หยุนซีอ้าแขนกอดตอบหญิงชราซึ่งคือย่าเถียน ก่อนจะมองเห็นคนมากมายในห้อง
ชายร่างสูงที่มีใบหน้าหมองคล้ำ ดูแข็งแรงบึกบึนตามแบบฉบับหนุ่มชนบทที่ยืนกำเป็หมัดแน่นอยู่ น่าจะเป็หลี่จิ้งชาง พ่อของร่างนี้ มองดูดี ๆ จะเห็นน้ำตาคลอที่หางตา ‘ลูกสาวตัวน้อยของข้าหายดีแล้วจริง ๆ ดีมาก เป็เื่น่ายินดีจริง ๆ’
เฉินซื่อผู้เป็แม่ก็ยืนเช็ดน้ำตาเงียบ ๆ อยู่ข้างกัน
ชายชราผมหงอกทั้งหัวผู้นั้นน่าจะเป็ปู่หลี่ ประมุขของตระกูลผู้ผ่านเื่ราวและความผันผวนในชีวิตมามากมาย
เมื่อปู่หลี่มองดูย่ากับหลานนั่งกอดกันบนเตียงก็รู้สึกแสบจมูก ตาแดงก่ำเกือบจะร่ำไห้ จึงหยุดยืนอยู่แค่ม่านประตู อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดี ‘หลานสาวตัวน้อยของข้า ในที่สุดก็หายแล้วจริง ๆ’
คนที่ดูดีใจจนลิงโลดยืนอยู่ข้าง ๆ ปู่หลี่ น่าจะเป็อารองหลี่จิ้งเหอ ไม่ไกลกันนั้นมีผู้หญิงอีกคนยืนกุมมือแนบอกอมยิ้มอยู่ น่าจะเป็ภรรยาของอารอง อาสะใภ้หลิวเยว่ ‘ซีซีหายดีแล้ว หายแล้วจริง ๆ’
ที่ยืนถัดไปน่าจะเป็อาเล็กหลี่จิ้งชู แม้จะรูปร่างผอมแห้งไปสักหน่อยเพราะขาดสารอาหารมาเป็เวลานานแต่ยังดูหล่อเหลา ดวงตาเปล่งประกายตื่นเต้นยินดี ถึงจะสวมเสื้อผ้าเก่าขาดที่ปะชุนทั้งตัวก็ยังมีกลิ่นอายสง่างามตามแบบฉบับของบัณฑิตอยู่
เมื่อมองไปที่สมาชิกครอบครัวทั้งหมด หยุนซีรู้สึกอบอุ่นที่ใจ ไม่เหลือความเศร้าอาวรณ์ชีวิตชาติที่แล้วมา
หลี่จิ้งชูกระแอมเบา ๆ กดข่มความรู้สึกที่ผสมปนเปแล้วกล่าวโน้มน้าวทุกคน “ท่านพ่อ, พี่ใหญ่ ซีซีหายดีแล้วทุกคนควรดีใจถึงจะถูก”
“จริงด้วย จิ้งชูกล่าวได้ถูกต้อง” ย่าเถียนรีบปาดน้ำตาทิ้งอย่างรวดเร็ว
“ยายเฒ่า เ้าไปช่วยสะใภ้ใหญ่สะใภ้รองทำกับข้าวเถอะ ทุกคนน่าจะหิวแล้ว เ้าใหญ่ เ้ารอง เ้าสาม ไปช่วยข้าเก็บกวาดลานบ้าน ทำความสะอาดเครื่องมือ ซีซีก็นั่งพักอยู่ในห้องไปก่อนนะหลาน”
ปู่หลี่เดินออกไปอย่างรวดเร็วเป็คนแรก รอยยิ้มยังคงปรากฏเต็มหน้า ‘จิ้งชูพูดถูก เป็เื่ดีก็ต้องมีความสุขสิ’
หลังฟังคำสั่งของผู้นำครอบครัว ฝั่งผู้ชายแยกย้ายกันไปทำความสะอาดเครื่องมือและเก็บกวาดลานบ้าน ฝั่งผู้หญิงก็เข้าครัวทำอาหาร วันนี้สมาชิกบ้านหลี่ทุกคนทำงานด้วยความสุข
หยุนไป่ผู้เป็พี่ชายเดินเข้ามาในห้องเป็คนสุดท้าย หยิบผลไม้ป่าเต็มอุ้งมือทั้งสองข้างที่ห่อด้วยเศษผ้าออกมาจากในอกเสื้อยื่นให้ “น้องเล็ก พี่ใหญ่ให้เ้า”
หยุนซีมองไปที่เด็กชายผิวคล้ำผู้ยื่นผลไม้ให้ตรงหน้า รู้สึกขอบคุณเขาจากใจจริงจนยิ้มกว้างส่งให้ “ขอบคุณเ้าค่ะพี่ใหญ่”
หยุนไป่มองรอยยิ้มสดใสของน้องน้อย แอบสาบานกับตัวเองในใจว่า ต่อไปในภายหน้าเขาจะดูแลน้องสาวเป็อย่างดี จะไม่ให้ใครมารังแกน้องได้อย่างเด็ดขาด
ตรงลานบ้านไม่ไกลกันนัก เด็กหนุ่มที่กำลังจัดโต๊ะกินข้าวอยู่ จู่ ๆ ก็จามออกมากะทันหัน เขาส่ายหัวน้อย ๆ จับจมูกแล้วรู้สึกเย็น ‘น่าจะเป็หวัดซะแล้ว’
มองดูการกระทำของคนในครอบครัวแล้วทำให้หยุนซีแสบร้อนที่จมูก รู้สึกทั้งตื้นตันและอบอุ่นใจ
การข้ามเวลามาอยู่ในยุคโบราณที่ไม่คุ้นเคยเช่นนี้ ครอบครัวหลี่ให้ความรู้สึกอบอุ่นมั่นคง ไม่มีสิ่งใดปิดบังซ่อนเร้น ไม่มีเจตนาที่ไม่ดีแอบแฝง มีให้แต่ความรัก ความปรารถนาดี
ชาตินี้มีญาติเพิ่มมามากมายและทุกคนก็เป็คนดี แม้ว่าฐานะจะยากจนไปบ้างแต่เชื่อเถอะว่าในอนาคตเธอจะทำให้ทุกคนได้กินอิ่มนอนอุ่น มีชีวิตที่ดี
ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นผ่านหัวใจ หล่อเลี้ยงต้นรักที่เพิ่งบ่มเพาะในจิตใจให้เริ่มเติบโต
……………………………
“ถึงเวลากินข้าวแล้ว”
หลังเสียงพูด ย่าเถียนก็เดินเข้ามาด้านในห้อง
นางเห็นหยุนซีกำลังจะลงจากเตียงเพื่อใส่รองเท้า จึงรีบอุ้มเด็กน้อยขึ้นมานั่งบนตัก
“หลานสาวตัวน้อยของย่าพยายามจะใส่รองเท้าเอง เก่งจริง ๆ”
พูดจบก็ช่วยสวมถุงเท้ารองเท้าให้ ใส่เสร็จก็อุ้มร่างเล็กจ้อยในอ้อมแขนเดินตัวปลิวออกจากห้องไปลานบ้าน
หยุนซีใช้แขนเกี่ยวแขนกอดคอหญิงชราไว้ ก้มหน้ามองต่ำแล้วกระดิกนิ้วเท้าน้อย ๆ รองเท้าผ้าที่เธอสวมอยู่ช่างใส่ไม่สบายเท้าเอาซะเลย
ที่ลานบ้าน มีต้นทับทิมเก่าแก่อายุมากอยู่ต้นหนึ่ง แผ่กิ่งก้านสาขาอันแข็งแรง ใบอ่อนเขียวชอุ่มที่ผลิออกมาตามกิ่งไม้ ดูไปคล้ายภูตน้อยนอนพักผ่อน มองแล้วเจริญหูเจริญตายิ่งนัก
ผลทับทิมมีเมล็ดมาก สื่อความหมายว่ามีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ครอบครัวเจริญรุ่งเรือง ดังนั้นคนส่วนใหญ่มักจะปลูกต้นทับทิมไว้ภายในบ้าน
ใต้ต้นทับทิม โต๊ะ เก้าอี้ ม้านั่ง ล้วนถูกจัดวางเรียงไว้เรียบร้อย ย่าเถียนวางหยุนซีให้นั่งข้างกาย ปู่หลี่จึงเอ่ยปากให้ทุกคนเริ่มลงมือกินมื้อเย็น
อาหารคือโจ๊กต้มใส่ผักป่าสับ กับ ผัดผักป่าใส่เกลือ
มันเป็โจ๊กที่ต้มกับผักป่าสับละเอียด รสชาติดีกว่าผักป่าต้มเป็น้ำแกงนิดเดียว ตัวโจ๊กค่อนข้างใสแทบจะมองไม่เห็นเม็ดข้าว
ผัดผักป่าใส่น้ำมันเล็กน้อยกับเกลือ ถ้าเพิ่มพริกสีเขียวสีแดงสักหน่อย น่าจะทำให้รสชาติอาหารอร่อยมากขึ้นอีกนิด
เมื่อตักอาหารทั้งสองอย่างเข้าปาก มันไม่มีรสชาติอะไรเลย
เห็นทุกคนกินกันเงียบ ๆ หยุนซีจำต้องกลืนลงคอด้วยรอยยิ้ม แสร้งกินอย่างเอร็ดอร่อย