คำพูดของไอ้ปอทำผมมือชา เสียงยนต์รถสปอร์ตเร่งเครื่องขับออกไปในขณะที่ผมหันมองตามหลัง ผมไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอเดินตามรถไปหลายก้าว ไอ้มินท์ดึงคอเสื้อผมไว้ ไอ้บุซพูดบางอย่างกับผมแต่ผมไม่ได้ยิน หูผมดับ มีเสียงดังวี๊ด ๆ เหมือนแก้วหูด้านในจะะเิ ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรงดื้อ ๆ หัวใจหายแว๊บ ในท้องวูบโหวงเหมือนอวัยวะถูกดูดออก
ห้าปีที่ผ่านมา ผมโดนหลอกตลอดเหรอ?
“ไอ้ห่าน้ำ เวรล่ะไอ้ปอ มันสติหลุดไปแล้ว”
“ไอ้น้ำ” ไอ้ปอเรียก เขย่าไหล่ผมจนตัวสั่น
“ไอ้น้ำ” ไอ้มินท์ดีดนิ้วข้างหู
รถเก๋งญี่ปุ่นสีดำขับมาจอดแทนที่รถพอร์ท ไอ้กันต์เปิดประตูวิ่งลงมา
“มีอะไรกันวะ”
“เมื่อกี้ไอ้อามมารับส้ม” ไอ้มินท์บอก “ไอ้ปอเห็นไอ้น้ำตัดใจไม่ได้ มันก็เลยบอกความจริง”
“อ้าว ไอ้ห่านี่ ก็คุยกันแล้ว” ไอ้กันต์หันไปมองหน้าไอ้ปอ ทำเสียงดุ
“เออ กูไม่น่าพูดเลย”
“ไอ้น้ำ” ไอ้กันต์เรียก “มึงโอเคไหมวะ”
ผมหันมองหน้ามัน
“พวกมึงรู้ได้ไง” ผมถาม “พวกมึงรู้ได้ไงว่าส้มนอกจากใจกูมาตลอด”
“รู้ได้ไงเหรอ ก็พวกผู้หญิงคณะเราน่ะ” ไอ้กันต์บอก “แก๊งของน้ำตาลกับเชอร์รี่ พวกนั้นมันไปตามจีบเด็กปีหนึ่งคณะศึกษาศาสตร์ แล้วไอ้เด็กนั่นมันก็มาจากโรงเรียนเดียวกับมึง”
“แล้วไง” ผมถามต่อ
“ก็ไม่แล้วไง” ไอ้กันต์ทำหน้าอึดอัดเหมือนไม่อยากพูด “มันเคยคบกับส้ม ก็คบซ้อนกับตอนที่มึงคบนั่นแหละ มีรูปเป็หลักฐานด้วย แต่คบไม่กี่เดือนก็เลิก มันจับได้ว่าส้มคบคนใหม่ซ้อนอีก... ไอ้ห่าน้ำ มึงอย่าทำเหมือนจะตายดิวะ”
ผมกลืนน้ำลายลงคอ รู้สึกเจ็บแปลบเหมือนกลืนก้อนกรวดลงไป อยู่ ๆ ก็หายใจลำบากขึ้น ขอบตาร้อนผ่าวแต่ไม่อยากร้องไห้
“กูโง่ขนาดนั้นเลยเหรอวะ” ผมถาม
ไอ้มินท์ถอนหายใจ ยกมือกุมหัว ไอ้ปอเผยอปากอ้าค้าง พยายามเหมือนจะพูดแต่ก็พูดไม่ออก ไอ้บุซหันมองทางอื่น มีสีหน้าอึดอัดชัดเจน
“ตั้งห้าปี แต่กูไม่รู้เลยว่าเขานอกใจกูเนี่ย กูแม่งโง่มากเลยใช่ไหมวะ”
“มึงไม่ได้โง่หรอก” ไอ้กันต์พูด “มึงก็แค่รักอ่ะ คนรักกันก็ต้องไว้ใจกันอยู่แล้ว คู่อื่นเขาก็เป็ แต่ส้มมันตั้งใจหลอกมึงไง คนตั้งใจจะหลอก มันคงไม่ปล่อยให้มึงจับได้ง่าย ๆ หรอก”
ผมรู้ว่ามันพยายามปลอบใจ แต่หัวผมมึนตื้อไปหมด ผมรู้สึกเหมือนโดนไม้ฟาด จับต้นชนปลายไม่ถูก คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรต่อ
“ไอ้น้ำ”
“กูกลับหอล่ะ”
“แล้วข้าวล่ะ ไม่กินข้าวเหรอ”
“กูไม่หิว”
“แล้วมือถือมึงอ่ะ” ไอ้ปอถาม ผมยกโทรศัพท์ขึ้นมาดู ตัวหนังสือแปลก ๆ ก่อนหน้านี้หายไปแล้ว มีแต่หน้าจอที่ดำสนิท “ต้องเอาไปซ่อมไม่ใช่เหรอวะ”
“ช่างเหอะ” ผมบอก “เดี๋ยวค่อยซ่อมทีหลัง”
“มึงเป็แบบนี้กูไม่สบายใจเลยนะไอ้น้ำ”
“กูไม่เป็ไรหรอก กลับหอล่ะ”
“ไอ้น้ำ” ไอ้มินท์หยิบโทรศัพท์มันออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วยัดใส่มือผม “มือถือมึงพัง เอาของกูไว้ ถ้ามีคนโทรหาก็รับด้วย ถ้ามึงไม่รับสายพวกกูจะบุกไปหาที่ห้อง เข้าใจไหมวะ”
“ทำไม คิดว่ากูจะฆ่าตัวตายเหรอ”
“กูกลัวมึงตรอมใจตาย” ไอ้มินท์ตอบ “ถ้าแฟนกูโทรมา บอกให้โทรเข้าเครื่องไอ้ปอนะ ห้ามแย่งแฟนกูล่ะ”
ผมหลุดยิ้ม
ไม่อยากเชื่อว่าเวลาแบบนี้ยังยิ้มออกได้
“กูดูเป็คนเลวขนาดนั้นเหรอ”
“ก็แฟนกูสวย แล้วมึงก็ตาดี” มันพูดเหมือนไม่อยากยอมรับ “เนี่ย เห็นมึงยิ้มได้กูก็ค่อยเบาใจหน่อย”
“มึงก็เข้าใจพูดปลอบใจคนอกหัก”
“ปลอบใจห่าอะไร ที่บอกว่ามึงหน้าตาดีนี่กูพูดเื่จริง” ไอ้มินท์ขึ้นเสียง แต่ผมไม่ได้มองมันแล้ว ผมยกมือเรียกวินมอเตอร์ไซด์ที่กำลังขี่ผ่านมาพอดี หันไปดึงเอกสารของผมที่ไอ้ปอถือไว้คืน จากนั้นก็ขึ้นนั่งคร่อมรถพี่วินกลับหอ
ตอนที่มาถึงหอ ผมแม่งโคตรรู้สึกว่าตัวเองเป็แค่คนธรรมดาเลย ผมหยิบเหรียญสิบหนึ่งเหรียญกับเหรียญห้าอีกหนึ่งเหรียญจ่ายค่ารถ ระหว่างที่ทำแบบนั้นในหัวก็คิดว่าถ้าเป็ไอ้อามคงใช้แต่แบงก์พันเป็ส่วนใหญ่ ผมแกสนคีย์การ์ดแล้วเปิดประตูเดินขึ้นบันไดไปชั้นสาม หอพักผมไม่มีลิฟต์ เป็ห้องพัดลมราคาถูก ถุงเท้าที่ใส่แล้วยังกองอยู่กลางห้อง ผมวางเอกสารในมือบนโต๊ะ ใช้นิ้วเท้ากดปุ่มพัดลมตัวเล็ก ๆ แล้วทิ้งตัวนอนบนเตียง
พอมาคิดว่าระหว่างที่ตัวเองกำลังนอนในห้องเล็ก ๆ มองเพดานสีขาวเปลือยเปล่า ฟังเสียงพัดลมที่ส่ายไปมาเหมือนกำลังจะพัง สองคนนั้นคงกำลังหัวเราะเยาะเย้ยผมอยู่ที่ไหนสักแห่ง แม่งก็โคตรรู้สึกจุกอก
ทำไมผมโง่จังวะ ถ้ารู้ว่าโดนหลอกมาตลอดห้าปีเมื่อคืนผมคงไม่โทรไปอ้อนวอนส้มขนาดนั้น ระหว่างที่จินตนาการของผมเริ่มรุนแรงจนหัวร้อน โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่น ตอนแรกคิดว่าไอ้มินท์คงโทรมาเช็กว่าผมยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า แต่กลายเป็ว่าเครื่องที่สั่นไม่ใช่เครื่องของไอ้มินท์ ผมขมวดคิ้ว อ่านข้อความยาวเหยียดบนหน้าจอโทรศัพท์ตัวเอง
[แบบสอบถามก่อนติดตั้งระบบทายาทมาเฟีย]
ผมจำประโยคนี้ได้ อ่านจบผมก็โยนมือถือทิ้ง จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์ของไอ้มินท์ออกมากดหาเบอร์โทรไอ้ปอ
(ฮะโหล) ไอ้ปอรับสาย
“มือถือกูโดนไวรัส” ผมบอก
(ห๊ะ?)
“โทรศัพท์กูมันมีข้อความแปลก ๆ สรุปว่ามันโดนไวรัสหรือไม่ก็สแปม ห่าอะไรก็ไม่รู้ล่ะ พวกมึงมาเอาไปซ่อมด้วย”
(เออ ก็เมื่อกี้จะไปเอาซ่อมมึงก็ลีลา)
“กินข้าวเสร็จแล้วเข้ามาเอาไปซ่อมเลย” ผมบอก
(อะไรนะ? แม่งมีเสียงแทรกอ่ะ มึงพูดใหม่ดิ๊)
“มาเอามือถือกูไปซ่อม!”
(ทำไมไม่เลือกสักข้อล่ะไอ้หนู)
“ห๊ะ?!” ผมขมวดคิ้ว เลื่อนโทรศัพท์ออกจากหู โทรศัพท์ของตัวเองที่โยนทิ้งบนเตียงสั่นอีกรอบ
[คุณจะเลือกข้อไหน ถ้าแฟนเก่าที่นอกใจไปหาผู้ชายคนอื่นกลับมาขอคืนดี]
[1. ให้อภัย ทุกคนผิดพลาดกันได้ ยังรักเสมอ]
[2. ลังเล ยังเจ็บอยู่ ทำใจไม่ได้แต่ก็ยังตัดขาดไม่ได้]
[3. พอแค่นี้เถอะ อย่ายุ่งเกี่ยวกันอีกเลย]
[4. แก้แค้น ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชาย จะแก้แค้นให้หมด]
“อะไรวะเนี่ย”
(อะไรไอ้น้ำ) เสียงไอ้ปอะโจากมือถือไอ้มินท์ (ฮะโหล)
“อะ... เออ”
(เป็อะไรวะ อยู่ ๆ ก็เงียบ)
“เปล่า... เปล่า ไม่ได้เป็ไร” ผมตอบ “มึงรีบมาเอามือถือกูไปซ่อมเลย แม่งเริ่มจะหลอน ๆ”
(หลอนยังไงวะ)
(เลือกสักข้อหนึ่งสิ)
“เชี่ย!” ผมปล่อยโทรศัพท์ไอ้มินท์หล่น ดีดตัวลุกออกจากเตียงถอยหลังไปหลายเมตร เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำทำเอาขนหัวลุก โทรศัพท์มือถือของผมบนเตียงสั่นแรงขึ้นอีกแต่ผมไม่กล้าเดินเข้าไปแล้ว ผมเปิดประตูวิ่งออกจากห้อง รองเท้าก็ไม่ได้ใส่
(เลือกสักข้อหนึ่งสิ) เสียงเดิมดังในหัว
“อะไรวะ”
(เลือกสักข้อหนึ่งสิ)
“เฮ้ย!!!” ผมขยี้หัวตัวเองจนยุ่ง อาการหลอนเหมือนผีเข้า วิ่งลงบันไดไปชั้นหนึ่ง กดปุ่มปลดล็อกประตูออก
(เลือกสักข้อหนึ่งสิ ไอ้หนู)
“บ้าเอ๊ย! อะไรวะเนี่ย!”