บุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔)

    ตอนที่44 เต๋ามารจิต

    "ฮ่าฮ่าฮ่า โอ้ยยย! ปากเก่งเหลือเกิน…นี่ถ้าเจ้าไม่เก่งเหมือนปากพูด ข้าคงจะหมั่นไส้เจ้าไปแล้วจริงๆ"

     

    กงซุนอี้กล่าวออกมาพร้อมหัวเราะลั่น ก่อนที่จะกล่าวออกมาอีกครั้ง..

     

    “เจ้าอย่าได้ดูถูกหยางเจี้ยนมากเกินไปนัก ขอบเขตเต๋าสะสมขั้น8 กับขอบเขตเต๋าสะสมขั้น3 ความต่างมันก็เห็นๆกันอยู่นา หรือว่าเจ้าคิดว่าเจ้าสามารถชนะได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนั้น..”

     

    “ก็ไม่รู้สินะ…เอาไว้พรุ่งนี้ท่านอาจารย์คอยชมดูด้วยตนเอง จะได้กระจ่างแจ้งเป็นอย่างไร..”

     

    เซียวเย่ยักไหล่เล็กน้อย ก่อนที่จะออกมาอย่างสบายอารมณ์

     

    "ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าไม่ต้องขอ ข้าก็มาชมดูอยู่แล้ว เด็กน้อยทะเลาะกัน ข้าชอบนัก!"

     

    "เซียวเย่ ไม่เมื่อคนนอกก็จากไปแล้ว งั้นเรามาเปลี่ยนเรื่องคุยเรื่องแผนการของเรากันต่อเถอะ…โดยส่วนตัวข้าคิดว่ากองกำลังเงาชูเพียงอย่างเดียว มันยังคงไม่เพียงพอ เพราะกองกำลังนี้เน้นไปทางการลอบสังหาร จะให้ออกมายังที่แจ้ง มันดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก ข้าคิดว่าเราควรจัดตั้งกองกำลังในที่แจ้งขึ้นมาด้วย"

     

    ฉินอิน เมื่อเห็นว่าคนที่อยู่ที่นี่ เหลือเพียงแค่คนกันเองเท่านั้น ก็เลยถือโอกาสนี้คุยเรื่องแผนการไปเลยในตัว

     

    "อืมม ในเรื่องนี้ข้าคิดเอาไว้แล้วเช่นเดียวกัน และสั่งการออกไปแล้วด้วย แต่ดูเหมือนหัวเฉินจะไม่สามารถน่ะสิ ข้าก็เลยยังไม่ได้เริ่มแผนการในส่วนนี้เลย"

     

    เซียวกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่หมดอาลัยตายอยาก

     

    "ตั้งกองกำลังงั้นรึ? ถ้าพวกเจ้าคิดที่จะจัดตั้งกองกำลัง ข้าเกรงว่ามันจะไม่ง่ายดายนัก ศิษย์เกือบทุกคนในสำนักล้วนแต่เป็นคนที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่าย ยิ่งกลับคนที่คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งด้วยยิ่งแล้วใหญ่ ส่วนความคิดของเด็กน้อยพวกนั้น….ก็ใช่ว่าจะยอมร่วมหัวชนท้ายไปกับพวกเจ้าได้เลย การที่จะเอาศิษย์ในสำนักมาเพื่อเข้าร่วมกองกำลัง มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย….แต่ถ้าอยากจะลองจริงๆ ไม่สู้เจ้าสร้างชื่อเสียงขึ้นมาในสำนักเสียก่อนไม่ดีกว่าหรือ"

    กงซุนอี้ เมื่อเห็นว่าพวกเซียวเย่คิดที่จะจัดตั้งกองกำลังขึ้นมา ก็กล่าวแสดงความคิดเห็นของตนเองออกไปเช่นกัน

     

    "ชื่อเสียง? ตอนนี้ข้าว่ามันยังไม่สมควร ยิ่งข้ามีชื่อเสียงมากเพียงใด แผนการของข้าก็ยิ่งอันตรายมากขึ้นตามไปด้วย ในตอนนี้…ข้าชอบที่จะคอยควบคุมอยู่ในที่ลับเสียมากกว่า ท่านคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าข้าอายุ12น่ะ"

     

    เซียวเย่ส่ายหน้าออกมา ก่อนที่จะกล่าวออกไป

     

    "นายท่าน..แต่ว่าเด็กเหล่านั้นก็ทราบถึงแผนการของนายท่านอยู่ไม่น้อย ไม่สู้ให้ข้า.."

     

    หมายเลขศูนย์ เมื่อนึกถึงเรื่องอื่นขึ้นมาได้ ด้วยความกลัวที่ว่าแผนการจะถูกเปิดเผย จึงได้เสนอเรื่องหนึ่งขึ้น

     

    "ไม่ต้องหรอก..ตราบใดที่แผนการยังคงไม่ได้รับผลกระทบ ข้าก็จะทำเป็นปิดหูปิดตาไปก่อนก็แล้วกัน คนพวกนั้นรู้แค่เพียงว่าข้ากำลังคิดจะทำอะไรเท่านั้น มันไม่ได้ส่งผลเสียมากมายอะไร ใครจะมาคิดว่าเด็กน้อยอย่างข้า จะคิดมาทำเรื่องพวกนี้อย่างเป็นจริงเป็นจังกัน…ถ้าใครพูดออกไป ก็มีหวังได้กลายเป็นตัวตลกในสายตาผู้อื่นนั่นแหละ" 

     

    เซียวเย่โบกมือไปมา คล้ายว่าไม่ต้องใส่ใจกับเรื่องพวกนี้ ก่อนที่จะกล่าวความเห็นของตนให้คนอื่นๆฟัง

     

    หมายเลขศูนย์พยักหน้าอย่างเข้าใจอยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวถามออกมาอีกรอบ

     

    "แล้ว…เราจะจัดตั้งกองกำลังกันอย่างไรดีล่ะ"

     

    "โดยปกติ…ถ้าจะจัดตั้งกองกำลังขึ้นมา ส่วนใหญ่ก็จำเป็นต้องใช้ชื่อเสียงของผู้ก่อตั้งบ้างอยู่แล้ว จะให้ใครที่ไหนก็ไม่รู้ มาเป็นหัวหน้าของตนเอง พวกนั้นก็คงจะไม่ยอมเข้าร่วมกันแต่โดยง่าย หรือต่อให้เข้าร่วมขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่รู้จะร่วมหัวชนท้ายไปด้วยกันตลอดได้จริงๆหรือเปล่า? "

     

    ฉินอินยกมือขึ้นมานวดคางเล็กน้อยพลางครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะกล่าวออกไป

     

    เซียวเย่เมื่อได้ฟังความคิดเห็นของฉินอิน ก็เหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ กล่าวออกมา

     

    "ฉินอิน…เจ้ามีความคิดเห็นเช่นไร ถ้าข้าจะให้เจ้าเป็นเจ้าของกองกำลังนี้แทนไปก่อน…ถ้ามีเจ้าออกหน้า แผนการต่างๆก็จะยิ่งง่ายมากขึ้น"

     

    "เอ่อ..แบบนี้มัน…ข้าก็สามารถเป็นให้ได้อยู่ แต่ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ ทางราชวงศ์ฉินก็ไม่อาจจะอยู่เฉยๆได้เนี่ยสิ ถ้าเกิดเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆ กองกำลังก็คงจะพังลงอย่างแน่นอน เราในตอนนี้ยังไม่อาจจะต่อกรกับราชวงศ์ฉินได้หรอก"

     

    ฉินอินครุ่นคิดอยู่สักพัก ก่อนที่จะส่ายหน้ากล่าวออกไป

     

    "ตอนนี้ยังไม่ต้องกังวล เอาเป็นแบบนี้ไปก่อน ค่อยคิดหาวิธีกันอีกครั้งภายหลัง หวังว่าเมื่อถึงตอนนั้น แผนการของเราจะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น…แยกย้ายกันก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องจำเป็นที่ต้องไปทำ.."

