พลิกเกมล่า ท้ามฤตยู

    ตอนที่ 29 สูญหายไปพร้อมภารกิจ ( อวสาน )

           เวลาใกล้ตีสามชายหัวเกรียนสี่คนเหลือเพียงคนเดียว นั่งฟุบอยู่กับโต๊ะที่กินเหล้าอีกสามคนยังมองไม่เห็น ส่วนในบ้านก็ปิดไฟเงียบสนิท ทั้งสองรีบวิ่งเข้าไปที่บ้านหลังนั้นทันที โดยพรานวิ่งนำหน้าขุนเว้นระยะห่างประมาณสิบก้าว พรานไปยืนอยู่หลังไอ้คนที่นั่งฟุบหลับคาโต๊ะ ขุนวิ่งเลยไปที่โรงจอดรถส่งสัญญาณบอกพรานว่า นอนในกระบะรถหนึ่งคนแล้วนอนพื้นโรงจิดรถสองคน กร๊อบ พรานบิดหักคอไอ้คนที่หลับฟุบคาโต๊ะทันทีที่เห็นสัญญาณจากขุน แล้ววิ่งไปนั่งยองๆตรงหัวไอ้สองคนที่นอนหลับที่พื้นโรงรถ กร๊อบ กร๊อบ ขุนกับพรานจับไอ้สองคนนั้นบอดหักคอเกือบพร้อมกัน เขาทั้งสองลุขึ้นยืนจะเดินไปจัดการไอ้คนที่นอนอยู่ในกระบะรถ ก็ต้องรีบหลบเพราะไอ้นั่นมันตื่นแล้วลุกขึ้นมาพอดี มันโงนเงนลงจากกระบะรถแล้วเดินออกไปยืนเยี่ยวที่ริมรั้ว พรานส่งซิกให้ขุนตามไปจัดการ วิ่งเหยาะตามไปยืนอยู่ข้างหลังมันแล้วก็ กร๊อบ เวรยามพวกนี้กำจัดได้อย่างง่ายดายกว่าที่คิดไว้ พรานเดินเข้าไปยืนชิดกำผนังข้างประตู เขาเอื้อมมือไปเอาลวดไขลูกบิดเบาๆ ล็อคมันไม่หลุกง่ายๆเขายืนไม่ถนัดต้องเอี้ยวตัวยื่นมือไปสะเดาะกุญแจ ตามประสบการณ์ที่เคยผ่านมาเขาไม่กล้าไปยืนตรงประตูเต็มตัว แกร๊ก เสียงล็อคลูกบิดหลุด เปรี้ยงงงง เปรี้ยงงง พรานรีบชักมือออกจากประตูทันทีที่มีเสียงปืนดังมาจากในบ้าน ขุนชักปืนหันไปยิงหลอดไฟหน้าบ้าน เปรี้ยงงง หลอดไฟแตกกระจายบริเวณนั้นมืดลง เหลือแต่แสงไฟที่ติดตามเสาทางเข้าและรั้วบ้าน พรานชี้ที่ขุนแล้ววนนิ้วไปทางด้านหลังบ้าน ขุนรีบวิ่งอ้อมไปทางที่บอกทันที เปรี้ยงงง ขุนยิงไปที่ประตูหลังบ้านที่กำลังแง้มออกมา ปึง ประตูถูกดึงกลับปิดสนิทเหมือนเดิม เสียงปืนเงียบไปไม่มีใครยิงอีกทั้งคนที่อยู่ข้างนอกข้างใน


