กรงรักพยัคฆ์ร้อน (3)
พริบตาเดียวที่ร่างสูงะโหมุนตัวไปรับร่างอรชรของหญิงสาวไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่นางจะพลัดตกลงมาจากต้นไม้ใหญ่
"เ้า…" หญิงสาวเอ่ยแค่นั้น นางกำลังใที่จู่ๆก็มีบุรุษแปลกหน้าปรากฏกายกลางเขาแห่งนี้
จ้าวเว่ยหลงปล่อยสตรีเนื้อตัวนุ่มนิ่มในอ้อมแขนลง สายตาจดจ้องใบหน้างามหยดย้อยนิ่งราวโดนมนต์สะกดตรึง
‘ช่างงามอะไรเช่นนี้’
"ขอบคุณที่ช่วยข้า…" เสียงหวานกังวานเดียวกันกับเสียงที่เขาได้ยินก่อนหน้านี้ ทำให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์
"แม่นางเหตุใดเ้าถึงมาอยู่ในป่าลำพังเช่นนี้" เขาเอ่ยถาม มองไปรอบบริเวณก็เห็นเพียงม้าสีขาวกับหญิงสาวเท่านั้น
“ทำไมรึ? ในเมื่อเ้ายังมาลำพังได้ ไยข้าจะมามิได้เล่า" นางย้อนถาม ปัดเศษเปลือกไม้ที่เลอะมือออก
"มิใช่มามิได้ แต่มันอันตรายเ้ามิรู้รึ" เขาตอบและย้อนถามกลับ สตรีบอบบางเช่นนางถ้าพบสัตว์ป่าดุร้าย จะเอาชีวิตรอดออกไปได้อย่างไร
ได้ฟังบุรุษหนุ่มเอ่ยมาเช่นนั้น ลั่วจินหลิงทำเพียงถอนใจออกมาเบาๆราวมิได้ยี่หระกับถ้อยคำตักเตือนของเขาเท่าไรนัก
"กฎเกณฑ์ใดกันเล่าที่แบ่งแยกว่าที่ใดสตรีควรไปมิควรไป" สาวงามว่า แล้วยกยิ้มบนมุมปากอิ่มสวย
สตรีจากศตวรรษที่ 21 ผู้เกิดในแผ่นดินที่ชายหญิงเท่าเทียมกัน เมื่อยามรู้สึกคล้ายถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพจึงคิดต่อต้านขึ้นมา
ได้ฟังถ้อยคำหญิงสาวบุรุษหนุ่มถึงกับหน้าตึง จ้าวเว่ยหลงมองนางราวกับเพิ่งได้ค้นพบสิ่งแปลกใหม่ สตรีจากสกุลใดกันถึงพูดจาได้ประหลาดผิดวิสัยสตรีทั่วไปนัก
"แม่นางช่างประหลาดนัก" เขาว่า ก่อนเดินไปหยุดเงยมองยังจุดที่นางขึ้นไปยืนเมื่อครู่
"เ้าขึ้นไปกินข้าวบนนั้นรึ"
ได้ฟังทำเอาหญิงสาวมุมปากกระตุกแค่นเสียงในลำคอ นี่เขาย้อนนางหรือ ลั่วจินหลิงหันมาแสร้งยิ้มจนตาหยีให้เขา
"เ้าสนใจขึ้นไปกับข้ารึไม่เล่า...หืม?"
