17
หลังจากเกิดความวุ่นวายเล็กๆ สถานการณ์ก็คลี่คลายลงอย่างรวดเร็วเพราะหวังอวี้ขลาดกลัวเกินกว่าจะหาเื่ใครอีก
หลังจากประทับลายมือยอมรับทุกข้อตกลงในสัญญาแยกบ้าน นางก็รีบจากไปทันทีพร้อมกับสามีและลูกชายคนเล็ก
“เอาล่ะ วันนี้แยกย้ายกันก่อนเถอะ นี่ก็เที่ยงกว่าแล้ว อ้อ! เสี่ยวิ ตอนนี้ก็อยู่ที่เดิมไปก่อนนะ ชาวบ้านยังไม่รู้เื่ที่พวกเธอสองคนจดทะเบียนสมรสกันแล้ว ถ้าย้ายไปอยู่ด้วยกันทันที คนอื่นอาจนินทาเอาได้” ผู้ใหญ่บ้านหลี่ตบบ่ากว้างๆ ของชายหนุ่ม “รอไม่นานหรอก เดี๋ยวเื่นี้ก็รู้กันทั่ว รอจนถึงตอนนั้นค่อยทำพิธีกันในครอบครัวแล้วย้ายไปอยู่ด้วยกันนะ”
หยวนิหน้าแดงเล็กน้อย เขากำลังคิดเื่นี้อยู่พอดี ในเมื่อผู้ใหญ่ออกปากแนะนำ เขาจึงควรทำตาม
ชายหนุ่มเหลือบมอง ‘ภรรยา’ หมาดๆ ของตน ก็เห็นว่าเธอกำลังมองมาที่เขาพอดี เขาจึงยิ่งรู้สึกหน้าร้อนเห่อ
เสวี่ยหงพยายามกลั้นยิ้มเมื่อเห็นท่าทางอิหลักอิเหลื่อของเขา ก่อนจะช่วยทำลายบรรยากาศ “คุณช่วยพาคุณปู่คุณย่าไปส่งที่บ้านพร้อมกับฉันหน่อยสิคะ แล้วเดี๋ยวฉันจะรีบไปทำอาหารเที่ยงให้คุณ”
“ครับ” ชายหนุ่มรับคำอย่างยินดี เขารีบกุลีกุจอไปประคองคุณปู่หลี่ ส่วนเสวี่ยหงนั้นเข้าไปประคองคุณย่าหลี่
จนถึงบัดนี้ สองผู้เฒ่าก็ยังคงนิ่งอึ้งตกตะลึงไม่หาย
เป็เื่ที่ช่วยไม่ได้ ผู้เฒ่าทั้งสองใช้ชีวิตเยี่ยงชาวนาในชนบทมาจนแก่ชรา ไม่เคยได้พบเห็นสตรีคนใดเตะต่อยได้หนักแน่นงดงามไร้ความลังเลเหมือนที่หลานสาวทำมาก่อนเลย
เมื่อมาส่งถึงบ้านแล้ว ทั้งสองผู้เฒ่าจึงได้สติ ในใจรู้สึกทั้งโล่งอกและหวาดผวาเล็กน้อย
ป้าสะใภ้รองเองก็เพิ่งกลับจากการนำอาหารมื้อเที่ยงไปส่งคนอื่นๆ ที่ทุ่งนา นางได้เล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ให้ทุกคนรับทราบแล้วจึงรีบกลับมาบ้านเพื่อดูแลปรนนิบัติพ่อเฒ่าแม่เฒ่า
“อาิ อาหง ป้าทำแผ่นแป้งเผื่อให้แล้วนะ ถ้าต้องกลับไปทำตอนนี้ อาิคงไปทำงานสายกันพอดี” ป้าสะใภ้รองกล่าวพลางยื่นถาดไม้ที่มีแผ่นแป้งอยู่เกือบสิบแผ่นมาให้ แต่ละแผ่นมีขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือผู้ชายตัวโตเล็กน้อย และเต็มไปด้วยเมล็ดธัญญาพืชหยาบ
“จะดีเหรอคะ” เสวี่ยหงไม่กล้ารับ เพราะนี่คืออาหารส่วนแบ่งของบ้านใหญ่
“เอาน่า ไม่ต้องคิดมากหรอก ยังไงซะป้าก็ทำมาแล้ว รับไปกินเถอะ” ป้าสะใภ้ไม่ฟังอะไรอีก จับถาดยัดใส่มือเสวี่ยหง
“ขอบคุณนะคะ เอาเป็ว่าเย็นนี้หนูจะทำอาหารจานเนื้อมาให้นะคะ”
“ไม่เป็ไรหรอกอาหง เก็บไว้กินกันเองกับอาิเถอะ” คุณย่าหลี่เป็ฝ่ายเอ่ยปาก
