ้นเป็นรอยยิ้มน้อย ดูมีความนัย

            เห็นพระเอกกับนางเอกสบตากัน ส่วนพี่สี่มองอย่างหลงใหลแต่ไม่ได้รับการตอบสนอง หลิ่วเทียนฉีส่ายศีรษะเล็กน้อย ในนิยายต้นฉบับบอกว่าหลิ่วซือก็ชอบพระเอก นางถึงขั้นยอมตัดขาด กลายเป็นศัตรูกับนางเอก และท้ายที่สุด พี่น้องจึงเข่นฆ่ากันเอง นางต้องตายในมือของนางเอกไป

            เฮ้อ พระเอกนี่ ช่างเป็นชายงามที่นำมาซึ่งหายนะจริงหนอ!

            หลันอวี่หมิงพาศิษย์น้องนั่งลงที่โต๊ะว่างตัวหนึ่งซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วสั่งอาหาร

            เห็นพระเอกนั่งอยู่ด้านนี้ รับประทานอาหารกลางวันด้วยกันกับศิษย์น้อง หลิ่วเทียนฉีพลันระแวงขึ้นมาทันที เขาผินหน้ามองคนรักข้างกาย เห็นคนรักกำลังก้มหน้ากัดขาหมูอยู่

            แม้พวกหลันอวี่หมิงสั่งอาหารเรียบร้อย แต่อาหารยังไม่ยกมา ทั้งสองคนจึงดื่มชาไปพลาง มองมาทางโต๊ะของพวกเขาไปพลาง

            “ศิษย์พี่ สหายผู้ฝึกตนหญิงสามคนนั่น ใช่คนที่พวกเราพบที่โรงหินพนันเมื่อวานหรือเปล่าขอรับ?” อวี๋ชิงโยวมองเห็นพวกหลิ่วซานจึงยิ้มเอ่ย

            “อืม!” พระเอกขานตอบเสียงเรียบ

            “ฮ่าๆๆ ไม่ใช่ศิษย์พี่รู้ว่าผู้อื่นพักอยู่ที่นี่ ถึงได้จงใจวิ่งมาพักโรงเตี๊ยมแห่งนี้หรอกนะขอรับ?” อวี๋ชิงโยวชำเลืองมองศิษย์พี่ก่อนกล่าวขึ้น

            “ข้าไม่ไร้สาระปานนั้นเสียหน่อย!” พระเอกตวัดตามองอีกฝ่ายทีหนึ่ง กลอกตามองบนอย่างจนปัญญา

            “ฮ่าๆๆ ศิษย์พี่ ท่านดูสิ บุรุษสองเพศคนนั้นกินเก่งจริงเชียว!” อวี๋ชิงโยวพูดต่อ สายตาเขาจับจ้องอยู่บนร่างเฉียวรุ่ย

            หลิ่วเทียนฉีคีบอาหารให้เฉียวรุ่ยพลางเงี่ยหูฟังทั้งสองคนคุยกัน ดังนั้น เมื่ออวี๋ชิงโยวพูดจบ ใบหน้าบึ้งของเขาจึงตวัดมองไปยังโต๊ะตรงข้ามทันที

            ในเวลาเดียวกัน สายตาของพระเอกก็จับอยู่บนร่างเฉียวรุ่ยเช่นกัน

            คล้ายสัมผัสได้ เฉียวรุ่ยที่กำลังกัดขาหมูอยู่ ฉับพลันเมื่อเงยหน้าขึ้น สายตาประสานกันโดยไม่หลบหลีก

            เฉียวรุ่ยตะลึง เขามองบุรุษรูปงามที่อยู่ตรงข้าม อึ้งไปเล็กน้อย ในหัวใจคล้ายมีเสียงหนึ่งร้องเรียกให้ตนเข้าใกล้ อยากอยู่ข้างกายอีกฝ่ายอย่างไร้ที่มา

            จากนั้น เขาได้ยินเสียงหัวใจเต้นตึกตัก ราวกับเสียงยามพบคนที่ต้องใจ

            บนโลกนี้ มีรักแรกพบอยู่จริงหรือ?

            บุรุษผู้นั้นมองเฉียวรุ่ย เหมือนถูกดึงดูดอย่างไม่มีสาเหตุ คล้ายมีเสียงหนึ่งบอกให้เข้าใกล้เขา เอาเขามาไว้ข้างกาย เขาสำคัญกับเจ้ามาก!

            “เสี่ยวรุ่ย!” หลิ่วเทียนฉีถลึงตามองเฉียวรุ่ยที่มองพระเอกนิ่ง คว้าแขนอีกฝ่าย ออกแรงบีบมากจนน่ากลัว

            “โอ๊ย เจ็บ!” เฉียวรุ่ยร้อง เขาได้สติขึ้นมา พอหันกลับมาก็ประจันหน้ากับใบหน้าเขียวของคนข้างกาย

            “เทียนฉี เจ็บ เจ้าทำข้าเจ็บ!” เฉียวรุ่ยมองมือที่กำแขนตนแน่น ตอบกลับอย่างน่าสงสาร

            “ขอโทษ!” เห็นท่าทางน้อยใจอย่างน่ารักของคนรักจึงได้สติ ลนลานรีบปล่อยแขนอีกฝ่าย

            “เจ้า เจ้าเป็นอะไรไปเทียนฉี?” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักสีหน้ายังไม่ค่อยดีนัก รีบเอ่ยถามเสียงเบา

