หญิงสาวร่างเล็กในชุดกระโปรงยาวสีชมพูอ่อนเข้ากับธีมงาน ผมสั้นประบ่าและใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์ทำให้หญิงสาวชาวต่างชาติวัยใกล้สามสิบอย่างอัญญาหรือหยาจิ้งดูกลมกลืนกับบรรดาเพื่อนนักศึกษาที่มาร่วมงาน เธอมาเพื่อให้แน่ใจว่า “เขา” ไม่ใช่คนผู้นั้น และไม่มีความทรงจำใดๆ ระหว่างเขาและเธอ
ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติภายในห้องจัดเลี้ยงสุดหรูหรา หยางหยาจิ้งคือหนึ่งในบรรดาลูกศิษย์ที่มาร่วมแสดงความยินดี กำลังฝืนยิ้มทักทายเพื่อนในกลุ่ม มีบางครั้งที่เผลอชะเง้อมองเ้าของร่างสูงโปร่งในชุดสูทดำสนิท ซึ่งช่วยขับผิวพรรณขาวเนียนให้ดูสง่างามแม้ว่าใบหน้าเรียบเฉยแต่เขาก็ยัง “ดูดี” ขณะยืนเคียงคู่เ้าสาว เพื่อกล่าวทักทายขอบคุณแเื่ในงาน
“คังเทียนเฉียง” หนุ่มหล่ออายุน้อยแต่เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ ไม่แปลกที่เขาจะถูกหมายปองจากบรรดาหญิงสาวมากมาย น้อยคนนักจะรู้ภูมิหลังและชีวิตส่วนตัวของเขา แต่ด้วยความสามารถรอบด้านและประวัติการทำงานที่โดดเด่นด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจีนโบราณ เขาจึงถูกเชิญให้มาเป็อาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัย
“อาจารย์คังกับคุณจางเสวี่ยลี่ ช่างเป็คู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ” “ชวูเหิง” เพื่อนชายร่วมห้องเรียนหันมาพูดคุยกับบรรดาเพื่อนหญิงด้วยสีหน้า ชื่นชม หยาจิ้งเออออไปด้วยพลางจิบเครื่องดื่ม แต่ในใจครุ่นคิดจนเพื่อนเริ่มสังเกตุเห็น
“วันนี้ไม่ค่อยสบายหรือเปล่า ฉันรู้สึกว่าเธอดูแปลกๆ นะ หรือว่า...อกหักอีกคน?” ชวูเหิงกระซิบถามหยาจิ้งพลางหัวเราะคิกคักกับเพื่อนในกลุ่ม
“แกก็พูดไป อาจารย์จำฉันได้หรือเปล่าก่อน เอาจริงๆวันนี้ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย นี่ก็ว่าจะกลับละ” หยาจิ้งพูดกลบเกลื่อน
“ว้า...ไม่รอดูบ่าวสาวเขาจูบโชว์ก่อนเหรอ” เจียเหนียนเพื่อนสนิท หยาจิ้งตัดพ้ออย่างเสียดายเพราะเกรงว่าตนต้องกลับพร้อมเพื่อน ถึงแม้เธอจะไม่ใช่ลูกศิษย์ของเ้าบ่าว แต่เธอก็เป็ศิษย์เก่าของสถาบันแห่งนี้จึงคุ้นหน้าคุ้นตากับแขกภายในงาน อีกทั้งเธอและหยาจิ้งพักอยู่ห้องเดียวกันจึงเดินทางมาร่วมงานด้วย จากนั้นจะเดินทางกลับไปทำงานพร้อมกันวันมะรืนนี้
“ฉันกลับคนเดียวได้ เธออยู่ต่อเถอะ ไว้ค่อยเจอกันที่ห้อง”
“อืมมม เธอกลับคนเดียวได้แน่นะ” เพื่อนสาวแอบดีใจที่ตนได้อยู่สังสรรค์ต่อ
