ตอนที่ 24 มีทั้งคนสุข มีทั้งคนเศร้า
ผู้คนที่รายล้อมอยู่ด้านนอกศาลาว่าการยังคงไม่แยกย้ายไป
ฉีจือเสวี่ยยังคงยืนอยู่ในฝูงชน
เขาเพียง้าดูว่าหลี่เฉินอันผู้โง่เขลาแต่กลับได้รับความชื่นชอบจากคุณหนูสามแห่งจวนจงหลี จะพาคนของตนเองออกมาจากศาลาว่าการได้หรือไม่
และ่ที่ผ่านมานี้ เขาก็ได้รับข่าวสารบางอย่าง
ข่าวสารเ่าั้ไม่ใช่ข่าวดีอะไร
อาทิเช่น เขาได้ยินว่าบทกวีภมรรักบุปผาที่กำลังถูกพูดถึงแพร่หลายเป็ผลงานของหลี่เฉินอัน
และคุณหนูสามแห่งจวนจงหลีรู้สึกสนใจในตัวของหลี่เฉินอันขึ้นมา เนื่องจากกวีภมรรักบุปผาบทนั้น
เหตุนี้เอง ผู้ที่เข้าไปทำลายงานวรรณกรรมวันที่ 3 เดือน 3 ก็คือหลี่เฉินอัน !
แต่จากที่เขาตรวจสอบดูแล้ว เดิมทีคิดว่าหลี่เฉินอันเป็เพียงบุคคลคนหนึ่งที่ไร้ความสามารถในเมืองกวงหลิง แต่คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วข้อมูลที่ได้รับมาก็คือ เ้าหมอนั่นเป็เพียงแค่คนโง่เง่าคนหนึ่งเท่านั้น !
สิ่งนี้ทำให้ฉีจือเสวี่ยรู้สึกยากที่จะยอมรับ….
คุณชายผู้สง่างามเช่นเขาเป็หนึ่งในสี่ผู้มีพร์แห่งเมืองยวี่จิง กลับพ่ายแพ้ให้แก่เ้าคนโง่เขลา !
เื่นี้ดูเหมือนจะลึกลับซับซ้อน ต้องใช้เวลาในการสืบ
ในวันนี้ เขากำลังจะไปที่จวนจงหลี เพราะเฉิงกั๋วกงจะเดินทางไปที่จวนจงหลี
ระหว่างทางได้ผ่านศาลาว่าการ จึงได้พบกับเื่ราวที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ และได้ยินว่าเ้าหมอนั่นนามว่าหลี่เฉินอัน เขาจึงได้ลงจากรถม้ามาดูให้รู้เื่รู้ราว……
หลี่เฉินอันโง่เง่าหรือเยี่ยงไร ?
หากเขา้าพาคนของเขากลับไป ก็ควรจะไปเขียนกระดาษฟ้องร้องตามระเบียบ เพื่อเป็การยืนยันว่าหลี่เสี่ยวฮวาไม่มีความผิดจริง
แต่เขากลับเลือกที่จะชกต่อย !
เขาทำร้ายผู้อื่นตรงปากประตูศาลาว่าการต่อหน้าสาธารณะ !
แน่นอนว่าเขาจะไม่ได้รับผลดีตามมาอย่างแน่นอน อย่างน้อยก็คงถูกเ้าหน้าที่เ่าั้ลากตัวไปโบยสิบยี่สิบไม้
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงโง่เขลานัก
แต่บรรดาเ้าหน้าที่เ่าั้ออกมาดูแล้ว และก็กลับไปแล้ว......เห็นได้ชัดว่าเ้าหน้าที่เ่าั้รู้จักเขา และรู้ว่าไม่อาจมาระรานเขาได้
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้โง่เง่า แต่เป็เพราะเขามีอำนาจจึงไม่เกรงกลัว !
หรือจวนจงหลีจะยอมรับเขาแล้ว ?
