เมื่อทานอาหารเสร็จต่างก็แยกย้ายกัน ฟู่หรงเดินไปที่สวนของจวน ฟานอวี้เดินตามไปติดๆ ก่อนที่จะเอ่ยขึ้น
"เ้านี่ช่างพูดจากล่อมผู้อื่นเก่งเสียจริงนะ มิน่าล่ะถึงได้แต่งเข้ามาเป็ฮูหยินในจวนของข้าได้ ทั้งที่เป็ของเหลือเดนมาจากที่อื่นแท้ๆ "
"ถ้าท่านแม่ทัพคิดเช่นนั้นแล้วมีความสุขก็ทำไปเถอะเ้าค่ะ ยังไงเสียก็อย่าหลงเข้ามาให้ข้ากล่อมเสียล่ะ ไม่เช่นนั้นจะหาทางออกไม่เจอ "
"ฝันไปเถอะ ถึงอย่างไรข้าก็ไม่มีทางเอาคนเช่นเ้า เข้ามาพัวพันในชีวิตข้ามากกว่านี้แน่ "
ฝูหรงยิ้มหวานออกมาจนน่าหมั่นไส้ สำหรับผู้ที่ยืนมองด้วยความโมโหที่ทำอะไรไม่ได้
เพราะก่อนที่จะเดินออกมาก็ถูกบิดานั้นสั่งห้ามไม่ให้ไปพบชิงชิงอีก จนกว่าจะครบสามเดือนอย่างที่ฟู่หรงเอ่ยขอไว้ ฟานอวี้ได้แต่แปลกใจ ว่าทำไมบิดาของตนถึงได้เอ่ยเช่นเดียวกับคนตัวเล็กนี้
แต่สามเดือนก็เพียงไม่นานตนก็จะเป็อิสระ แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นก็คือบิดาตนที่คาดคั้นเื่ราวว่ามีสัมพันธ์เช่นใดกับชิงชิง เกินเลยกันไปแค่ไหน
"ถ้าวันนั้นเ้าไม่เข้ามาขัดคอ ข้ากับชิงชิงเราก็คงจะมีความสุขกันไปแล้ว เป็เพราะเ้าคนเดียวฟู่หรง "
เมื่อนึกถึงก็ยิ่งแค้นเคือง ยิ่งเห็นรอยยิ้มที่ไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของตน ก็ยิ่งทำให้ฟานอวี้เกลียดคนตรงหน้ามากขึ้นไปอีก แม่ทัพหนุ่มเดินจากไปแล้วทิ้งให้อีกคนยังคงนั่งที่ศาลาในสวน
"คุณหนูไม่เป็ไรนะเ้าคะ "
"อย่ากังวลเลยพี่ชินลี่ เรายังต้องเจออะไรอีกมาก ถ้ายังอยู่ที่นี่ ยังดีที่ฮูหยินไม่ได้ร้ายเหมือนแม่สามีเรือนอื่น ไม่เช่นนั้นคงจะรับมือยากกว่านี้เป็แน่ "
"นั่นสิเ้าคะ "
เสียงหัวเราะของทั้งสองดังขึ้นในสวน หลังจากนั้นผ่านไปห้าวันฟานอวี้ก็ถูกเรียกเข้าเฝ้าฮ่องเต้
"ฟานอวี้งานแต่งของเ้าเป็เช่นไรบ้าง คงจะมีความสุขดีใช่หรือไม่ "
"พะยะค่ะฝ่าา "
ฟานอวี้จำต้องตอบออกไปเช่นนั้นเอง ราชครูจึงเอ่ยกับแม่ทัพฟานอวี้
"ฝูหรงอาจจะดูแข็งกร้าวอยู่บ้าง อย่างไรท่านแม่ทัพก็เมตตานางหน่อยก็แล้วกันนะ หลานของข้าสูญเสียแม่ั้แ่เด็ก นางจึงมีนิสัยเช่นผู้ชาย แต่เชื่อเถอะว่าท่านได้ของที่ล้ำค่าอยู่ในมือแล้ว เว้นแต่ท่านจะปล่อยมือเท่านั้น "
"เป็เช่นนี้เองหรอกหรือ ข้าจะอ่อนโยนกับนางขอรับท่านราชครู ของล้ำค่าที่ว่าข้าจะไม่ทำให้หล่นหายเป็แน่ จะรักษาเอาไว้ให้ดีที่สุด "
ฟานอวี้รับคำพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก ในใจคิดว่าไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือเป็แน่ แต่จะขว้างลงพื้นให้แตกละเอียดเลยต่างหาก ก่อนที่จะหุบยิ้มลงเมื่อได้ยินคำพูดของฮ่องเต้ที่เอ่ยขึ้น ราวกับบอกใบ้บางสิ่ง
"ยังไงก็อย่าให้ได้ยินว่าเ้ารังแกนางก็แล้วกัน เพราะว่าข้าอุตส่าห์ยกนางให้กับเ้า ถ้าเ้าทำอะไรให้นางต้องเจ็บช้ำข้าจะเอาผิดกับเ้า "
"พะยะค่ะฝ่าา "
ฟานอวี้ออกมาจากตำหนักของฮ่องเต้แล้วแต่ก็ยังอดคิดถึงคำพูดของฮ่องเต้ไม่ได้ ว่าเหตุใดจึงดูใส่ใจฮูหยินของตนถึงเพียงนี้
"เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ใส่ใจนางนักนะ หญิงที่เคยอยู่กินกับชายอื่นมาแล้วเช่นนี้ มีอะไรให้น่าสนใจกันนักหนา "
เมื่อคิดมาตลอดทางจนมาถึงจวนของตน ก็เจอกับชิงชิงที่มารออยู่ก่อนแล้ว ก็อดดีใจที่เห็นหญิงสาวไม่ได้จึงรีบเดินเข้าไปหา ชิงชิงเห็นฟานอวี้ก็รีบเข้าไปกอดทันที
แม่ทัพหนุ่มมีท่าทางใไม่คิดว่าหญิงสาว จะทำเช่นนี้ทั้งที่มีบ่าวไพร่อยู่เต็มไปหมด และที่สำคัญมารดาและฮูหยินของตนที่กลับมาจากไหว้พระ ก็เข้ามาเห็นพอดี
"อะไรกันฟานอวี้ ชั่งไร้ยางอายกันเหลือเกิน "
"ท่านแม่!! ชิงชิงปล่อยพี่ก่อนเถอะ "
"ข้าไม่ปล่อยท่านพี่กับข้าได้เสียกันแล้ว เหตุใดท่านพี่ถึงไม่ทำตามสัญญา "
"ได้เสีย ได้เสียอะไรกัน พี่กับเ้าเรายัง "
"นี่ท่านพี่จะไม่ยอมรับข้าเช่นนั้นหรือ ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ฮื่อฮื่อ"
ฮูหยินถึงกับเป็ลมเมื่อได้ยินเช่นนั้น ดีที่ฟู่หรงยืนอยู่ข้างๆ จึงรับไว้ทัน ฟานอวี้เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงสลัดคนรักออกวิ่งมาดูมารดาของตนทันที
"ท่านแม่! ท่านแม่! "
"พาท่านแม่เข้าข้างในเถอะเ้าค่ะท่านแม่ทัพ "
ฟานอวี้รีบอุ้มแม่ของตนเข้าไปในห้อง ฟู่หรงหันไปขวางคนที่กำลังจะเดินตาม ทำให้เสี่ยวชิงชิงไม่พอใจเป็อย่างมาก ก่อนที่จะเอ่ยขึ้นจนทำให้อีกคนชะงักไป
"กระท่อมป่าไผ่ ข้าว่ามันไม่ค่อยเก็บเสียงเลยนะ "
"นี่เ้า พูดอะไรของเ้า ข้าไม่เข้าใจ "
"อยากให้ข้าอธิบายให้เข้าใจหรือไม่ล่ะ ข้าจะอธิบายให้ท่านแม่ทัพฟังด้วย จะได้รู้ว่าอะไรเป็อะไร "
ชิงชิงจ้องมองอย่างเคียดแค้นก่อนที่จะเดินกระทืบเท้าออกไปโดยที่ไม่เอ่ยลาคนที่อยู่ด้านใน
"ตามหมอหรือยัง "
"ไม่ต้องหรอกเ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะดูแลท่านแม่เอง ข้าสั่งให้คนต้มน้ำแกงแล้ว ส่วนนี่เอาให้ท่านแม่สูดเข้าไปก็จะทำให้ฟื้นเ้าค่ะ ท่านแม่เพียงแค่ใเท่านั้น "
"เ้าเป็หมอหรือไงถึงได้รู้ดีนัก "
"ข้าไม่ได้เป็หมอหรอก พอดีว่าก่อนนี้อยู่กินกับหมอขายยาสมุนไพร แล้วก็เก่งมากด้วยข้าก็เลยพอรู้เื่ยาและอาการป่วยน่ะเ้าค่ะ "
"หึ อย่างนี้นี่เอง ข้าก็คิดว่าเ้าจะรอบรู้เสียอีก ที่ไหนได้ก็เป็เพราะมีสามีเป็หมอมาก่อนนี้เอง หึ "
"ก็ต้องเป็เช่นนั้นท่านแม่ทัพ ยิ่งตอนนี้ข้าเป็ฮูหยิน
ของท่าน ต่อไปข้าก็คงเก่งเื่ยกทัพจับศึกเป็แน่ ข้ายังคิดอยู่เลยว่าสามีคนต่อไปข้าจะหาแบบไหนดี”
"นี่เ้าช่างเป็หญิงที่ไร้ยางอายเสียเหลือเกิน เ้าไม่อายบ้างหรือไงกัน เที่ยวพูดเช่นนี้ออกมา "
"ไม่เห็นว่ามันจะหน้าอายตรงไหน ในห้องนี้ก็มีแค่ข้ากับสามี ส่วนท่านแม่ก็หลับ ก็เท่ากับพูดกับท่านผู้เดียว ข้าไม่ได้ทำเช่นคุณหนูชิงชิงเสียหน่อย ลำเอียงเกินไปแล้วนะ ถูกผิดก็ยังคิดไม่ได้หรือ น่าเสียดายจริงๆ "
ฟู่หรงเอ่ยเตือนสติสามีโดยที่อีกคนก็ไม่รู้ตัว ฟานอวี้เงียบไปทันทีเมื่อนึกถึงการกระทำของชิงชิง ที่ทำเช่นนั้นต่อหน้าบ่าวไพร่ในจวนของตน
อีกทั้งคำพูดที่บอกว่าเป็ของตนแล้วนั่นอีก ทั้งที่เป็ครั้งแรกที่ตนััชิงชิง แต่ก็เพียงแค่เล้าโลมเท่านั้น ยังไม่ได้มีอะไรเกินเลย ฟู่หรงก็พังประตูเข้ามาเสียก่อน เมื่อนึกถึงเื่นี้แม่ทัพหนุ่มก็เดินออกไปจากห้องทันที ฟู่หรงเมื่อเห็นอีกคนเดินออกไป จึงพัดวี่ให้กับฮูหยินเฉียวต่อราวกับมิมีอะไรเกิดขึ้น ก่อนที่มือของคนที่นอนจะจับที่ข้อมือเรียวไว้
"พอเถอะแม่รู้สึกตัวนานแล้ว เ้านี่ก็แสบไม่เบาจริงๆ"
"ท่านแม่ได้ยินหรือลูกขอภัยเ้าค่ะ ที่พูดจาเช่นนั้นกับท่านแม่ทัพออกไป "
"อืม แต่แม่ก็ไม่อยากให้เ้าทำให้ฟานอวี้เกลียดชังเ้าไปมากกว่านี้ ต่อไปเ้าจะอยู่กันลำบากนะ "
"ก็เพียงไม่นานหรอกเ้าค่ะ แค่ให้ท่านแม่ทัพหูตาสว่างขึ้น ถึงตอนนั้นก็คงหมดหน้าที่ของข้าแล้ว "
"หมดหน้าที่อะไรกัน เ้าเป็สะใภ้บ้านนี้แล้วยังคิดจะไปเป็สะใภ้บ้านอื่นอีกหรือไง แต่ก็นั่นแหละคงยากที่ฟานอวี้จะรู้ตัว หลงเสี่ยวชิงชิงถึงเพียงนั้น แต่ก่อนก็ดูเป็เด็กไร้เดียงสาดี แต่พอไม่ได้ก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาเช่นนี้นะหรือ จะมาเป็สะใภ้ข้า ข้าไม่ยอมรับหรอกนะ "
แม่ทัพหนุ่มที่เดินเข้ามาได้ยินพอดี จึงเงียบไปก่อนที่จะเดินถอยออกมา ั์ตาหรี่ลงก่อนจะเอ่ยกับตนเอง
"เหตุใดเ้าถึงทำเช่นนี้ชิงชิง เ้ารักพี่มากอย่างนั้นหรือ จึงดูรีบร้อน้าให้รับเ้าเข้ามาเช่นนี้"
ฟานอวี้เรียกให้คนของตนเข้ามาหาที่ห้องหนังสือ
"จางเหยาไปสืบมาว่าในแต่ละวันคุณหนูชิงชิงไปที่ใดมาบ้าง ส่วนหานชิงตามดูว่าฮูหยินข้าทำอะไรและไปไหน"
"เหตุใดท่านแม่ทัพถึงให้สืบสองคนนี้ขอรับ "
"ข้าจะบอกเ้าอีกที" ฟานอวี้เอ่ยกับคนสนิททั้งสอง
เช้าของอีกวันฟู่หรงตื่นเข้าครัวเช่นเดิม นางมักจะเข้าครัวทำอาหารและไปจ่ายตลาดกับบ่าวรับใช้เสมอ
"วันนี้ได้ปลาตัวใหญ่ จะได้ทำปลานึ่งอร่อยๆกิน ท่านแม่ท่านพ่อจะต้องชอบแน่ๆ "
ชินลี่มองดูผู้ที่มีความสุขกับการทำอาหารเป็อย่างมาก และไม่เพียงแต่ฟู่หรง ฮูหยินและแม่ทัพหยางเองก็ชอบอาหารที่ทำให้ทานทุกวัน