“อ่อ เ้าค่ะ”ซื่อเฟิงพยักหน้ารับ แล้วหันไปปิดตาพลางเริ่มนับ “1...2...3...”
“ไป หวงเอ๋อร์พวกเราไปซ่อนกัน” หยางถิงเฟิงจูงมือน้องสาวต่างสายเืไปซ่อนในพุ่มไม้ทันทีทั้งสองฟังเสียงแม่นมซื่อนับเลขวนไปวนมาสักพักนางก็หยุดนับแล้วเริ่มออกเดินมองหาเด็กทั้งสองนางมองหาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เห็นพุ่มไม้ไหวๆ นางจึงรีบเดินไปที่พุ่มไม้ตรงนั้นทันทีแล้วนางก็เห็นคุณชายกับคุณหนูนั่งยองๆ เคียงกันมองมาที่นาง
“บ่าวหาพวกท่านเจอแล้ว”ซื่อเฟิงบอก หยางถิงเฟิงลุกขึ้นยืน เฟิ่งหวงก็ลุกขึ้นยืนด้วย หยางถิงเฟิงจึงบอก“เ้าปิดตานับอีกครั้ง พวกข้าจะไปซ่อนอีก”
“เ้าค่ะ”ซื่อเฟิงรับคำ แล้วยืนปิดตาพลางนับ “1...2...”
หยางถิงเฟิงรีบจูงน้องสาววิ่งตึกๆออกไปนอกเขตเรือน เขาพานางไปซ่อนที่เรือนว่างข้างๆ เรือนของเฟิ่งหวงหยางถิงเฟิงพาเฟิ่งหวงไปซ่อนในห้องเก็บของ ของเรือนหลังนี้ซึ่งถึงจะเป็ห้องเก็บของแต่ก็สะอาดพอสมควรไม่ค่อยมีฝุ่นมากนักเพราะว่าจูลี่ถิงมักจะให้บ่าวไพร่คอยทำความสะอาดเรือนทุกหลังในเขตจวนเป็ประจำที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อความสะอาดและป้องกันสัตว์มีพิษแอบซุกซ่อนอยู่มุมใดมุมหนึ่งในจวน
ซื่อเฟิงนับเลขครบ 10ครั้งแล้วจึงลดมือลงพลางมองหาเด็กทั้งสองคน นางเดินหาไปเรื่อยๆนางไม่ได้คิดเลยว่าเด็กทั้งสองจะไม่อยู่ในเรือนนี้แล้ว นางเดินหาไปเรื่อยๆ
หยางถิงเฟิงกับเฟิ่งหวงนั่งยองๆแอบอยู่หลังตู้ใบหนึ่ง หยางถิงเฟิงชะเง้อมองไปที่ประตูห้องเก็บของบ่อยๆรอดูว่าแม่นมซื่อจะหาพวกเขาเจอตอนไหน ครั้นรออยู่นาน แม่นมซื่อก็ยังไม่มาเสียทีเขาจึงลุกขึ้นยืน เฟิ่งหวงก็ลุกขึ้นยืนตาม พลางชะเง้อชะแง้มองที่ประตู “พี่ชาย นางจะมาตอนไหนเ้าคะ?”
“เดี๋ยวก็มา”หยางถิงเฟิงบอก เขาก็มองไปที่ประตูบ่อยๆ ครั้นรอไปรอมา แม่นมซื่อไม่มาเสียทีเขาจึงหันไปมองน้องสาวตัวอ้วน เขามองๆดูนางที่มีหน้าตาละม้ายคล้ายอนุหลิวห้าหกส่วนเขานึกถึงอนุหลิวแล้วนึกสงสัยว่าน้องสาวมีก้อนเนื้อใหญ่ๆที่หน้าอกเหมือนอนุหลิวหรือเปล่า?
เขาจึงจับเสื้อนางแหวกดูเฟิ่งหวงยืนเฉยอย่างไร้เดียงสา พี่ชายแหวกเสื้อนางออกนางก็ไม่ได้ห้ามปราม
“เอ...ไม่มีนี่”หยางถิงเฟิงเอ่ยพลางมองผิวขาวผ่องที่แบนราบ เขาจับๆ ดู มันแบนๆไม่ต่างจากอกเขาสักเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าผิวของน้องสาวนุ่มนิ่มมากกว่าผิวเขา
“อื้อ พี่ชาย จักจี้”เฟิ่งหวงหัวเราะคิกๆ หยางถิงเฟิงจึงดึงมือกลับมาแล้วเขาก็สงสัยอีกว่าทำไมท่านพ่อเลียตรงหว่างขาของอนุหลิว?
