“ตูม!”
โคลนะโหลบไฟร์บอลไปด้านข้าง “ฮะฮ่า แกก็อยากจะเล่นด้วยกันใช่ไหมล่ะ” ใบหน้าหล่อเหลายิ้มออกมาก่อนจะพุ่งสลับฟันปลาเข้าหาหุ่นผู้ใช้ธาตุด้วยความเร็วที่เหมาะสม มันไม่ช้าหรือเร็วเกินไป เพื่อให้อีกฝ่ายมองตามการเคลื่อนไหวของเขาได้ทัน
ผู้ใช้ธาตุเห็นศัตรูหมายจะเข้าประชิดตัวจึงเรียกไฟร์บอลขนาดหนึ่งเมตรขึ้นมาอีกครั้ง ไฟร์บอลที่อัดแน่นไปด้วยความร้อนพุ่งเข้าหาโคลนอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตาที่มันกำลังปะทะกับร่างกาย โคลนะเิความเร็วเต็มที่ ร่างกายของเขาก็หายวับไปกับสายลม
“ตูม!”
แรงะเิกระจายออกเป็วงกว้าง แต่ไม่มีใครได้รับความเสียหายที่เกิดขึ้น หุ่นผู้ใช้ธาตุแตกตื่นทันทีมันพยายามเร่งหาเป้าหมายแต่กลับต้องใช้เวลาถึงสามลมหายใจกว่าจะเจอตัวโคลน ในการต่อสู้หากคุณคาดสายตาจากศัตรูไปเพียงแค่วินาทีเดียวนั่นหมายถึงความตาย จากมุมมองของหุ่นผู้ใช้ธาตุมันเห็นร่างของคนผมเทาโผล่ขึ้นมาที่หางตาด้านซ้าย มันจึงพยายามเคลื่อนตัวหลบหนีก่อนที่ศัตรูจะเข้าประชิดตัวได้ แต่ก็สายไปเสียแล้ว
“ปึก…”
โคลนใช้ไหล่ซ้ายกระแทกเข้าที่หน้าอกของมันเต็มแรง ร่างไร้ชีวิตโซซัดโซเซ ถอยออกไปสองก้าว
“ลาก่อน” พูดเสร็จก็หมุนตัวเตะตัดขาอย่างรวดเร็ว
“ผัวะ!”
สมดุลของมันถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์ หุ่นผู้ใช้ธาตุล้มลงกระแทกพื้นดังโครม โคลนกลิ้งตัวหลบไปด้านข้างต่อเนื่อง
“ตูม!!”
บอลแสงเฉี่ยวร่างของโคลนไปเพียงเล็กน้อยก่อนที่มันจะเข้าปะทะกับพวกเดียวกันเอง หุ่นผู้ใช้ธาตุสลายหายไปในวินาทีถัดมา
ห่างออกไปอีกฟากหนึ่งของมุมห้อง หุ่นกระบอกสองตนปรากฏขึ้นจากอากาศที่ว่างเปล่า โคลนที่เห็นดังนั้นจึงเลือกพุ่งเข้าหาตัวที่ถือคันธนูก่อน
“ฟุบ ฟุบ”
ธนูสองดอกฉีกอากาศพุ่งตรงเข้าหาโคลนอย่างรวดเร็ว คนผมเทาเปลี่ยนวิถีเพื่อหลบลูกธนูดอกแรกจากนั้นะเิความเร็วเต็มที่ ร่างของเขาก็หายวับไปกับตา
การเคลื่อนไหวแบบนี้โคลนคิดขึ้นได้ใน่ที่กำลังท้าทายขีดความสามารถของตนเองกับบอลแสง เขารู้สึกว่าบอลแสงพวกนี้มีความคล้ายคลึงกับบางอย่างในความทรงจำของตน
เนื่องจากโคลนเคยเป็ร่างสำเนาจึงมีความทรงจำของร่างต้นใน่เวลาที่ยังเชื่อมต่อกับ Linker อยู่ ร่างต้นของโคลนนั้นเกลียดยุงมาก และในยุคของเขาจำนวนประชากรของยุงก็มีมากกว่า่ศตวรรษที่ 21หลายเท่านัก