           พรานก้มหลังวิ่งไปยืนที่มุมบ้านทำให้มองเห็นทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ขุนก็เช่นกันวิ่งไปยืนมุมตรงข้ามเห็นทั้งด้านหลังและด้านข้าง ต้องรีบเผด็จศึกไม่เช่นนั้นตำรวจท้องที่มาแล้วทุกอย่างจะพลาดไปหมด พรานก้มลงไปหยิบก้อนหินเดินออกไป ให้มีมุมที่จะปาหินเข้าไปที่หน้าต่างกระจก เพล้งง เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ เสียงปืนยิงสวนมาทันทีที่กระจกหน้าต่างแตก ขุนยิงใส่เข้าไปทางหน้าต่างด้านข้างที่เขาคุมเชิงอยู่ เปรี้ยงงงง เพล้งงงง สิ้นเสียงกระจกแตกคนข้างในก็ยิงสวนกลับมาสี่นัดซ้อน เปรี้ยงงง ๆ ๆ ๆ แล้วก็เงียบไปอีก พรานก้มหลังวิ่งกลับไปทางโรงจอดรถ ปลดเกียร์รถเข็นให้ถอยออกไปจนหลังเก๋งตรงชายคาพอดี เขาก็ปีนขึ้นไปบนหลังคาโรงจอดรถ เดินเหยียบลอนกระเบื้องไปยืนชิดผนังชั้นสอง แล้วปีนข้ามไปยืนบนระเบียงชั้นสอง ค่อยๆเอื้อมมือไปเอาลวดสะเดาะกุญแจประตูระเบียง แกร๊ก สะเดาะได้แล้วก็ยืนเงียบไม่ผลีผลามเข้าไป ขุนเห็นว่าพรานเงียบไปผิดปกติก็คิดว่าพรานคงหาทางอื่น เขาก็ต้องถ่วงเวลาดึงความสนใจของคนในบ้าน เปรี้ยงง ๆ ๆ ขุนวิ่งไปยิงเข้าทางหน้าต่างข้างบ้านสามนัด เปรี้ยงง ๆ ๆ  เปรี้ยงง ๆ ๆ ๆ เสียงปืนยิงสวนสวนออกมาสองกระบอก เพราะเสียงดังมาคนละจุดกัน พรานได้ยินเสียงปืนข้างล่างก็รีบเข้าไปในบ้านทันที เขาไปยืนหน้าตู้คอนโทรลไฟฟ้าแล้วดึงเบรคเกอร์ลง ไฟดับมืดมิดไปทั้งหมดทั้งไฟร้วและไฟที่เสาทางเข้า เขาดึงกระป๋องระเบิดควันออกมาสองลูก แล้วโยนลงผ่านช่องบันไดไปชั้นล่าง คลึ่ก ๆ ๆ ๆ  คลึ่ก ๆ ๆ ๆ เสียงระเบิดควันกลิ้งลงพื้น ด้วยความมืดจึงไม่รู้ว่าปาเข้ามาทางไหน เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ  เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ  เสียงปืนสองกระบอกชั้นล่างยิงไปตามเสียงที่ดัง "เฮ้ย ระเบิดควันขึ้นบนเร็ว" เสียงผู้กำกับชาติชายตะโกนบอกรองผู็กำกับเทิดศักดิ์ ขุนได้ยินชัดเจนก็ยิงปืนไล่ทันที เปรี้ยงง ๆ ๆ สองนายตำรวจชะงักนิดหนึ่งก่อนยิงสวนกลับไป เปรี้ยงง ๆ ๆ ๆ  เปรี้ยงง ๆ ๆ ๆ ยิงเสร็จก็รีบวิ่งตามกันขึ้นบันไดไปชั้นสอง ตึ้ก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ พอถึงชั้นสองขั้นบนสุดพรานก็กระโดดถีบเต็มหน้าอก ของรองผู้กำกับเทิดศักดิ์ที่วิ่งนำหน้าขึ้นมาเต็มแรง พลั่ก "โอ๊ยยยยย" รองผู้กำกับเทิดศักดิ์ร้องเสียงดังด้วยความตกใจ แล้วก็หงายหลังไปกระแทกผู้กำกับชาติชายกลิ้งลงไปพร้อมกัน พรานดันเบรกเกอร์ไฟฟ้าขึ้นก่อนวิ่งตามลงไป เห็นขุนยืนเอาปืนจ่อหัวสองนายตำรวจรออยู่แล้ว "ยานอนหลับ" พรานตะโกนขุนก็ประเคนแข้งใส่เต็มหน้าผู้กำกับชาติชาย พลั่ก "อั๊ค" มีเสียงร้องสั้นๆของผู้กำกับชาติชายแล้วก็เงียบไป ส่วนรองผู้กำกับเทิดศักดิ์หงายท้องกลิ้งลงไปก็เกือบจะหมดสติอยู่แล้ว แต่ก็พยายามดึงสติกลับมาอย่างงัวเงียสะบัดหัวไปมา พลั่ก ขุนให้ยานอนหลับฟุบไปอีกคน "ช่วยกันเอาขึ้นรถมันนี่แหละ แล้วขับกลับกันคนละคัน" พรานบอกแล้วก็ลงไปช่วยกันเอาสองนายตำรวจยัดใส่รถ โดยไม่ลืมที่จะเอาสายเคเบิ้ลไทร์รัดมือรัดขาไว้อย่างแน่น ขุนขับรถออกไปพรานขึ้นไปถอดเซิร์ฟเวอร์กล้อง แล้ววิ่งออกไปทางรถที่จอดไว้ขับตามขุนไปจุดหมายคือคฤหาสถ์เก่าหลังนั้น


           ชัยโทรติดต่อผู้การภาค6อาของเขา ผู้การส่งคนไปรับตัวเลขานุกูลกับ ส.ส.พิชาญเพื่อรอทำเรื่องส่งฟ้องศาล และหนังสือย้ายผู้กองเดชาเข้าประจำการที่สำนักงานใหญ่พร้อมลูกน้องทั้งหมด เตรียมรับการเลื่อนยศเป็นพันตำรวจตรีหลังจากปิดคดีภารกิจของชัยแล้ว ส่วนชัยก็รอเลื่อนขั้นเป็นผู้กองเช่นกัน ในบ้านของพ่อกระแตคงเหลือแค่ชัย จุ๋ม ปราง ณิชา อาหมวยและแม่ของปราง ทุกคนรอฟังข่าวจากขุนอย่างใจจดใจจ่อ ขุนขับรถเข้าจอดที่คฤหาสถ์เก่า พรานก็ตามเข้าไปจอดข้างๆแล้วช่วยกันเอาสองนายตำรวจเข้าไปข้างใน ความแค้นเรื่องที่สองนายตำรวจทำกับอิ๋ว มันพลุ่งพล่านในใจขุนตลอดทางที่ขับรถมา เขาจับทั้งสองแก้ผ้านอนหงายข้างๆนายอำนวย และสารวัตรไชยยันต์ก็โดนมัดอยู่ด้วยกัน ซ่าาาา ซ่าาาา น้ำสาดเข้าหน้านายตำรวจทั้งสอง เมื่อโดนน้ำเข้าไปเต็มหน้าก็รู้สึกตัวฟื้นขึ้นมา ขุนยืนจ้องหน้าอยู่ก่อนแล้ว "พวกมึงทำกับอิ๋วยังไงบ้างวะ กูจะสนองตามที่มึงชอบ" มันสองคนเสียววาบไปถึงหัวใจ นายอำนาจและตำรวจตระเวณชายแดนอีกสองคนนั่งมองอยู่ห่างๆ พรานเดินไปเปิดเบียร์กระป๋องยกดื่มแล้วจุดบุหรี่สูบ ยืนดูอยู่ห่างๆเหมือนกัน "กูถามทำไมไม่ตอบ" ขุนถามอีกครั้ง สองนายตำรวจเงียบกริบไม่กล้าพูดอะไรออกมา หน้าซีดเผือดแววตาออกอาการกลัวอย่างมากเมื่อรู้ว่าท่อนล่างเปลือยอยู่ ขุนเดินไปหยิบฆ้อนเก่าๆที่วางอยู่ตรงตู้โชว์เก่าๆ เขาเดินกลับไปที่สองคนอย่างช้าๆ ผู้กำกับชาติชายตาแทบจะเหลือกถลนออกนอกเบ้า "ผมยอมรับผิดแล้วครับ อย่าทำผมเลยผมยอมสารภาพทุกอย่าง" คำอ้อนวอนของผู้กำกับชาติชายทำให้รองผู้กำกับเทิดศักดิ์พูดตามบ้าง "ผมด้วยครับ ผมจะสารภาพทุกอย่าง ขอไปชดใช้กรรมในคุก" ขุนเหมือนจะไม่ได้ยินคำอ้อนวอนของพวกมัน มือซ้ายกระชากไม่ระแนงลูกกรงขนาดสองนิ้วคูณสองนิ้ว ยาวหกสิบเซ็นติเมตรที่หลุดห้อยอยู่ เขาเดินเข้าไปเอาปลายไม้กดไว้ที่โคนเจ้าโลกของผู้กำกับชาติชาย "อย่าาาาา" แล้วเอาฆ้อนตอกลงที่ไม้อย่างแรง โป๊กก "อ๊าคคคคตคคค" ผู้กำกับชาติชายร้องเสียงยาวน้ำตาไหลด้วยความเจ็บปวดจนสลบไป ทุกคนเบือนหน้าหนียกเว้นพรานนั่งดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนรองผู้กำกับรุกรี้รุกรนด้วยความกลัวสุดขีด "ผมกลัวแล้วครับ ผมกลัวแล้วอย่าทำผมเลย" ขุนไม่ได้ยินเสียงอ้อนวอนอันสั่นเครือของมัน เอาปลายไม้กดไปที่เจ้าโลกของรองผู้กำกับเทิดศักดิ์ "ไม่นะครับ อย่าทำผม อย่าาาาา ... อ๊าคคคคคคคค" โดนเหมือนกับทุกประการ รองผู้กำกับเทิดศักดิ์ก็สลบไปอีกคนด้วยความเจ็บปวดสุดขีด นายอำนวยนั่งมองหน้าซีดเผือดเพราะมีส่วนร่วมด้วยเหมือนกัน ขุนมองไปทางสารวัตรไชยยันต์ "ว่ายังไงสารวัตร จะยินดีเป็นพยานหรือว่าไม่อยากเป็น" ... "เป็นครับ ผมยินดีสารภาพทุกเรื่องที่ทำและได้รับคำสั่งมา" สารวัตรไชยยันต์ตอบเสียงรัว "ผมก็ยินดีเป็นพยานด้วยครับ" นายอำนวยรีบบอกแต่ขุนส่ายหน้า แล้วมองไปทางพรานเพื่อขอความเห็น พรานก็มองไปทางนายอำนาจอีกที "พวกคุณบอกว่าจะปล่อยให้ผมไปจากเมืองไทยกับเมียผม ถ้าไอ้นวยเป็นพยานมันก็จะดึงผมเข้าไปด้วย" นายอำนาจบอกเชิงปฏิเสธ นายอำนวยรีบหันกลับไปหานายอำนาจ "ผมสาบานเลยครับพี่ ต่อไปนี้ผมจะไม่หักหลังพี่อีก" ขุนสั่งให้ตำรวจตระเวณชายแดนสองคน พาสารวัตรไชยยันต์ไปขึ้นรถที่จอดไว้ออกซอย แล้วให้ไปสมทบกับผู้กองเดชาเลยไม่ต้องรอ นายอำนาจก็เดินออกไปจากคฤหาสถ์ ไปที่ห้องเครื่องที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย ทุกคนไปกันหมดแล้วพรานพยักหน้าให้ขุน ขุนก็ดึงมือถือมากดโทรออก สักพักปลายสายก็รับ "สวัสดีครับท่าน ตอนนี้ทุกคนโดนจับหมดแล้วครับ ผมรอให้เอารถมารับตามโลเกชั้นที่ผมส่งให้ได้เลยครับ" ขุนพยักหน้าให้พรานก่อนวางหู แล้วทั้งสองก็เดินไปหยิบเบียร์ใส่ถุงเดินออกไปด้านหลัง "เดี๋ยว จะไปไหนกันครับ พาผมไปด้วย" ขุนมองนายอำนวย "นั่งรอให้ทหารเอารถมารับอยู่ตรงนี้แหละ" พูดจบขุนก็เดินไปนั่งกินเบียร์กับพรานตรงประตูด้านหลัง เปิดเบียร์กระป๋องที่สามก็มีเสียงรถวิ่งเข้ามาไกลๆ แล้วก็ดับเครื่องไม่ยอมเข้ามาที่คฤหาสถ์ที่เปิดไฟรออยู่ ขุนกับพรานหันมาพยักหน้าให้กันสักพักก็ได้ยินเสียง วี๊ดดดดด บึ้มมมมมม   วี๊ดดดดดดด บึ้มมม   วี๊ดดดดดด บึ้มมมมมมมมม   วี๊ดดดดดด บึ้มมมมมมมมม   วี๊ดดดดดดดดด บึ้มมมมมมมมมมม อาร์พีจีห้าลูกติดๆลงที่คฤหาสถ์ จนเลี่ยนเตียนโล่งแม้แต่เสาก็ไม่เหลือไว้ให้เห็น ไม่ใช่ฝีมือสมัครเล่นอย่างแน่นอน ยิงลงห้าจุดอย่างเหมาะเหม็งแบบนี้ มีแต่ทหารเท่านั้นที่ทำได้ดีที่สุด ฝุ่นยังคละคลุ้งพวกที่ยิงก็พากันเดินถือM16 เดินเข้ามาดูผลงานชิ้นโบว์แดงของตน แล้วพากันเดินออกไปสักพักก็ได้ยินเสียงรถขับออกไปสองคัน ขุนกับพรานที่แอบอยู่หลังห้องเครื่อง เห็นเหตุการทั้งหมดรวมทั้งคนที่เป็นหัวหน้าในการยิงครั้งนี้ด้วย "มึงรู้จักหรือเปล่าวะ" พรานถามขุนก็พยักหน้า "ครูฝึกกูที่โรงเรียนนายเรือ" ขุนกับพรานไม่คุยกันนานก็ลงไปห้องใต้ดิน นายอำนาจนั่งอยู่คนเดียวส่วนสารวัตรไชยันต์ นั่งอยู่กับสองตำรวจตระเวณชายแดนอีกมุม "คุณจะให้ผมไปส่งที่ไหนครับ ผมจะเข้าไปบ้านหลังนั้นขนเงินกับทองแท่งมาให้" พรานถามและบอกเรื่องเงินที่นายอำนาจเก็บไว้ในเซฟเฮ้าส์ "เอาทองมาให้ชั้นอย่างเดียวก็พอ ส่วนเงินทั้งหมดนายก็เอาไปตามที่ตกลงไว้ นายจะเอาไปทำอะไรก็ตามแต่เถอะ" นายอำนาจยังคงยืนยันคำที่เคยบอกในครั้งแรก "เงินเป็นร้อยล้านเลยนะครับ คุณจะไม่เอาไปเลยเหรอ หรืออยากจะให้ผมเอาไปทำอะไรก็บอกมาได้นะครับ" พรานยังคะยั้นคะยอแต่นายอำนาจส่ายหน้า "นายควรให้รางวัลทีมที่มาช่วยนาย และที่เหลือนายน่าจะเก็บไว้ใช้จ่ายเรื่องทำภารกิจช่วยคนต่อไป ดูท่าทางแล้วขุนเพื่อนนายคงจะกลับเข้าไปที่เดิมไม่ได้แล้ว" พรานหันมองไปทางขุน "มึงว่าไงวะขุน จะลุยต่อกับกูหรือเปล่า ส่วนไอ้ชัยกูว่าปล่อยให้มันกลับไปรับราชการต่อจะดีกว่า" ขุนยิ้ม "ได้เลยเพื่อน กูก็คิดไว้เหมือนกันเรื่องไอ้ชัย มึงคิดได้ตรงใจกูจริงๆเลยว่ะ แต่กูคงต้องหายสาบสูญไปจริงๆแล้วหล่ะงานนี้" ขุนตอบกลับไปตามที่คิดไว้ พรานก็พยักหน้า "เอาอย่างนี้เถอะ พวกเราไปที่เซฟเฮ้าหลังที่เก็บทองของคุณอำนาจกันเลยดีกว่า แล้วมึงอยู่กับคุณอำนาจ กูจะไปรับเมียคุณอำนาจมาพาไปส่งตามที่คุยกันไว้ กลับมาแล้วมึงเข้าไปจัดเจ้านายมึง ครูฝึกมึงเดี๋ยวกูจัดให้เอง" ขุนยกมือขึ้นมาพรานก็จับทั้งสองยิ้มให้กันอย่างลูกผู้ชาย 


           พรานจัดการเอาเงินที่นายอำนาจให้ไว้ ไปมอบให้ตำรวจตระเวณชายแดนที่มาช่วยทุกคน โดยให้คนละล้านส่วนผู้กองเดชาได้ห้าล้าน ทางผู้การภาค 6 ให้คนรับสารวัตรไชยยันต์ไปสอบปากคำ เตรียมส่งฟ้องศาลพร้อมกับเลขานุกูลและ ส.ส.พิชาญ โดยกันสารวัตรไชยยันต์ไว้เป็นพยานปากเอก เพื่อป้องกันการบิดพริ้วของเลขานุกูลและ ส.ส.พิชาญ ข่าวเรื่องการส่งฟ้องศาลครั้งนี้เงียบสนิท ไม่มีการเล็ดรอดออกไปแม้แต่น้อย เพราะชุดสอบสวนเป็นคนสนิทของผู้การภาค 6 ทุกคน 


           พรานไปหาครูฝึกของขุนที่บ้านพักตามพิกัดที่ขุนบอก ครูฝึกคนนั้นกลับเข้าบ้านพักอาบน้ำแต่งตัวไปฉลองความสำเร็จ ที่ทำภารกิจเคลียร์พื้นที่ไม่เหลือแม้แต่ซากได้เรียบร้อยหมดจด แต่งตัวเสร็จเดินไปที่ห้องรับแขก เพื่อเอากุญแจรถเบนซ์คันใหม่ที่เจ้านายเพิ่งซื้อให้ "จะไปไหนหรือครับผู้พัน" ครูฝึกนักเรียนนายเรือสะดุ้งเฮือก "คุณเป็นใครเข้ามาในบ้านผมได้ยังไง" พรานจุดบุหรี่สูบพ่นควันออกมาช้าๆ "เป็นคนที่คุณยิงอาร์พีจีใส่เมื่อสี่ห้าวันก่อนไงล่ะครับ" สีหน้าของครูฝึกเปลี่ยนไปจากชื่นมื่นในตอนแรก กลับเป็นคนสีหน้าอมทุกข์ขึ้นมาฉับพลัน เขาขยับตัวจะกระโดดให้พ้นจากห้องรับแขก เพราะจะไปกินเลี้ยงบ้านเจ้านายเลยไม่คิดจะพกปืนไปด้วย ฟุ่บ ฟุ่บ ปืนขนาด 9 มม.ปากกระบอกใส่ไซเรนเซอร์เก็บเสียง ก็ถูกยิงออกมาสองนัดเข้าสีข้างและขาอ่อนล้มลง "โอ๊ยยย" พรานลุกขึ้นเดินไปหาครูฝึกคนนั้น "คราวหน้าถ้าทำภารกิจแล้ว อย่าดูเฉพาะจุดที่ยิงรู้มั้ย ควรเดินตรวจบริเวณใกล้เคียงด้วย สะเพร่านะเราเนี่ย" ฟุ่บ ฟุ่บ เขายิงใส่หน้าอกหนึ่งนัดเข้าหน้าผากอีกหนึ่งนัด แล้วเดินออกไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นายทหารระดับพลเอกนักชนแก้วดื่มไวน์ กับเพื่อนอีกสองคนดื่มกันอย่างมีความสุข "ทุกอย่างจบไปด้วยดี เสียดายแต่แม่พิมพ์แบงก์ แต่โอกาสปิดเกมง่ายๆแบบนั้นมันหายาก ต้องตัดใจเรื่องแบงก์ปลอมไปก่อน รอแม่พิมพ์ชุดใหม่มาค่อยเอามาพิมพ์ก็ยังไม่สาย ฮ่า ๆ ๆ" นายพลพูดอย่างอารมณ์ดี หนึ่งในนั้นยิ้มแล้วพูดว่า "เรื่องสูตรน้ำหมึกไม่มีปัญหา กระดาษก็รู้ที่ซื้อแล้ว แกหาคนพิมพ์เป็นมาก็พอ ฮ่า ๆ ๆ" พูดจบก็ชนแก้วกันอย่างมีความสุข "ลูกน้องที่แกส่งไปมันเก่งยอมรับเลย แต่มันโง่ไปหน่อยว่ะถึงได้ตายไม่เหลือแม้แต่ซาก ข่าวออกกันทุกช่องว่ามีเศษเนื้อเศษกระดูกของคนหลายคน แต่จับมือใครดมไม่ได้ดีจริงๆ" นายพลยิ้มแล้วเอานิ้วชี้ที่ขมับ "นี่ไงมันต้องใช่ไอ้นี่บวกอำนาจบวกเงิน แล้วสั่งให้มันออกข่าวว่าถังแก๊สระเบิด แค่นี้เรื่องก็จบ ฮ่า ๆ ๆ" ทั้งสามหัวเราะกันร่วน "มีความสุขกันจริงๆเลยนะครับท่าน" เสียงทักทายทำให้ทั้งสามหยุดหัวเราะโดยอัตโนมัติ นายพลผู็เคยเป็นเจ้านายของขุนหันมองตามเสียง ก็หน้าเปลี่ยนสีเมื่อเห็นขุนยืนอยู่ "อ้าว สิงขร มานั่งด้วยกันสิมา มาฉลองความสำเร็จของคุณด้วย ผมทำเรื่องให้แล้วนะ คุณได้เลื่อนขั้นเป็นเรือเอก มา ๆ" ปากคุยกับขุนตาก็เหลือบมองไปทางหน้าต่าง "ไม่ต้องมองหาทหารรับใช้หรอกครับ มันกำลังนอนฝันหวานอยู่ ส่วนพวกคุณไปเข้าเฝ้าท่ายมเถอะนะครับ" ฟุ่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ขุนรัวไปสิบห้านัดหมดแม็กผ่านท่อเก็บเสียง ทั้งสามนอนจมกองเลือดไปเข้าเฝ้าท่านยมพร้อมกันอย่างไม่ต้องสงสัย