เขาอยากรู้อยากเห็นจึงถอดเสื้อผ้าน้องสาวออกแล้วก้มลงไปดูตรงหว่างขานาง เขาจับๆ ตรงหว่างขานาง เฟิ่งหวงหัวเราะคิกๆ “คิกๆพี่ชาย จักจี้”
“เ้าอยู่นิ่งๆ ซิ”หยางถิงเฟิงบอก เขายื่นหน้าไปแลบลิ้นเลียหว่างขานาง เฟิ่งหวงดิ้นๆ เพราะจักจี้“คิกๆ จักจี้ อย่าๆ”
ประตูเปิดออก สาวใช้กลุ่มหนึ่งที่เข้ามาเพื่อทำความสะอาดเห็นภาพฉากนี้เข้าพอดีก็ตกตะลึงไปตามๆกัน “อ่ะ!”
“อ้า! คุณชาย!” สาวใช้คนหนึ่งร้องแล้วยกมือปิดหน้าสาวใช้คนอื่นๆ ก็ตกตะลึงจนอึ้งงันไป “อ่า...”
หยางถิงเฟิงเลียๆแล้วไม่รู้สึกว่าอร่อยเลย มีแต่รสเค็มๆ เหมือนรสเหงื่อเขาจึงผละออกแล้วหันไปมองสาวใช้กลุ่มนั้นที่ยืนปากอ้าตาค้างอยู่
สาวใช้คนหนึ่งตั้งสติได้ก่อนคนอื่นๆนางจึงรีบวิ่งไปรายงานฮูหยินผู้เฒ่าทันที
หลังจากจูลี่ถิงรู้เื่ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง แล้วคำพูดของเหอซินซือก็แว่วขึ้นมานางจึงให้สาวใช้ไปพาตัวหลานชายกับหลานสาวนอกใส้มาไต่สวนทวนความให้กระจ่างแจ้ง
เมื่อหยางถิงเฟิงกับเฟิ่งหวงอยู่ต่อหน้าจูลี่ถิง จูลี่ถิงจึงถามหลานชายก่อน“เ้าทำอะไรนางเมื่อครู่?”
“เลียขอรับ”หยางถิงเฟิงตอบ เขาไม่รู้ว่าการกระทำของเขาผิดตรงไหนเขาก็แค่อยากรู้ว่าตรงหว่างขาสตรีรสชาติเป็อย่างไรท่านพ่อจึงชอบเลียแต่คำตอบของหลานชายทำให้จูลี่ถิงแทบลมจับ “เฮ้อ...เฮ้อ...”
นางมองดูหลานชายที่อีกไม่กี่ปีก็จะเติบใหญ่กลายเป็หนุ่มน้อยหรือว่าเฟิงเอ๋อร์จะเริ่มสนใจเื่รักๆ ใคร่ๆ แล้ว?
นางเบนสายตาไปมองหลานสาวนอกใส้ที่ยืนทำหน้าตาไม่รู้เื่รู้ราวแล้วคำพูดของเหอซินซือก็แว่วๆ ขึ้นมาอีก ‘…หากไม่ระวังไว้บ้างเฟิงเอ๋อร์ถูกล่อลวงไป เขาจะเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ ถึงอย่างไร 2คนก็เป็พี่น้องกันแล้ว วันหน้าเฟิงเอ๋อร์ก็คือซื่อจื่อ ของจวนแม่ทัพใหญ่อย่างไรท่านป้าก็ควรจะระวังไว้บ้าง กันไว้ก่อนที่จะสายเกินแก้นะเ้าคะ’
หรือว่าเฟิงเอ๋อร์จะถูกเด็กนี่ล่อลวงจริงๆ?นางคิดๆ แล้วจึงคิดตัดไฟแต่ต้นลมเสีย!
