เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่สามสิบแปด Defense against the dark art การป้องกันตัวจากศาสตร์มืด

    ตอนที่สามสิบแปด  Defense againstthe dark art การป้องกันตัวจากศาสตร์มืด

    I’ve spent the life time studyingthe dark arts and uncovered many unnatural forces.But none compare to the urn’spowers.

    My urn love to consume the souls ofthe good.

    My urn will force you to confrontyour deepest,darkest fears.

    Are you brave enough to wield my urn?

    -The Undertaker

    ข้าใช้ทั้งชีวิตของข้าในการค้นคว้าศาสตร์มืด,และได้ค้นพบมากมายกับพลังเหนือธรรมชาติ.

    แต่ไม่มีพลังไหนเลยที่เทียบได้กับพลังจากโกศของข้า.

    โกศของข้ารักที่จะกลืนกินวิญญาณของคนดี.

    โกศของข้าจะบีบบังคับให้เจ้าเผชิญหน้ากับความกลัวที่ลึกล้ำและดำมืดที่สุดของเจ้า.

    เจ้ากล้าหาญพอหรือไม่ที่จะครอบครองโกศของข้า?

    -ดิอันเดอเทกเกอร์

    ผมสูดลมหายใจลึกๆ ท่าทางเรื่องที่ว่า

    “ยิ่งเราเคยเจอผีเราจะเจอผีบ่อยขึ้น”

    น่าจะเป็นเรื่องจริง เมื่อสัมผัสแล้วครั้งหนึ่งการสัมผัสครั้งต่อๆไปก็ยิ่งง่ายขึ้นเรื่อยๆ

    ไม่นึกว่าแนวทางของการฝึกเน็นจะใช้ได้ผลจริงๆ

    ว่าหากจะมีพลังตื่นขึ้นมากขึ้นก็ต้องเจอกับผีของจริงก่อน

    ผมควรจะดีใจในสิ่งที่ตนเองแม้แต่ตอนนี้ไอ้ห้อยไอ้โหนก็ส่งเสียงตะโกนอย่างดีใจ

    “นายมีอะไรหรือคะรั่บ”

    พวกลูกกระจ๊อกคนอื่นที่น่าจะตื่นแล้วจากการที่พวกเราทำเสียงดัง

    “ไม่มีอะไรไปบอกพ่อกำนันเถอะว่า พวกข้าแค่มาจับผีกับอาจารย์คงไม่มีอะไรมากมายหรอก”

    ผมบอกกล่าวกับพวกลูกน้องของพ่อกำนันที่เข้ามาในบริเวณที่พวกเรากำลังจับผีฟ้าอยู่

    น่าจะเป็นสัญลักษณ์ว่ามนต์สะกดของผีฟ้าอ่อนกำลังลงแบบเดียวกับที่ตำรวจมักจะมาตอนจบนั่นเอง

    “ฮะ ฮาฮา คราวนี้หมอผีทั้งบางต้องมาซูฮกข้าที่ได้ของดีมาอย่างนี้ฮา ฮา ฮา “

    อาจารย์คงหัวเราะอย่างดีใจ

    แต่ผมอดกังวลไม่ได้

    ตามหลักการของคนที่เล่น Warhammer มานับไม่ถ้วนอย่างผมแล้ว

    หลักการที่เล่นกับปีศาจคือ

    “ปีศาจจะพลาดสักกี่ครั้งก็ได้แค่คอยให้คุณพลาดแค่ครั้งเดียวเท่านั้น”

    ตำแหน่งเจ้านายและลูกน้องก็จะสลับกันทันที

    เห็นร่างกายของ”ผีฟ้า”ที่จากสาวที่สวยงามกลับกลายเป็นคนแก่ผมหงอกขาวด้วยความรวดเร็วเวลาที่โดนดึงออกไป ชีวิตที่ไม่ใช่ของตนเองคือความน่ากลัวอย่างหนึ่ง

    ในนิยายหรือหนังมักจะชอบบอกว่า

    “หนทางความอมตะไม่มีอยู่จริงจึงเลิกล้มเสียดีกว่า”

    แต่ปัญหาคือ มันมีอยู่จริงนั่นล่ะตราบใดที่คุณให้คนอื่น”จ่าย”ราคาของความอมตะแทนตัวของคุณเองคุณจะทำไหมล่ะ?

    ของง่ายๆ ตัวของเราไม่ต้องเสียอะไรเลยให้คนอื่นเสียชีวิตและวิญญาณแทนถูกมากใช่ไหมล่ะครับ?

    “แม่จ๋า แม่จ๋า แม่อยู่ไหน-แม่จ๋า”

    เสียงคงจะน่ารักและน่าสงสารมากหากเป็นสาวน้อยโลลิในโลกอิเซไค

    แต่นี่คือหญิงชราที่น้ำตาไหลพราก

    จากการที่ผีฟ้าออกจากร่างไปแล้วพลังที่ช่วยในการรักษาร่างกายไว้ให้สวยจากภายนอกก็หายไปเหลือแต่ความชราและความร่วงโรย

    เกรอลต์ ออฟริเวีย สามารถเปลี่ยนเด็กสาวที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดให้กลับกลายเป็นคนธรรมดาได้

    แต่คิดว่าเด็กสาวที่ใช้ชีวิตอย่างสัตว์ประหลาดในเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตเธอจะเป็นคนอย่างไรล่ะ?

    ท่ามกลางความดีใจของทุกคนผมก็หดหู่อย่างยิ่งเมื่อเห็นสภาพที่ห่อเหี่ยวชราลงอย่างรวดเร็วกับตาของผมของร่างเดิมของผีฟ้า

    “ไม่ใช่เจ้าหญิงคนแรกที่เขาช่วยไว้ไม่ได้”

    อย่างที่เกรอลต์ ออฟริเวียร์กล่าวไว้

    เด็กสาวกลับมาใช้ชีวิตอย่างปรกติเท่าที่เป็นไปได้เพราะพ่อที่รักเธอ คอยดูแลเธอแม้จะติดนิสัยชอบกินของดิบแบบสัตว์ประหลาดและอ่านหนังสือกับพูดภาษาคนไม่ได้ก็ตาม

    แต่หญิงชราคนนี้จะมีใครดูแลเขาอย่างนั้นกัน

    สำหรับผม “รักแท้”จึงเป็นสิ่งที่ป้องกันศาสตร์มืดที่ดีที่สุดแล้ว

    เด็กสาวที่เกรอลท์ช่วยนั้นมีพ่อที่รักเธอในการบรรเทาผลร้ายจากเรื่องราวหลังจากการช่วยเจ้าหญิงที่กลายเป็นสัตว์ประหลาด

    ส่วนร่างของหญิงชราที่ร่วงโรยและสายลมเวลากลางคืนพัดหวิวมาทำให้ผมตระหนักได้ตรงนั้น

    “รักแท้”คือยารักษาที่ดีที่สุดและสิ่งของป้องกันที่ดีที่สุดจากศาสตร์มืด

    แต่เรารู้แล้วจะมีความหมายอะไรเล่า?

    รักแท้มีมากมายเท่าใดกันในโลกใบนี้ที่จะช่วยหญิงชราที่โดนผีฟ้าบังคับเอาวันเวลาของธอไปได้กันเล่า?

    เอ้กอี้เอ้กเอ้ก

    เสียงไก่ขัน ดาวใกล้รุ่งอยู่บนฟากฟ้าแต่จิตใจของผมไม่ได้ดีขึ้นเลยกลับรู้สึกถึงความเปล่าเปลี่ยวในเส้นทางที่ต้องใกล้ชิดกับศาสตร์มืดนี้

    ความรักของแม่ป้องกันศาสตร์มืดให้กับแฮร์รี่พอตเตอร์ได้แต่ไม่ใช่หมายความว่าทุกคนจะมีโชคดีเช่นนั้น