“แบบนั้นคงไม่ได้หรอกครับ ถึงวันนี้จะไม่ใช่วันทำพิธีอย่างเป็ทางการ แต่ก็ถือเป็วันที่ผมกลายเป็หลานเขยของบ้านหลี่อย่างเต็มตัว ผมไม่มีญาติผู้ใหญ่อยู่ที่นี่เลยสักคน เพราะฉะนั้นให้ผมกับอาหงแสดงความเคารพคุณปู่คุณย่ากับคุณลุงคุณป้าเถอะนะครับ” หยวนิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เอาล่ะๆ เอาตามที่หลานเห็นสมควรเถอะ เราก็ถือเสียว่าวันนี้เป็วันมงคล กินข้าวด้วยกันเป็การฉลองสักหน่อยก็ดี” คุณปู่หลี่พอใจในตัวหลานเขยคนนี้ยิ่งนัก จึงออกปากเห็นดีเห็นงาม
เมื่อตกลงกันได้แล้ว หยวนิกับเสวี่ยหงจึงรับแผ่นแป้งมากิน
เนื้อััของธัญญาพืชหยาบนั้นช่างบาดคอ กลืนยากเสียยิ่งกว่าอะไร แต่เธอก็จำเป็ต้องกินเพื่อไม่ให้เป็การเสียน้ำใจของป้าสะใภ้รอง จากนั้นทุกคนก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน
ทันทีที่เสวี่ยหงกลับถึงบ้าน เธอก็ได้ยินเสียงของหลิงปา
ติ๊ง!
ยินดีกับการแต่งงานด้วยค่ะ โฮสต์ได้รับรางวัลเป็แต้ม 50,000 แต้ม จากนี้ไปขอให้โฮสต์พยายามยิ่งขึ้นเพื่อเป็ภรรยาผู้เพียบพร้อมตามเป้าหมายนะคะ
ปลดล็อกทักษะต่อสู้มือเปล่า
ทักษะเจรจาสะสมคะแนนครบ 10 คะแนนแล้ว โฮสต์สามารถกดสุ่มรับรางวัลพิเศษได้ทุกเมื่อ
“ห้าหมื่นแต้ม? เยอะขนาดนี้เชียว?” เสวี่ยหงอุทาน
‘เป็รางวัลสำหรับการแต่งงานและเริ่มต้นชีวิตคู่ของโฮสต์ค่ะ’ หลิงปาตอบกลับมาเสียงเรียบนิ่ง
“คงแลกของในระบบได้เยอะเลยสินะ ไว้คืนนี้ฉันจะเข้าไปดูสักหน่อย” เสวี่ยหงพยักหน้าอย่างพออกพอใจ ก่อนจะบอกหลิงปาว่าสุ่มรับรางวัลพิเศษตอนนี้เลย
ยินดีด้วยค่ะ โฮสต์ได้รับเครื่องดื่มบำรุงกำลัง 10 ลิตรค่ะ
บนใบหน้าเสวี่ยหงพลันปรากฏเครื่องหมายคำถาม นี่นับเป็รางวัลพิเศษอย่างไร?
เธอรีบนำขวดเครื่องดื่มออกมาดู มันเป็ขวดพลาสติกขนาด 1 ลิตร ลักษณะเหมือนน้ำเปล่าที่พบเห็นได้ทั่วไป เสวี่ยหงขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่เมื่ออ่านสรรพคุณของมัน สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็ยิ้มแย้ม
เครื่องดื่มบำรุงกำลังเพียง 1 จิบ สามารถฟื้นฟูพลังงานที่เสียไปจากการทำงานหนัก และช่วยรักษาโรคภัยแอบแฝง หากดื่มเป็ประจำจะทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเท่าตัว สามารถใช้ผสมกับน้ำธรรมดาเพื่อใช้งานด้านอื่นได้ เช่น ทำการเกษตร
หากสินค้าหมด สามารถซื้อจากระบบในราคาขวดละ 500 แต้ม
เธอได้รับรางวัลมูลค่า 5,000 แต้มก็นับว่าคุ้มแล้ว แต่สรรพคุณของมันยิ่งคุ้มค่ากว่า!
