.
.
.
..อาร์
ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นในตอนเช้าเป็ความเคยชินของร่างกายที่บันทึกเวลาตื่นไว้ คิวยังคงนอนหลับอยู่ข้างๆเสียงลมหายใจสม่ำเสมอดี ไม่อยากเชื่อว่าคนข้างๆ ตัวจะยัง ‘ไหว’ ทั้งที่ร่างกายเ็ปขนาดนั้น ทั้งแผลเก่าแผลใหม่..ไปเอาความอึดถึกขนาดนี้มาจากไหน
!!!!!
เสียงเมลล์ดังขึ้นจากห้องทำงานลับผมรีบลุกผละออกจากเตียงและเดินตรงไป พยายามขยับย่างให้เบาที่สุดเพราะยังอยากให้คิวนอนต่อ
ผมดับเบิ้ลคลิกเปิดเมลล์นั่นทันที ..มันเป็คลิปวิดีโอที่ถูกเข้ารหัสซึ่งไม่ได้ยากเลยสำหรับผม ผมถอดรหัสสักพักก็เปิดคลิปได้ และยังลงโปรแกรมตามรอยเส้นทางที่คลิปนี้ถูกส่งมา
โทนี่ ฉิน!!
[เป็ไงบ้างคุณสายลับ..]
ผมกําหมัดแน่นขณะที่มันกําลังเดินไปมาอวดกล้ามท้องโดยมีเพียงเสื้อเชิ้ตคลุมหลวมๆ
[..ทําผมหลับน่ะไม่เท่าไร แต่ไอ้ที่ทําผมปวดระบมไปทั้งตัวเนี่ย..ผมจะจดไว้น้า]
[พวกคุณได้อะไรไปตั้งเยอะ แต่ผมนี่สิ เสียทั้งบ้าน ทั้งลูกน้องแต่ที่เสียใจมากที่สุด ก็..] มันหยุดยืนที่กล้อง และจ้องเข้ามาความรู้สึกราวกับว่ามันกําลังยืนอยู่ต่อหน้า
[..อดชิม อดกิน]
!!!!!!
ภาพที่หน้าจอดับลง แม้เสียงยังคงถูกเล่นอยู่ เป็คิวที่ปิดสวิตช์หน้าจอมันยืนอยู่ข้างๆ ตัวผมและจับตัวผมให้หันไปมองหน้ามันแทนโทนี่ฉินที่กําลังทําได้แค่ส่งเสียงพูด
[..แต่ไม่เป็ไร สักวันนึง เราคงได้มีโอกาสเล่นสนุกกันผมยังรอฟังเสียงของคุณนะ ..คุณสายลับ]
ผมเม้มปากแน่น ภาพความทรงจําเมื่อคืนตามมาให้รู้สึกคิวคุกเข่าลงและรั้งตัวผมเข้าไปกอดไว้ ความอบอุ่นใจที่ถูกส่งผ่านทําให้ผมรู้สึกดี
[ออ จะว่าไป ..ถึงคุณสายลับอีกคน ผมประเมินคุณไว้ตํ่าเกินไปต้องขอโทษด้วยที่ไปดูถูกคุณ จริงๆ ถ้าลูกน้องผมรั้งคุณไว้ได้อีกสักสิบนาที ผมคง..]โทนี่ ฉินครางเสียงชวนน่ารังเกียจ ผมซบหัวกับบ่ากว้างของคิวแน่น
[เอาเป็ว่า..ไว้เจอกันใหม่ ผมน่ะเป็คนมีความพยายาม อะไรที่้า..ไม่เคยรอดพ้นจากมือผมไปได้]
..แล้วเสียงก็ตัดไป คิวรีบเปิดหน้าจอเพื่อดูโปรแกรมตามรอยที่ผมเปิดไว้ผลของมันขึ้นว่าคลิปนี้ถูกส่งมาจากไอพีแอดเดรสนอกประเทศ ไกลออกไปทางแถบยุโรป..และก็ตามได้เพียงแค่นี้เพราะไอพีที่ว่านี้เป็ไอพีโกสต์ที่ถูกสร้างขึ้นโดยโปรแกรมเมอร์ฝีมือดีต่อให้รู้ต้นตอที่อยู่ ก็ไม่อาจเชื่อได้ว่าเป็ที่ๆ ส่งออกเมลนี้จริงเพราะไอพีผีพวกนี้ถูกสร้างขึ้นและปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา
“คุณอาร์ไปอาบนํ้าเถอะครับ เดี๋ยวผมทําอะไรให้กิน” คิวพูดขึ้นหลังจากที่เราทั้งคู่ต่างก็รู้ว่าคงทําอะไรกับคลิปของโทนี่ฉินไม่ได้
“...”ผมมองหน้าคิว
“ก็.. เดี๋ยวเราคงโดนตามตัว ไม่ก็.. ต้องชี้แจงอะไรอีกเยอะ เตรียมตัวให้พร้อมน่าจะดีกว่านะครับ”
“...”คิวมีสติเสมอ แม้จะแสดงออกถึงความเรื่อยๆ ที่ดูจะหาสาระหรือความจริงจังไม่ได้ แต่ในหลายครั้งกลับคุมเกมและเรียบเรียงลําดับความสําคัญของสถานการณ์ได้ดี..มีความเป็ผู้ใหญ่ที่แม้แต่คนฟอร์มจัดอย่างผมยังแพ้ทาง..