ในขณะที่ฉีจือเสวี่ยกำลังคาดเดาไปต่าง ๆ นานา ก็พบเ้าหน้าที่คนหนึ่งพาตัวชายรูปร่างกำยำเดินออกมาจากศาลาว่าการ
เ้าหน้าที่ผู้นั้นยืนอยู่ตรงหน้าหลี่เฉินอันแล้วกระซิบบางอย่าง ก่อนจะมอบชายร่างกายกำยำนั้นคืนให้แก่หลี่เฉินอัน ทั้งสองคนดูมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด จากนั้นหลี่เฉินอันก็พาชายรูปร่างกำยำเดินไปทางฝูงชน เ้าหน้าที่ผู้นั้นยกมือขึ้นคารวะตามหลังหลี่เฉินอัน——
นี่มัน ?
อีกประเดี๋ยวเมื่อไปถึงจวนจงหลีแล้ว จะต้องเอ่ยถามจงหลีชิวหยางให้ได้ความ
บัดนี้ ผู้คนที่รายล้อมต่างก็พากันงุนงง
พวกเขายากที่จะเชื่อสายตาของตนเอง บัดนี้หลี่เฉินอันและหลี่เสี่ยวฮวากำลังเดินตรงเข้ามาอย่างสง่างาม เ้าร่างใหญ่ดั่งก้อนหินเดินไปพลางร่ำไห้ โดยมีหลี่เฉินอันปลอบโยนเขาไม่หยุด
จากนั้น......ชายกำยำคนนั้นกลับพิงไปที่บ่าของหลี่เฉินอัน !
หลี่เฉินอันยกขาขึ้นถีบ ชายกำยำผู้นั้นถอยหลังออกไปสองก้าว !
หลี่เฉินอันะโด่าทอ ส่วนชายร่างกำยำก็ดูเหมือนเขินอาย
“มองอะไรกัน ! ”
“แยกย้ายกลับบ้านได้แล้ว ! ”
ทุกคนจึงแยกย้ายกันไป
กลุ่มอันธพาลที่มาช่วยเหลือนายน้อยคนโตของตระกูลเสิ่นได้เข้ามาอุ้มเสิ่นจี้เย้ที่ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยเสียงใดออกมา ก่อนจะพากันวิ่งหนีหายไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปสักพัก ก็มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งใบหน้าเหี่ยวย่นเดินออกมาจากประตูศาลาว่าการ
เขาลูบไปที่เคราสั้นของตน
คิ้วขมวดหากันแน่น
เขามองไปทางแผ่นหลังของหลี่เฉินอัน ผ่านไปสักพักจึงเงยหน้ามองท้องฟ้า แล้วหันหลังเดินทางกลับไปอย่างเงียบ ๆ
เขาคือฮั่วฉวนิ ผู้พิพากษาประจำเมืองกวงหลิง
เขากลับมาถึงที่ทำงานของตน กล่าวกับเสิ่นเชียนซานที่นั่งอยู่ตรงข้ามว่า “ฝนใกล้จะตกแล้ว เ้ากลับไปก่อนเถิด”
เสิ่นเชียนซานรู้สึกงุนงง
……
……
ตลาดตะวันตก ณ ร้านธัญพืชหลี่จี้
ชุ่ยซานเหนียง มารดาของหลี่เสี่ยวฮวายืนเกาะประตู มองออกไปด้านนอกด้วยท่าทีอันรีบร้อน
เดิมทีชาวบ้านที่พากันมุงดูก็แยกย้ายกันออกไปแล้วไม่น้อย จากที่พวกเขาคาดเดา หลี่เฉินอันเ้าโง่นั่นจะช่วยหลี่เสี่ยวฮวาออกมาได้เยี่ยงไร