“เก็บไว้ให้อาิดื่มดีกว่า ่นี้เขายิ่งเหนื่อยล้ามากด้วย” เธอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเริ่มหยิบเสื้อกันหนาวของหยวนิมายัดฝ้ายเข้าไปเพิ่ม
อากาศเริ่มเย็นลงทุกวัน อีกไม่นานหิมะคงจะตก
แต่การเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงยังคงไม่แล้วเสร็จ แม้ทุกคนในหมู่บ้านจะร่วมแรงร่วมใจกันแล้วก็ตาม ทุกคนได้แต่หวังว่าหิมะจะตกช้าลงหน่อย พวกเขาจะได้มีเวลาตากธัญญาพืชให้แห้งและเก็บเข้ายุ้งฉางเตรียมส่งมอบให้ทางการได้
ในเื่นี้ เสวี่ยหงไม่อาจช่วยเหลืออะไรได้จริงๆ ถึงเธอจะมีตัวช่วยสุดโกงอย่างมิติและระบบ แต่การเปิดเผยให้คนอื่นรู้ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยสักนิด
เมื่อคิดมาถึงเื่นี้ เสวี่ยหงก็ขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง ‘ฉันควรจะบอกความจริงกับอาิไหมนะ?’
‘ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของโฮสต์เลยค่ะ’
‘หลิงปา ฉันถามตัวเอง ไม่ได้ถามเธอ’ เสวี่ยหงตอบ เธอทั้งฉุนทั้งขำ
‘อ้อ ค่ะ ฉันนึกว่าโฮสต์้าความคิดเห็น’
เสวี่ยหงส่ายหน้าและหัวเราะเบาๆ กับตัวเอง จากนั้นจึงทำงานในมือต่อ เธอต้องรีบทำให้เสร็จ เพื่อที่จะได้ไปเตรียมทำอาหารมื้อเย็น
เธอกะไว้ว่าจะทำอาหารสัก 5-6 อย่าง และคงต้องทำในปริมาณมากพอสมควร เพราะที่บ้านใหญ่นั้นมีคนอยู่เยอะ หากนับให้ครบรุ่น จะอยู่รวมกันถึง 4 รุ่น ปู่กับย่าเป็ 1 รุ่น ลุงใหญ่กับป้าสะใภ้ใหญ่และลุงรองกับป้าสะใภ้รองเป็รุ่นที่ 2 ลูกพี่ลูกน้องและพี่สะใภ้ของเสวี่ยหงเป็รุ่นที่ 3 และมีหลานของเสวี่ยหงเป็รุ่นที่ 4
เธอคงต้องแบกวัตถุดิบกับเครื่องปรุงเพื่อไปทำอาหารที่บ้านใหญ่ ไม่เช่นนั้นคงวุ่นวายมากตอนยกอาหารไปจากบ้าน
เสวี่ยหงคิดเมนูอาหารอย่างรวดเร็วขณะที่มือก็เร่งจักรให้เย็บปิดชายเสื้อหลังจากยัดฝ้ายจนหนาพอแล้ว จากนั้นเธอก็เก็บอุปกรณ์ตัดเย็บและเสื้อของหยวนิเข้ามิติ และเริ่มเตรียมวัตถุดิบ
“ทำซุปหมูหรือซุปไก่ดีนะ อืม…ใช้เนื้อไก่ดีกว่า จะได้อ้างว่าเป็ไก่ฟ้า ต้มตัวเดียวจะพอไหมนะ” เสวี่ยหงพึมพำไม่หยุดขณะนำวัตถุดิบออกมา
เธอกะจะทำซุปไก่ตุ๋นเห็ดหอมหม้อใหญ่ ซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดง ผัดหมูสามชั้นเสฉวน ผัดเต้าหู้เสฉวน แล้วก็ผัดหมี่สำหรับเด็กๆ หรืออาจจะเพิ่มไข่ตุ๋นเข้าไปด้วย หากหลานของเธอยังกินอาหารแข็งไม่ได้ ส่วนของหวานคงเป็เค้กข้าวง่ายๆ แต่เธอมีพุทราจีนกับถั่วแดงอยู่ คงจะได้เค้กข้าวหลายรสชาติทีเดียว
