ตอนที่ 14 ชายหนุ่มลึกลับ
“เห้เ้าหนูไม่เบานิที่สู้กับกิลด์มาสเตอร์ของเราได้อย่างสู่สี” เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลังซินกับเซม
“แต่แกน่าจะรู้นะว่ากิลด์มาสเตอร์เขาต่อให้แก ถ้าไม่อย่างนั้นแกคงตายไปแล้ว” ชายคนนั้นกล่าวออกมาด้วยอารมณ์โกรธ แล้วดูเหมือนเขาจะเมาด้วยนิดหน่อย จนเพื่อนของเขามาขอโทษและช่วยพยุงตัว ไอ้คนขี้เมานั้นออกไป
“ท่านคงไม่ใส่ใจคำพูดของหมอนั่นหรอกใช่ไหมคะ” เซมถามด้วยความสงสัยและกังวล
“ไม่หรอกผมไม่ใส่ใจคำที่เขาพูดหรอกเพราะว่าส่วนหนึ่งมันก็คือความจริงที่พวกเรายังอ่อนแออยู่เลยทำอะไรไม่ได้มากนัก”
“เพราะแบบนั้นเราต้องยิ่งแข็งแกร่งโดยเร็ว” ซินกล่าวออกไปก่อนที่จะกลับบ้านไปนอนหลับพักผ่อนวันรุ่งขึ้นทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง
โดยที่ซินวางแผนจะไปพิชิตดันเจี้ยนอีกครั้งเพื่อเอาแบบแปลนและแรงค์C เพื่อที่จะดูข้อมูลการฝึกพื้นฐานต่าง ๆ และนำมาปรับใช้กับพวกเขา อันที่จริงซินสามารถฆ่ามอนสเตอร์และเพิ่มความแข็งแกร่งได้เหมือนตอนที่เขาปะทะกับกิลด์มาสเตอร์ถ้าเป็ก่อนที่เขาจะไปพิชิตดันเจี้ยนคงโดนตบทีเดียวตายไปแล้ว
แต่เพราะความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นนิดหน่อยทำให้เขามีโอกาสและช่องว่างที่จะสนกลับไปได้ อีกส่วนหนึ่งเพราะว่ามาคาลอสนั้นประมาทเขาเกินไปทำให้ไม่ตั้งตัวเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์
ถ้ามาคาลอสได้ตั้งตัวแม้แต่ซินร่างเทพร่างมารก็แล้วแต่ ด้วยความแข็งแกร่งเขาไม่สามารถสู้ได้เลย
“ระดับความต่างของพลังนี่ไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่จะชนะ” ซินกล่าวกับเซม เขาพูดเป็นัย ๆ ว่าระวังตัวด้วยถ้าเจอคนที่พลังมากกว่า
“รับทราบค่ะ” เซมตอบรับก่อนที่จะเดินตามหลังของซินกลับบ้านของลุงกิลดาสไปเพราะว่าลุงแกอยากให้อยู่ช่วยอะไรบางอย่างแลกกับที่อยู่อาศัย
ทั้งสองคนมาถึงบ้านก็แยกย้ายกันกลับห้องของตัวเองโดยที่มีเซมยืนกำหมัดแน่นอยู่เพราะตนเองไม่สามารถช่วยเหลือนายท่านของตัวเองได้เลย แถมเป็ตัวถ่วงอีกต่างหาก มีหลายสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกี่ยวกับนายท่านของเธอแต่เธอเลือกที่จะยอมรับมันเงียบ ๆ แต่เื่นี้มันเป็อะไรที่เธอยอมรับไม่ได้ที่สุด
“เรามันอ่อนแอ” เซมพึมพำอย่างแ่เบาก่อนที่จะกลับห้องไป
อีกด้านเซบาสเตียนก็คิดไม่ต่างจากเซมมากนักหลังจากได้ยินเื่ของซิน พวกเขาไม่คิดว่าเ้านายที่ตนเองต้องปกป้องกลายเป็คนที่ปกป้องตัวเอง แถมยังแข็งแกร่งกว่าตัวเธอที่เป็ขุนพลสำหรับต่อสู้โดยเฉพาะด้วยซ้ำ
“อะไรคือความลับความแข็งแกร่งของเขากัน” เซจังได้แต่คิดแต่เธอไม่สามารถถามความจริงได้เพราะมันเป็เื่ของเ้านาย
หลังจากที่ซินกลับไปแล้วเขาหยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาทุกคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซินมีมันและมันมาได้อย่างไร แต่ซินเท่านั้นที่รู้เื่ของมัน
“แกจะตามผมไปทุกโลกเลยไม่ได้นะ” ซินกล่าวอย่างหัวเสียหนังสือเล่มสีดำดูเหมือนจะเหงาหง่อยไปก่อนจะออดอ้อนซินเพื่อให้เขาใจอ่อนลง
