“นี่มันอะไรกัน...” ผมพึมพำกับตัวเองขณะตักข้าวหน้าเนื้อเข้าปาก เนื้อที่ดูเหมือนจะเหนียวแน่นแต่เพียงแค่ลิ้นััก็ราวกับละลายไปในปากเลย รสชาติที่ผมไม่ได้ลิ้มลองมานานแสนนาน อร่อยอย่างบอกไม่ถูก (เดี๋ยว ๆ นี่เราบรรยายรสชาติอาหารได้ถึงขนาดนี้เลยหรอ นี่มันจะไม่ใช่นิยายซอมบี้แล้ว นี่มันนิยายเกี่ยวกับอาหารชัด ๆ!)
คุณหมออันมองมาที่เราสองคนด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ซีนกับไอรีนกำลังกินอย่างตะกละตะกราม
คุณหมออัน: “นี่พวกเธอค่อย ๆ กินก็ได้ข้าวมันไม่หายไปไหนหรอก”
ไอรีน: “ขอโทษค่ะ...” ไอรีนกล่าวเสียงเบาด้วยความเขินอาย
หลังกินเสร็จพวกผมก็ช่วยคุณหมอล้างจานต่อ และผมก็ถามถึงแผลของไอรีน เธอได้บอกผมว่าคุณหมอเขาดูอาการให้คำแนะนำและรักษาเบื้องต้นให้แล้ว
หลังจากพวกเราออกจากห้องครัว คุณหมออันก็ได้วางเสื้อผ้าไว้ให้ผมและให้ผมไปล้างเนื้อล้างตัวต่อ ความสงสัยที่ว่าคุณหมอเป็ผู้หญิงแล้วมีเสื้อผ้าผู้ชายให้ผมเปลี่ยนได้ยังไง ก็ถูกไขทันที
ผมรับคำและเดินไปที่ประตูห้องน้ำ แต่ความสงสัยก็ผุดขึ้นมาทันที คุณหมอเป็ผู้หญิง แล้วทำไมถึงมีเสื้อผ้าผู้ชายให้เปลี่ยนได้อย่างพอดีตัวแบบนี้?
คุณหมออัน: “เสื้อนั้นเป็เสื้อของสามีฉันเอง” เธอตอบราวกับอ่านใจผมออก
ไอรีน: “ตอนนี้เขาหายไปไหนหรอคะ” ไอรีนถามด้วยน้ำเสียงสงสัยปนห่วงใย
คุณหมออัน: “เขาเป็ทหารน่ะ ก่อนที่เชื้อจะแพร่ระบาด เขาก็ได้ไปประจำการที่หน่วยงานของตัวเองแล้ว” เธอตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ ไม่มีความเศร้าหรือดีใจ แต่มีความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่านั้นซ่อนอยู่
ผมมองตามแววตาของคุณหมออันครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปเข้าห้องน้ำ เพื่อชำระล้างความเหนื่อยล้าทางกาย และความหนักอึ้งทางจิตใจ ที่เพิ่งเกิดขึ้น
ผมได้เข้าไปอาบน้ำ ไอน้ำอุ่นช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่อ่อนล้า ขณะที่เปิดฝักบัวล้างหัวไปด้วยนั้น ในใจผมก็ได้เกิดความสงสัยขึ้นมาต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับ กองซอมบี้มากมาย ที่เราเพิ่งเห็น และทำไมหมู่บ้านนี้ถึงมีแค่คุณหมอกับไอคนหื่นกามนั่นอยู่ที่นี้กันแค่สองคน ความผิดปกติของจำนวนศพและผู้รอดชีวิตมันไม่สอดคล้องกับเวลาที่เชื้อเพิ่งระบาด
(ถึงสงสัยไปก็ไม่ได้คำตอบอะไร... สู้ถามไปเลยน่าจะดีกว่า)
หลังจากผมคิดได้เช่นนั้นก็ได้เอื้อมมือไปปิดฝักบัว เช็ดเนื้อเช็ดตัว และแต่งตัวในเสื้อผ้าของสามีคุณหมออันก่อนออกมาไปเลย ผมรู้สึกแปลก ๆ กับเสื้อผ้าที่ใหญ่กว่าตัวเล็กน้อย แต่ก็อบอุ่นสบายกว่าชุดนักเรียนที่ใส่มาหลายวัน