ความทรงจำที่อยู่ในสมองของโคลนมักจะเป็ภาพของยุงที่บินวนไปมาช้า ๆ สร้างความน่ารำคาญให้กับเขา เมื่อเขามองตามการเคลื่อนที่ไปมาของมันได้สำเร็จและตั้งใจจะยกมือขึ้นเพื่อตบสังหาร วินาทีนั้นเองมันก็ะเิความเร็วออกมาจนคลาดสายตาไปได้ราวกับล่องหนได้
โคลนเลียนแบบมันโดยการเคลื่อนไหวไปมาด้วยความเร็วคงที่ที่ไม่เร็วหรือช้าเกินไป เพื่อหลอกล่อให้สายตาของศัตรูคุ้นชินกับระดับความเร็วดังกล่าว เมื่อถึงจุดที่้า โคลนจะะเิความเร็วออกมาเต็มที่ ซึ่งเป็่วินาทีต่อจากนี้เองที่เขาจะสามารถเข้าสู่สภาวะล่องหนเทียมได้ ศัตรูจะต้องใช้เวลาสักพักกว่าสายตาจะมองตามการเคลื่อนไหวที่เพิ่มขึ้นของเขาได้ทัน
“ปึก...ผัวะ! ตูม!”
ราวกับฉายหนังม้วนเดิม โคลนจงใจไม่โจมตีหุ่นกระบอกด้วยตนเอง เขาเพียงกระแทกและทำให้พวกมันเสียสมดุลจากนั้นปล่อยให้บอลแสงพุ่งใส่จนะเิหายไปพร้อมกัน
ระยะเวลาดำเนินผ่านไปอีกหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้หุ่นกระบอกหลากหลายอาชีพกว่าสิบตัวปรากฏขึ้นภายในห้องทดสอบ ลูกธนู ไฟร์บอล วอเตอร์บอล และพายุทอร์นาโด หลายสิบลูกพุ่งเข้าใส่โคลนหลังจากที่เขารับการโจมตีจากหุ่นกระบอกสายระยะประชิดตนหนึ่ง
ชายหนุ่มพยายามะเิความเร็วเพื่อหลบการโจมตีแต่ก็ต้องถูกสกัดไว้โดยกำแพงดินและกำแพงโปร่งใส
“ตูม!!!!”
เสียงะเิดังยาวนานกว่าสิบวินาที เมื่อทุกอย่างสงบลง เป้าสีแดงทั้งสิบบนร่างกายของโคลนก็เปลี่ยนเป็สีดำส่งผลให้บอลแสงและหุ่นกระบอกทุกตัวหายไป
“ยินดีกับผู้เล่นที่ปลดล็อกเงื่อนไข ทักษะส่วนตัว โปรดตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวที่หน้าต่างทักษะ”
“เพื่อเป็การให้เกียรติแก่ผู้เล่น 10 อันดับแรก ที่สามารถปลดล็อกเงื่อนไขทักษะส่วนตัวได้สำเร็จ ระบบจะดำเนินการประกาศความสำเร็จของผู้เล่นในอีกสิบวินาทีถัดไป ผู้เล่นประสงค์ที่จะออกนามหรือไม่”
‘ฮะ! ฉันได้รับทักษะส่วนตัวเหรอเนี่ย’ ระหว่างที่โคลนคิดอยู่นั้นก็ปรากฏเสียงนับถอยหลังดังขึ้นในหัว โคลนใช้เวลาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนจนเหลือวินาทีสุดท้ายก่อนจะตอบออกไป
“ไม่”
“ประกาศจากระบบ ยินดีกับผู้เล่น ไม่ประสงค์ออกนาม ที่สามารถสำเร็จเงื่อนไขการได้รับ ทักษะส่วนตัว เป็อันดับสอง”