“เฟิงเอ๋อร์เ้าจะทำแบบนั้นกับเด็กนี่ไม่ได้นะ ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดต่อไปเ้าอยู่ให้ห่างนางหน่อย” นางบอกหลานชายแล้วหันไปพูดกับเฟิ่งหวงว่า“ต่อไปเ้าก็อยู่ให้ห่างจากเฟิงเอ๋อร์มากๆ หน่อยล่ะเ้าเป็สตรีจะให้บุรุษแตะเนื้อต้องตัวไม่ได้ เข้าใจไหม?”
“เ้าค่ะ”เฟิ่งหวงรับคำอย่างไร้เดียงสา นางรู้สึกกลัวๆ ท่านย่าไม่น้อยเลยวันนี้ท่านย่าดูดุมาก
“เอาล่ะเ้าพานางกลับไป แล้วเื่ในวันนี้ถ้าใครกล้าพูดแม้ครึ่งคำข้าจะตัดลิ้นมันแล้วขายออกไปเสีย” จูลี่ถิงกวาดตามองสาวใช้กลุ่มนั้นเขม็งทำให้พวกสาวใช้รับคำอย่างเกรงกลัว “เ้าค่ะ”
เฟิ่งหวงถูกพาออกไป จูลี่ถิงก็โบกมือไล่สาวใช้ออกไปพวกสาวใช้จึงถอยออกไปจนหมด
“เ้ามานี่”จูลี่ถิงกวักมือ หยางถิงเฟิงจึงเดินไปหาท่านย่า จูลี่ถิงจึงสอนสั่ง “เฟิงเอ๋อร์จำไว้นะวันหน้าเ้าคือซื่อจื่อ เ้าจะต้องเลือกสตรีที่จะมาเป็ภรรยาอย่างรอบคอบอย่าได้เลือกสตรีที่ไม่อาจสนับสนุนเ้าได้”
“ขอรับท่านย่า”หยางถิงเฟิงรับคำ จูลี่ถิงลูบๆ ศีรษะเขาสองสามที สายตาเหม่อลอยไปหากว่าเด็กนั่นไม่อยู่ในฐานะน้องสาว นางก็จะไม่ห้ามปรามเลยหากว่าหลานของนางจะเก็บเด็กนั่นไว้เป็อนุ แต่นี่เด็กนั่นกลายเป็น้องสาวแล้วไม่อาจแต่งงานกันได้ เื่ผิดธรรมเนียมเช่นนี้นางไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด!
หลังกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จูลี่ถิงก็ให้หลานชายกลับไป หยางถิงเฟิงไม่ได้กลับเรือนของเขาเขาลอบแอบเข้าไปในเรือนของอนุหลิว แล้วแอบดูท่านพ่อ ‘ลงโทษ’ อนุหลิวอีกแล้ว เขาไม่เข้าใจเลย ทำไมท่านพ่อจึงได้ ‘ลงโทษ’ อนุหลิวบ่อยนัก นางทำอะไรผิดหรือ?
เขาเห็นท่านพ่อ ‘ลงโทษ’ นางซ้ำแล้วซ้ำอีก ‘ลงโทษ’ จนนางหมดแรงหลับไปแล้วนั่นแหละท่านพ่อจึงได้หยุด เมื่อเห็นท่านพ่อเข้านอนแล้วเขาจึงย่องออกมาแล้วกลับเรือนตัวเองไป
นับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา จูลี่ถิงก็ไม่ให้เด็กเฟิ่งหวงมากินข้าวร่วมโต๊ะอีกเลยนางต้องกันเด็กนั่นให้อยู่ห่างๆ หลานชายนางให้มากหน่อย
หลิวฟางอิ่งไม่รู้เลยว่าลูกสาวของนางถูกแม่สามีรังเกียจเสียแล้วนางแทบจะไม่ได้เจอลูกสาวเลย นับั้แ่แต่งเข้าจวนมาทุกวันนี้นางถูกสามีเคี่ยวกรำแทบทั้งวันทั้งคืนจนอ่อนเปลี้ยเพลียแรงชนิดว่าเพียงมีเวลาพักผ่อนสักหน่อยนางก็จะนอนหลับเป็ตายอยู่บนเตียง
ซื่อเฟิงก็ไม่รู้ว่าเกิดเื่เกิดราวอะไรขึ้นนางเล่นซ่อนหากับคุณหนูแล้วหาคุณหนูไม่เจอนางจึงเดินตามหาเสียทั่วเรือนจากนั้นก็เดินออกไปหาดูข้างนอก แล้วก็เห็นคุณหนูถูกสาวใช้พาตัวกลับมาส่งที่เรือนสาวใช้คนนั้นส่งคุณหนูแล้วก็กลับไป นางคิดว่าคุณหนูของนางคงตามคุณชายไปเล่นที่เรือนฮูหยินผู้เฒ่าเท่านั้นเอง