ท่าทางแสนซนของนางทำให้ท่านอ๋องหนุ่มอยากรู้ถึงสิ่งที่นางกำลังให้ความสนใจขึ้นมา ชายหนุ่มหรี่ตามองดวงหน้างาม ก่อนตัดสินใจ
"ขึ้นเช่นไร ปีนรึ?" เขาถาม ทว่านางกลับสั่นหน้าไปมา ขยับเรียวปากงามยกยิ้มเ้าเล่ห์ส่งให้เขาอย่างน่าตี
"อุ้มข้าะโขึ้นไป" นางตอบ ทำเอาจ้าวเว่ยหลงสะอึกอึ้งด้วยมิคาดคิดว่าจะได้ยินนางพูดเช่นนี้
ลั่วจินหลิงพูดเช่นนั้น เพราะหญิงสาวแน่ใจแล้วว่าเขามีวรยุทธ์สูงพอสมควร มิเช่นนั้นก่อนหน้านี้ นางคงจับการมาถึงของเขาได้แล้ว ซ้ำการที่เขาเข้ามารับตัวนางไว้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ...แปลว่าเขามิธรรมดา
จ้าวเว่ยหลงหรี่ดวงตาคมมองแม่นางตัวน้อย แล้วทอดถอนใจออกมา ก่อนจะขยับเข้ามาช้อนร่างนางขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมอกแกร่ง จงใจกระชับวงแขนให้แแ่อย่างหากำไรกับเนื้อตัวอ่อนนุ่มของนาง พลันจมูกก็รับรู้ถึงกลิ่นหอมละมุนที่ลอยคุล้งอยู่รอบกายสาวงาม
‘ช่างเป็กลิ่นหอมที่ยิ่งได้กลิ่น ยิ่งทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด’
“เ้าออกจะลวนลามข้าหรือไม่" นางเอ่ยในอ้อมแขนเขา ดวงตากลมโตจ้องมองบุรุษอย่างจับผิด
จ้าวเว่ยหลงยกยิ้มร้าย "ข้าต้องเสียเปรียบอุ้มแม่นางขึ้นไป เหตุใดถึงกลายเป็ว่าข้าลวนลามเ้าเล่า"
ได้ฟังคำแก้ตัวเช่นนั้นลั่วจินหลิงก็แค่นเสียงใส่...เหอะ!
"รีบๆะโเสียสิ รึคิดจะรัดร่างข้าจนแบนติดไปกับอกเ้า" นางว่า เห็นชัดๆว่ากำลังโดนเอาเปรียบ แต่เพื่อต้นหญ้าสลายใจที่อยู่สูงเกินเอื้อม แค่นี้หญิงสาวพอทนได้ เพราะถึงอย่างไรความหล่อเหลาของบุรุษผู้นี้ก็สามารถลดทอนความผิดของเขาไปได้มิใช่น้อย
นางช่างมีความยุติธรรมเสมอ
‘รูปโฉมของเ้าเขาเรียกว่าหล่อวัวตายควายล้มเชียวล่ะ'
หากอยู่ในยุคของนาง บุรุษหนุ่มผู้นี้คงเป็ดาราดัง หรือไม่ก็เน็ตไอดอลที่มียอดฟอลโลวเบียดท็อปสตาร์ไปแล้ว นางคิดแล้วก็ได้แต่ลอบอมยิ้มน้อยๆ
"ช่างมิระวังตัว" จ้าวเว่ยหลงพึมพำเสียงเบา พลางส่ายหน้าน้อยๆ
คำพูดคำจาและท่าทางแสนประหลาด เป็สตรีที่ถูกบุรุษโอบกอดกลับมิแสดงอาการขวยเขินให้เห็น นางประมาทบุรุษ หรือช่ำชองการใกล้ชิดบุรุษจนเห็นเป็เื่ธรรมดาไปแล้วหรืออย่างไร
"นี่พี่ชาย! ข้าว่า...ข้าขี่หลังเ้าน่าจะสะดวกกว่า" จู่ๆนางก็เอ่ยขึ้น แล้วขยับกายไปมาให้เขาปล่อยนางลง