“หรือจะให้ผมอาบให้..”
“...”
“ไม่ตอบ แสดงว่าไม่ปฏิเสธนะครับ” ไอ้คิวเอาหน้าเข้ามาใกล้..ทีเล่นทีจริง
“ไม่ต้องเลย กูอาบเองได้”
.
..คิว
“ไม่ต้องเลย กูอาบเองได้”
คุณอาร์พูดจบก็เดินกลับห้องตัวเอง ผมดีใจนะที่คุณเขายังเดินได้ปกติดีหลังจากที่เมื่อคืน.. แค่นึกยังเขินตัวเอง ..มึงทําดีมากไอ้คิว ..มึงเก่งมากทั้งเื่ที่ไปช่วยคุณเขาได้ทันเวลา ไหนจะที่ทําให้คุณอาร์ผ่อนคลายได้อีก
ผมเดินออกจากห้องทํางานลับไปที่ห้องครัวเปิดตู้เย็นดูวัตถุดิบที่พอมีอยู่ คงทําอะไรไม่ได้เวอร์วัง แต่ก็พอให้ไม่อับอายต่อความพยายามเทรนด์ผมของคุณนายแม่ของคุณอาร์ ผมวางหม้อข้าวที่ซาวเสร็จในเครื่องหุงเรียบร้อยต่อด้วยตีไข่สามฟองในชามให้คลุกเคล้าเข้ากันกับส่วนผสม เครื่องปรุงก่อนจะกรองเอาฟองออกและนึ่งเป็ไข่ตุ๋นร้อนๆผมมองข้อมือตัวเองที่มีผ้าพันแผลพันอยู่จากการต่อสู้กับสายรัดที่คุณอาร์พยายามขังผมไว้..เหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับมาให้คิด
..ผมรู้ว่าคุณอาร์ทําอะไรอยู่ที่ไหนเพราะภาพจากกล้องวงจรปิดที่อิชะแฮกได้และส่งมาให้
..อิชะรู้ไอพีที่คอนโดนี้ได้ยังไง ในเมื่อคุณอาร์เข้ารหัสและสร้างไอพีโกสต์ไว้ใช้งานทุกครั้ง ยังไงก็ไม่มีทางส่งมาถึงได้แน่..หรือแค่ส่งมาตามไอพีโกสต์ก็ได้
..และถึงอย่างนั้นอิชะจะส่งกลับมาทําไมในเมื่อตัวเองมีหน้าที่เป็ตาให้คุณอาร์ที่ทําภารกิจอยู่?ส่งมาให้ใคร? ..ให้ผม?
..ที่สําคัญที่สุด โทนี่ ฉินส่งคลิปมาถูกที่ได้ยังไง?
..ความเชื่อมโยงระหว่างอิชะกับโทนี่ ฉิน??
คําถามเกิดขึ้นในหัว ..ชักสงสัยในตัวของอิชะผมรู้จักอิชะเพราะคุณอาร์เคยพูดถึง แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเพราะเห็นว่าอยู่หน่วยลับเหมือนกัน..
“มีอะไรกิน” เสียงคุณอาร์เรียกผมให้หลุดจากการใช้ความคิดคุณเขาเดินมาพร้อมกับผมเปียกหมาดใต้ผ้าขนหนูผืนเล็ก ..โคตรน่ามอง
“ข้าวกับไข่ตุ๋น พอไหมครับ”
“พอ ข้าวยังไม่สุกนิ ไปอาบน้ำก่อนดิ”
“ครับ” ผมขยับตัวจะเดินออกจากเคาเตอร์ แต่ก็หยุดยืน“คุณอาร์รู้จักอิชะมากแค่ไหนครับ”
“ก็มากพอให้สงสัยไม่ต่างจากมึง เหมือนมันตั้งใจส่งภาพมาเพื่อเรียกตัวมึงไปที่นั่นถ้าบอกว่าเป็ความหวังดีก็เข้าใจได้ แต่.. ทำไมโทนี่ฉินถึงพูดว่าประเมินความสามารถมึงไว้.. เหมือนรู้ว่ามึงจะต้องไปแน่..แล้วคนที่ช่วยเรียกตัวมึงไป ก็คือ.. อิชะ”
“...”