จูลี่ถิงก็ไม่ได้สนใจที่อนุหลิวไม่ได้มาคารวะนางตามธรรมเนียมเพราะลูกชายนางได้ส่งสาวใช้มาแจ้งแล้วว่า่นี้อนุหลิว ‘เจ็บป่วย’จึงไม่อาจมาคารวะแม่สามีตามธรรมเนียมได้ แต่จากที่บ่าวไพร่แอบพูดๆกันลับหลังเ้านายนั้นทำให้นางพอจะรู้สาเหตุที่แท้จริงที่อนุหลิว ‘เจ็บป่วย’ นางก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย ลูกชายนางอยู่ตัวคนเดียวมานานเกินไปนางนั้นอยากให้เขาแต่งงานใหม่ตั้งนานแล้ว แต่ว่าเขาไม่ยอมแต่งเสียทีคราวนี้เขายอมรับอนุเข้าจวนด้วยตัวเองนางจึงดีใจนักแม้ว่าจะไม่ค่อยชอบอนุที่มีตำหนิคนนี้ แต่ว่าหากว่าอีกหน่อยอนุคนนี้คลอดหลานชายให้นางหลายๆคนย่อมเป็เื่ดี ตอนนี้นางจึงมองข้ามเื่เล็กๆ น้อยๆ นี้ไปก่อน
หลิวฟางอิ่งตื่นขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วจึงให้รุ่ยหลินพาลูกสาวมาพบเฟิ่งหวงก็ดีใจที่ได้เจอท่านแม่เสียที นางจึงคุยจ้อไม่หยุด
หลังจากกินอาหารเย็นร่วมกันแล้ว หลิวฟางอิ่งจึงให้แม่นมซื่อพาเฟิ่งหวงกลับเรือนไปหยางซีถิงจึงถือโอกาสนี้เอ่ยว่า “ข้าจะให้อาจารย์มาสอนหวงเอ๋อร์นางเป็บุตรสาวข้าแล้วย่อมต้องได้รับการศึกษาให้ดีหน่อยวันหน้านางออกเรือนไปจะได้ไม่ถูกดูิ่ดูแคลน”
“ขอบคุณท่านพี่เ้าค่ะ”หลิวฟางอิ่งกุมมือขอบคุณเขา หยางซีถิงมองนางด้วยสายตาวาบหวาม “ขอบคุณแค่คำพูดเท่านั้นหรือ?”
หลิวฟางอิ่งเขินอายจนหน้าแดงนางรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร นางจึงได้แต่ก้มหน้าหลบสายตาเขาหยางซีถิงลุกขึ้นก้าวไปจูงมือนางเข้าห้องนอน “มาเถอะ ข้าอยากโยกชิงช้าอีก”
“ฮื้อ! ท่านพี่น่ะ” หลิวฟางอิ่งค้อนเขาชะม้ายชายตาเนื้อตัวรู้สึกวูบวาบหวามไหวน้อยๆ เกรงว่าคืนนี้นางคงต้องรับศึกหนักอีกเช่นเคย
หลังจากนั้นเสียงครวญครางรัญจวนใจก็ดังแว่วออกมา
วันต่อมา อาจารย์ก็ถูกเชิญมาสอนเฟิ่งหวง นางต้องร่ำเรียนอ่านเขียน คิดคำนวณ พิณหมาก วาดภาพ เย็บปักถักร้อย เรียกว่าั้แ่เช้าจรดเย็น นางต้องร่ำเรียนจนหลังขดหลังแข็งเลยทีเดียวทำให้นางไม่อาจวิ่งเล่นเหมือนก่อนได้อีก
ครั้นถึงตอนเย็นนางได้กินข้าวร่วมโต๊ะกับท่านแม่และท่านพ่อเลี้ยง นางจึงโอดครวญให้ทั้งสองฟังหลิวฟางอิ่งจึงปะเหลาให้นางตั้งใจเรียน หยางซีถิงก็นำรางวัลมาล่อหากว่านางตั้งใจเรียนจนอาจารย์ชมว่านางเรียนดี นางจะได้รางวัลเป็ของเล่นแปลกๆใหม่ๆ ทำให้เฟิ่งหวงตื่นเต้นขึ้นมา จึงรับปากว่าจะตั้งใจเรียน
เมื่อครบวันหยุด หยางซีถิงก็ให้พ่อบ้านอู๋ไปแจ้งกับเ้าหน้าที่ประจำท้องพระโรงว่าเขาป่วยไม่อาจเข้าร่วมประชุมขุนนางได้ จึงขอลาหยุดต่ออีก 7 วันครั้นฮ่องเต้ทราบเื่ลาป่วยต่อของแม่ทัพใหญ่ เขาก็มองชุนกงกง ซึ่งเป็ขันทีคนสนิทแล้วถามว่า“แม่ทัพหยางป่วยจนถึงขั้นต้องลาต่ออีก 7 วันเชียวรึ?”