            “ไม่มีอะไรหรอก ไปเถอะ ข้าจะพาเจ้าไปกินห่านย่างหนังกรอบ” พูดพลางจูงมือเฉียวรุ่ยให้ลุกขึ้น อยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว ต้องรีบพาเสี่ยวรุ่ยออกไป

            “ที่นี่ ไม่ใช่ที่นี่ก็มีของกินหรือ?” เฉียวรุ่ยมองขาหมูที่กัดไปครึ่งหนึ่งแล้วบนโต๊ะ เขาอาลัยอาวรณ์เล็กน้อย

            “ห่านย่างนี่เป็นจานเด็ดของเมืองเทียนซิน หลังจากนี้พวกเราจากไปย่อมไม่ได้กินแล้วนะ!”

            “อ้อ! ถ้าอย่างนั้นก็ได้!” ได้ยินคนรักบอกเช่นนั้นก็พยักหน้า

            “ท่านพ่อ พวกเราไปก่อนนะขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีมองหลิ่วเหอทีหนึ่งแล้วเอ่ยเสียงเบา

            “อืม ไปเถอะ ดูแลเสี่ยวรุ่ยให้ดีเล่า!”

            “ทราบแล้วขอรับ!” หลิ่วเทียนฉีพยักหน้า ไม่รั้งอยู่สักนิด จูงมือเฉียวรุ่ยจากไปทันที

            .........

            เขาพาเฉียวรุ่ยมาถึงเหลาสุราใหญ่ที่สุดของเมืองเทียนซิน จองห้องหรูห้องหนึ่งแล้วสั่งอาหารอันโอชามาเต็มโต๊ะ

            “แค่เห็นก็น่ากินแล้ว!” เฉียวรุ่ยจ้องห่านย่างหนังกรอบที่วางอยู่ตรงหน้า อดกลืนน้ำลายอึกใหญ่ไม่ได้

            “กินเถอะ!” หลิ่วเทียนฉีฉีกขาห่านข้างหนึ่งออกมาส่งให้คนรัก

            “อืม!” เฉียวรุ่ยรับมากินคำโต มีความสุขอย่างยิ่ง

            หลิ่วเทียนฉีนั่งอยู่ด้านข้าง มองเฉียวรุ่ยกินอาหารของโต๊ะหนึ่งหมดเกลี้ยง จึงให้คนยกของว่างมาอีก

            “บุรุษผู้นั้นงามไหม?”

            “แค่กๆๆ...”

            เฉียวรุ่ยได้ยินคำพูดนั้น พลันสำลักน้ำชาเล็กน้อย

            หลิ่วเทียนฉียกมือขึ้นตบหลังให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

            “เทียนฉี?” เฉียวรุ่ยหันมา ชำเลืองมองใบหน้าถมึงทึงอย่างระวัง

            “เขางามสง่า เก่งกล้าสามารถ สุภาพอ่อนโยน ความสามารถเลอเลิศ โดดเด่นไม่ธรรมดา จริงไหม?” คำพูดเหล่านี้ ล้วนเป็นถ้อยคำชื่นชมที่เฉียวรุ่ยใช้กับพระเอกในนิยายต้นฉบับ

            “เจ้า เจ้าหึงงั้นหรือ?” เห็นหลิ่วเทียนฉีกัดฟันเอ่ยทีละคำเช่นนั้น จึงถามเสียงเบา

            “หึงมาก!” หลิ่วเทียนฉีหน้าดำ ตอบอย่างหงุดหงิด

            ได้ฟังคนรักยอมรับอย่างตรงไปตรงมา เฉียวรุ่ยกัดริมฝีปาก “ข้า ข้าก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไรไป? แค่มองเห็นเขา หัวใจข้ามันเต้นรุนแรงยิ่ง!”

            ‘เมื่อเห็นเข้าพลันตกหลุมรัก หัวใจเต้นรัว!’ ในนิยายต้นฉบับบรรยายไว้

            “เทียนฉี!” เฉียวรุ่ยรีบร้อนจับมืออีกฝ่าย เรียกชื่อเขาอย่างร้อนรน

            หลิ่วเทียนฉีมองเขาเงียบๆ ไม่เอ่ยคำพูดใดอีก

            “ขอโทษ ขอโทษนะเทียนฉี ตอนนั้นข้า ข้าไม่รู้เป็นอะไร หัวใจข้าเหมือนถูกควบคุม ไม่รู้ทำไมถึงมีความรู้สึกแบบนั้นกับเขา ข้าขอโทษ ขอโทษนะ เจ้าอย่าโกรธ อย่าโกรธข้าเลยนะเทียนฉี!” เฉียวรุ่ยจับมือเขา ลนลานอธิบายอย่างหนัก

            ตั้งแต่รู้จักกันมา เทียนฉีไม่เคยมองเขาด้วยสายตาเย็นชาเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยกันใครออกห่างพันลี้ มันทำให้เฉียวรุ่ยรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            “เด็กโง่ เจ้าต้องคำสาปเขาแล้ว!” หลิ่วเทียนฉีถอนหายใจแผ่วเบา ใจแข็งไม่ลง โอบคนรักที่มีท่าทีร้อนใจเข้ามาในอ้อมแขน

             ดุด่าคนผู้นี้ อย่างไรเขาก็ทำไม่ได้จริงๆ!

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120