“..ตอนที่กูไปบ้านมันตอนบ่าย กูก็ตระหงิดๆ ว่าทำไมมันปล่อยให้เข้าง่ายๆ ไหนจะที่ลูกน้องมันเตรียมพร้อมเต็มบ้านเหมือนรอต้อนรับใครอยู่ ทั้งอาวุธ ทั้งจำนวนคน”
ผมมองหน้าคุณอาร์ก่อนจะพูดสรุป “..มันรู้ทุกอย่างล่วงหน้า รู้ว่าคุณอาร์คือสายลับแล้วก็รู้ว่าผมคือคู่หูของคุณอาร์ มัน.. รู้จักพวกเราทั้งคู่”
“...”
.
.
.
“จากข้อมูลที่พวกคุณส่งมา แน่นอนว่าทางกรมจะมีงานให้ตามต่อไปอีกเป็ปีรายชื่อที่ได้มาก็เป็พวกตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้น ..ถึงจะน่าใเพราะมีผลต่อระบบเศรษฐกิจบ้าง แต่ก็ดีที่เราจะได้เคลียร์คนพวกนี้ออกไปจากสังคมพวกทำลายแผ่นดิน”
“.../ …” ทั้งผมและคุณอาร์กำลังตั้งใจฟังสิ่งที่นายกำลังวิดีโอคอลผ่านช่องทางติดต่อสื่อสารยิงสัญญาณจากดาวเทียมเฉพาะที่เป็ของกองกำลังพิเศษ
“..แต่ มันไม่ทั้งหมดพวกมันที่กำลังจะถูกดำเนินการตามขั้นตอนเป็แค่ส่วนเดียว และเท่าที่รู้ก็เป็พวกที่.. กำลังจะเสื่อมอำนาจ พวกคุณเข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม”
“ครับ” คุณอาร์ตอบ ส่วนผมทำเพียงพยักหน้าไม่ค่อยชอบอะไรที่เป็ทางการ รู้แค่ไปตามล่าพวกชั่วชาติก็พอ
“และจากที่พวกคุณรายงาน โทนี่ ฉินเป็บุคคลอันตรายกว่าที่เราคิดนอกจากจะต้องตามไล่ล่ามันต่อไป พวกคุณคงต้องระวังตัวกันมากขึ้นด้วย ส่วนเื่อิชะคนที่พวกคุณว่าอยู่ในกองกำลังพิเศษเหมือนกันเป็ผู้ต้องสงสัยว่าจะเชื่อมโยงกับโทนี่ฉิน ..ผมจะตามเื่ให้”
“ขอบคุณครับ / ครับ”
“ก่อนที่จะรู้ความเคลื่อนไหวของมัน พวกคุณก็คิดซะว่าใช้โอกาสนี้พักไปก่อน..แต่คงไม่นานหรอก จนกว่าจะมีภารกิจใหม่”
“ครับ / ครับ”
.
.
.
..จากคำพูดของนายเมื่อวาน เลยเป็ที่มาของการปลอมตัวอยู่ภายใต้หน้ากากของ‘ลุง’ วัยกลางคนที่ใบหน้ามีริ้วรอยประสบการณ์ชีวิต บวกเพิ่มด้วยเนื้อปลอมเสริมพุงให้ดูเป็มนุษย์ร่างหมีที่พอมีอันจะกินผมกำลังโคฟเป็ประชาชนคนหนึ่งที่มารักษาอาการปวดท้องในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลในสังกัดทหารแห่งนี้ซึ่งเป็ที่ทำงานของนายแพทย์ทหารอริญชย์ หรือก็คือคุณหมออาร์
ผมกรอกข้อมูลผู้ป่วยที่เป็หนึ่งในคาแรคเตอร์ที่ถูกสร้างรอไว้ในฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์
“ลุงสงวน นามหมื่นนะ อาการเป็ยังไงบ้าง”
ผมยิ้มตอบพยาบาลที่มีท่าทางใจดี และพูดจาดี ถึงไม่มีหางเสียงแต่ก็น่าฟังเป็กันเอง “ลุงปวดท้องมาั้แ่เมื่อคืนแล้ว มันเสียดๆ เป็่ๆ เดี๋ยวหายเดี๋ยวปวด”
“พอเดินไหวใช่ไหม หรือจะเอารถนั่งดี”
“ไหวๆ” ผมตอบพลางเดินตัวงอตามอาการที่มโนว่าเป็พลางเกาะแขนคุณพยาบาลที่ใจดีเป็ไม้เท้าให้ผม
“ลุงนอนลงบนเตียงนี้ได้เลยนะ เดี๋ยวคุณหมอมาตรวจ”
“คุณพยาบาล ลุงขอหาหมออาร์ได้ไหม”
“หมออาร์?”