“อ่า...ทางจวนแม่ทัพใหญ่บอกมาเช่นนั้นพะย่ะค่ะ”ชุนกงกงตอบ ฮ่องเต้เคาะๆ โต๊ะแล้วเอ่ยว่า “เขาเพิ่งจะแต่งอนุเข้าจวนไม่ใช่รึ?”
“เอ่อ...พะย่ะค่ะ”ชุนกงกงตอบอีก ฮ่องเต้จึงเอ่ยว่า “เพิ่งจะแต่งอนุก็ป่วยเสียแล้วดูท่าเขาคงไม่ได้ป่วยจริงๆ หรอก”
“หากว่าไม่ได้ป่วยจริงๆเช่นนั้นไยท่านแม่ทัพใหญ่จึงได้ลาป่วยล่ะพะย่ะค่ะ?” ชุนกงกงถาม ฮ่องเต้หันไปมองตรงกลางกายของชุนกงกงแล้วเอ่ยว่า“เ้าไม่มีตรงนั้น เ้าไม่เข้าใจความสุขของการเข้าหอหรอก”
ชุนกงกงจึงได้เงียบไปเขาเข้าใจแล้วว่าแม่ทัพใหญ่ไม่ได้ป่วยจริงๆ แต่ว่ากำลังอยู่ใน่ ‘ข้าวใหม่ปลามัน’ ต่างหาก
“อนุคนใหม่ของแม่ทัพใหญ่งามมากรึ?”ฮ่องเต้ถาม ชุนกงกงได้แต่ส่ายๆ หน้า “บ่าวยังไม่เคยเห็นพะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ยกชาขึ้นจิบชุนกงกงจึงรายงานว่า “ได้ข่าวว่าอนุคนใหม่ของแม่ทัพใหญ่เป็แม่หม้ายสามีตายพะย่ะค่ะ”
“หือ?”ฮ่องเต้เลิกคิ้วขึ้น “เขาคว้าของมีตำหนิงั้นรึ?”
“บ่าวได้ยินมาเช่นนั้นพะย่ะค่ะ”ชุนกงกงบอก ฮ่องเต้จึงเอ่ยว่า “ก่อนหน้านี้ข้าจะมอบสตรีดีๆ ให้เขาแต่เขากลับตั้งเงื่อนไขว่า สตรีที่เขาจะแต่งงานใหม่ด้วยต้องงามกว่าฮูหยินเหอ เห็นทีแม่หม้ายคนนี้คงงามกว่าฮูหยินเหอกระมัง?”