ไม่เพียงแต่ไม่อาจช่วยได้เท่านั้น บางทีอาจเอาตัวเองเข้าไปในคุกด้วยซ้ำ——
เื่นี้มิได้ลึกล้ำเท่าไหร่ แม้แต่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็พอจะมองออก
ตระกูลเสิ่น้ายึดคืนสัญญาหมั้นหมายแต่ไม่เป็ผล ดังนั้นจึงได้โมโหและมาลงที่หลี่เฉินอัน
แต่บัดนี้ หลี่เฉินอัน้าเปิดโรงสุรากลั่นสุราด้วยตนเอง จึงจำเป็ต้องใช้ธัญพืชจำนวนมาก ตระกูลเสิ่นปฏิเสธจะขายให้แก่เขา หลี่เฉินอันจึงได้ซื้อธัญพืชจากร้านของหลี่เสี่ยวฮวา ทำให้ตระกูลเสิ่นไม่พอใจหลี่เสี่ยวฮวาไปด้วย
ตระกูลเสิ่นคือร้านค้าธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกวงหลิง
แต่หลี่เสี่ยวฮวากับมารดาเป็คนจากท้องถิ่นอื่น
ว่ากันว่าัผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจสู้ได้กับงูเ้าถิ่น ตระกูลเสิ่นก็คืองูเ้าถิ่น และหลี่เสี่ยวฮวาไม่ใช่ัผู้ยิ่งใหญ่
และจะว่าไปแล้ว ตระกูลเสิ่นก็พอจะมีความสัมพันธ์กับทางการอยู่บ้าง
การที่ตระกูลเสิ่นส่งคนมาทุบทำลายร้านของหลี่เสี่ยวฮวาก็เพื่อเป็การแจ้งเตือนหลี่เสี่ยวฮวาและพ่อค้าธัญพืชร้านอื่นว่าไม่อนุญาตให้ผู้ใดขายธัญพืชให้แก่หลี่เฉินอัน
เพียงแต่ตระกูลเสิ่นคิดไม่ถึงว่าหลี่เสี่ยวฮวาจะมีพละกำลังมากเหลือ จัดการกับคนที่ตระกูลเสิ่นส่งมาได้จนหมด
ด้วยเหตุนี้เอง ตระกูลเสิ่นจึงเลือกที่จะใช้กฎหมายเข้าช่วย ในระยะเวลาเพียงสั้น ๆ พวกเขาจับตัวหลี่เสี่ยวฮวาไปดำเนินคดี
และนี่นับว่าได้ผลยิ่งนัก จากเหตุการณ์นี้พ่อค้าธัญพืชคนใดในเมืองกวงหลิงจะยังกล้าขายธัญพืชให้หลี่เฉินอันอีก เช่นนั้นร้านร้านสุราเล็กๆ ของหลี่เฉินอันก็คงไม่อาจเปิดกิจการต่อไปได้
คนบางคนก็รู้สึกเห็นใจหลี่เสี่ยวฮวาและหลี่เฉินอัน แต่บางคนก็ไม่ได้คิดเช่นนั้น
ในขณะที่พวกเขากำลังกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์ถึงเื่นี้อยู่ ก็มีใครบางคนะโขึ้นว่า:
“พวกเ้าดูสิ นั่นคือหลี่เฉินอันและเสี่ยวฮวาไม่ใช่หรือ ? ”
คนเ่าั้ได้ยินเขาก็หันไปมองทางถนนแล้วพากันตกตะลึง
“ก็ใช่น่ะสิ......หลี่เฉินอันสามารถพาตัวเขากลับมาได้จริงหรือ? เช่นนั้นก็หมายความว่า...... ตระกูลเสิ่นต้องเสียเปรียบน่ะสิ ? ”
“ไม่รู้ว่าเื่ราวไปมาเช่นไร อีกประเดี๋ยวข้าจะไปถามลูกพี่ลูกน้องของภรรยาลุงข้า เขาเป็เ้าหน้าที่อยู่ที่นั่น”