รู้ตัวอีกที เสวี่ยหงก็แทบแบกกระบุงขึ้นหลังไม่ได้ เพราะวัตถุดิบมีมากเหลือเกิน เธอจึงต้องเก็บส่วนหนึ่งไว้ในมิติคงสภาพ แล้วรีบเดินไปที่บ้านใหญ่ และก่อนจะเดินผ่านประตูรั้วเข้าไป เธอก็นำของทั้งหมดออกมาแล้วรีบนำไปวางบนแคร่ไม้ตรงลานหน้าบ้าน
ตอนนี้เป็เวลา 3 โมงกว่าเท่านั้น สองผู้เฒ่าคงจะเอนหลังพักผ่อนอยู่ในห้องหรือไม่ก็หลังบ้าน ส่วนป้าสะใภ้รองน่าจะเพิ่งตากผ้าเสร็จในตอนที่เธอมาถึง
“อ้าว อาหง มีอะไรหรือเปล่า” นางร้องถามด้วยความประหลาดใจ
“หนูเตรียมของมาทำอาหารที่นี่น่ะค่ะป้าสะใภ้รอง กะจะทำหลายอย่าง หนูไม่อยากยุ่งยากตอนขนมาที่นี่ในตอนเย็นก็เลยมาทำที่นี่ดีกว่า” เสวี่ยหงอธิบาย “จะไม่เป็การรบกวนใช่ไหมคะ”
“รบกงรบกวนอะไรกัน ไหน ดูซิ หนูจะทำอะไรบ้างล่ะ ป้าจะได้ดูว่าขาดเหลืออะไรบ้าง” สะใภ้รองหลี่วางตะกร้าในมือลงและตรงเข้ามาดูของในกระบุงของหลานสาว
แต่เมื่อได้ยินรายการอาหารที่หลานสาวร่ายยาวออกมา นางก็ถึงกับชะงักค้างไปนาน
“อาหง หนูไปเอาของดีพวกนี้มาจากไหนมากมายกันน่ะ” นางหมายถึงเนื้อไก่เนื้อหมูที่อัดแน่นอยู่ในกระบุง
“เสนาธิการของหน่วยผลิตเราเอ็นดูอาิมากค่ะ ถ้าเป็เื่ที่ไม่เหนือบ่ากว่าแรงจนเกินไป เขาก็พร้อมช่วยเหลืออาิเสมอ” อธิบายเพียงเท่านั้นก็เป็อันเข้าใจตรงกัน และเื่นี้ไม่ควรแพร่งพรายออกไป
“แล้วนี่น้องๆ กับหลานๆ ไปไหนกันหมดเหรอคะ” เธอถาม ปกติเวลานี้ เด็กๆ น่าจะมานั่งพักหลบแดดให้หายเหนื่อยจากการไปวิ่งเล่นมาทั้งวันนี่นา
“อีกเดี๋ยวก็มาแล้วล่ะ ป้าให้ไปช่วยกันเก็บผักขมไปแลกแต้มน่ะจ้ะ ส่วนหลานสองคนอยู่กับคุณย่าทวดในห้อง น่าจะยังไม่ตื่นนะ”
ครอบครัวของลุงใหญ่ประกอบไปด้วยหลี่เซวียน หรือลุงใหญ่ของเสวี่ยหง ป้าสะใภ้ใหญ่มีชื่อว่าหยูหลัน ทั้งสองมีลูกด้วยกัน 4 คน
ลูกชายคนโต หลี่ซุนเผิง ปัจจุบันอายุ 21 ปี แต่งงานกับสวี่มู่ตาน มีลูกสาวด้วยกันหนึ่งคน ปีนี้อายุ 2 ขวบ ชื่อหลี่เถียน
ลูกสาวคนรอง หลี่หลันฮวา เธอแต่งงานออกไปเมื่อปีก่อนตอนอายุครบ 18 ปี
ลูกชายคนที่สาม หลี่ซุนเหยียน อายุ 17 ปีเท่ากับเสวี่ยหง ยังไม่ได้แต่งงาน แต่ก็กำลังมองหาหญิงสาวที่เหมาะสมอยู่
และลูกชายคนเล็ก หลี่ซุนอี้ อายุ 14 ปี เป็เด็กรักเรียนคนหนึ่ง ถือเป็ต้นกล้าพันธุ์ดีของครอบครัว
ครอบครัวของลุงรองหรือหลี่เฉวียน มีป้าสะใภ้รองที่ชื่อเจียงลี่ฉิน ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 3 คน
