"เื่ทั้งหมดก็เป็อย่างที่ผมเล่านี่แหล่ะครับ" ครูสุนทรผู้เป็ครูใหญ่ของโรงเรียนประถมศึกษาแห่งหมู่บ้านทับรุ้งในจังหวัดชุมเพชรเล่าเื่เสร็จก็มองหน้าเมฆา "คุณเมฆาคงไม่คิดว่านี่จะเป็เื่เหลวไหลไร้สาระใช่ไม๊ครับ เพราะยังไงแล้วเหตุการณ์ต่างๆนี้มันก็ดูช่างบังเอิญอย่างน่าแปลกประหลาดนะครับ ?"
เมฆาเคาะนิ้วกับมุมโต๊ะไม้ในห้องสมุดของโรงเรียนอย่างเป็จังหวะขณะก้มหน้ามองของบางสิ่งที่อยู่บนโต๊ะตรงหน้าอย่างครุ่นคิด แล้วเขาก็ได้ทบทวนถึงเื่ราวต่างๆที่ครูสุนทรเพิ่งจะได้เล่าให้เขาฟังแล้วก็เปรียบเทียบกับเื่ที่นิกได้จดไว้ในบันทึกอย่างคร่าวๆจากคำบอกของอาคิราห์เพื่อนเก่าของเขาก็เห็นว่ามีเนื้อหาใจความเดียวกันอย่างไม่ผิดเพี้ยนสักจุดเดียว
เเละรื่องราวอันสุดแปลกประหลาดและน่าขนลุกนี้ มันก็ได้สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้กับชาวบ้านแห่งหมู่บ้านทับรุ้งนี้มาได้ประมาณสักสามเดือนกว่าแล้ว เมื่อได้เกิดเหตุการณ์ที่มีเด็กนักเรียนประถมในหมู่บ้านแห่งนี้ต้องมาเสียชีวิตในเวลาไล่ๆกันในระยะสามเดือนกว่าที่ผ่านมานี้ถึงสามคนด้วยกัน
เด็กคนแรกที่เสียชีวิตนั้น เป็เด็กผู้หญิงเรียนอยู่ชั้น ป.4 เสียชีวิตด้วยการจมน้ำตายในบึงขนาดใหญ่ของหมู่บ้านขณะที่ได้ลงไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆในวัยเดียวกันใน่เย็นของวันหยุดสุดสัปดาห์
เด็กคนที่สองเป็เด็กผู้ชายเรียนอยู่ชั้น ป.5 ในโรงเรียนเดียวกัน เสียชวิตด้วยการตกจากหน้าผาที่อยู่ไม่ห่างจากหมู่บ้านนัก และมีสภาพศพที่น่าเอนจอนาถใจอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ใช่แค่มีสภาพศพเละเทะจากการที่ต้องตกจากที่สูงจนทำให้กระดูกต้องมาหักเกือบทั่วทั้งตัวเพียงเท่านั้น แต่ทว่าตามเนื้อตัวของเด็กกลับยังถูกสัตว์บางอย่างกัดแทะกินซะจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมเอาเสียเลย จนกระทั่งศพก็ได้ถูกพบเจอจากชาวบ้านในเช้าวันต่อมา ซึ่งชาวบ้านนั้นต่างก็สรุปกันว่าคงจะถูกเสือเข้ามากินซากในภายหลังที่ได้ตกจากหน้าผาจนเสียชีวิตแล้ว เพราะจุดที่เกิดเหตุนั้นอยู่เลยไปทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านเกือบห้ากิโลเมตรซึ่งเป็จุดที่อยู่ติดกับเขตป่าลึกที่เคยมีเสือมาป้วนเปี้ยนอยู่บ่อยๆ
เด็กคนที่สามเป็เด็กผู้หญิง เรียนอยู่ชั้น ป.6 เสียชีวิตด้วยการถูกงูขนาดใหญ่รัดจนกระดูกหักเกือบทั่วทั้งตัว และคงจะสิ้นใจในเวลาต่อมาโดยที่คนในครอบครัวไม่ทันได้ล่วงรู้ ในระหว่างที่เด็กกำลังเข้าห้องน้ำที่ถูกสร้างไว้ห่างจากบ้านของครอบครัวตนอยู่่หนึ่ง(ห้องน้ำในหมู่บ้านชนบทของหมู่บ้านทับรุ้งนี้ หลายๆหลังยังนิยมสร้างให้อยู่เลยตัวบ้านไปเล็กน้อย)
การเสียชีวิตของเด็กทั้งสามคนนี้ต่างก็เกิดขึ้นคนละ่เวลาและคนละสถานที่กัน ฟังดูคร่าวๆแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรที่เชื่อมโยงกันได้ นอกจากว่าเด็กทั้งสามคนนี้ต่างก็เรียนอยู่ในโรงเรียนประจำหมู่บ้านแห่งนี้ที่มีอยู่เพียงโรงเรียนเดียวด้วยกัน และคงจะรู้จักและเป็เพื่อนเล่นกันมาอยู่ไม่มากก็น้อย เพราะจำนวนของเด็กที่เรียนอยู่ในโรงเรียนชนบทแห่งนี้ก็ไม่ได้มีเยอะเหมือนกับโรงเรียนที่อยู่ในตัวเมือง
