สุดท้ายแล้วท่านแม่ทัพเลี่ยงกู้เฉิงก็ยินยอมตามใจให้กับบุตรสาวเพียงคนเดียวอีกตามเคย เขาให้ชาวบ้านเ่าั้ติดตามไปอยู่ด้วยที่ชายแดนเหนือ และจัดแถวให้พวกเขาเดินตามขบวนท่านแม่ทัพเข้าเมืองอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
ขบวนของท่านแม่ทัพเลี่ยงกู้เฉิงใช้เวลาเดินทางอีกเพียงไม่กี่วันก็ถึงเมืองชายแดนเหนือแล้ว
มีผู้คนมารอต้อนรับท่านแม่ทัพมากมาย เมื่อรู้ข่าวว่าเขาขอย้ายมาเองด้วยความเต็มใจทั้งครอบครัว ทุกคนต่างเลื่อมใสในตัวท่านแม่ทัพเลี่ยงกู้เฉิงที่ไม่กลัวความลำบากยากแค้นที่ชายแดนเหนือแห่งนี้ ทุกคนจึงต่างมารอรับและทำความเคารพด้วยความจริงใจ
ท่านแม่ทัพไม่ขออยู่จวนที่ทางการจัดเตรียมไว้ ด้วยเพราะได้ซื้อเรือนไว้แล้ว มันใหญ่โตกว่าจวนแม่ทัพที่ทางการจัดไว้ให้มากมายหลายเท่านัก ทั้งราคาไม่แพงเหมือนในเมืองหลวง บิดานางมีทรัพย์สินจากการปูนบำเหน็จรางวัลจากองค์ฮ่องเต้มากมาย หากในชีวิตที่แล้วไม่ถูกยึดไป อย่างไรพวกนางก็มีกินมีใช้ไปจนตาย
ครานี้แม้มีเงินทองทรัพย์สมบัติมากมาย แต่ยังขาดแคลนอาหารและพืชผล นางจึงต้องเตรียมข้าวของที่จำเป็ไว้มากมายใช้เป็เสบียงอาหารเพื่อครอบครัวนางและบ่าวไพร่อีกหลายสิบชีวิต
ตอนนี้มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอีกเกือบร้อยชีวิต นางจึงต้องทำผลผลิตให้มากขึ้นกว่าเดิม จากที่เคยวางแผนไว้
“ท่านพ่อให้ชาวบ้านที่ติดตามมาไปกางกระโจมพักในที่ดินข้างเรือนเราก่อน ดีหรือไม่เ้าคะ แล้วให้พวกเขาช่วยกันสร้างเรือนหลังเล็กกันเอง ใช้แรงงานพวกเขา ส่วนเราออกเงินตำลึงซื้อของจำเป็ที่ต้องใช้สร้างบ้านให้พวกเขาทำกันเอง ในกลุ่มคนเ่าั้น่าจะพอมีคนทำงานช่างงานไม้ได้บ้าง”
เลี่ยงหลิ่งเอ่ยบอกบิดาตน นางอ่านใจคนพวกนั้นได้ ด้วยได้รับความช่วยเหลือจากคนผู้นั้นก่อนย้อนกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่นี้ ให้นางสามารถฟังความในใจผู้คนได้ อ่านใจคนออก
ในกลุ่มชาวบ้านล้วนอยากเดินทางไปหางานใช้แรงงานทำในต่างเมือง นางได้ยินพวกเขาคิดในใจในวันที่เดินทางก่อนเข้าเมืองมา ว่าอยากไปหางานช่างไม้ ช่างก่อสร้างที่อื่น แต่ไร้เรี่ยวแรงจะเดินทาง ทั้งขาดอาหารขาดเบี้ย จึงจำต้องวนเวียนเหมือนคนเร่ร่อนอยู่รอบๆ เมืองเช่นนี้
“เช่นนั้นพ่อจะให้คนไปแจ้งคนเ่าั้เอง เ้าคิดจะสร้างบ้านพักคนงานแบบใด พ่อจะให้คนทำแบบเรือนนอนมาให้เลือก”