“ประกาศจากระบบ ยินดีกับผู้เล่น ไม่ประสงค์ออกนาม ที่สามารถสำเร็จเงื่อนไขการได้รับ ทักษะส่วนตัว เป็อันดับสอง”
“ประกาศจากระบบ ยินดีกับผู้เล่น กลาเซียร์ ที่สามารถสำเร็จเงื่อนไขการได้รับ ทักษะส่วนตัว เป็อันดับสาม”
“ประกาศจากระบบ ยินดีกับผู้เล่น กลาเซียร์ ที่สามารถสำเร็จเงื่อนไขการได้รับ ทักษะส่วนตัว เป็อันดับสาม”
บรรยากาศหน้าต่างช่องสื่อสารทั่วโลก
จอมดาบไร้คม: เอ๊ะ! ผู้เล่นสองคนปลดล็อกทักษะส่วนตัวได้พร้อม ๆ กันเนี่ยนะ บังเอิญไปหรือเปล่า
ดอกไม้ราตรี: กรี๊ดดด มีคนปลดล็อกทักษะส่วนตัวได้อีกแล้ว คราวนี้สองคนติด ๆ กันเลย
บรรเลงเพลงรัก: ฮ่า ๆ สาว ๆ ทั้งหลาย ฉันจะบอกความลับให้ อันดับสองก็คือฉันเอง!
บุรุษตาทอง: ไอทักษะส่วนตัวบ้านี่มันคืออะไร ใครก็ได้ช่วยบอกฉันที
ดอกไม้ราตรี: พี่ชายบรรเลงเพลงรักเป็คุณเองหรือที่ได้อันดับสอง
บรรเลงเพลงรัก: แน่นอน ถ้าไม่ใช่พี่แล้วจะเป็ใครได้ล่ะน้องสาวดอกไม้ราตรี
กลาเซียร์: เวรเอ๊ย! นี่ฉันโดนแย่งอันดับสองไปเหรอเนี่ย ฉันจะออกตามหาตัวแกเดี๋ยวนี้และจะสอนแกให้รู้ซึ้งถึงบทเพลงแห่งความตาย
บรรเลงเพลงรัก: เอ่อ...พี่ชายอันดับสามท่านนั้นใจเย็นก่อน ผมก็แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง ที่จริงแล้วอันดับสองไม่ใช่ผม (O/\O)
ในป่าลึกแห่งหนึ่งบนโลก The World Must Survive
“ชิน แกว่าไอบรรเลงเพลงบ้าอะไรนั่นใช่คนที่แย่งอันดับสองของฉันไปหรือเปล่า” ชายร่างใหญ่ที่มีกล้ามเนื้อเป็มัด ๆ ถามขึ้น
“เฮ้อ...นี่นายโง่หรือเปล่า ไม่เห็นเหรอว่าเ้าอันดับสองมันประกาศความสำเร็จด้วยวิธีไม่ออกนาม แน่นอนว่าเ้านั่น้าปกปิดตัวตนเอาไว้” ชายผมยาวสีทองดันกรอบแว่นเข้าที่ ก่อนจะถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายให้กับความเขลาของสหายร่างใหญ่
“ยังไงก็ตาม วิธีของแกนั้นได้ผล มันช่วยให้ฉันสามารถปลดล็อกทักษะส่วนตัวได้” ชายร่างใหญ่พูดเสร็จก็ะโลงมาจากซากศพของมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ บรรยากาศรอบตัวปกคลุมไปด้วยไอเย็นเนื่องจากมีก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาฝังทะลุร่างั์ของมอนสเตอร์ตนนั้นอยู่
“แน่นอน ความคิดของฉันไม่เคยผิดพลาด” ชายผมสีทองยกยอตนเองอย่างไม่ปิดบัง