ชุนกงกงไม่รู้จะตอบอย่างไรเขาจึงเงียบไป ฮ่องเต้จึงเอ่ยว่า “เอาเถอะๆเ้าให้คนไปบอกแม่ทัพใหญ่ว่าข้าอนุญาตให้ลาต่อได้ แต่ว่าเมื่อครบกำหนดแล้วเขาต้องมาเข้าร่วมประชุมขุนนางได้แล้วไม่เช่นนั้นข้าจะหักเบี้ยหวัดเขาทั้งปีเลยเชียว”
“พะย่ะค่ะ”ชุนกงกงรับคำสั่งแล้วให้คนไปบอกกล่าวท่านแม่ทัพใหญ่
วันคืนผ่านไปอย่างสงบสุข ในที่สุดจวนแม่ทัพใหญ่ก็มีข่าวดี เมื่ออนุหลิวตั้งครรภ์แล้วข่าวนี้ทำให้หยางซีถิงดีใจจนอุ้มอนุหลิวหมุนไปหมุนมา จูลี่ถิงก็ดีใจเช่นกันนางจึงสั่งให้บ่าวไพร่ประคบประหงมอนุหลิวให้ดีๆ
หมอที่ตรวจชีพจรก็แอบกระซิบกับท่านแม่ทัพใหญ่ว่า“ท่านแม่ทัพใหญ่ขอรับ ในเมื่ออนุหลิวตั้งครรภ์แล้ว ร่างกายนางไม่ค่อยแข็งแรงนักเนื่องจากตรากตรำมากเกินไปอย่างไรเื่นั้นควรจะงดไปสักระยะนะขอรับ เพื่อความปลอดภัยของคุณชายในครรภ์”
“อ่า...”หยางซีถิงหน้าม้านไปเล็กน้อย แล้วพยักหน้าเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้ารู้แล้วๆ”
“เช่นนั้นข้าน้อยจะจ่ายยาบำรุงครรภ์ให้อนุหลิวแล้วก็อาหารที่ควรกินไม่ควรกินข้าน้อยจะเขียนไว้ให้ขอรับ”หมอบอกพลางเดินไปนั่งลงเขียนตำรับยา จากนั้นก็ขอตัวกลับไป พ่อบ้านอู๋ก็ออกไปส่งท่านหมอจูลี่ถิงก็กำชับกับอนุหลิวหลายคำให้นางดูแลครรภ์ให้ดีๆ
ซื่อเฟิงรอจนคนอื่นๆออกไปหมดแล้วจึงได้พาคุณหนูไปหาท่านแม่ หลิวฟางอิ่งพอเห็นลูกสาวมาก็ถามว่า “หวงเอ๋อร์ดีใจหรือไม่เ้ากำลังจะมีน้องชายหรือน้องสาวแล้วนะ?”
“ดีใจเ้าค่ะ” เฟิ่งหวงตอบอย่างไร้เดียงสานางมองๆ ไปรอบๆ แล้วถาม “แล้วน้องชายอยู่ไหนเ้าคะ?”
“อยู่นี่อยู่ในท้องแม่นี่” หลิวฟางอิ่งบอกพลางจับมือลูกสาววางบนหน้าท้องตัวเองเฟิ่งหวงจึงถามว่า “แล้วน้องชายเข้าไปอยู่ในท้องท่านแม่ได้อย่างไรเ้าคะ?”
“อ่า...”หลิวฟางอิ่งอึ้งงันไป คนอื่นๆ ก็อึ้งไปตามๆ กัน ไม่อาจอธิบายได้ว่า ‘คุณชาย’ เข้าไปได้อย่างไร?
เื่นี้ต้องรอให้คุณหนูโตมากกว่านี้ก่อนจึงจะบอกได้ตอนนี้บอกไปนางก็ไม่เข้าใจ
ซื่อเฟิงจึงบอกว่า “รอคุณหนูโตก่อนแล้วก็จะเข้าใจเ้าค่ะ”
เฟิ่งหวงได้แต่ทำหน้าตาฉงนงุนงง
“เอาล่ะๆเ้าพาหวงเอ๋อร์กลับไปก่อน อนุหลิวยังต้องพักผ่อนให้มากๆ” หยางซีถิงบอก ซื่อเฟิงจึงได้พาคุณหนูกลับเรือนไป
เมื่ออยู่กันตามลำพัง หลิวฟางอิ่งย่อมได้ยินคำพูดที่ท่านหมอกระซิบบอกสามี นางจึงเอ่ยว่า “ท่านพี่เ้าคะถ้าอย่างไรท่านพี่รับอนุอีกคนดีไหมเ้าคะ?”
“เ้าอยากให้ข้ารับอนุรึ?”หยางซีถิงถาม สีหน้าอึมครึมขึ้นมาทันที เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกนางผลักไสอย่างไรอย่างนั้น
“อีกนานกว่าข้าจะปรนนิบัติท่านพี่ได้ข้ากลัวว่าท่านพี่จะทนไม่ไหวเ้าค่ะ” หลิวฟางอิ่งบอก หยางซีถิงจึงย้อนถาม “แล้วตอนเ้าตั้งครรภ์หวงเอ๋อร์เ้าให้สามีเก่าเ้ารับอนุงั้นรึ?”