“ใช่ๆ หมออาร์ ลุงอยู่แถวบ้านแกน่ะ ลุงสบายใจ”
“ออ ได้ค่ะ จะแจ้งให้นะคะ แต่ไม่รู้ว่าคุณหมอติดเคสอื่นอยู่รึเปล่านะ”
“ขอบใจมากนะหนูเอ๊ย”
พยาบาลคนดีเดินห่างออกไปขณะที่ผมก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงผู้ป่วยด้วยท่าทีสำออย..กฎพื้นฐานของการปลอมตัว เราต้องเชื่อในสิ่งที่เราปลอมว่าเป็และคอนทินิวมันต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
ภายในห้องฉุกเฉินตอนนี้ไม่วุ่นวายเท่าไหร่ต่างจากหลายครั้งที่ผมแอบมาโดยที่คุณอาร์ไม่รู้ เหตุผลที่มา..ก็เพราะอยากให้คุณอาร์อยู่ในสายตาส่วนที่มาในวันนี้และแผนที่จะมาในทุกทุกวันต่อจากนี้ ..ก็เพื่อคุ้มกันคุณอาร์โทนี่ ฉินอาจบุกมาเมื่อไหร่ก็ได้คุณอาร์อาจเข้าใกล้มันทั้งที่จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านั่นคือโทนี่ ฉินเพราะอาการจดจำใบหน้าคนไม่ได้
“อาการ..”
เสียงห้วนดังแหวกอากาศมา คงอยู่ห่างจากเตียงที่ผมนอนออกไปราวสี่เมตร..เสียงคุณอาร์
“คนไข้แจ้งว่ามีอาการปวดท้องเสียดค่ะ เป็ๆ หายๆ มีอาการั้แ่เมื่อคืน”
“ความดัน”
“ปกติค่ะคุณหมอ”
“...”
คุณอาร์เดินมาถึงเตียงของผม ส่วนผมก็ยังนอนทำตัวงออยู่อย่างแเี
“ปวดทุกกี่นาทีครับลุง” คุณหมออาร์กําลังถามผม
“..เอ่อ ลุงไม่ทันได้ดูนาฬิกา” ผมตอบทั้งที่ยังนอนหันหลังให้คุณหมอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินอ้อมเตียงมา ใบหน้าหงุดหงิดตาขวางขึงของคุณหมออาร์ปรากฎขึ้นตรงหน้าผม ทันทีที่สบตากัน คุณเขาก็ยกยิ้มขําใส่ผมก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม
“..ให้นอนรอดูอาการอยู่นี่ ระหว่างนี้งดอาหารแล้วก็งดนํ้าสักครึ่งวัน”คุณหมออาร์บอกพยาบาลพลางยกคิ้วขึ้นหนึ่งข้างใส่ผม..คงสนุกกับการได้แกล้ง ผมพยายามส่งสายตาอ้อนวอนผ่านหน้าปลอมที่อวบอูมแต่คุณอาร์ไม่สนใจ ยังคงยืนยืดอกตรงยืนยันคำสั่งแพทย์ที่พูดออกมา
“คุณหมอสั่งแบบนั้น แล้วลุงจะไม่เป็ไรเหรอคะ” พยาบาลที่ดูแก่ประสบการณ์กว่าพยายามจะค้านคำสั่งของคุณหมออาร์ที่ดูจะผิดแปลก แทนที่จะตรวจอย่างละเอียดก่อนกลับสั่งอะไรที่ดูไม่น่าทำตามแบบนี้ ..ดูไร้เหตุผล
ผมมองพยาบาลและพยักหน้านัยบอกว่า..ไม่เป็ไรแล้วก็มองต่อไปทางคุณหมออาร์ “ลุงมาหาหมอ ลุงก็ต้องเชื่อฟังหมอสิ” ผมตั้งใจพูดในสิ่งที่คิดอยู่จริงๆ ไม่ว่าคุณอาร์จะให้ผมทำอะไรผมยอมทำตามหมด ..ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม
“ตามนั้นนะคุณพยาบาล” คุณหมออาร์พูดจบก็เดินจากไป..ไร้เยื่อใยจริงๆ
.
.
ผมนอนหลับแล้วก็ตื่นวนไปมาอยู่หลายรอบ สะดุ้งตื่นทีก็มองหาคุณอาร์ทีมันก็ดีเหมือนกัน ร่างกายได้รับการพักฟื้นจริงๆแถมคุณอาร์ก็อยู่ในสายตาเกือบตลอดเวลา
“อาการเป็ไงบ้าง คุณหมอถามอยู่จ๊ะลุง”
ผมที่เพิ่งสะลึมสะลือตื่นออกจะมึนงงกับคำถามที่จู่โจมมา “ก็.. สบายดีนะ”..เหี้ยแล้วไง! “ไม่ๆ ไม่ได้สบายดีแต่ก็ดีขึ้นหน่อย แต่ไม่ถึงกับดีมาก”
“ลุง ถ้าดีขึ้นแล้ว ก็กลับไปนอนต่อที่บ้านไหมจะได้ไม่เบียดเบียนคนที่เขาป่วยจริงๆ แต่ไม่มีเตียงให้ใช้” พยาบาลที่ยืนอยู่ด้านหลังมองคุณหมออาร์ทันทีความกวนตีน ความมะนาวไม่มีน้ำ คงหาไม่ได้ง่ายในคนเป็หมอกรณีของคุณหมออาร์คือบียอนด์หมอทั่วไปจริงๆ ไม่มีกฎเกณฑ์ใดจะมาขีดกรอบให้ได้
“คือลุง..” ผมดื้อที่จะอยู่ต่อในห้องฉุกเฉินให้ได้แต่ก็นึกหาเหตุผลไม่ออกจริงๆ
“งั้นผมจะส่งลุงไปทำซีทีสแกน จะได้เช็คให้ละเอียดหรือถ้าลุงอยากนอนต่อที่โรงพยาบาล ผมก็จะทำเื่แอดมิทให้”
“เอาไงดีค่ะลุง” พยาบาลถามผมทันทีที่คุณหมออาร์เดินจากไปแบบมีอารมณ์..เคือง “แล้วก็.. อย่าไปถือคุณหมอแกนะ แกเป็คนแบบนี้แหละพูดดีๆ ไม่ค่อยเป็ แต่ที่คุณหมอพูดก็ถูกนะ”
ผมพยักหน้าเข้าใจ “ลุงเข้าใจ เอาเป็ว่า ลุงดีขึ้นเยอะแล้ว แล้วนี่ลุงต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเท่าไหร่”
“คุณหมอเขาจัดการให้เรียบร้อยแล้วลุง ลุงกลับบ้านได้เลย”
ใจผมพองฟู.. ..ถึงจะปากร้าย แต่ก็เป็คนดีเสมอ ..คุณอาร์ของผม
ผมยอมเดินออกจากห้องฉุกเฉินโดยดี แม้ตอนนี้สถานการณ์ยังปกติมีเตียงเพียงพอต่อความ้าก็เถอะ
ผมนั่งเฝ้าคุณอาร์อยู่ด้านนอกห้องฉุกเฉินซึ่งเป็เส้นทางหลักในการสัญจรของทั้งผู้ป่วย ญาติ และบุคลากรทางการแพทย์คนมากหน้าหลายตาผลัดเปลี่ยนเวียนเดิน นั่งนอนรอการตรวจ และรอจ่ายเงิน ..ดีต่อผมที่จะไม่ตกเป็ที่สังเกตเห็น
“จะไม่ยอมกลับใช่ไหม” คุณอาร์ในเสื้อกาวน์ยืนค้ำหัวผมอยู่น่าแปลกที่เราอยู่ด้วยกันทุกวันแต่ผมกลับรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้เจอหน้าคุณอาร์หลังจากที่เราต้องอยู่ห่างกันแม้เพียงเวลาไม่กี่ชั่วโมงยิ่งตอนที่คุณอาร์ต้องมาทำงานในหน้าที่หมอด้วยแล้วผมก็กระสับกระส่ายทนอยู่คนเดียวไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องแอบมาอยู่ใกล้ๆ ที่โรงพยาบาลซึ่งคุณอาร์ก็รู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้าง ตามแต่ว่าผมจะยอมหลบซ่อนตัวอยู่เงียบๆหรือเผยตัวโต้งๆ เพราะอยากให้คุณเขารู้ว่าผมมา อีกอย่างคือคุณอาร์ในลุคคุณหมอ..น่ามองมากขึ้นหลายสิบเท่าแม้ความขาวของเสื้อกาวน์ก็แย่งซีนผิวขาวอมชมพูของคุณเขาไม่ได้ ..ผมแพ้คุณหมออาร์ไนเครื่องแบบ
“จะให้ลุงกลับได้ยังไง คุณหมอก็รู้ว่าลุงมาเฝ้าคุณหมอ..” ไม่รู้นึกอะไรอยู่ที่ได้กล้าหยอดคุณอาร์ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควร
คุณอาร์ส่งเสียงหึในลำคอเบาๆ และมองลอยไปยังเพดานเตี้ย เม้มปากแน่นก่อนจะโค้งตัวเอาหน้าลงมาใกล้ “..งั้นก็รอต่อไปนะลุง” พอพูดจบก็ยื่นกล่องข้าวญี่ปุ่นพร้อมน้ำให้“กินซะ อย่ามาอดข้าวจนป่วย ี้เีรักษา” แล้วคุณเขาก็เดินสะบัดชายเสื้อกาวน์หายกลับเข้าไปในห้องฉุกเฉินผมยิ้มแก้มปลอมแทบปริยิ้มอย่างนั้นอยู่นานจนพอมีสติก็คิดว่ามีสายตาหลายคู่กำลังจ้องมองมา ..ผมคงเหมือนคนบ้าเพราะเอาแต่ยิ้มให้ห้องฉุกเฉิน
.
..อาร์
ถึงจะทำฟอร์มเดินแยกออกมาแบบนิ่งๆแต่ผมกลับกำลังฝืนไม่ให้ยิ้มอย่างยากลำบากเพราะกลัวว่าไอ้คนกะล่อนจะตามมาเห็นว่าผมกำลังมีความเขินมากแค่ไหน
“จะให้ลุงกลับได้ยังไง คุณหมอก็รู้ว่าลุงมาเฝ้าคุณหมอ..”
..บางทีการใส่หน้ากากก็ทำให้คนเราไม่ต้องนึกถึงสถานะความเป็จริงผมสะดวกตีความว่าคิวมาเฝ้าผมด้วยความเป็ห่วงที่มากกว่าฐานะเพื่อนร่วมงานมากกว่าความเป็ลูกของนาย ไม่ใช่เพราะผมจะจำหน้าโทนี่ ฉินไม่ได้หรือเพราะผมจะอยู่ในอันตรายเพราะไอ้โทนี่หมายหัวไว้ได้แต่หวังว่าสิ่งที่ตัวเองสรุปจะเป็ความรู้สึกของคิวจริงๆ ..ความรู้สึกที่ตรงกัน ..ความรู้สึกที่ผมไม่ได้มีแค่ฝ่ายเดียว
“หมออาร์”
เสียงเรียกที่ไม่ได้ยินมาสักพักดังขึ้นจากด้านหน้าคงเพราะเผลอคิดอะไรเพลินถึงไม่เห็นคนคุ้นเคยที่กำลังเดินใกล้เข้ามา
“ครับคุณหมอ”
..หมอชิน เป็หมอรุ่นพี่ ..น่าจะสักสองปีเรารู้จักกันั้แ่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย เพราะผมเข้าอบรมความรู้ด้านสมอง..แต่ก็แค่่เวลาสั้นๆ เรามารู้จักกันจริงๆก็หลังจากที่หมอชินย้ายมาประจำที่โรงพยาบาลนี้ ..ก็น่าจะปีนึงได้
“พี่บอกอาร์กี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกพี่หมอ” หมอชินไม่พูดเปล่ายังส่งสายตาแสดงความตัดพ้อมาให้ผม แถมยังเอามือมาลูบหัวผมโดยไม่คิดขออนุญาตซึ่งถ้าเป็คนอื่นๆ (ที่ไม่ใช่ผม)คงได้กรี๊ดลั่นเพราะหวั่นไหวในความเป็กันเองแบบนี้ของหมอชิน..ศัลยแพทย์สมองที่อายุยังน้อยแต่กลับเป็หนึ่งในมือผ่าตัดระดับต้นๆ ของประเทศและเป็ที่รู้จักในวงการแพทย์ระดับโลกด้วยความเป็จีเนียสที่บอร์นทูบีไม่นับรวมรูปร่างหน้าตา พื้นฐานครอบครัว.. ทุกอย่างดีหมดจนเป็ท็อปลิสต์ชายในฝัน
“เรียกคุณหมอดีแล้วครับ” ผมยิ้มตอบพลางก้าวเท้าไปด้านข้างหนึ่งก้าวมือของหมอชินลอยเก้อบนพื้นที่ว่างในอากาศที่เคยมีศีรษะของผมอยู่ ณวินาทีที่แล้วในอดีตทันที ..ผมไม่ชอบให้ใครมาััตัว
หมอชินหน้าเหวอเล็กน้อย แต่ก็เก็บความรู้สึกผิดหวังให้หายไปได้อย่างรวดเร็วพอกันกับการรีบเก็บมือเข้าไปในกระเป๋าของเสื้อกาวน์ “พี่เสียใจนะอาร์เ็ากับพี่ตลอด”
..น่าจะชินได้แล้วนะ “ผมเคารพคุณหมอมากน่ะครับเลยอยากให้เกียรติ” ผมฝืนยิ้มบาง
“เฮ้อ อาร์ก็ยังคงเป็อาร์ เข้าถึงยาก แต่ยังไงพี่ก็ยังอยากรู้จักอาร์ให้มากกว่านี้นะ”
“ขอบคุณครับ”
“ไม่เป็ไร แค่อาร์จำหน้าพี่ได้พี่ก็พอใจแล้ว”
“???”
“..ก็อาร์ออกภาคสนามแทบจะตลอด พี่เลยกลัวว่าแม้แต่หน้าของพี่อาร์ก็อาจจะจําไม่ได้”
“ทําไมจะจําไม่ได้ล่ะครับ ใครๆ ก็จําคุณหมอได้ทั้งนั้นแหละครับ”
“...”
“ว่าแต่คุณหมอลงมาถึงนี่มีอะไรรึเปล่าครับ”
“..พี่ได้ยินมาว่าอาร์เข้ามาวันนี้ พี่เลยมาหา”
“มีอะไรเหรอครับ”
“มีเคสที่อาร์น่าจะสนใจ”
“เหรอครับ”
“อืม เป็เคสสมองที่หาได้ยาก เป็คนไข้ที่ประสบอุบัติเหตุ นอนเป็เ้าชายนิทราเกือบสิบเก้าปีผ่านการรักษาด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า แล้วก็ฟื้นขึ้นมา ร่างกายอาจจะบกพร่องไปบ้างคงต้องทํากายภาพ ให้สารอาหาร รวมถึงผ่าตัด กระตุ้นเส้นประสาทให้กลับมาทํางานรวมถึงส่วนของความจําที่หายไปบ้าง..”
“...”
“น่าสนใจไหม”
“น่าสนใจครับ”
“เขาเพิ่งถูกส่งตัวมารักษาต่อที่นี่พอผู้อํานวยการให้สร้างทีมดูแลเคสนี้โดยเฉพาะ พี่เลยคิดถึงอาร์คนแรก”
“แต่ผมคงไม่มีเวลา ขอบคุณสําหรับโอกาสน่ะครับ”
“ปฏิเสธแบบไม่คิดก่อนเลย น่าเสียดายนะพี่จําได้ว่าอาร์เคยบอกว่าอยากเป็ศัลยแพทย์ด้านสมอง”
“...”
“งั้นหลังออกเวรไปดูเขาหน่อยก็ยังดี เผื่ออาร์จะเปลี่ยนใจ ..นะ”
“..ก็ได้ครับ”
“เจอกันเย็นนี้นะ” ก่อนเดินจากไปหมอชินไม่วายวางมือบนบ่าของผมพร้อมกลับทิ้งรอยยิ้มชวนฝัน (สําหรับคนอื่น) ให้ผม
.
..คิว
นายแพทย์เตชินท์.. หรือไอ้หมอชินชาปลาสลิดทําไมต้องลงมาสุงสิงกับคุณอาร์ทุกครั้งที่คุณเขามาทํางานด้วยทั้งที่ก็อยู่คนละวอร์ดเซนส์ของผมมันบอกั้แ่ครั้งแรกที่เห็น ว่ามันสนใจคุณอาร์แน่ๆแต่คุณอาร์ของผมไม่เล่นด้วย แต่มันก็ยังมีความพยายาม..
ผมลุกขึ้นจากม้านั่งทันทีที่เห็นร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากประตูเปิดปิดอัตโนมัติของห้องฉุกเฉินผมเดินก้าวเท้าหนักๆ เข้าชนเบียดกับไหล่ของไอ้คุณหมอชิน ถึงรูปร่างจะพอกันแต่ผมมั่นใจในกล้ามเนื้อและแรงปะทะของตัวเองที่มีมากกว่า
!!!!!!!!!
ร่างบางกว่าเซถอยกระเด็นไปราวสามก้าว
“ขอโทษนะ ลุงไม่ทันได้มองทาง” ผมรีบตรงเข้าไปประคองไอ้คุณหมอชิน
“ไม่เป็ไรครับลุง คุณลุงไม่เจ็บตรงไหนนะครับ”
“ก็นิดหน่อย ..ตรงไหล่ที่ชนเมื่อกี้” โหมดสำออยผมมาเต็ม
“งั้นผมพาเข้าห้องฉุกเฉินให้คุณหมอตรวจดูหน่อยดีไหมครับ”
“ก็ดีนะ”
ไอ้คุณหมอชินมันยิ้มหวานใส่แถมยังประคองผมอย่างดี ..หึ โคตรน่าหมั่นไส้
“คุณหมอไม่ต้องทำงานอะไรเหรอ” ..ว่างรึไงถึงได้มีเวลามาตามคุณอาร์ ..อยากจะถามใส่หน้า
“ผมก็.. ลงมาทำงานน่ะครับ”
“แหม ลุงก็นึกว่าลงมาหาคุณพยาบาลสวยๆ ข้างล่างนี่”
ไอ้หมอชินยกมุมปากขำเล็กน้อย “ไม่ได้มาหาพยาบาลหรอกครับ ผมลงมาหาหมอด้วยกันนี่แหละจริงๆ ผมแอบมองเขามาหลายปี ก็เป็คนที่จะพาคุณลุงไปหาน่ะแหละครับคุณลุงอย่าบอกเขานะครับ”
“...”..ช่างกล้าเล่า ผมยิ้มรับคำไอ้คุณหมอชินรู้อยู่แล้วว่าคงเป็คุณอาร์แต่ก็อยากจะลองคิดว่าอาจเป็หมอคนอื่นที่อยู่ในห้องฉุกเฉินเหมือนกัน
“..อาร์”
“เอ่อ ..ครับ คุณหมอ” คุณอาร์หันหลังมาตามเสียงเรียกมีความใเล็กน้อยฉายอยู่บนใบหน้าทันทีที่เห็นว่าเป็ผมที่เดินอยู่ข้างๆ ไอ้หมอชิน
“อาร์ช่วยดูคุณลุงคนนี้หน่อย พอดีแกชนกับพี่ที่หน้าห้องน่ะเห็นว่าเจ็บหัวไหล่ด้วย”
“..ได้ครับ” คุณอาร์ยิ้มให้ไอ้หมอชินชาปลาสลิดก่อนจะหันมาทำหน้าเรียบเฉยใส่ผม และถอนหายใจ “ไงลุงเจ็บตรงไหน” โคตรห้วน!