ลูกสาวคนโต หลี่ลี่เหลียน แต่งงานออกไปได้หลายปีแล้ว ปัจจุบันอายุ 20 ปี มีลูกแล้วคนหนึ่ง
ลูกชายคนรอง หลี่จวิ้น ปีนี้อายุ 19 ปี แต่งงานกับเจินซูหยา มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน เพิ่งอายุได้ 1 ขวบ ชื่อหลี่อ้ายตั๋ง
ลูกสาวคนเล็ก หลี่ถิง ปีนี้อายุ 9 ขวบ เธออายุเท่ากับหลี่อ้ายหลิน แต่นิสัยกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เด็กหญิงเป็คนขยัน ช่วยแม่ตนทำงานบ้านทุกอย่าง ทั้งยังช่วยดูแลหลานให้พี่ชายอีกด้วย
สมาชิกทั้งบ้านจึงรวมเป็ 15 คน ถือเป็ครอบครัวที่ใหญ่มาก แต่ทุกบ้านก็เป็เช่นนี้ น้อยนักที่ลูกหลานจะแยกตัวออกไป
เสวี่ยหงทบทวนชื่อของทุกคนในบ้านใหญ่แล้วก็ให้ทดท้อใจ ‘ควรต้องวาดแฟมิลี่ทรีเก็บไว้มั้ยนะ เวลาลืมจะได้เอาออกมาดู’
เธอกับป้าสะใภ้รองเริ่มทำอาหารได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องไห้งอแงดังมาจากในห้องนอน ตามมาด้วยเสียงปลอบ ก่อนที่เสียงร้องจะเงียบไป
“เถียนเถียนกับเสี่ยวตั๋งคงตื่นแล้วล่ะ เดี๋ยวป้าไปช่วยคุณย่าดูหลานก่อนนะ” ป้าสะใภ้รองวางมือจากผักที่เพิ่งล้างเสร็จ
“ได้ค่ะ” เสวี่ยหงรับคำ แล้วหันไปง่วนอยู่กับการปรุงรสน้ำซุปไก่ เธอเริ่มจากการทำซุปก่อนเพราะอยากจะตุ๋นไก่จนเนื้อเปื่อย ผู้เฒ่าและเด็กน้อยจะได้กินได้ด้วย และไม่นานกลิ่นน้ำซุปหอมกรุ่นก็โชยออกไปถึงด้านนอก
“หม่ำ ย่า หม่ำ” เสวี่ยหงได้ยินเสียงเล็กๆ ดังอยู่ใกล้ๆ จึงหันกลับไปมอง ก็พบกับคุณย่าหลี่ที่อุ้มหลี่อ้ายตั๋งตัวน้อยมายืนอยู่หน้าประตูครัว
“คุณอายังทำอาหารไม่เสร็จเลย ยังกินไม่ได้หรอก” แม่เฒ่าตอบเหลนชายด้วยน้ำเสียงรักใคร่เอ็นดู
“หลานอา รออีกไม่นานก็จะได้กินแล้วนะ” เสวี่ยหงรู้สึกเอ็นดูเด็กชายตัวน้อยยิ่งนัก แม้เขาจะดูผอมแห้งไปหน่อย แต่สองข้างแก้มกลับมีเนื้อน่าจับ
“หม่ำๆ” เสี่ยวตั๋งย้ำคำเดิม ดวงตากลมโตของเขาเป็ประกายยามมองไปทางหม้อใบใหญ่ที่มีควันลอยกรุ่น
เสวี่ยหงหัวเราะให้กับท่าทางน่ารักน่าชังนั้น ก่อนจะตักน้ำซุปใส่ถ้วยเล็กน้อยพอให้เขาได้ชิม
“คุณย่าคะ เดี๋ยวหนูอุ้มหลานเองค่ะ คุณย่าไปนั่งพักก่อนเถอะนะคะ”
“หลานยังต้องทำอาหารอีกหลายอย่างเลยนี่ เสี่ยวตั๋งจะรบกวนน่ะสิ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ตอนนี้หนูแค่ต้องเตรียมวัตถุดิบให้พร้อม ใกล้ๆ เวลาเลิกงานถึงจะลงมือทำน่ะค่ะ จะได้ทำเสร็จร้อนๆ พร้อมกิน” เธอทำซุปเสร็จแล้ว แป้งสำหรับทำเค้กก็นวดเตรียมไว้แล้ว รออีกสักครู่ก็สามารถเอาไปนึ่งได้เลย