“ถ้าแกรู้แบบนี้แล้วทำไมถึงไม่รีบปลดล็อกทักษะของตัวเองก่อน แล้วรับอันดับสองไปล่ะ ทำไมถึงเอาข้อมูลนี้มาบอกฉัน” ทันทีที่ชายร่างใหญ่เก็บคทาเวทมนตร์เข้าไปในช่องเก็บของ ก้อนน้ำแข็งั์ที่ฝังอยู่ในร่างมอนสเตอร์ก็แตกสลายดังเพล้ง เหลือทิ้งไว้แต่รูขนาดใหญ่บริเวณช่องท้อง
“ฉันสนใจแค่อันดับหนึ่งเท่านั้น ถ้าไม่ใช่อันดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็สองหรือสามล้วนไม่สำคัญ และเหนือสิ่งอื่นใดคุณภาพของทักษะแรกนั้นสำคัญที่สุด หากนายปลดล็อกทักษะส่วนตัวที่ไม่มีคุณภาพมันจะทำให้นายต้องเสียเวลาไปกับทักษะนั้นเป็เวลานาน
นายลองไปตรวจสอบทักษะส่วนตัวที่ได้มาดูซะ ถ้าฉันคิดไม่ผิดมันจะปิดกั้นการได้รับทักษะส่วนตัวครั้งที่สองเอาไว้ จนกว่านายจะสำเร็จเงื่อนไขบางอย่างลงได้ นายจะไม่มีวันได้รับทักษะส่วนตัวครั้งที่สองอีก และมันคงต้องใช้เวลาพอดู” ชายผมทองวิเคราะห์
“นายพูดถูก! มันระบุไว้ว่าฉันต้องเพิ่มความเชี่ยวชาญทักษะส่วนตัวจนถึงขั้นที่ 15 จึงจะสามารถปลดล็อกทักษะส่วนตัวครั้งที่สองได้”
“แน่นอน ความคิดของฉันไม่เคยพลาด” ชายผมทองพูดอย่างภูมิใจ
โคลนเปิดหน้าต่างทักษะขึ้นมาเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของทักษะส่วนตัวที่เขาเพิ่งได้รับมา ชื่อของมันคือ โมสต์ (Most) ที่ย่อมาจากตัวอักษรสองตัวแรกของคำว่า Mosquito และ Step
“โมสต์ คือทักษะที่ช่วยเพิ่มความเร็วให้แก่ผู้ใช้งาน และลดความสามารถในการมองเห็นของศัตรูใน่ระยะเวลาหนึ่ง ยิ่งผู้ใช้มีความเร็วพื้นฐานมากเท่าไหร่ผลของทักษะยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย” โคลนอ่านความสามารถของทักษะด้วยความทึ่ง
“ที่แท้ทักษะส่วนตัวคือทักษะที่ถูกคิดค้นโดยผู้เล่นนั่นเอง แต่การจะปลดล็อกเงื่อนไขและบัญญัติมันลงในหน้าต่างทักษะได้ คง้าความรู้แจ้งในทักษะเ่าั้ระดับหนึ่งเลยทีเดียว ต้องขอบคุณห้องทดสอบสมรรถภาพที่ทำให้ฉันบรรลุเงื่อนไขได้” โคลนวิเคราะห์
โคลนปัดหน้าต่างระบบทิ้งไปและเดินออกจากห้องทดสอบ ด้านหน้าเป็ NPC สาวสวยคนเดิมที่ยืนรอชายหนุ่มอยู่ที่เคาน์เตอร์ เธอเคยบอกไว้ว่าหากทดสอบเสร็จเมื่อไหร่ให้กลับไปหาเธอ
“สวัสดีครับ คือว่าผมทดสอบเสร็จแล้ว” โคลนทักทาย
“เอ๊ะ! ท่านนักผจญภัยเพิ่งออกมาจากห้องทดสอบเหรอคะ” NPC มีสีหน้าประหลาดใจ
“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ” โคลนที่เห็นการแสดงออกของ NPC จึงถามขึ้น
“เอ่อ...ไม่มีอะไรค่ะ” เธอตอบเสร็จก็ก้มหน้าป้อนข้อมูลบางอย่างลงในภาพสามมิติ เมื่อเธอพบว่าโคลนใช้เวลาในห้องทดสอบไปเกือบสามชั่วโมงก็ตกตะลึงทันที
“แล้วผลทดสอบผมล่ะครับ ผมควรเล่นอาชีพอะไรดี” โคลนเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอนิ่งไป
“ขอโทษค่ะ สักครู่นะคะ” เธอพูดพลางสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านและเรียกสมาธิในการทำงานกลับมา มือของเธอวาดไปมากลางอากาศอย่างรวดเร็ว ไม่นานผลการทดสอบของโคลนก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาทั้งสอง
“นะนะนี่มันเกินไปหรือเปล่า!” NPC ใสุดขีด
ค้นพบอาชีพที่เหมาะสมกับผู้เล่นโคลนจำนวน 7 อาชีพ ได้แก่
อาชีพ นักรบ ระดับ S
อาชีพ อัศวิน ระดับ S
อาชีพ ผู้ใช้ธาตุ ระดับ S
อาชีพ ผู้ใช้เวท ระดับ S
อาชีพ นักฆ่า ระดับ S
อาชีพ ฮันเตอร์ ระดับ S
อาชีพ เคลริค ระดับ S
เธอพอจะทราบอยู่แล้วว่าโคลนต้องได้รับคะแนนของอาชีพที่เหมาะสมอยู่ในระดับสูง เพราะด้วยระยะเวลาที่เขาใช้ในห้องทดสอบก็เป็ตัวบ่งชี้ถึงความสามารถของชายหนุ่มได้แล้ว แต่การที่ระบบบอกว่าเขาเหมาะสมกับทั้งเจ็ดอาชีพ และยังได้ระดับ S ซึ่งเป็ระดับสูงสุดทั้งหมดมันทำให้เธอพูดอะไรไม่ออก
“นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ สรุปแล้วผมควรจะเล่นอาชีพอะไรดีครับ” โคลนถามอย่างงุนงง เขาไม่ค่อยแน่ใจในความหมายของข้อมูลในภาพสามมิติตรงหน้าเท่าไหร่นัก
“เอ่อ...ถึงแม้มันจะประหลาดมากก็ตาม แต่ฉันก็ต้องบอกว่าระบบประเมินให้ท่านนักผจญภัยเหมาะสมกับอาชีพพื้นฐานทุกอาชีพ และที่สำคัญคือมันอยู่ในระดับสูงสุดทั้งหมด”
“มันประหลาดอย่างไรเหรอ” โคลนถาม
“ประหลาดสิคะ ไม่มีทางที่มนุษย์คนไหนจะได้รับระดับ S ทั้งหมดหรอก” NPC ตอบทันควัน
“เป็ไปได้ไหมว่าระบบเกิดข้อผิดพลาด” โคลนถาม
“ไม่มีทางค่ะ ระบบนั้นสมบูรณ์แบบแน่นอน” เธอตอบอย่างมั่นใจ
“แต่แบบนี้ไม่เท่ากับว่าเธอหลอกลวงผู้บริโภคเหรอ ก่อนหน้านี้เธอว่าบอกหากฉันเข้ารับการทดสอบ จะสามารถรู้ได้ว่าควรเปลี่ยนเป็อาชีพอะไร แต่ตอนนี้ระบบดันแนะนำทุกอาชีพให้ฉันเสียอย่างนั้น อย่างน้อยเธอก็ควรคืนเงินให้ฉันสักครึ่งหนึ่งนะว่าไหม” โคลนเคืองกับผลประเมินของระบบเล็กน้อยจึงพูดออกมาตามที่คิด เขายอมควักเงินก้อนใหญ่แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่้า อย่างน้อยระบบก็ควรจะเลือกอาชีพที่เหมาะสมที่สุดให้เขามาสักสองหรือสามอาชีพก็ยังดี แต่นี่อะไร...ระบบดันแนะนำให้เขาครบทุกอาชีพ นี่ไม่เท่ากับว่าเขายังคงมืดแปดด้านเหมือนก่อนเข้ารับการทดสอบหรอกหรือ แล้วเงินหนึ่งร้อยโกลด์ที่เขาจ่ายไปล่ะ
“ไม่มีทางค่า! ระบบได้ทำหน้าที่เสร็จสมบูรณ์ไปแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับผู้เล่นว่า้าที่จะเลือกอาชีพใด” เธอตอบเสียงแข็ง เป็ที่แน่นอนแล้วว่าเธอจะไม่มีทางยอมคืนเงินให้แม้แต่โกลด์เดียว โคลนจึงได้แต่จำใจเดินจากออกมา อย่างน้อยเขาก็ได้ฝึกฝนตัวเองในห้องทดสอบจนได้รับทักษะส่วนตัวซึ่งเขาถูกใจมันมาก
เมื่อโคลนออกมาจากอาคารก็เริ่มรู้สึกหิวจึงเดินทางไปย่านการค้าเพื่อเข้าร้านอาหาร เขาสั่งเมนูไก่ย่างเพราะมันเป็เมนูโปรด อีกทั้งราคาก็ไม่แพงมากนัก เมื่อออกมาจากร้านอาหารก็พบว่าพระอาทิตย์ใกล้ตกดินเสียแล้ว โคลนอาศัย่เวลานี้ที่คนพลุกพล่านมากที่สุดในการตามหาตัวเขาอีกคน เนื่องจากเวลานี้เป็เวลาที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะทยอยเดินทางกลับเข้าเมืองก่อนที่ฟ้าจะมืด โคลนยืนอยู่ที่ลานกว้างกลางเมืองซึ่งเป็จุดศูนย์กลางที่ผู้เล่นทุกคนต้องเดินทางผ่าน หากเป็ที่นี่เขาจะต้องเจอตัวคนคนนั้นแน่นอน
ชายหนุ่มสอดส่องสายตากว่ายี่สิบนาทีก็พบเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมา
“อ่าว นั้นพี่โคลนนี่” ตี๋โบกมือและรีบเดินเข้ามาทักทาย
กลุ่มของจอนนี่เดินทางมาจากถนนฝั่งประตูทิศใต้ โคลนเดาว่าพวกเขาคงเพิ่งกลับมาจากการทำภารกิจนอกเมือง
“ว่าไงเ้าตี๋ ท่าทางดูไม่ค่อยดีเลยนี่ เจอศึกหนักมาเหรอ” โคลนพูดขึ้นหลังจากที่เห็นว่าตี๋เดินเข้ามาด้วยท่าทางสะบักสะบอม
“นิดหน่อยพี่ พวกเราไปทำภารกิจรับมอบทักษะตรวจสอบกันมา” ตี๋ตอบ
“โอ้ อย่างนั้นเหรอ แล้วเป็ไงบ้าง” โคลนถามด้วยความอยากรู้ เป็จังหวะนี้เองที่จอนนี่ หมวย ดัสติน และซานะเดินเข้ามา โคลนจึงทักทายพวกเขาเช่นเดียวกัน
“จะเป็ไงได้ล่ะพี่ ดูสภาพของพวกเราสิ ยับเยินซะขนาดนี้” ตี๋ตอบอย่างเซ็ง ๆ
“พวกเรายังทำภารกิจยังไม่สำเร็จและตัดสินใจถอนตัวกลับเข้าเมืองก่อนที่ฟ้าจะมืดน่ะ” จอนนี่พูด
“พรุ่งนี้พวกเราจะกลับไปทำภารกิจกันอีกครั้ง โคลนนายจะมากับพวกเราด้วยไหม” หมวยถามอย่างมีความหวัง จอนนี่ที่เห็นหมวยเอ่ยชวนโคลนก็ได้แต่เอามือกุมหัว
“หมวย! เธอก็น่าจะรู้ กว่าฉันจะค้นพบ NPC ที่ให้ภารกิจส่งมอบทักษะตรวจสอบมันยากเย็นขนาดไหน แต่เธอดันไปชวนคนอื่นง่าย ๆ โดยไม่ปรึกษาฉันเนี่ยนะ” จอนนี่ตำหนิเพื่อนของตน
“พวกเธอไปกันเถอะ ฉันมีเื่สำคัญต้องทำอยู่ คงไม่มีเวลาออกนอกเมืองหรอก” โคลนรีบตอบปฏิเสธเมื่อเห็นว่าจอนนี่ตำหนิหมวย ใจจริงเขาก็สนใจในทักษะตรวจสอบอยู่ แต่จะทำอย่างไรได้ตัวเขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการค้นหาภารกิจั้แ่แรกจริง ๆ การจะขอเข้าไปมีส่วนร่วมกลางคันแบบนี้ก็ไม่ใช่นิสัยของเขาเช่นกัน เขาไม่ชอบการถูกเอาเปรียบ นั่นจึงเป็เหตุผลที่เขาไม่มีทางจะเอาเปรียบผู้อื่นเช่นกัน
“ก็เป็นายไม่ใช่เหรอที่ระหว่างเดินทางกลับเมืองเอาแต่บ่น ๆ ๆ ว่าถ้าภารกิจนี้มีโคลนมาด้วยจะสำเร็จง่ายขึ้น แล้วพอฉันชวนโคลนขึ้นมานายกลับมาตำหนิฉันเนี่ยนะ นายกล้ามาก!!” หมวยบ่นเสร็จก็ทุบไปที่จอนนี่ ด้วยค่า STR ที่สูงลิบของเธอจอนนี่จึงได้แต่ยอมยกธงขาว
“ฉันก็ได้ยินแบบนั้น นายไปทำภารกิจกับพวกเราเถอะ ฉันไม่อยากจะฟังจอนนี่บ่นอีกแล้ว” ซานะเสริม
“จริงเหรอจอนนี่ นาย้าให้ฉันเข้าร่วมภารกิจด้วยเหรอ” โคลนถามเซ้าซี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อคำพูดของหมวยและซานะ แต่เขา้าหยอกล้อจอนนี่ที่ปากไม่ค่อยตรงกับใจ
“พูดเื่อะไรของนาย ฉันไม่เคยพูด” จอนนี่ตอบหน้าตาย
“อ๋อเหรอ งั้นฉันต้องขอโทษทุกคนด้วยจริง ๆ หากจอนนี่ไม่้าให้ฉันเข้าร่วมภารกิจ ฉันก็คงเข้าร่วมไม่ได้” โคลนแกล้งพูดขึ้นมา
“เดี๋ยวก่อน เห็นแก่ที่พวกเราร่วมเดินทางมาด้วยกัน หากนายจะเข้าร่วมภารกิจครั้งนี้ก็ไม่เป็ไรหรอก” จอนนี่พูดเสียงเบาหวิว
“นายพูดว่าไงนะ ฉันฟังไม่ค่อยถนัด” โคลนถามทั้ง ๆ ที่ได้ยินชัดเจน
“พอที หากนาย้าเข้าร่วมภารกิจ พรุ่งนี้แปดโมงเช้าเจอกันที่นี่” พูดเสร็จจอนนี่ก็กดตัดการเชื่อมต่อกับระบบทันที
“เดี๋ยวก่อนสิ แล้วมันเป็ภารกิจแบบไหน” โคลนะโถามไป
“ดันเจี้ยน!” จอนนี่ตอบก่อนที่ร่างจะหายไปจากลานกว้าง