“ลูกอยากให้สร้างเรือนหลังเล็กให้ชาวบ้านแบบครอบครัวตามจำนวนครอบครัวเ้าค่ะ ถ้ามีคนในครอบครัว 4 คนก็สร้าง 3 ห้องนอน 1 โถง 1 ห้องครัว ถ้าครอบครัวไหนมี 3 คน พ่อแม่ลูก ก็ให้อยู่เรือน 2 ห้องนอน 1 ห้องโถง 1 ห้องครัว ส่วนใครที่ยังไร้คู่ก็พักห้องเดี่ยวที่ทำเรียงกันหลายๆ ห้อง ก็ได้เ้าค่ะ แล้วมีห้องน้ำรวมแยกออกมาจากเรือนของแต่ละเรือน แยกเป็เรือนชายหญิงก็พอเ้าค่ะ ให้พวกเขาได้มีเรือนพักอาศัยไม่ต้องเร่ร่อนอีกเ้าค่ะ เราออกค่าสิ่งของสร้างเรือนให้พวกเขาออกแรง หากใครช่วยงานปลูกผักในใร่ ทำแปลงผักให้ข้าจึงจะได้ค่าแรงเ้าค่ะ ท่านพ่อว่าดีหรือไม่เ้าค่ะ”
แม่ทัพเลี่ยงกู้เฉิงฟังบุตรสาวพูดเจื้อยแจ้วอย่างเพลิดเพลิน ทั้งคิดภาพตาม เหตุใดบุตรสาวเขาตัวแค่นี้ถึงได้คิดอะไรเป็ขั้นเป็ตอนมีหลักการเหมือนผู้ใหญ่นักนะ
แม้ในใจจะสงสัยแต่ด้วยหลงบุตรสาว ทั้งคิดว่าบุตรสาวตนฉลาดแต่เด็กเช่นนี้อยู่แล้ว จึงไม่ใคร่ใส่ใจนัก ก่อนหันไปสั่งคนของตนทำตามที่บุตรสาว้า ทั้งกำชับว่าหากมีอะไรสงสัยให้ไปถามเลี่ยงหลิ่งได้โดยตรง เขาให้สิทธิขาดในการตัดสินใจแก่นางทั้งหมด
เรือนใหม่ที่ชายแดนเหนือถูกตกแต่งไว้รอครอบครัวท่านแม่ทัพนานแล้ว ทุกอย่างมีครบถ้วนเหมือนที่จวนในเมืองหลวงมี ทั้งสะดวกสบาย เรือนบ่าวไพร่กว้างขวางกว่าเดิมมาก ด้วยอยู่ต่างเมือง พื้นที่จึงมีมาก ไม่แออัดเหมือนก่อน
เลี่ยงหลิ่งเริ่มไปเดินดูที่ดินข้างเรือนของตนว่าเป็อย่างไรบ้าง นางอยากเอาต้นกล้าที่ขนมาไปเพาะทันทีด้วยซ้ำ แต่ด้วยบิดามารดาขอร้องให้พักผ่อนก่อน วันพรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำงาน จึงได้แต่เชื่อฟังบิดามารดาอย่างขัดไม่ได้
แต่พวกลูกไก่ของนางต้องมีกรงเลี้ยง จึงได้ขอให้คนที่นางช่วยเหลือระหว่างทางทำกรงเลี้ยงไก่ขนาดใหญ่ให้นาง นางจ้างวานเฉพาะบางคน โดยชี้นิ้วเลือกเองว่าให้ผู้ใดมาสร้างโรงเลี้ยงไก่ให้นาง นางอยากรู้ว่าพวกเขาทำได้จริงเหมือนอย่างที่นางได้รับรู้มาหรือไม่
คนเร่ร่อนเ่าั้ดีใจมากที่ถูกเลือกให้มาทำโรงเลี้ยงไก่ พวกเขาไม่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเลย ซ้ำยังได้กินอิ่มนอนหลับทุกวันเมื่อร่วมขบวนของท่านแม่ทัพเลี่ยงกู้เฉิง
เมื่อบุตรสาวท่านแม่ทัพขอให้พวกเขาทำงานให้ในคราแรก พวกเขาใที่นางบอกจะจ้างวานให้ค่าตอบแทน ทั้งชี้ตัวคนเลือกเองว่าจะให้ใครทำบ้าง พวกเขาไม่คิดจะรับค่าจ้างเ่าั้เลยในคราแรก แต่คุณหนูบอกว่าให้รับไว้เป็สินน้ำใจที่อุตส่าห์ทำตามใจนาง ทั้งที่เพิ่งเดินทางมาถึงวันแรก
