บทที่ 134
เก็งกำไร
ใบหน้าของซูฉีแสยะยิ้ม นางแสยะยิ้มออกมาราวกับมีแผนการในใจ มันทำให้จื่อหรานไม่สามารถคาดเดาความคิดของนางได้
จื่อหรานใช้ชีวิตอยู่มานาน อดีตก่อนหน้านี้ของนางเคยผ่านเรื่องราวมามากมาย หญิงวัยกลางคนผู้นี้มักจะคิดว่าตนเองนั้นมีสายตาที่เฉียบ
แต่ยามนี้กลับมองภาพในตอนแรกนางกลับมองว่าซูฉีน่าจะเป็นคนที่คาดเดาได้ง่ายกว่านี้
แต่ในยามนี้เมื่อเห็นนางแสยะยิ้ม กับสัญญาที่มีค่าด้านหน้าหญิงวัยกลางคนผู้นี้จึงรู้ว่านางคิดผิด
คุณหนูตระกูลซูผู้นี้มีอันใดที่มากกว่าที่นางคิด จื่อหรานเอ่ยถามด้วยใบหน้าเรียบเฉย “ เจ้าพูดแบบนั้นหมายความว่าอย่างไร? ”
“ ท่านลองคิดดูสิเจ้าคะตอนนี้สินค้าที่ข้าผลิตออกมา ข้าส่งขายเพียงแค่นี้ข้าเองก็ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นแล้ว ”
“ ในตอนนี้มีทั้งสวนผักที่ข้าต้องจัดการมีทั้งคนงานที่ต้องดูแล เพราะแบบนั้นสุราที่ข้าขายข้าทำอย่างเต็มกำลัง ”
“ ถ้าจะให้เพิ่มจำนวนการผลิตก็คงจะเป็นไปไม่ได้ในตอนนี้”
“ และในตอนนี้สุรานั้นเป็นที่ต้องการ มันกลับกลายเป็นว่ามูลค่าของสุราก็เพิ่มขึ้นไม่ใช่หรือเจ้าคะ ”
“ นั่นแหละเจ้าค่ะที่ข้าจะบอก สุรานี้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในขณะที่ผู้คนมากมายต้องการ ”
“ ข้าคิดว่าข้าไม่ควรเพิ่มจำนวนผลิตของมันในตอนนี้ ”
“ สุราดีย่อมมีคนมากมายนั้นปรารถนา เมื่อมีผู้คนปรารถนามากขึ้นมูลค่าของมันจะเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ”
“ ข้าในตอนนี้ไม่สามารถเพิ่มจำนวนการผลิตได้แต่มูลค่าของมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”
“ เพราะแบบนั้นข้าเลยคิดว่าด้วยจำนวนเท่านี้มันน่าจะดีอยู่แล้ว ข้าไม่คิดจะตอบรับสัญญาการซื้อขายในครั้งนี้ ”
“ ในทางกลับกันข้าคิดว่าข้าสามารถต่อรองได้ด้วยซ้ำ ” ซูฉียกยิ้มที่มุมปาก
นางมั่นใจว่าสิ่งที่นางฮิตนั้นถูกต้อง สำหรับภายในยุคสมัยนางไม่ว่าเหล้าหรือไวน์มันเองก็เป็นของที่มีมูลค่า
ยิ่งมันมีจำนวนที่น้อยแล้วก็ยังมีรสชาติอร่อย มูลค่าของมันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตามความต้องการ
ถึงแม้ว่าในยุคสมัยนี้มันจะเป็นยุคสมัยที่ย้อนกลับมา ยังไม่ได้เจริญก้าวหน้าเหมือนยุคสมัยของ แต่ว่าซิปเหมือนกันก็คือความต้องการของมนุษย์
มนุษย์ก็คือมนุษย์เมื่อมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น มูลค่าของสิ่งของสิ่งนั้นมันเองก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