ซินส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ก่อนเล่มที่จะเปิดหนังสือสีดำอ่าน ข้างในนั้นเนื้อหาไม่มีใครสามารถอ่านได้ยกเว้นซินเพราะเขาเป็ผู้ถูกเลือกโดยหนังสือเล่มนี้
หนังสือเล่มนี้ปรากฏตัวครั้งแรกที่โลกใบที่สามของเขา เขาได้ทำการปลดผนึกมันและใช้โลกทั้งใบเป็พลังงานชุบชีวิตหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
ชื่อของมันคือกริมมัวร์ หนังสือต้องสาปแห่งความตายที่คนทั้งโลกต่างปรารถนาแย่งชิง เขาเก็บซ่อนมันและใช้ความสามารถของมันน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ แต่ความดันแตกโลกที่เก้า มีคนััได้ถึงกริมมัวร์
ทุกคนทุกฝ่ายต่างเข้ามาแย่งชิงมันไม่คิดชีวิต าอันยาวนานที่ซินต้องต่อสู้ เขาต่อสู้นับร้อยปีด้วยตัวคนเดียวทั้งสายทั้งขุนพล ทั้งหมดตกตายไปกับาครั้งนั้น
“าไม่เคยให้อะไรใครอย่างนั้นเหรอ หึ แค่บางทีเท่านั้นแหละ” ซินยิ้มขึ้นอย่างเหยียดหยามก่อนที่จะอ่านเนื้อหาข้างในต่อยันเช้า
เช้าวันรุ่งขึ้นซินลงมาข้างล่างพร้อมหน้าตาที่แจ่มใสเป็พิเศษ
“มีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นหรือไง”
“เปล่าหรอกครับ แค่เื่บางเื่ผมมีวิธีจัดการแล้ว” ซินกล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทุกคนทานอาหารกันพร้อมหน้าพร้อมตาก่อนที่จะแยกย้ายไปทำงานของตัวเองอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่มีใครติดตามซินมาด้วยเลย เซมเธอไปห้องสมุดด้วยบัตรที่ซินได้มาจากกิลด์มาสเตอร์ ส่วนเซจังเห็นบอกว่ารู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับเ้าหมูอ้วนแล้วเ้าเมืองแล้ว
และซินก็ไปลงดันเจี้ยนเช่นเคยเพราะเขา้าที่จะพิชิตดันเจี้ยนเพื่อนเลื่อนระดับนักผจญภัยระดับ C เพื่อได้สิทธิ์เข้ารับข้อมูลต่าง ๆ มากขึ้น ที่จริงเขาสามารถทำได้เพราะเขาได้รับบัตรมาแล้วจากกิลด์มาสเตอร์ แต่นั่นมันก็แค่ข้อมูลพื้นฐานเท่านั้นเขา้าที่จะสร้างวิชาเอง วิชาของตัวเองและคนของเขาทำให้พวกเขานั้นแตกต่างจากกองกำลังบนโลกใบนี้
“การทำแบบนั้นมันไม่ใช่เื่ยากที่จะสร้างวิชาขึ้นมาสักวิชาหนึ่ง” นั้นเป็สิ่งที่ซินคิดแต่ความจริงแล้วถ้าไม่เข้าใจทักษะ วิชาและวงเวท อย่างลึกซึ้งละก็ไม่สามารถแม้แต่จะคิดเื่สร้างวิชาของตัวเองขึ้นมาได้ด้วยซ้ำ
แต่ถ้าเป็ซินก็เป็อีกเื่หนึ่งเขามีความสามารถพิเศษในด้านคำนวณอยู่แล้วเขาสามารถคำนวณความน่าจะเป็และความเข้ากันได้ของทักษะและวิชาได้เลย แต่การจะทำอย่างนั้นเขาต้องรู้พื้นฐานวิชาต่าง ๆเสียก่อน แต่ตอนนี้ไม่มีใครที่สามารถช่วยเขาในเื่นี้ได้เลย
อีกอย่างเขาไม่คิดจะเชื่อใจในห้องสมุดของทางการั้แ่แรกอยู่แล้ว ถึงแม้คำพูดจะสวยหรูแต่สุดท้ายพวกเขาก็กำจัดการเข้าถึงการฝึกฝนพลังของคนธรรมดาตามที่กิลด์มาสเตอร์บอก แถมพวกเขาให้คนที่ระดับ C สามารถดูข้อมูลได้ แล้วข้อมูลที่ว่านั้นเชื่อถือได้แค่ไหน
ถ้าเชื่อถือได้ทำไมถึงมีคนฝึกฝนเลือนระดับได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็ โดยเฉพาะพวกคนธรรมดาที่ไม่ใช่ขุนนางหรือราชวงศ์ พวกเขาเขียนในหนังสือเล่มหนึ่งที่ซินเคยอ่านเอาไว้ว่ายิ่งสายเืสูงส่งเท่าไหร่ พลังเวทของบุคคล ๆ นั้นยิ่งสูงมากขึ้น แต่จากเห็นด้วยตาของตัวเองแล้ว เขาไม่ได้คิดว่าเป็แบบนั้นเลย