คุณหนูอายุเพียงแค่ 9 ขวบ แต่กลับอธิบายตัวอย่างโรงเลี้ยงไก่และแบบแปลนได้อย่างละเอียด เข้าใจง่ายเฉกเช่นผู้ใหญ่จนทุกคนต่างทึ่งในความฉลาดเฉลียวของนาง ทุกคนล้วนคิดในใจว่าหากนางเติบโตไปคงเก่งกาจกว่านี้เป็แน่ จากที่คิดอยากไปทำงานต่างเมืองในคราแรก บัดนี้พวกเขาล้วนตั้งใจอยากจะติดตามคุณหนูผู้นี้มากกว่าแล้ว
เช้าวันต่อมา เลี้ยงหลิ่งรีบตื่นแต่เช้า ให้บ่าวนำกระบะปลูกผักของนางมาจัดวางจนเต็มพื้นที่โรงเรือน นางสั่งให้คนทำโรงเรือนเพาะต้นกล้าให้นางล่วงหน้าแล้ว และทำโรงเรือนสำหรับปลูกพืชในฤดูหนาวด้วย
นางเคยมีชีวิตอยู่ถึงอายุ 30 ปี ในชีวิตก่อน เคยศึกษาเื่แหล่งน้ำและการหาตาน้ำจากผู้รู้และผู้คงแก่เรียนที่เห็นโลกมามาก ด้วยในชีวิตก่อนนางย้ายมาอยู่ชายแดนเหนือล้วนต้องทำเองทุกอย่าง ไม่มีบ่าวไพร่คอยช่วยเหลือ นางจึงชอบอ่านหนังสือและศึกษาหาความรู้เื่การปลูกพืชและหาแหล่งน้ำ จนกลายเป็นิสัยพอย้ายเข้าเมืองหลวงแต่งเข้าจวนอ๋อง จึงให้ผู้ที่รู้เื่การหาแหล่งน้ำและการปลูกพืชผักหายากต่างๆ เข้ามาสอนนางบ่อยๆ และลองเพาะปลูกในสวนเพาะชำเล็กๆ ของนางในจวน
นางยังได้ทดลองปลูกพืชสมุนไพรมากมายอีกด้วย แต่แค่ทำแปลงเล็กๆ ในจวนและต้องแอบทำ ด้วยท่านอ๋องที่เป็สามีของนางในตอนนั้นไม่ชอบให้นางทำสิ่งเ่าั้ ทั้งที่มันไม่ได้เสียหายอันใด นางเองไม่เคยเข้าใจ จนนางถูกคนเ่าั้ทรมานในคุกและเขาเอ่ยออกมาซ้ำเติมนาง
เขาบอกว่านางคบชู้กับเหล่าอาจารย์ที่มาสอนเื่ปลูกพืชผักและการหาแหล่งน้ำ บอกว่านางให้ชายมากหน้าหลายตาเข้ามาในเรือนไม่เว้นแต่ละวัน
เขาจึงไม่พอใจเมื่อเห็นนางมีความสุขกับต้นไม้พืชผักของนางในจวน เขาคิดว่าทุกอย่างเป็ของดูต่างหน้าชายชู้ของนาง ช่างน่าขำนัก ที่นางได้สามีเป็คนโง่เง่าเช่นนี้ หลงเชื่อคำพูดของฮูหยิน คนที่เคยเป็ “เพื่อนรัก” ของนางในวัยเด็ก
เมื่อนางได้แต่งเข้ามาเป็อนุ นางก็ถูกกลั่นแกล้งรังแกอยู่เสมอจากฮูหยินผู้นี้ ซ้ำฮูหยินผู้นี้ยังแต่งเข้ามาก่อนนางเพียงไม่กี่เดือน ด้วยเป็การสมรสพระราชทานจากองค์ฮ่องเต้ ไม่ได้เกิดจากความรัก ในคราแรกนางเชื่อเขาเช่นนั้น
แต่เมื่อถูกเขาทำร้ายจิตใจและร่างกายนางมานานหลายปี นางไม่เชื่อว่าเขารักนางอีกต่อไป เขารักเพียงตัวเองเท่านั้น ช่างเป็ชายโลเลหลายใจและจิตใจโเี้นัก ยิ่งคิดเลี่ยงหลิ่งยิ่งเจ็บแค้นในใจ