“……”
สรุปแล้วก็คือ ไม่ว่าคนเหล่านี้จะเชื่อหรือไม่ หลี่เฉินอันก็สามารถนำตัวหลี่เสี่ยวฮวากลับมาได้อย่างปลอดภัย
ในไม่ช้า ทั้งตลาดตะวันตกก็รู้เื่นี้
เื่ที่เกิดขึ้น ณ ศาลาว่าการได้แพร่หลายกันไปในตลาดตะวันตกอย่างรวดเร็ว
พวกเขาจึงได้รู้ว่าหลี่เฉินอันไม่เพียงแต่พาหลี่เสี่ยวฮวากลับมาได้อย่างปลอดภัย เขายังเข้าไปชกคุณชายใหญ่ตระกูลเสิ่นที่หน้าศาลาว่าการด้วย
ดังนั้น ภาพของหลี่เฉินอันในความคิดของพวกเขาจึงดูเปลี่ยนไปและดีขึ้นในสายตาของคนเหล่านี้
ดูเหมือนพวกเขาจะลืมฉายาว่าหลี่เฉินอันเป็คนโง่เขลา แต่ละคนมองไปทางหลี่เฉินอันด้วยแววตาอันนับถือ บางคนที่รู้จักก็ยังเอ่ยทักทาย
“นี่คือปฏิกิริยาธรรมชาติของมนุษย์เรา”
“รังแกผู้อ่อนแอกว่า หวาดกลัวผู้แข็งแรงกว่า”
หลี่เฉินอันตบลงไปที่บ่าของหลี่เสี่ยวฮวาแล้วกำชับว่า “ในอนาคต ไม่ว่าใครที่เข้ามารังแกเ้า หรือใครกล้ามารังแกข้า เ้าก็ต่อยให้น่วมเลย ! ”
“หากไม่ได้ถึงแก่ชีวิต ข้าจะช่วยจัดการปัญหาให้เ้าเอง ! ”
“จากนี้ไปในเมืองกวงหลิง เ้าสามารถเอ่ยอ้างชื่อข้า ไปไหนมาไหนในเมืองกวงหลิงได้อย่างสบายใจ ! ”
หลี่เสี่ยวฮวาเคารพชื่นชมในตัวหลี่เฉินอันอย่างแท้จริง
“ข้าน้อยจำได้แล้วขอรับ ไม่ว่าใครก็ตามทำตัวไม่เข้าตาต่อหน้านายน้อย ข้าน้อยจะต่อยให้คนที่บ้านจำหน้าไม่ได้เสียเลย ! ”
ทั้งสองเดินทางมาที่ร้านค้าธัญพืชหลี่จี้ ชุ่ยซานเหนียงเดินเข้ามาต้อนรับอย่างโซซัดโซเซ ก่อนจะ “ฟุบ ! ” นางคุกเข่าลงต่อหน้าหลี่เฉินอัน
“ลูกแม่ รีบคุกเข่าคารวะผู้มีพระคุณเร็ว ! ”
หลี่เสี่ยวฮวาก็คุกเข่าลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ชุ่ยซานเหนียงก้มศีรษะคารวะแล้วกล่าวว่า “ข้าน้อยขอบพระคุณนายน้อยที่ช่วยชีวิตเอาไว้ จากนี้ไปในอนาคต เสี่ยวฮวาจะเป็บ่าวรับใช้นายน้อยไปตลอดชีวิต และชีวิตของเสี่ยวฮวาพร้อมทั้งชีวิตของข้าก็จะเป็ของท่านตลอดไป”
หลี่เฉินอันยอมรับการคารวะในครั้งนี้
เนื่องจากเขาจำเป็้าบ่าวรับใช้ที่จริงใจเช่นนี้จริง ๆ
ชุ่ยซานเหนียงคิดบัญชีเป็ ดูเหมือนนางจะสามารถจัดการบัญชีที่ร้านสุราได้
ส่วนความสามารถของหลี่เสี่ยวฮวานั้นมากมาย ในอนาคต เขาจะเป็ดาบในมือของตน !
และเขาจะเป็ดาบที่ไม่วกกลับมาทำร้ายเ้านายอย่างแน่นอน !