แต่ความหวาดกลัวและหวาดผวาของชาวบ้านนั้นมีที่มาจากของสิ่งหนึ่งที่ดูน่าขันและไม่น่าเป็ไปได้สำหรับความรู้สึกของชาวบ้านในตอนแรกๆ จนกระทั่งได้เกิดมีการเสียชีวิตของเด็กคนที่สองนั่นล่ะ ชาวบ้านก็ถึงกับสะดุ้งหวาดผวาจนนอนแทบไม่หลับกันในเวลาต่อมา และต่างก็หวาดกลัวกับของสิ่งนั้นที่เคยคิดว่าน่าขันและไม่น่าเป็ไปได้กันถ้วนทั่วทุกคนเลยทีเดียว
และของสิ่งนั้นก็คือ 'สมุดวาดเขียนของเด็กประถม' ซึ่งขณะนี้ก็ได้ถูกวางและเปิดไว้อยู่ตรงหน้าของเมฆานี่เอง
สมุดวาดเขียนเล่มนี้ดูไม่น่าจะมีอะไรให้น่าสนใจเลยสักนิดสำหรับใครก็ตามที่มาเปิดดูในครั้งแรก เพราะในสมุดเล่มนี้ ก็มีเพียงภาพวาดหรือภาพสเก็ตดินสอที่วาดด้วยดินสอราคาถูกของโรงเรียน แม้ว่าภาพวาดดินสอนั้นจะดูแปลกประหลาดหรือดูมีความรุนแรงปรากฏอยู่ในรูปลักษณ์ของภาพที่วาดนั้น แต่นั่นก็ดูไม่น่าจะมีอะไรผิดปกติสำหรับจินตนาการของเด็กประถมที่จะเขียนจะวาดอะไรก็ได้ตามจินตนาการที่อยู่ในวัยของเขาใน่ประถม
ถ้าไม่ใช่เพราะว่าภาพวาดที่อยู่ในสมุดวาดเขียนนี้ กลับเป็ดังคำทำนายของเหตุการณ์ที่เด็กๆต้องมาเสียชีวิตในตอนหลังตามเหตุการณ์ที่ได้ปรากฏอยู่ในสมุดวาดเขียนเล่มนี้อย่างแทบไม่ผิดเพี้ยน ?!
รูปที่หนึ่ง เป็รูปวาดของเด็กผู้หญิงที่กำลังจะจมน้ำตายด้วยใบหน้าที่ใสุดขีด ที่ตอนล่างของภาพนั้นก็ดูเหมือนจะมีมือของอะไรสักอย่างกำลังดึงขาของเด็กที่กำลังจะจมน้ำอยู่ด้วย !
รูปที่สอง เป็รูปวาดของเด็กผู้ชายที่กำลังร่วงตกจากหน้าผาสูงชันด้วยใบหน้าที่ตื่นใจนอ้าปากค้าง และที่เบื้องล่างของภาพนั้นก็มีรูปวาดของเสือตัวหนึ่งที่กำลังเดินย่องไปทางทิศที่เด็กคนนั้นกำลังตกลงมา !
รูปที่สาม เป็รูปวาดของเด็กผู้หญิงที่กำลังถูกงูตัวใหญ่รัดรอบตัวและมีสีหน้าที่ใสุดขีดเช่นกัน !
เมฆาพลิกสมุดวาดเขียนกลับไปกลับมาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นกับครูสุนทร
"นอกจากภาพสามภาพนี้แล้ว หน้าท้ายๆของสมุดวาดเขียนนี้กลับถูกฉีกทิ้งไปหลายหน้า ผมสงสัยซะจริงว่า ในหน้าของสมุดวาดเขียนที่หายไปนี้ ยังมีเื่ราวของภาพวาดอื่นๆอีกหรือเปล่า บางทีถ้าเราหาคำตอบจากเื่นี้ได้ เราก็อาจจะวิเคราะห์อะไรได้มากกว่านี้อีก..."
"น่าจะมืดแปดด้านนะครับ" ครูสุนทรมองเมฆาเขม็ง "ก็อย่างที่ผมได้เล่าให้คุณเมฆาได้ฟังไปแล้วว่า..."
"เด็กคนที่วาดภาพในสมุดวาดเขียนเล่มนี้ได้ตายไปแล้ว !" เมฆาพูดต่อจากประโยคของครูสุนทร"ผมไม่ได้ลืมที่ครูได้เล่ามาทั้งหมดหรอกครับ... แต่ผมกำลังคิดว่าจะเริ่มสืบจากตรงไหนก่อนดี ?"
"เด็กคนที่วาดรูปในสมุดเล่มนี้ ตายมาก่อนหน้าเหตุการณ์ของเด็กสามคนนั่นมาตั้งเกือบปีแล้วนะครับคุณเมฆา" ครูสุนทรว่า "และเด็กคนนี้ก็ไม่ค่อยสุงสิงกับใครแม้กับพ่อแม่ตัวเอง ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงจะต้องปิดกั้นตัวเองขนาดนั้นด้วย..."
"ผมไม่เชื่อว่าเด็กคนนี้จะปิดกั้นตัวเองโดยสิ้นเชิงหรอกครับ" เมฆาลุกขึ้นยืนราวกับว่าคิดอะไรได้ "อย่างน้อยเด็กคนนี้ก็น่าจะมีเพื่อนสักคน หรืออย่างน้อยก็น่าจะมีคนสักคนที่เขาไว้ใจ..." และผมจะเริ่มต้นจากพวกเด็กคนอื่นๆในโรงเรียนนี้แหล่ะครับ !"
ครูสุนทรลุกขึ้นยืนตามเมฆา "คุณเมฆามีแผนจะทำยังไงล่ะครับ...?"
เมฆายิ้มในสีหน้าก่อนจะตอบออกมา "ช่วยเตรียมอุปกรณ์การสอนวาดเขียนให้ผมหน่อยครับ ผมอยากจะเป็ครูสอนศิลปะสักอาทิต์สองอาทิตย์น่ะครับ !"
(โปรดติดตามตอนที่ 3 ของ 'สมุดวาดเขียนสั่งตาย' เร็วๆนี้นะครับ)