“ได้สิ ใกล้แค่นี้เอง ไม่ต้องเป็ห่วงจ้ะ”
“งั้นไว้เจอกันที่ห้อง บาย” เจียเหนียนโบกมือให้เพื่อนรักแล้วหันกลับไปเม้าส์กับเพื่อนในกลุ่มต่อ
หยาจิ้งแวะทักทายเพื่อนๆที่รู้จัก ก่อนเดินออกจากงาน เผลอถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อพ้นจากประตูห้องจัดเลี้ยง ไม่แม้แต่จะหันกลับมา จึงพลาดเห็นดวงตาเรียวเล็กได้รูปกำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาดุดันจากทางด้านหลัง
ภายหลังออกจากงาน หญิงสาวเดินเอื่อยๆอยู่พักใหญ่ จึงเรียกรถแท็กซี่เพื่อไปส่งยังที่พักเพียงลำพัง ร่างเพรียวบางเอนตัวพิงพนักเบาะหลังคนขับ ความเข้มแข็งพลันมลายลง แทนที่ด้วยอาการเจ็บแปล๊บไม่ต่างจากที่ ชวูเหิง พูด ‘ให้ตาย!! ไอ้น้ำตางี่เง่าหยุดไหลเสียทีเถิด เขาไม่รู้จักเราเสียด้วยซ้ำ นี่คงเป็คำสาปแช่งที่ฟ้าดินหยิบยื่นให้เพื่อลงโทษเธอ หยาจิ้ง เช่นนั้น เธอก็จงอยู่กับความทุกข์นี้ไปเพียงลำพังเถิด มันสาสมแล้วกับสิ่งที่เธอทำ’ ถอนหายใจอีกครั้ง สายตามองผ่านกระจกรถ
ยามราตรีท้องถนนเต็มไปด้วยแสงไฟจากยานยนต์ การจราจรยังคงคับคั่งแม้จะค่อนข้างดึกมากแล้ว ตลอดข้างทางเนืองแน่นไปด้วยไปด้วยสิ่งก่อสร้างสูงใหญ่
หญิงสาวชายตามองข้างทางอย่างเหม่อลอย จนไม่ทันสังเกตุเห็นสายตาอีกคู่กำลังเหลือบมองผ่านกระจกด้านหน้าคนขับ ชายชราจับจ้องเธออยู่สักพักก่อนเอ่ยปากชวนคุยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
“คุณผู้หญิงเป็ชาวต่างชาติหรือขอรับ”
“ใช่ค่ะ ฉันมาเรียนหลักสูตรระยะสั้นที่นี่”
“ออครับ ภาษาของคุณค่อนข้างดีทีเดียว”
“ขอบคุณค่ะ ฉันมาเรียนภาษาเพิ่มเติมด้วย แล้วก็โชคดีที่เพื่อนเป็เ้าของภาษา”
“ดีเลยจะได้มาเที่ยวที่นี่บ่อยๆ ยินดีต้อนรับครับ ฮ่าๆๆ” ชายชราพูดพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
หญิงสาวยิ้มเออออไปกับคนขับ ในใจคิดว่าเธออาจจะไม่กลับมาอีกแล้ว “ที่นี่” เธอมีเื่ราวน่าจดจำ แต่ทว่าความทรงจำนี้จะทิ่มแทงหัวใจเธอไปชั่วชีวิต
“แล้ว...คุณผู้หญิงนึกยังไงถึงมาเรียนที่นี่ครับ เอ่อ...คือ...ผมหมายถึง มีที่เรียนเยอะแยะทำไมถึงเลือกที่นี่น่ะครับ”
“เป็ความบังเอิญค่ะ” พูดพลางนึกย้อนถึงเหตุการณ์ที่ผลักดันเธอให้มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้ ...เรียกว่าหนีมา “พักใจ” ก็ไม่ผิด