เขาคิดว่ามันเป็ข้ออ้างของพวกขุนนางที่จะกล่าวอ้างว่าตนเองเหนือกว่าสามัญชนโดยพื้นฐานฐานะและพลัง
เป็การไม่ให้พวกสามัญชนหรือพวกมีพร์ขึ้นมาแทนที่พวกเขา
แต่สิ่งที่เขาแปลกใจคือไม่มีใครทำอะไรกับเื่นี้เลยเหรอ หรือทำอะไรไม่ได้นั้นเป็สิ่งที่เขาไม่อาจรับรู้ได้เพราะข้อมูลส่วนนั้นไม่พอ แต่ถ้าเป็ตัวเขา ถ้าตัวเขาเป็าาจะสั่งเด็ดหัวพวกนั้นทั้งหมด เพราะมันเป็การทำลายอาณาจักรระยะยาวถ้าปล่อยพวกชั่วนี่อยู่ต่อไป คนดีจะไม่ได้รับการสนับสนุน คนขี้ประจบจะได้รับตำแหน่ง คนชั่วจะลอยนวล และนั้นก็เป็สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วกับอาณาจักรแห่งนี้
“เนื้อเน่าเฟะเสียจริง” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาข้าง ๆ กายของซินโดยที่เขาไม่รู้ตัว
ซินเบิกตากว้างขึ้นและระวังตัวอย่างขีดสุด
“ข้าได้ยินเื่ของเ้าจากเ้าหญิง” ชายคนนั้นกล่าวออกมาอย่างเป็ธรรมชาติใบหน้าของเขายังมีรอยยิ้มอ่อนโยนเป็อย่างมาก
“เ้าคิดยังไงกับอาณาจักรแห่งนี้” ชายคนนั้นถามซินด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับไม่ใช่เื่สำคัญ
“มันเน่าเฟะ” ซินตอบตามที่เขาคิดอย่างตรงไปตรงมา
“ใช่มันเน่าเฟะเสียแล้ว” ชายคนนั้นเห็นด้วยก่อนที่จะถอนหายใจด้วยความเสียใจ
“เ้า้าจะฝึกวิชาหรือไม่” ชายคนนั้นกล่าวถามซินทำให้เขาสับสน
“ท่านจะเป็คนสอนข้า” ซินกล่าวออกมา เขาไม่ได้ดูถูกชายหนุ่มข้างหน้า เขารับรู้ได้ว่าชายหนุ่มนั้นเก่งมาก ทว่าตัวของเขานั้นก็มีเื่ที่ทำให้รับอาจารย์ไม่ได้เหมือนกัน
“เ้าไม่เหมือนคนที่มีทิฐิสูง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีสินะ หรือว่าจะเป็เพราะเ้าไม่สามารถไว้ใจใครได้กันละ” ชายหนุ่มกล่าวออกมาราวกับมองทะลุเข้าไปในตัวของซิน ทำให้เขาทำสีหน้าเ็ามากขึ้น
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าท่านเป็ใครมาจากไหนสูงส่งอย่างไร แต่ข้าไม่ชอบให้ใครมากล่าวเช่นนั้นกับข้า” ซินกล่าวออกมาแฝงด้วยความโกรธเล็กน้อย
เื่ในอดีตของเขานะ มันควรเป็แค่อดีตก็พอแล้ว เขาไม่อยากให้ใครพูดหรือกล่าวถึงมันอีก
“เฮ้อนั้นสินะ ข้าขออภัยด้วยเช่นกันที่กล่าวออกมาแบบนั้น ตัวข้าก็มีเื่ที่ไม่อยากที่จะจำเหมือนเฉกเช่นเ้า” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจและรู้สึกผิดเขามองไปยังข้างหน้าที่เป็วิวที่สามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองได้อย่างง่ายดาย
“แม้ว่าข้าจะพยายามเท่าไหร่แต่มันกับไม่น้อยลงเลย” ชายหนุ่มกล่าวออกมาทั้ง ๆ ที่หลับตาอยู่ แต่คำพูดของเขาเหมือนกับรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง
“รับนี่ไป นี่คือวิชาพื้นฐานที่แท้จริงของการฝึกมานา เ้าสามารถจะทำอะไรกับมันก็ได้แล้วแต่เ้าเลย” ชายหนุ่มผมขาวกล่าวก่อนที่เขาจะสะบัดมือส่งวิชาทั้งสามมาให้แก่ซิน
“ทำไมกัน ทำไมถึงช่วยข้า” ซินถามเขาไปแบบนั้น
“เพราะเ้านั้นแตกต่างจากผู้อื่น และอีกอย่างหญิงสาวผู้หนึ่งสนใจเ้าเป็อย่างมาก” ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวพร้อมหัวเราะออกมาเหมือนนึกเื่อะไรบางอย่างได้ก่อนที่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย