ฉันภาวนาให้อีกครั้งที่ดวงตาของฉันเปิดออก..ขอให้ทุกอย่างตรงหน้ามันไม่ใช่โลกใบเดิมที่เคยทำร้ายฉันอย่างแสนสาหัสด้วยเถิด..
“…..”
ความเยือกเย็นภายในห้องสี่เหลี่ยมตกกระทบมาบนผิวของฉันทันทีที่เริ่มรู้สึกตัว เพดานห้องสีขาวสว่างพอๆกับโคมไฟคริสตอลบนนั้น ดวงตาของฉันมองไปรอบๆทั่วทั้งห้องก็เริ่มรู้แล้วว่ามันกว้างใหญ่กว่าห้องธรรมดาทั่วๆไป ร่างกายที่อ่อนเพลียของฉันค่อยๆลุกขึ้นและพยายามประคับประคองสติของตัวเอง
“นะ..นี่มันที่ไหนกัน..”
ความทรงจำสุดท้าย..คือฉันร้องไห้เสียใจและกลัวแทบตาย..ฉันรู้ดีว่าถ้าไอเดรัจฉานพวกนั้นมันคงไม่ปล่อยให้ฉันตายฟรีแน่ๆ
“ฮึก..”
นี่ฉัน..โดนพวกมันรุมข่มขืนแล้วงั้นสินะ..
ฉันกัดริมฝีปากตัวเองและก้มลงมองร่างกายที่แดงฉานไปด้วยเืของพ่อกับแม่ แถมผ้าขนหนูสีขาวที่ปกคลุมร่างกายมันก็ยังคงสภาพเดิมอยู่อย่างนั้น รอยเืที่แห้งกรัง..และกลิ่นคาวคละคลุ้งยังติดอยู่บนผ้าขนหนูบนตัวของฉัน
ไม่จริง..ฮึก..นี่คือความฝัน..ฉันคงฝันไป..ฉะฉันฝันไป..
พ่อแม่ของฉันยังไม่ตาย..ครอบครัวของเรายังคงเป็ครอบครัวที่อบอุ่นและปลอดภัยเหมือนเดิม..
“ฮึกๆๆๆ”
ฉันก้มหน้าลงและร้องไห้ออกมาโดยไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว ความเ็ปและความหวาดกลัวมันกำลังทำให้ฉันไม่อยากจะมีชีวิตอยู่เลยซักเสี้ยววินาทีเดียว..ฉันไม่อยากจะมีชีวิตเพื่อรับรู้ว่าตัวเองสูญเสียอะไรไปบ้าง..ฉันไม่อยากแม้กระทั่งยอมรับความจริงกับเื่เลวร้ายที่มันเกิดขึ้น..
“เอ่อ..คุณคะ..”
“เฮือก!”
แต่แล้วเสียงทุ้มๆคล้ายๆกับผู้ชายก็ดังขึ้นมาจนทำให้ฉันที่เอาแต่ก้มหน้าร้องไห้ถึงกับชะงักไปทันที
ฉันเอามือปาดน้ำตาบนหน้าตัวเองออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะพยายามตั้งใจมองเ้าของเสียงที่ยืนห่างจากฉันไม่ไกล และฉันก็เห็นว่าผู้ชายหน้าหวานคนนี้แท้จริงแล้ว..เขาเป็..
“ฉัน..คิดว่าคุณนอนหลับยังไม่ตื่นก็เลยไม่ได้เคาะห้อง”
ท่าทางผู้ชายแต่ใจหญิงคนนี้ดูเป็มิตรจัง..
“เอ่อ ฉันเอาเสื้อผ้ามาให้คุณใส่ด้วยนะคะ เห็นว่าใส่แต่ผ้าขนหนูเปื้อนเืคลุมตัวั้แ่ตอนมาแล้ว ในห้องนี้แอร์ก็เย็นเกินไปด้วย ฉันกลัวว่าคุณจะตายเอา”
“…..”
ผู้ชายใจหญิงที่อยู่ในชุดสาวรับใช้พูดกับฉันด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงเป็ใย
“นะนี่..ฉันอยู่ที่ไหน..”
ฉันถามเขาออกไปด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเชื่อใจซักเท่าไหร่ ตอนนี้ฉันควรที่จะเอาตัวรอด..ไม่ใช่มาผูกมิตรกับคนแปลกหน้า
“คุณอยู่ในบ้านของเ้านายฉันค่ะ”
“เ้านาย?”
“ที่นี่เป็บ้านของเ้านายฉัน และบ้านทุกหลังของที่นี่..เ้านายฉันก็เป็ผู้ดูแลทั้งหมดค่ะ”
“นี่คุณ..หมายความยังไงคะ”
ฉันหรี่ตาและถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ พอเห็นว่าฉันทำหน้ามึนงงกับคำอธิบายนี้ เขาก็เลยยิ้มบางๆและเดินเข้ามายื่นเสื้อผ้าให้
พลั่ก!
“คะคุณคะ!”
ทันใดนั้นเอง..สัญชาตญาณเอาตัวรอดของฉันมันก็ได้เริ่มทำงานขึ้น ฉันเป็ฝ่ายผลักชายแปลกหน้าคนนี้ออกไปอย่างสุดแรง ก่อนจะรีบพาร่างอันหนักอึ้งของตัวเองวิ่งออกมายังด้านนอกของบ้าน
และสิ่งที่ฉันเห็นตรงหน้าก็คือกำแพงกระจกที่สามารถมองเห็นออกไปด้านนอกได้อย่างชัดเจน..บ้านอันแสนกว้างใหญ่ที่ดูหรูหรานี้กำลังทำให้ฉันเบิกตาโตด้วยความแปลกใจ ขาสั่นๆของฉันจึงรีบวิ่งไปยังประตูกระจกและเปิดมันออกทันที
ตึกๆๆๆ
“คุณคะ! อย่าวิ่งออกไปแบบนั้นเลยค่ะ!!”
เสียงผู้ชายใจหญิงคนนั้นยังคงวิ่งไล่หลังฉันมาติดๆ แต่ฉันก็ยังคงวิ่งลัดเลาะออกไปยังถนนอย่างไม่หยุดหย่อน ด้วยสภาพร่างกายที่อยู่ในระหว่างคำว่า ‘เปลือยเปล่า’ ฉันจึงทำได้แต่หอบหายใจและเอามือจับผ้าขนหนูบนร่างกายของตัวเองไว้แน่น
“แฮ่กๆๆ”
ที่นี่คือหมู่บ้านงั้นหรอ..
ฉันวิ่งออกมาเรื่อยๆพลางกวาดสายตามองไปยังรอบๆหมู่บ้านอันกว้างใหญ่ที่ดูแปลกตา และที่สำคัญที่สุดก็คือ..ตอนนี้ไม่มีใครออกมาเดินเพ่นพ่านเลยซักคนเดียว แสงไฟตลอดแนวฟุตบาทกับความมืดมิดของท้องฟ้ากำลังทำให้ฉันเริ่มหวั่นใจมากขึ้นทุกที
“ชะช่วยด้วยค่ะ! ใครก็ได้ช่วยด้วย!”
ที่นี่มันคือที่ไหนกันเนี่ย! ทุกอย่างในตอนนี้มันเหมือนกับความฝันยังไงยั่งงั้น..
ปึก!
เสียงะโร้องขอความช่วยเหลือของฉันได้กลืนหายไปด้วยแรงกระแทกของใครบางคน ฉันจึงรีบหันกลับมามองผู้ชายคนนึงที่ประคองร่างของฉันไว้อยู่ด้วยความใสุดขีด
“ขอโทษค่ะ!”
แสงไฟสลัวๆกับเบื้องล่างใต้ต้นไม้ใหญ่จากมุมนี้ทำให้ฉันเห็นหน้าคร่าตาบุคคลปริศนาไม่ชัดนัก ผู้ชายร่างสูงกับหุ่นกำยำจ้องมองฉันด้วยแววตานิ่งๆที่ดูเหมือนจะไร้ซึ่งอารมณ์..และนั่นก็ทำให้ฉันยืนนิ่งไปกับใบหน้าอันหล่อเหลาที่ค่อยๆโผล่ออกมาจากความมืดมิด..
“….”
แสงไฟที่เริ่มสว่างไสวจากแนวถนนทำให้ฉันเริ่มเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนี้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาอันคมกริบที่สามารถสะกดทุกความเคลื่อนไหวของหญิงสาวได้อย่างง่ายดาย..จมูกโด่งเป็สันและริมฝีปากสวยๆของเขาที่รองรับกับรูปหน้าอันสมบูรณ์แบบนี้ได้เป็อย่างดี
“ชะช่วยด้วยค่ะ..ช่วยฉันด้วยนะคะ! ฮึก..”
ฉันจึงได้แต่ร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ชายตรงหน้าอีกครั้งโดยไม่ได้ทันคิดว่าเขาเป็ใคร..มือสั่นๆของฉันจับแน่นไปที่แขนล่ำพร้อมกับส่งสายตาวิงวอนอย่างสุดชีวิต
“แฮ่กๆๆ ทำไมคุณวิ่งเร็วขนาดนี้เนี่ย! ตามเกือบไม่ทะทัน..”
ผู้ชายใจหญิงคนนั้นวิ่งหอบมาหยุดอยู่ตรงข้างหลังของฉันก่อนจะนิ่งไป ดวงตาทั้งสองของเขาเบิกโพลงและรีบก้มหัวให้กับผู้ชายคนที่ฉันกำลังจับแขนของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“นกยูงขอโทษค่ะคุณไวน์ แต่ผู้หญิงคนนี้วิ่งหนีออกมาเร็วมาก นกยูงไม่คิดว่าเธอจะมีแรงเหลือเฟือขนาดนี้..”
คุณไวน์งั้นหรอ..หรือที่เขาพูดว่านี่คือบ้านของเ้านาย..นี่มันก็หมายความว่า..
“อยู่บ้านกว้างๆ หรูๆ ดีๆไม่ชอบใช่มั้ย”
“…..”
“เธออยากจะนอนกับไอ้พวกคนงานของฉันที่มีเป็ร้อยๆหรอ?”
ผู้ชายตรงหน้าเอียงศรีษะเล็กน้อยและถามไถ่ฉันด้วยน้ำเสียงดุดัน สายตาหื่นกระหายที่มันแฝงไปด้วยความน่ากลัวนั่นค่อยๆเลื่อนลงมามองร่างกายของฉันที่มีผ้าขนหนูปกปิดอยู่เพียงผืนเดียว จนตอนนี้ฉันก็ได้รู้แล้วว่าเขาไม่ใช่คนที่ฉัน้าความช่วยเหลือ..แต่เขาเป็คนที่ฉันต้องหนีห่างให้ไกลต่างหาก
“พวกมึงจับนังนี่ไปขังไว้ที่โกดังสองเดี๋ยวนี้เลย”
“ครับ!!!”
“ฮึก! ยะอย่านะ! อย่าทำอะไรฉันเลยนะ!”
“เอ่อคุณไวน์คะ..ทำแบบนี้..คุณวายุจะไม่ว่า..”
“กูฝากเอานกยูงไปขังด้วย”
“ครับคุณไวน์!!!”
“คะ คุณไวน์..นกยูงผิดไปแล้วค่ะ..คุณไวน์..ฮือ..”
ชายใจหญิงที่ชื่อว่านกยูงกำลังะโขอโทษเ้านายผู้อำมหิตอย่างน่าสงสาร ซึ่งผู้ชายคนนั้นก็เดินกลับเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่พร้อมกับลูกน้องหลายคน ส่วนทางฉันกับนกยูงก็ต้องแบกรับชะตากรรมที่ตัวเองก่อไว้..
“อยากเดินแก้ผ้าไปกับพวกพี่ก็ดิ้นแรงๆอีกซักสองสามทีสิ”
ลูกน้องของผู้ชายคนนั้นที่กำลังจับแขนของฉันไว้เอ่ยด้วยสีหน้าเหนื่อยใจ มันจึงทำให้ฉันรีบก้มลงมองดูสภาพของตัวเองที่มันแทบจะดูไม่ได้ เพราะผ้าขนหนูบนตัวมันใกล้จะหลุดออกจากร่างฉันเต็มที
“อย่าพยศให้มันมากเลยครับคุณ”
“….”
“เ้านายของพวกผมเขาไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้น”
ภายในห้องทำงานอันกว้างใหญ่ในบ้านของนายวิรากร ร่างล่ำของเขากำลังนั่งพิงเก้าอี้พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คข่าวเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต่างจากเดิมเพียงเพราะเขาได้เห็นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นในระยะใกล้ชิด..ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกอารมณ์เสียแทบบ้า
“ผมไปสืบประวัติของผู้หญิงคนนั้นมาเพิ่มเติมแล้วครับ”
เสียงทุ้มๆของสอง..ลูกน้องคนสนิทและเป็บุคคลประจำตัวของนายวิรากรตั้งตาเด็กจนโตเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้อง
“….”
“ผู้หญิงคนนั้นชื่อ เซียร่า อายุยี่สิบสี่ปีครับ เธอเรียนจบแค่มอหก และก็ไม่ได้เรียนต่อมหาลัยเพราะว่าฐานะทางบ้านไม่ค่อยดี พ่อกับแม่ของเธอประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปครับ ส่วนเพื่อนสนิทของเธอก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลย หลังจากที่รู้ว่าเซียร่ากับครอบครัวเธอโดนพวกแก๊งอันธพาลตามล่าอยู่”
“หึ แล้วเื่ที่นังนั่นเลยไปขายตัวล่ะ” นายวิรากรเอ่ยถามโดยที่สายตายังคงจดจ้องกับหน้าจอมือถือ
“เื่นั้นน่าจะเป็ข่าวลือของชาวบ้านในระแวกนั้นครับ”
“ถ้าข่าวไม่มีมูล มันจะเป็ขี้ปากของคนอื่นได้ยังไง จริงมั้ย”
“ครับ..”
“กูอยากจะต้อนรับน้องใหม่”
“….”
“สั่งไอพวกคนงานซักสิบคน..ให้ไปนอนเล่นกับผู้หญิงน่าสงสารคนนั้นหน่อย บางทีนังนั่นอาจจะเหงา..”
“เอ่อ..แต่คุณไวน์ครับ..ถ้าคุณวายุรู้เข้า”
ปึก!!
“มึงไม่ได้ยินที่กูสั่งรึไงวะ!!!”
นายวิรากรแผดเสียงดังลั่นใส่ลูกน้องคนสนิทของตัวเองอย่างโมโห จนทำให้ชายหลายคนที่ยืนอยู่ต้องสะดุ้งเฮือกไปตามๆกัน
“มึงลืมสิ่งที่กูเคยขอแล้วหรอ”
“….”
ทันใดนั้นเอง..ชายหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเดินเข้ามาในห้องท่ามกลางเสียงถอนหายใจแรงๆของน้องชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ชายผู้นี้มีนามว่า วายุ เขาคือพี่ชายคนโตของครอบครัว และเป็คนที่ใจเย็นประดุจธารน้ำไหล ซึ่งแตกต่างจากลูกชายคนกลางอย่าง ไวน์ สิ้นเชิง..
“กูไม่เคยลืม” นายวิรากรหันหน้าไปมองพี่ชายตัวเองอย่างไม่ชอบใจ
“อย่างน้อยๆมึงก็เห็นแก่ไอวินมันบ้างเถอะ”
“….”
“มันไม่เคยเกลียดผู้หญิงคนนี้..แถมมันยังรักผู้หญิงคนนี้มากนะ”
“หึ! เพราะรักไง มันถึงได้สังเวยชีวิตตัวเองด้วยความโง่แบบนั้น!!”
“….”
“กูรู้ขอบเขตของตัวเองดี..”
“….”
“นังนั่นมันไม่ตายง่ายๆหรอก เพราะกูจะทำให้มันมีชีวิตอยู่เหมือนคนตกนรกทั้งเป็”
โกดังเก็บสินค้า
“ถึงแม้ว่าเ้านายของนกยูงจะเป็คนโเี้..น่ากลัวไปบ้าง..แต่เื่ฆ่าคน..นกยูงว่ามันเกินไปนะ”
“ฮึก..อ่ะอื้ม..”
“พ่อของเซียร่ารู้ความลับของแก๊งคุณไวน์งั้นหรอ..ความลับอะไรกันนะ ทำไมต้องฆ่าต้องแกงกันถึงขนาดนี้ด้วย”
สาวใช้ในร่างชายนามว่า นกยูง เอ่ยถามฉันด้วยสีหน้าสงสารจับใจ ก่อนหน้านี้เราสองคนได้มีโอกาสทำความรู้จักกันนิดหน่อย เราสองคนผลัดกันเล่าเื่ของตัวเองมาได้ซักพัก มันก็เลยทำให้ฉันได้รู้ว่าเธออยู่รับใช้แก๊งมาเฟียที่นี่ั้แ่เด็ก และที่สำคัญก็คือ..เ้านายของนกยูงคือคนที่ฆ่าพ่อแม่ของฉันอย่างเืเย็น
“จะความลับอะไรก็ช่างเถอะ อีกไม่นานหรอก..เ้านายของเธอก็ต้องฆ่าฉันอยู่ดี”
ฉันปาดน้ำตาบนแก้มตัวเองออกก่อนจะพยายามประคับประคองสติตัวเองไว้
“เฮ้อ..นกยูงว่ามันคงไม่เป็แบบนั้นหรอกค่ะ”
“….”
“นกยูงรู้จักคุณไวน์มาั้แ่เด็ก รู้ลึกไปถึงความคิดข้างในหัว ฮิฮิ เขาเป็คนที่ปากร้ายแต่ใจดีมากนะคะ เชื่อนกยูงๆ ลึกๆเขาเป็คนดีนะ”
เธอยิ้มหวานอย่างให้กำลังใจพร้อมกับยื่นมือมาแตะที่ไหล่ของฉันเบาๆ
ครืด!
เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่ฉันหยุดการสนทนานี้ลง จู่ๆเสียงบานประตูเหล็กก็ถูกเปิดออกพร้อมกับฝีเท้าของผู้ชายหลายคนที่เดินเข้ามา บรรดาผู้ชายที่ใส่ชุดเหมือนคนงานและหน้าตาที่ดูหื่นกระหายจนฉันหวั่นใจ จนทำให้ฉันกับนกยูงที่นั่งหลบอยู่ตรงมุมกำแพงรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ท่านไวน์ให้ฉันมาตามเธอน่ะนกยูง”
“ตามฉัน? ละแล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะ”
นกยูงหันไปถามบรรดาคนงานที่ยืนยิ้มร่าอยู่ด้วยความสงสัย คงเพราะเธอเป็ห่วงฉัน และก็อยากให้เราสองคนออกไปจากที่นี่พร้อมๆกัน
“ท่านบอกให้พวกเรารุมโทรมนังนี่”
“ห๊ะ!!”
“….”
แต่แล้วประโยคนั้นมันก็ทำให้ฉันเบิกตาค้างอย่างยอมรับชะตากรรมของตัวเอง เบ้าตาทั้งสองของฉันร้อนผ่าว..เนื้อตัวที่สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ก่อนหยดน้ำตาจะรินไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
“เ้านายของเธอเป็คนที่ปากร้ายแต่ใจดี หึ..นี่คือความใจดีแรกที่ฉันได้รับจากเขาใช่มั้ยนกยูง”