     

    กล่าวเสร็จก็แยกย้าย เซียวเย่ก็เดินทางมุ่งไปที่ห้องฝึกยุทธ์โดยทันที

     

    เข้ามาในห้องนั่งขัดสมาธิกับพื้น นั่งปรับสภาวะร่างกายอยู่สักพัก ก่อนที่จะสบัดมือ เอาขวดยาที่กงซุนอี้มอบให้เอาไว้ออกมา

     

    “ท่านอาจาร์ยบอกให้ข้าหั่นกินเพียงแค่หนึ่งในสามส่วน แต่ว่าปริมาตรเท่านี้มันจะพอให้ข้าสร้างเต๋ามารจิตขึ้นมาได้จริงๆน่ะหรือ?…ตัวข้าก็ไม่อาจรู้แน่ชัดเสียด้วย ว่าต้องใช้พลังปราณมากมายเพียงใด…เอาเป็นว่าลองหั่นกินแค่หนึ่งส่วนก่อนก็แล้วกัน”

     

    คิดมากไปก็เท่านั้น เซียวเย่ตัดสินใจหั่นยาโอสถออกเป็นสามส่วน ก่อนที่จะกลืนลงไปหนึ่งส่วน นั่งสมาธิเตรียมพร้อมรับผลของยา

     

    ฟูมมม

     

    เมื่อกลืนลงไปได้เพียงชั่วครู่ ผลของโอสถก็ระเบิดออกมาในทันที เซียวเย่รีบชักนำพลังปราณเหล่านั้นเข้าไปในตันเถียนโดยทันที คงหวังที่จะรักษาการคงสภาพของพลังปราณเหล่านั้นเอาไว้ให้ได้มากถึงขีดสุด

     

    พลังปราณถูกชักนำเดินทางเข้าสู่ตันเถียนในทันที เมื่อพลังปราณเหล่านั้นเดินทางเข้ามาสู่ภายในตันเถียนจนหมด เซียวเย่ก็เริ่มลองใช้ออกด้วยเคล็ดวิชามารจิตโดนทันที

     

    พลังปราณเหล่านั้นเริ่มที่จะควบแน่นกันเองอย่างช้าๆ จนในที่สุดมันก็เริ่มที่จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานสีใสจางๆในที่สุด

     

    'มันได้ผล!'

     

    เซียวเย่เมื่อเห็นว่าการควบแน่นแปรเปลี่ยนพลังปราณสามารถใช้การได้จริง ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยินดีอยู่ภายในใจ แต่ทันใดนั้น..

     

    ฟู่…

     

    พลังปราณเหล่านั้นก็เหมือนจะมีไม่พอ ทำให้ไม่สามารถควบแน่นเต๋ามารจิตขึ้นมาได้ ก่อนที่มันจะค่อยๆสลายหายไปอย่างช้าๆ

     

    ‘พลังปราณไม่เพียงพอ? การที่จะควบแน่นเต๋ามารจิตขึ้นมาได้ ข้าคงต้องใช้พลังปราณอย่างมหาศาลเลยแน่ๆ พลังปราณที่ข้าใช้ควบแน่นเมื่อครู่ มันยังไม่เพียงพอที่จะควบแน่นให้ได้ถึงหนึ่งในสิบเลยด้วยซ้ำ นี่ข้าต้องฝืนตัวเองอีกแล้วอย่างงั้นหรือ…"

     

    เซียวเย่ลืมตาขึ้นมา ก่อนที่จะหยิบขวดยาที่กงซุนอี้มอบให้เอาไว้ขึ้นมา เปิดฝาจุก เทยาโอสถลงสู่ฝ่ามือทั้งหมดในคราวเดียว นั่งมองยาโอสถเหล่านั้นด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยอยู่สักพัก คล้ายว่ากำลังทำใจอยู่ 

     

    'เห้อออ คิดจะทำการใหญ่ ใจต้องถึงสินะ'

     

    เมื่อตัดสินใจได้แล้วก็ไม่รอช้า ยกมือขึ้นกรอกปากตนเอง กลืนโอสถเหล่านั้นเข้าไปทั้งหมดในคราวเดียว

     

    อึก อึก ๆๆๆๆๆๆๆ

     

    ตูมมมมมมมมม

     

    พลังปราณจำนวนมหาศาลระเบิดออกมาพร้อมกันในคราวเดียว เซียวเย่ไม่รอช้า รีบชักนำพลังปราณเหล่านั้นเข้าไปในตันเถียนอย่างรวดเร็ว 

     

    ซูมมม

     

    พลังปราณจำนวนมาก เมื่อมันพุ่งเข้าไปในตันเถียนเซียวเย่ก็ไม่รอช้า ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชามารจิตอย่างรวดเร็ว เพื่อที่จะรีบควบแน่นมันให้ได้เร็วที่สุด 

     

    อั๊ก!