"แม่นาง...ข้ามิมีเวลาช่วยเ้านัก จะทำสิ่งใดก็เร่งมือเถิด" จ้าวเว่ยหลงใจเย็นเกินวิสัย จนเหวินห้าวที่คุมเชิงอยู่ยังรู้สึกแปลกใจ
แม่นางน้อยผู้นั้นช่างงามเหลือล้นเมื่อเทียบกับสตรีมากมายที่เคยพยายามเสนอตัวให้ท่านอ๋อง หรือว่าท่านอ๋องจะโปรดนางเข้าเสียแล้ว ถึงยอมให้นางสั่งโน้นสั่งนี่ ช่างผิดวิสัยราวกับมิใช่จอมพยัคฆ์ผู้ทระนงตนเหนือคนในใต้ล้า ซ้ำยังมีความหยิ่งผยองต่อบุรุษและสตรีไม่เลือกหน้าอีก
"หันหลังๆ ข้าจะไม่เื่มากอีก" ลั่วจินหลิงว่า เมื่อบุรุษหนุ่มยอมหันหลังให้ นางก็ะโขึ้นไปขี่หลังเขาทันที จ้าวเว่ยหลงถึงกับเม้มปากแน่น ในใจพลางคิดว่าท่านอ๋องเช่นเขากำลังทำสิ่งใดอยู่กัน
เขากระแอมเล็กน้อย "แม่นาง...เ้าคลายวงแขนหน่อยเถิด รัดคอข้าเช่นนี้จะฆ่ากันให้ได้รึ"
ชายหนุ่มเอ่ยอย่างยากลำบาก เมื่อถูกวงแขนเล็กโอบรัดลำคอไว้แน่น เนินอกอวบหยุ่นที่ััถูไถอยู่บนแผ่นหลังกว้างก็ช่างบดเบียดแนบชิดเสียจนเขานึกถึงรูปร่างของเ้าก้อนซาลาเปาทั้งสองออก
‘หวังว่าเ้าคงมิได้จะยั่วยวนข้าหรอกนะ’
"ไอ๊หยา...ขอโทษเ้าด้วย ความสูงทำข้าหวั่นใจนิดหน่อย จึงเผลอรัดคอเ้าแน่นหรือนี่" นางส่งเสียงขอโทษราวสำนึกผิดที่เผลอรัดคอเขา ทว่าเื้ัเรียวปากงามกลับอมยิ้ม
นี่แค่เล็กน้อยนักเมื่อเทียบกับที่เขาลวนลามนาง หากมิคิดใช้ประโยชน์มีหรือคนอย่างนางจะยอมเข้าใกล้ให้เขาได้แตะต้องตัวนาง
"เอาเถิด จับไว้ดีๆข้าจะพาเ้าขึ้นไป" จ้าวเว่ยหลงนับไม่ได้ว่าตนถอนหายใจไปกี่ครั้งแล้วั้แ่ได้พบนาง เขากระชับร่างนางไว้ ก่อนจะใช้วิชาตัวเบาพาหญิงสาวะโขึ้นไปยืนบนกิ่งไม้ใหญ่
"ว้าว! ฝีมือเ้านี่มิเบาเลยพี่ชาย" นางเอ่ยชม โดยการยื่นหน้าเข้าไปพูดเสียใกล้ เพราะเกรงว่าเขาจะมิได้ยิน ทว่าการกระทำนั้นกลับทำให้หัวใจไร้ชีวาของจ้าวเว่ยหลงเกิดเต้นผิดจังหวะไปหลายครั้ง
"เช่นไรต่อ…" เขาถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยผิดกับจังหวะหัวใจที่เอาแต่เต้นโครมคราม ปล่อยนางให้ยืนบนกิ่งไม้เอง
"นั่นไงเล่าสิ่งที่ข้าอยากได้" นางชี้นิ้วเรียวไปที่ต้นหญ้าสลายใจ มันขึ้นอยู่บนรอยแตกของตาไม้ และอยู่สูงกว่านางมากนัก
ลั่วจินหลิงเขย่งสุดปลายเท้า และเอื้อมมือจนสุดปลายแขน ทว่ากลับยังจับไม่ถึงต้นหญ้าสลายใจเสียที นางพยายามอย่างหนัก จนเหงื่อเริ่มผุดซึมบนใบหน้างาม
"เกิดมาเตี้ยนี่ช่างลำบากนัก" เสียงชายหนุ่มเปรยออกมาเบาๆ แต่สามารถเสียดแทงจิตใจ 'คนเตี้ย' ยิ่งนัก ทำเอาคนฟังตวัดสายตาไปมองเขาอย่างขุ่นเคือง
"เช่นนั้นพี่ชายผู้สูงสง่ามิคิดจะช่วยข้าบ้างหรือเ้าคะ” นางจีบปากจีบคอประชด แต่ใบหน้างามกลับทำท่าทางออดอ้อนราวลูกแมวตัวน้อย
จ้าวเว่ยหลงยกยิ้ม ย่อกายลงเล็กน้อยเพื่ออุ้มนางขึ้น
"ทีนี้เก็บถึงแล้วหรือไม่" เขาถาม นางจึงลองเอื้อมมือไปอีกครั้ง และสามารถถอนต้นหญ้าสลายใจออกมาได้อย่างง่ายดาย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวเก็บสิ่งที่้าได้แล้ว เขาจึงปล่อยนางลง
"ดีจริงๆ พี่ชายขอบใจเ้ามาก" นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่มองแล้วช่างเป็รอยยิ้มที่สว่างไสวนัก จ้าวเว่ยหลงเผลอจ้องเรียวปากแดงระเรื่อที่มิได้มีชาดเคลือบไว้ อดมิได้ที่จะลอบกลืนน้ำลายลงคอ
‘เรียวปากช่างอวบอิ่มสวยยิ่งนัก’
"เ้าอยากได้ต้นหญ้า เหตุใดมิเก็บเอาข้างล่างเล่า" เขาเอ่ยถาม เมื่อมองเช่นไรในมือนางก็คือต้นหญ้าชัดเจน
ลั่วจินหลิงเก็บหญ้าสลายใจห่อใส่ผ้าแพรสีขาวอย่างระวัง ก่อนจะใส่ไว้ในอกเสื้อ นางเงยหน้ามองบุรุษเล็กน้อย
"หากเหมือนกันเหตุใดต้องลำบากเล่า แต่ถึงบอกไปก็มิได้เกิดประโยชน์กับเ้า เช่นนั้นก็อย่ารู้ให้รกสมองเลยเนอะ" นางว่า พลางปัดมือที่เลอะออก ก่อนจะะโลงจากกิ่งไม้ ทำเอาจ้าวเว่ยหลงมองนางด้วยแววตาตะลึงงัน
"นี่เ้า! ไหนว่ากลัวความสูงอย่างไรเล่า" เหมือนมีบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ ตอนขึ้นนางมิคิดจะขึ้นมาเอง ทว่าเหตุใดตอนลงคนที่ทำท่าหวั่นใจกับความสูงจึงกล้าะโลงไปเช่นนั้นเล่า
ลั่วจินหลิงเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่ยืนมองนางจาก้าด้วยแววตาฉายประกายฉุนเฉียว ก็อดระบายยิ้มหวานอย่างยั่วเย้าให้เขามิได้ และรอยยิ้มนี้ช่างสะกดสายตาคนมองได้เป็อย่างดี
"ข้าสะดวกเช่นนี้ ขอบใจเ้าด้วย ข้ามิลานะพี่ชาย" นางะโบอก ก่อนจะเดินไปะโขึ้นหลังเสี่ยวไป๋ที่เดินมาหาอย่างรู้งาน
"นี่เ้า...แม่นางเ้าช้าก่อน" จ้าวเว่ยหลงะโลงจากต้นไม้ ทว่านางกลับมิหันมามองเขาแม้แต่น้อย ทั้งยังส่งเสียงบังคับม้าจากไปทันที
จ้าวเว่ยหลงเงยมองความสูงจากกิ่งไม้นั้นลงมายังพื้นดิน หากมิมีวิชาตัวเบาคงมิสามารถะโลงมาได้
ท่านอ๋องเช่นเขาโดนรูปลักษณ์ที่ดูมิมีพิษมีภัยของนางตบตาได้อย่างไรกัน