“ไม่ได้รับเ้าค่ะเขาไม่ยอมรับอนุเ้าค่ะ ข้าเคยเสนอให้เขารับอนุ แต่เขาไม่ยอมรับเ้าค่ะเขาบอกว่าเขาทนได้เ้าค่ะ” หลิวฟางอิ่งบอก และเพราะความดีของสามีเก่าในข้อนี้นี่เองที่ทำให้นางรักสามีเก่าหมดใจ
“ในเมื่อเขาไม่รับข้าก็ไม่รับเหมือนกัน ก็แค่ทนไม่กี่เดือนเท่านั้น ข้าทนมาได้ตั้งหลายปีแค่ไม่กี่เดือนไยจะทนไม่ได้กัน” หยางซีถิงบอกอย่างหยิ่งทะนง หลิวฟางอิ่งแย้ง “แต่ว่า...”
“ไม่มีแต่หากเ้าพูดเื่นี้อีก ดูซิว่าข้าจะจัดการเ้าอย่างไร” หยางซีถิงขู่ตาดุหลิวฟางอิ่งจึงเงียบไปไม่กล้าพูดเื่รับอนุอีก
เมื่อถึงเวลาค่ำมืด หลิวฟางอิ่งหลับไปแล้ว แต่ว่าหยางซีถิงยังไม่หลับเขากำลังนอนปวดทวนทองอยู่ จากที่เคยได้ปลดปล่อยอยู่ทุกคืน จู่ๆ กลับอดซะงั้นจึงทำให้เขาปวดจนนอนไม่หลับเลย เขาหันไปมองนางที่นอนหลับสนิทอยากจะจับนางโยกให้หายแข็งขึงเหลือเกิน แต่พอคิดถึงลูกที่อยู่ในครรภ์นางเขาก็ข่มอารมณ์เอาไว้เขานอนพลิกไปพลิกมา พลิกจนไม่อาจฝืนนอนต่อได้เขาจึงลุกขึ้นมาแก้กางเกงแล้วใช้มือสยบทวนทอง
หลิวฟางอิ่งสะลึมสะลือตื่นขึ้นมานางเห็นสามีกำลังคำรามต่ำๆ อยู่ในลำคอ มือก็เลื่อนขึ้นๆ ลงๆ ไม่หยุดไม่พักนางจึงนอนหรี่ตามองเขาอยู่อย่างนั้น หยางซีถิงกำลังพุ่งเป้าไปที่การใช้มือสยบทวนทองเขาจึงไม่รู้ว่าอนุหลิวแอบมองเขาอยู่ มือเขารูดขึ้นๆ ลงๆ จนรู้สึกเจ็บทวนแต่เขาก็ยังไม่ถึง์เก้าชั้นฟ้าสักที เขาจึงบ่นพึมพำ “วะ! ทำไมไม่ถึงซักที!?”
หลิวฟางอิ่งเห็นสามีพยายามอยู่นานก็ยังไม่ถึง์นางสงสารเขาจึงแกล้งยื่นมือคล้ายนอนละเมอไปจับทวนทองของเขาหยางซีถิงสะดุ้งชะงักกึก! “อะ”
หลิวฟางอิ่งขยับมือจนมือนางกำรอบทวนทองท่าทางนางคล้ายนอนละเมอ หยางซีถิงมองเพ่งนางครู่หนึ่งแล้วจึงกุมมือทับมือนางจับมือนางรูดขึ้นๆ ลงๆ ความนุ่มนิ่มของฝ่ามือนางที่กำรอบทวนทองทำให้เขารู้สึกดียิ่งนักแน่นอนว่าย่อมดีกว่ามือเขามากนัก เขารูดขึ้นๆ ลงๆ อยู่พักใหญ่ก็ถึง์เก้าชั้นฟ้า“โอววววว...”
เขาหลั่งธารน้ำออกมาจนมันเปื้อนมือเขาและมือนางเขาจึงหยิบผ้ามาเช็ดๆ มือ แล้วเช็ดมือให้นางจนสะอาดหมดจดจากนั้นก็ก้มลงไปหอมแก้มนาง “ขอบคุณเ้ามากอิ่งเอ๋อร์”
หลิวฟางอิ่งหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาหยางซีถิงยิ้มบางๆ “ข้ารู้นะเ้าไม่ได้หลับ”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readclub.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