“ถ้าอย่างนั้นฝากหลานด้วยแล้วกัน ระวังฟืนไฟด้วยนะ” คุณย่าหลี่ได้ฟังก็เบาใจ นางจึงออกจากห้องครัวเพื่อไปเฝ้าเหลนสาวอีกคน และให้สะใภ้รองมาช่วยทำอาหารต่อ
“อา หม่ำๆ” เด็กน้อยร้องบอกอีกครั้งเมื่อคุณอายังไม่ยอมป้อนเขาเสียที
“ครับๆ น้ำซุปมันร้อนมากเลย รออีกนิดเดียวเดี๋ยวอาให้ชิมนะ” เธอแตะถ้วยใบเล็กดูจนแน่ใจว่ามันไม่ร้อนจัดจนเกินไปแล้วจึงยกมาให้เขาชิมดู
“หย่อย!” เด็กชายอุทาน ปากของเขามันแผล่บจากน้ำมันไก่ในซุป
เสวี่ยหงหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ จากนั้นจึงป้อนซุปในถ้วยเล็กให้หลานชิมจนหมด “อาให้ชิมได้เท่านี้นะครับ เดี๋ยวก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้ว รอทุกคนกลับมาก่อนนะ กินข้าวด้วยกันอร่อยกว่าเยอะเลย”
หลี่อ้ายตั๋งพยักหน้าหงึกหงัก แค่เขาได้ชิมก็พอใจแล้ว ตอนนี้ท้องน้อยๆ ของเขารู้สึกอุ่นซ่าน ความหิวก็ลดลงไปพอสมควร รออีกไม่นานเขาก็จะได้กินของอร่อยแล้ว
“เด็กดี กินข้าวเสร็จแล้วอามีเค้กข้าวให้กินด้วยนะ”
“เคะ?” เด็กชายพยายามออกเสียงตาม
“เค้ก เค้กข้าวครับ” เสวี่ยหงพูดคุยหยอกล้อกับหลานอยู่ครู่หนึ่ง ป้าสะใภ้รองก็เข้ามาช่วยเธอนำเค้กข้าวไปนึ่ง
“หลานดูชอบเด็กๆ นะ คิดจะมีลูกทันทีเลยหรือเปล่าล่ะ” สะใภ้รองหลี่สังเกตเสวี่ยหงมาสักพักจึงตั้งคำถาม
เสวี่ยหงหน้าแดงทันที “คือ…เรายังไม่เคยคุยกันเื่นี้เลยค่ะ”
“ป้าว่ารีบมีก็ดีนะ ยังไงก็ลองปรึกษากับอาิดูแล้วกัน”
เป็ธรรมดาที่ชาวบ้านจะคิดว่าการมีลูกเร็ว มีลูกเยอะนั้นเป็เื่ดี เพราะนั่นหมายถึงแรงงานที่เพิ่มขึ้น และยิ่งมีลูกชายหลายๆ คนก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ สถานะของสะใภ้แต่ละคนยังขึ้นอยู่กับการคลอดลูกอีกด้วย
เสวี่ยหงรับคำ แต่ในใจกลับกลัดกลุ้มว่าจะคุยประเด็นนี้กับหยวนิอย่างไรดี
แค่เื่ที่จะบอกความจริงเกี่ยวกับมิติดีหรือไม่ เธอยังตัดสินใจไม่ได้ แล้วนี่เป็เื่ของอนาคตของคนทั้งคนเชียวนะ
เธอคงต้องรวบรวมความกล้าเพื่อคุยกับหยวนิอย่างจริงๆ จังๆ หลังจากนี้แล้วล่ะ
เขาเคยบอกว่าชอบเธอ แถมทั้งสองยังเคยจูบกันแล้วด้วย หากเธอจะพูดเื่คืนเข้าหอกับเื่ลูก มันก็คงไม่ใช่เื่แปลกอะไร…มั้ง?
เสวี่ยหงรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบเมื่อนึกถึงคืนนั้น ทั้งััจากมือใหญ่แสนอบอุ่น ััจากริมฝีปากที่ร้อนฉ่า และคำสารภาพหวานหู…
สงสัยเธอคงจะตกหลุมเสน่ห์ของพ่อกวางน้อยเสียแล้วล่ะ
เป็การตกหลุมเสน่ห์ที่เธอเต็มใจอย่างยิ่ง