            พรานส่งข่าวให้ชัยว่าคนบงการชุดสุดท้ายไม่มีใครเหลือแล้ว "สวัสดีผู้กองคนใหม่ ฝากบอกสารวัตรด้วย ถ้ามีโอกาสจะขอความช่วยเหลือ" ชัยถามถึงขุนเพราะรู้ดีว่าขุนไม่มีประวัติเหลืออยู่เลย กลายเป็นประชาชนทั่วไปมีความรู้ตามวุฒิ ม.6 คำตอบคือขุนสบายดีแต่ไม่สะดวกเจอใครในตอนนี้ พรานเข้าไปรับปราง-ณิชาและอาหมวย "คุณขุนอยู่ที่ไหนคะ" กระแตถาม "มันไปหางานทำแถวประเทศเพื่อนบ้านครับผู้กอง" กระแตก็ได้เลื่อนขั้นเป็นร้อยตำรวจเอกเหมือนกัน โดยผู้การภาค6ทำเรื่องให้ตามข้อมูลที่ได้จากหน่วยข่าวกรองพิเศษ กระแตรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเพราะในใจก็รู้สึกชอบขุนอยู่เหมือนกัน พรานรับสามสาวไปอยู่ในเซฟเฮ้าของนายอำนาจ ซึ่งเป็นชื่อของปรางตั้งแต่ที่นายอำนาจซื้อมาแล้ว ปรางกับณิชาตกลงกันได้ด้วยดี ส่วนอาหมวยขอเรียนต่อปรางก็ยินดีส่งให้เรียน ขุนกับพรานนั่งกินเบียร์กันที่สวนหลังบ้าน "เท่าที่รู้มาพวกทำบ่อนเถื่อน บ่อนออนไลน์มันระบาดหนักเลยว่ะตอนนี้ ส่งสัยต้องหาแฮกเกอร์เก่งๆมาช่วยงานสักคนแล้วว่ะ" พรานพูดแล้วมองหน้าเพื่อน "ต้องกวาดให้เรียบ พวกหลอกกินเงินชาวบ้านพวกนี้ ไม่ควรส่งฟ้องศาลแม้แต่คนเดียว แต่ว่าจะหาที่ไหนวะพวกแฮกเกอร์เนี่ย" พูดจบขุนก็ยกเบียร์ขึ้นดื่ม "ขอสมัครได้ไหมคะ แฮกเกอร์น่ะ" สองหนุ่มหันไปทางต้นเสียงพร้อมกัน ผู้กองสาวนามว่ากระแตยืนยิ้มอยู่กับอาหมวย "ไหนว่าไปหางานทำที่ไหนหรือคะ ดีนะที่น้องหมวยโทรบอก" เธอพูดต่อ พรานรีบลุกขึ้นยืน "มึงเคลียร์เองนะ กูมีธุระ" ... "เดี๋ยว" ขุนพยายามจะห้ามแต่พรานเดินไปแล้ว จับแขนอาหมวยดึงให้เดินตามเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้ขุนกับกระแตนั่งคุยกันตามลำพัง 


                                                               อวสาน


                       ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านครับ ขาดตกบกพร่องอะไรต้องขออภัยไว้ ณ.ที่นี้ด้วยครับ 

             เพราะเป็นนิยายเรื่องแรกที่เขียน คำและภาษาเขียนจึงดูขัดไปบ้าง ก็ต้องขออภัยจากใจ ...


                                                                ... จารชน ...





































    .

    คล้ายกับเรื่องพลิกเกมล่า ท้ามฤตยู ที่คุณอ่าน