เพราะแบบนั้นซูฉีจึงคิดว่าสุราของนางในยามนี้มีมูลค่ามากกว่าตอนแรกหลายเท่า ซูฉีไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มจำนวนการผลิต
ในตอนนี้นางกับสามารถต่อรองเรื่องราคาได้ด้วยซ้ำ เพราะแบบนั้นการที่สัญญานี้มาถึงมือของนาง
มันเปรียบเสมือนกับว่านางนั้นได้ข้อมูลสำคัญในการต่อรอง แล้วได้รู้ด้วยว่าดินแดนฝั่งนู้นมีคนต้องการสุราของนางอีกมาก
จื่อหรานอยู่ๆก็เปลี่ยนสายตาเป็นเพ่งเล็ง หญิงวัยกลางคนจ้องเขม็งมาที่นาง ซูฉีเห็นดวงตาคู่นั้นของนายหญิงจื่อ
นางถึงกับกระโดดตัวตรงขึ้นแสดงแววตาตื่นตระหนก “ มีอันใดอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ”
“ เหตุใดท่านถึงต้องเข้าด้วยสายตาแบบนั้น ” ซูฉีแสดงใบหน้าสงสัย
นางแทบจะไม่เคยเห็นนายหญิงจื่อแสดงใบหน้าเช่นนั้นออกมาก่อนเลย อยู่ๆก็เปลี่ยนแววตาเป็นจ้องเขม็งมา
ราวกับว่ากำลังตรวจสอบบางอย่างอยู่อย่างไรอย่างนั้น ดวงตานั้นยิ่งจริงจังมากขึ้นเรื่อยๆ
“ ข้าเพียงแค่คิดว่าเจ้ามีวิธีการคิดที่แปลกประหลาดจริงๆ ”
“ ก็รู้ได้อย่างไรว่าของพวกนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ”
“ ไม่แน่ตอนที่เจ้าไม่ยอมทำตามสัญญาในครั้งนี้คนพวกนั้นอาจจะยกเลิกสัญญาของเจ้าก็ได้ ”
“ สมาคมการค้าทางฝั่งนั้นมีอำนาจการค้าอยู่ในมือ พวกเขาสามารถหาสินค้ามาได้จำนวนมาก ”
“ เพราะแบบนั้นอาจจะไม่ต้องสนใจสุราที่เจ้านั้นทำการส่งขายก็ได้ พวกเขาอาจจะหาสุราที่เยี่ยมยอดจากที่อื่นมาอีก ” จื่อหรานพูดถึงอีกมุมมองหนึ่งที่มันจะเกิดขึ้น
นางเองก็ทำการค้ามานาน แน่นอนว่าเรื่องเกี่ยวกับพวกการค้านางเองก็ไม่ใช่คนโง่
เพราะแบบนั้นนางเองก็รู้ดีว่า เหตุการณ์เช่นนั้นมันอาจจะเกิดขึ้น เพราะว่าคนพวกนั้นมีเส้นสายการค้ามิใช่น้อย
การหาสินค้าใหม่ๆมาขายมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขาเลย ในสายตาของคนอื่นซูฉีเองก็เป็นเพียงแค่เด็กสาวผู้หนึ่ง
แทบจะไม่มีประสบการณ์ในด้านการค้าเลยด้วยซ้ำ เพราะแบบนั้นคำพูดของนางหรือว่าความคิดของนางมันเองก็อาจจะไม่ได้เป็นเช่นอย่างที่นางคาดคิดเอาไว้ก็ได้
ซูฉีได้ยินคำพูดเช่นนั้นแม่ค้ามือใหม่เช่นนางกับยิ้มตอบรับไป “ ถ้าเช่นนั้นเรามาลองดูกันดีหรือไม่เจ้าคะ ”
“ ในวันพรุ่งนี้ข้าจะเขียนจดหมายฉบับนึงให้กับนายหญิงรบกวนท่านช่วยส่งจดหมายไปให้กับคนผู้นั้นทีนั้นเจ้าคะ ”
ซูฉีหลังจากพูดจบก็รีบลุกขึ้น หลังจากนั้นก็รีบเดินออกไปจากสถานที่แห่งนี้อย่างรวดเร็ว