‘ชีวิตคนเราบางครั้งก็ยากจะคาดเดา’... ั้แ่เล็กจนโต เธอใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง เดินตามกรอบที่พ่อแม่วางไว้ เพราะเชื่อมั่นเสมอว่า พ่อแม่มีแต่จะหยิบยื่นสิ่งที่ดีที่สุดให้เสมอ และก็เป็เช่นนั้น เธอเติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการเรียนที่โดดเด่น และหน้าที่การงานที่ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ใครจะคิดว่าผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบเช่นเธอ กลับบกพร่องในการเลือกคู่ครอง เนื่องจากการเลี้ยงดูที่เข้มงวดอยู่ในกรอบ เธอจึงเก่งกาจในด้านการศึกษาแต่ไม่เคยเรียนรู้วิชารักจึงไร้ประสบการณ์ด้านความสัมพันธ์กับเพศตรงข้ามโดยสิ้นเชิง
“จอม” คือผู้ชายคนแรกและคนเดียวที่เข้ามาในชีวิต หยาจิ้งเฝ้าถามตัวเองว่าบกพร่องตรงไหน มีสิ่งใดที่ผิดพลาดเกี่ยวกับตัวเธอ จึงทำให้จอม ชายหนุ่มธรรมดาๆ ที่เธอคิดว่า ‘ผู้ชายคนนี้แหล่ะดีที่สุดแล้ว’ กลับกลายเป็ว่า ‘ผู้ชายคนนี้แหล่ะที่นำความอัปยศมาให้เธอและครอบครัว’ ในวันแต่งงาน...
กลิ่นหอมเย็นประหลาดลอยมาััปลายจมูก หญิงสาวพลันหยุดความคิดฟุ้งซ่าน ‘คงไม่ใช่ยาสลบเพื่อจะชิงทรัพย์หรอกนะ’ เธอฉุกคิดเปรยตามองชายชราด้านหน้า
“นี่กลิ่นอะไรคะคุณลุง ฉันรู้สึกเหมือนเคยได้กลิ่นแบบนี้ที่ไหนสักแห่ง แต่นึกไม่ออก”
‘แปลก...เมื่อครู่ยังชวนเราคุยอยู่เลย ตอนนี้กลับนั่งหน้านิ่ง หรือจะเป็โจรวางยาสลบแล้วปลดทรัพย์!! แต่เขาก็ไม่ได้ขับรถออกนอกเส้นทางนะ เส้นทางก็ไม่ได้เปลี่ยวอะไร หรือเราคิดมากไปเอง แต่...กันไว้ก่อนส่งข้อความไปบอกเพื่อนไว้ เผื่อเกิดอะไรขึ้น หลังจากที่เคยเจอเื่ประหลาดเหนือธรรมชาติมาแล้ว เธอคงไม่มาจบชีวิตแบบนี้หรอกน่า...หยาจิ้งเอ้ย!หยาจิ้ง’
“ถึงแล้วครับคุณผู้หญิง”
หยาจิ้งเดินลงจากรถรู้สึกโล่งอกแต่ก็อดขำตัวเองไม่ได้ นี่หล่อนเป็คนขี้กลัวขวัญอ่อนขนาดนี้เลยเหรอ ยังไงก็เถอะ กลิ่นประหลาดนั่นมันช่างคุ้นเคย และก็ทำให้เธอรู้สึกวิงเวียนจนต้องค่อยๆ พยุงตัวเดินเข้าไปภายในโรงแรม ทว่า...ร่างกายเริ่มโอนเอนทำท่าว่าจะล้ม...กระทั่งลำแขนแข็งแรงของใครบางคนพุ่งเข้าประคองเรือนร่างบอบบางได้ทัน
ลมหายใจแ่เบากระทบผ่านเปลือกตาหญิงสาวที่เอี้ยวตัวกลับมามองเ้าของอ้อมกอดนั้น ‘เทียนเฉียง อุ๊ย อาจารย์ คัง’ เธอจำไม่ผิดแน่ๆ หญิงสาวยกแขนขึ้นผลักชายหนุ่มออกห่างทันที ตั้งสติได้จึงพยายามก้มหน้าหลบด้วยความใ เมื่อเห็นใบหน้าแดงก่ำแววตาแข็งกร้าวของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็เ้าบ่าวในค่ำคืนนี้
“อาจารย์มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรคะ?”