เมื่อผมออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นคุณหมออันกับไอรีนกำลังปูฟูกนอนเตรียมที่พักผ่อนสำหรับค่ำคืนนี้ ผมไม่รอช้าที่จะเข้าประเด็นทันที
ซีน: “คุณหมอครับ ผมขอถามเื่หมู่บ้านนี้ทั้งหมดได้ไหมครับ? มันมีบางอย่างที่ไม่สมเหตุสมผลเลย”
คุณหมออันหันมามองผมด้วยแววตาที่เข้าใจก่อนจะเริ่มเล่าทุกสิ่งที่ผมถาม
คุณหมออัน: “เมื่อ 1 อาทิตย์ก่อน ทหารของทางรัฐกลุ่มหนึ่งได้เข้ามาในหมู่บ้านของพวกเราและบอกให้เราย้ายไปรวมกลุ่มกับคนอื่นที่มารวมตัวกันที่กรุงเทพที่มีทั้งอาหาร ที่พักพิง และยาพร้อม ทุกคนก็ตัดสินใจย้ายไปพร้อมกับพวกทหารกลุ่มนั้นด้วยรถที่บรรทุกทหาร 2 ถึง 3 คันที่บรรจุคนในหมู่บ้านได้เกือบหมด ส่วนคนที่เหลือก็ได้ขับรถตัวเองตามไป”
เธอหยุดหายใจครู่หนึ่งก่อนจะชี้ไปยังทิศทางที่ศพถูกกองรวมกันอยู่ข้างนอกหน้าต่าง
คุณหมออัน: “ส่วนกองศพพวกนั้น... คือซอมบี้ที่เป็คนของหมู่บ้านที่ตาย และคนที่รอดช่วยกันนำทุกคนมากองรวมกันและเตรียมจะเผาอยู่แล้ว แต่ฉันได้ขอพวกเขาไว้ว่าอย่าเผา... ฉันเชื่อว่าถ้ามียารักษาสมบูรณ์ ถึงแม้พวกเขาจะตายแล้ว ก็อยากให้ใช้ยารักษานั้นให้พวกเขากลับมาเป็มนุษย์ และไม่เผาพวกเขาทั้งที่ยังเป็มนุษย์อยู่”
คุณหมออันเล่าด้วยรอยยิ้มมุมปากเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความทรงจำดี ๆ กับหมู่บ้านนี้ “ถึงมันจะเป็ความคิดบ้า ๆ ก็เถอะ แต่ฉันชอบผู้คนที่นี่มาก เพราะเขาใจดีกันอย่างมาก... ฉันจึงอยู่เฝ้าพวกเขาไว้จนถึงที่สุด เพื่อสักวันโลกนี้จะกลับมาเป็เหมือนเดิม”
ไอรีน ได้ร้องไห้ออกมาด้วยความซึ้งใจกับอุดมคติอันงดงามของคุณหมอ
ไอรีน: “เป็เื่ที่ทำให้ซึ้งใจขนาดนี้ คุณหมออันเป็คนที่สวยและดีมากเลยนะคะ ว่าไหมรุ่นพี่...” ไอรีนเช็ดน้ำตาและเมื่อหันไปพูดคุยกับซีน ก็ต้องใจนน้ำตาหยุดไหล
ไอรีน: “เอ๊ะ? …รุ่นพี่?” ใบหน้าของซีนแสดงสีหน้าออกมาราวกับคนที่ดูไม่สู้ดีนัก แววตาเต็มไปด้วยความสับสนและความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้
ไอรีน: “รุ่นพี่เป็อะไรไปน่ะ”
ซีน: (เสียงแหบพร่า) “เื่ของคุณหมอมันกินใจจริง ๆ แต่ฉันไม่เข้าใจทำไมคุณถึงบอกว่า 1 อาทิตย์ก่อน ทั้ง ๆ ที่เชื้อพึ่งเริ่มแพร่ระบาดไปเมื่อวันสองวันก่อนเองนะครับ!” คำพูดของผมเจาะเข้าสู่จุดที่ผิดปกติที่สุดของบทสนทนา
ไอรีนที่ฟังเหตุผลของซีนก็ได้ตะหนักขึ้นมาได้ว่านี่มันแปลก ๆ จริง ๆ ด้วย คุณหมอที่เหมือนจะไม่ใกับปฏิกิริยาของเราเลยก็ได้พูดขึ้น
คุณหมออัน: “มันก็มีอยู่นะพวกที่หลงมาจาก่เวลาอื่น ๆ เช่นไอคนที่ถูกเธอจัดการไปก่อนหน้าก็เป็ทหารที่มาจากกลุ่มเดียวกับที่มาหมู่บ้านนี้ เขาเล่าว่าเขาแวะปลดทุกข์อยู่ที่กลางป่า พอกลับมาก็ไม่เจอพวกพ้องแล้ว... ฉันก็เล่าให้ฟังว่าทหารพากันออกไปเมื่อ 1 อาทิตย์ก่อนแล้ว... หลังจากนั้นจู่ ๆ เขาก็เข้ามาหาฉันแบบเมื่อตอนกลางวัน แล้วพวกเธอก็มาเจอพอดี”
ซีน: “แล้วมีอะไรเป็เครื่องพิสูจน์ล่ะว่านี่คือเื่จริง” ผมถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
ไอรีน: “ไม่จริง รุ่นพี่ดูนี่สิ!” ไอรีนเปิดมือถือของตนและยื่นให้ซีนดู ปฏิทินของเธอซึ่งเมื่อวานที่ดูล่าสุดมันยังเป็ 15 พฤษภาคม 2565 แต่ตอนนี้กลับกลายเป็ 20 พฤศจิกายน 2565!
ซีน: “ไม่จริงน่า!” ซีนที่ไม่เชื่อสายตาตัวเองได้หยิบมือถือของตนมาดู แต่ปรากฏว่ามือถือของตนก็เป็ 20 พฤศจิกายน 2565!
ซีน: (นั่งกุมขมับอย่างคนสติแตก) “ผ่านไป 6 เดือนแล้วหรอ! ไม่จริง! โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้น!!!!”
ผัวะ!!! คุณหมออันได้ใช้มือฟาดไปหัวซีนอย่างเต็มแรงอีกครั้งจนทำให้ซีนหยุดโวยวายทันที
คุณหมออัน: “ตั้งสติหน่อยไอ้เด็กบ้า! ถึงมันจะเป็เื่ที่ไม่น่าเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อ เื่ประหลาดแบบนี้มีตั้งหลายเื่ที่พวกเธอที่มาจากอดีตยังไม่รู้ เื่แค่นี้ถือว่ายังเล็กน้อย”
ซีน: “นั่นสินะ...” ความจริงที่น่าใทำให้ผมยอมจำนน (มีเื่ประหลาดตั้งหลายอย่าง ขนาดเรายังเจอมากับตัวเลย ไอ้ระบบบ้าบอคอแตกนั่น)
คุณหมออัน มองมาที่ซีน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยที่อยากจะเจาะลึกเข้าไปในจิตใจของเขา
คุณหมออัน: “ว่าแต่เธอนะ... เอ่อ... ซีน ใช่ไหม เธอไม่รู้สึกอะไรเลยหรอตอนที่จัดการไอ้คนบ้านั่น ท่าทางที่เธอใช้ด้ามไม้กวาดกระทุ้งใส่เขามันเด็ดขาดเกินกว่าคนที่เพิ่งเคยฆ่าคนครั้งแรกเลยนะ สีหน้าของเธอตอนนั้นดูสุขุมมาก... ราวกับเคยฆ่าคนมาก่อนเลย”
ซีน: “ผมไม่เคยฆ่าคนหรอกครับ... แต่มันก็แปลกที่ไม่รู้สึกอะไรเลยตอนฆ่า... แต่กลับรู้สึกโล่งใจที่คนแบบนั้นหายไป มั้งนะ” ผมตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ แต่ในใจรู้ว่านี่คือผลจากาแในอดีตที่ทำให้ความรู้สึกตายด้านไปแล้ว
คุณหมออัน: (พยักหน้าเล็กน้อย) “เคยมีเหตุการณ์ที่มันทำให้ฝังใจสินะ เอาล่ะเปลี่ยนเื่คุยดีกว่า พวกเธอจะเอายังไงต่อจากนี้ล่ะ”
ไอรีน: “นั่นสิคะ รุ่นพี่เราจะเอายังไงต่อดี” ไอรีนมองมาที่ผมอย่างรอคอยคำตอบ
ซีน: “ฉัน ไม่รู้เหมือนกัน...” ผมยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ตอนนี้สมองผมเต็มไปด้วยคำถามเื่เวลาและคุณน้า
คุณหมออัน: “รีบหามันให้เจอล่ะ เหตุผลที่อยากใช้ชีวิตในวันสิ้นโลกแบบนี้ เพราะถ้าจะอยู่บนโลกแบบนี้ให้ได้ ฉันเชื่อว่าเป้าหมายที่อยากจะอยู่น่ะจำเป็อย่างมากเลยล่ะ” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเป็ครั้งสุดท้าย
คุณหมออัน: “รีบไปนอนได้แล้ว ฉันจะไปนอนห้องนอนของฉัน ส่วนพวกเธอนอนที่ห้องเก็บของนี่กันสองคนกับฟูกนุ่ม ๆ ไปนะ เพราะฉันก็ยังไม่ไว้ใจพวกเธอเหมือนกัน ถึงให้ไอรีนที่เป็ผู้หญิงเหมือนกันมานอนด้วยไม่ได้ ถ้ามีอะไรก็เคาะประตูนะ”
คุณหมออันกล่าวจบก็เดินออกจากห้องไปแล้วปิดประตูให้เบา ๆ
ซีน/ไอรีน: “ครับ/ค่ะ” ซีนกับไอรีนได้ตอบรับพร้อมกัน
หลังจากที่คุณหมออันเดินจากไป เราก็จัดแจงกันนอนลงบนฟูกนุ่ม ๆ ในห้องเก็บของ โดยมีหมอนข้างยาวเหยียดวางกั้นอยู่ตรงกลางระหว่างเรา
ซีน ที่นอนไม่หลับก็ได้ปล่อยให้ความคิดตีกันอยู่ในหัวอย่างหนัก ถ้าตื่นมาเขาจะทำอะไรดี? จะไปไหนต่อ? จะเอายังไงกับชีวิต? คำถามเื่่เวลาที่บิดเบี้ยว ยิ่งทำให้ความสับสนพุ่งสูงไปถึงเื่ของคุณน้าที่คอยเลี้ยงดูเขา ในตอนนี้อาจจะผ่านไป6เดือนแล้วคุณน้าจะปลอดภัยไหม
ขณะที่ผมครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบงันในความมืด ไอรีน ที่นอนอยู่ข้าง ๆ ก็พูดขึ้นมา
ไอรีน: (เสียงกระซิบแ่เบา) “รุ่นพี่ยังไม่หลับหรอคะ”
ซีน: (แปลกใจเล็กน้อย) “ไอรีน เธอตื่นอยู่หรอ”
ไอรีน: “ค่ะ... ฉัน ก็คิดอยู่เหมือนกัน พวกเราจะทำยังไงดี รุ่นพี่อยากจะไปไหนรึป่าว”
ซีน: “ก็กำลังคิดอยู่...” ผมถอนหายใจออกมา
ทันใดนั้น ไอรีน ที่นอนอยู่ก็ได้ลุกนั่งและกระเถิบมาหาซีนที่นอนอยู่จากอีกฝั่งของหมอนข้าง ใบหน้าของเธอจริงจังมากจนผมต้องเงยหน้ามอง
ไอรีน: (มองซีนด้วยแววตาแน่วแน่) “พาฉันไปด้วยนะคะ ไม่ว่ารุ่นพี่จะไปไหน ฉัน จะไปด้วยให้ได้ให้ถึงที่สุดเลยค่ะ”
ซีน: (ตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ) “ห๊ะ!?”
การพักพิงที่ร้านยาได้เผยความจริงที่น่าใ: พวกเขาไม่ได้เดินทางผ่านไปแค่วันสองวัน แต่เป็การะโข้ามมิติเวลาถึง 6 เดือน! ความสับสน ความตื่นตระหนก และความห่วงใยที่มีต่อคุณน้า ทำให้ซีนตกอยู่ในห้วงความคิดที่มืดมิด
แต่ท่ามกลางความมืดนั้น ไอรีน เธอยืนยันที่จะเดินเคียงข้างเขาไปจนถึงที่สุด ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับความบ้าคลั่งใด ๆ และอันตรายใด ๆ ก็ตาม
ซีนจะรับมือกับคำประกาศของไอรีนอย่างไร?