…
กลับไปในราตรีนั้น ซูฉีเริ่มเขียนจดหมายฉบับนึงขึ้นมา นางเขียนจดหมายฉบับนั้นเสร็จเมื่อวันรุ่งขึ้นก็นำเอามันไปส่งมอบให้กับนายหญิงจื่อ
จื่อหรานรับจดหมายนั้นเอาไว้แล้วก็ส่งไปตามคำขอที่ซูฉีนั้นได้บอกเอาไว้ อย่างไรเสียการซื้อขายสุรามันเองก็เป็นสัญญาการซื้อขายของซูฉีโดยตรง
นางเป็นเพียงแค่คนกลางเท่านั้นไม่มีผลได้ผลเสียเกี่ยวกับการซื้อขายในครั้งนี้ ทุกอย่างล้วนแล้วให้ซูฉีเป็นคนตัดสินใจ
เพราะแบบนั้นซูฉีตัดสินใจอย่างไรนางเองก็เพียงแค่ตอบสน จดหมายถูกส่งไปอีกไม่กี่วันคงจะถึง
การส่งจดหมายภายในยุคสมัยนี้ไม่ได้รวดเร็วเหมือนภายในยุคสมัยของนาง นี่เองก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ซูฉีรู้สึกหงุดหงิดเช่นเดียวกัน
เพราะว่ากว่าจะส่งจดหมายข้ามดินแดน มันใช้เวลาตั้งหลายวัน มันไม่เหมือนกับภายในยุคสมัยนางที่สามารถสนทนาข้ามดินแดนกันได้ในช่วงพริบตา
ทำให้การติดต่อจำเป็นจะต้องใช้เวลา ซูฉีเองก็คิดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่
แต่ว่ามันเองก็คงจะไม่ง่ายดายขนาดนั้น กลไกของอักขระสามารถทำอะไรได้หลากหลายอย่าง
แต่นางจำเป็นจะต้องศึกษาให้มากกว่านี้ก่อน เผื่อว่าในวันข้างหน้านางจะสามารถประดิษฐ์ปัญญาประดิษฐ์บางอย่างขึ้นมาที่สามารถส่งจดหมายข้ามดินแดนได้
มันจะเป็นผลประโยชน์และเป็นผลดีเกี่ยวกับ การซื้อขายและการค้าของนางเป็นอย่างมาก
ซูฉีเฝ้ารอจดหมายนั้นในขณะนั้นเองนางก็ดูแลกิจการของนางไป
กิจการร้านผักไม่มีอันใดที่จำเป็นจะต้องเป็นกังวล เพราะว่าผู้คนมากมายให้ความสนใจกับร้านผักของนางมากขึ้น
แม้แต่ผู้คนที่เดินทางเข้ามาภายในเมืองแห่งนี้ใหม่ๆ เป็นแขกจากต่างเมืองก็ยิ่งรู้สึกสนใจผักของนางเข้าไปอีก
ผักของนางเป็นผักคุณภาพสูงที่ไม่สามารถหาได้บริเวณแถบชายแดน เพราะมันถูกเพาะเลี้ยงมาด้วยพลังวิญญาณจากน้ำวิเศษ
มันเลยทำให้คุณภาพของผักสูงกว่าที่ควรจะเป็น ถือว่าเป็นผักชั้นยอดภายในบริเวณดินแดนแถบนี้
แขกที่มาเยี่ยมเยียนก็ยิ่งให้ความสนใจมากขึ้น บางคนถึงกลับมาต่อแถวเพื่อจะได้ชิมผักนั้นตามคำเล่า
เพียงแค่ไม่กี่วันร้านผักของนางก็เป็นที่พูดถึงไปทั่วทั้งเมือง แต่ว่าการที่ร้านผักของนางเป็นที่พูดถึงมากมายขนาดนี้
มันเองก็มิใช่ว่ามีแต่ผลดี เพราะว่ายิ่งนางก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากเท่าไหร่ คนที่อิจฉาริษยามันเองก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
จบบท