“งั้นผมประคองคุณลุงไปที่เตียงนะครับ จะได้ดูสะดวก”
“ขอบคุณมากนะคุณหมอ คุณหมอใจดีจัง” ผมพูดกับไอ้หมอชินแล้วก็เบือนหน้าไปมองคุณอาร์ “ลุงชอบคนใจดี”
“...”..เหมือนว่าหน้าคุณเขาจะยิ่งตึงขึ้นไปอีก
Rrrrrrrr..
“ผมขอรับโทรศัพท์ก่อนนะครับ” หมอชินรับโทรศัพท์ที่คงสั่นเรียก“ได้ ผมจะรีบขึ้นไป” หมอชินเก็บโทรศัพท์ที่พูดสายเสร็จ“พี่โดนตามตัวแล้ว ถ้าไงพี่ฝากคุณลุงด้วยนะอาร์ขอโทษอีกครั้งนะครับที่ทำให้คุณลุงเจ็บตัว” ..มารยาทดีจริงๆ
“ได้ครับพี่หมอ เดี๋ยวอาร์จะดูแลลุงเขาเอง ไม่ต้องห่วงนะครับ”
“!!!!!!!”
“อาร์ยอมเรียกพี่ว่าพี่หมอ!” ไอ้หมอชินยิ้มกว้าง “..ถ้าไม่ติดว่าพี่ต้องรีบไปพี่คงขออยู่ฟังอาร์เรียกพี่อีกสักรอบ”
“พี่หมอ.. รีบไปเถอะครับ” คุณอาร์พูดเสียงอ่อนแถมยังยิ้มละมุนใส่มัน!!
“อาร์.. ขอพี่อยู่ตรงนี้อีกสักนาทีได้ไหมครับ”
“อาร์จะรู้สึกผิดนะครับ ถ้าพี่หมอต้องเสียงานเพราะอาร์” คนทั้งคู่กําลังมองตากัน..
“!!!!!!!”ผมอยากจะไม่ทน ทําไมต้องมาอยู่ตรงกลางในสถานการณ์นี้ คุณอาร์กําลังทําผมคลั่ง!“โอยยยย ขอโทษนะคุณหมอ แต่ลุงว่าลุงไม่ค่อยไหว..”
“พี่หมอไปเถอะครับ นะครับ” คุณอาร์พูดตัดบทความยืดเยื้อของไอ้หมอชินที่ดูจะไม่ยอมจากไปง่ายๆ
“ก็ได้ครับ เย็นนี้เจอกันนะ”
“!!!!!”
ในที่สุดไอ้หมอชินชาปลาสลิดก็ยอมเดินจากไปถึงจะเดินไปหันหลังไปเพื่อมองคุณอาร์ก็ตาม..
“ไงลุง ยังเจ็บอยู่ไหม” เสียงแข็งเป็หินก้อนใหญ่ต่างจากที่พูดกับไอ้หมอชินลิบลับ
“...”
“ไปชนเขา แล้วยังจะมาสําออยเจ็บ”
“ลุงเปล่า..”
“ทําอะไรก็คิดด้วย เขายังต้องรักษาคนไข้อีก”
“...”
“ถ้าไม่ได้เจ็บก็กลับไปได้แล้ว”
“ไม่ ..จะรอ” คุณอาร์มองผม ผมเองก็มองตอบ ถ้าที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลไม่ใช่กลางห้องฉุกเฉิน ไม่ใช่ว่าคุณอาร์เป็หมอผมคงฉุดกระชากลากคุณอาร์กลับไปด้วยกันแล้วลงโทษในสิ่งที่คุณอาร์ทำกับไอ้หมอชินนั่น..มันยั่วโมโหกันชัดๆ
..เป็คุณอาร์ที่หลบตาผม
“งั้นก็รอนานหน่อย ต้องขึ้นไปดูเคสกับหมอชิน ..จะรอไหม”
“รอ”
“อืม ก็รอไป”
..ผมว่าผมเห็นคุณอาร์ยิ้ม
..ผมก็เลยยิ้มตอบบ้าง
.
.
.