     

    เลือดลมในร่างกายเริ่มที่จะไหลย้อนกลับ พลังปราณในร่างเริ่มแปรปรวน จนเซียวเย่ต้องถึงกับสำลักเลือดออกมาเล็กน้อย

     

    พลังปราณที่มาจากผลของโอสถในตอนนี้ มันยังคงไม่ยอมหยุดสงบลง มันยังคงระเบิดพลังปราณจำนวนมากออกมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ ไม่ว่าเซียวเย่จะพยายามชักนำมันเข้าไปในตันเถียนมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่มีวี่แววที่มันจะลดน้อยร่อยหรอลงเลยแม้แต่น้อย ถ้าขืนยังปล่อยให้เป็นไปอยู่แบบนี้ ร่างกายของเซียวเย่ต้องระเบิดออกกลายเป็นก้อนเนื้อเป็นแน่

     

    ‘ไม่ไหว! แบบนี้ไม่ทันแน่! ถ้าข้าชักนำพวกมันเข้ามาไม่ทัน งั้นก็ใช้ออกมันด้วยเคล็ดวิชามารจิตเสียตรงนี้เลยก็แล้วกัน!’

     

    เซียวเย่เมื่อเห็นว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ถ้าตนยังเพิกเฉย ตัดสินใจใช้ออกด้วยเคล็ดวิชามารจิตตรงนี้มันเสียเลย 

     

    วูบบบบบ

     

    เซียวเย่ฝืนใช้ออกด้วยเคล็ดวิชามารจิต แปรเปลี่ยนพลังปราณจากจุดต้นกำเนิดของมัน ก่อนที่จะส่งพลังที่แปรเปลี่ยนแล้วเข้าไปในตันเถียนเพื่อควบแน่นมันซ้ำอีกครั้ง 

     

    วูบบ

     

    ซูมมม

     

    'ไม่ไหว! แบบนี้ก็ยังไม่ทันอยู่ดี ถ้าอย่างนั้นก็ต้อง…' 

     

    เซียวเย่เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากระทันหัน เข้าชักนำพลังที่แปรเปลี่ยนเป็นพลังมารจิตแล้วแต่ยังคงไม่ได้ควบแน่นเป็นเต๋าขึ้นมา ส่งต่อเข้าสู่เต๋ากลืนกินเม็ดที่สามโดยทันที 

     

    ซูมมม

     

    เต๋ากลืนกินเม็ดที่สาม กลืนกินพลังมารจิตเหล่านั้นเข้าไปอย่างบ้าคลั่งอย่างไม่รู้จักพอ 

     

    เซียวเย่ใช้เคล็ดวิชามารจิตแปรเปลี่ยนพลังปราณอยู่ด้วยกันทั้งหมดสองจุด ก่อนที่จะส่งพลังเหล่านั้นเข้าสู่เต๋ากลืนกินเม็ดที่สาม ทั้งๆที่ยังไม่ได้กระทำการควบแน่นมันเป็นเต๋าขึ้นมาเลย

     

    ก็ได้แต่หวังว่าเต๋าแห่งการกลืนกินเม็ดที่สามนี้ จะเข้าใจและช่วยเหลือในสิ่งที่เซียวเย่ต้องการเท่านั้น ถ้าไม่ช่วย การกระทำที่เสี่ยงตายมาทั้งหมดก็จะไร้ความหมายไปในทันที และคงไม่อาจจะรักษาชีวิตของตนเองเอาไว้ได้

     

    ซูบบบ

     

    อั๊ก! 

     

    พร๊วดด

     

    พร๊วดด

     

    ร่างกายของเซียวเย่ในตอนนี้ เกิดบวมเป่งเหมือนคนอ้วนขึ้นมาอย่างกระทันหัน ผิวกายขาวซีดจนเห็นเส้นเลือดตามร่างกายเด่นชัด กระอักเลือดออกมาไม่หยุด จนพื้นห้องแปรเปลี่ยนเป็นพื้นสีแดงสดไปทั่วทุกพื้นที่

     

    “ทันทีเถอะ! ขอร้อง!” 

     

    ความตายและความสำเร็จก็เปรียบเสมือนมีเส้นด้ายที่บางเฉียบครั้นกลางพวกมันเอาไว้ จะสำเร็จหรือตาย ก็วัดกันที่ตรงนี้แล้ว

     

    ย๊าาาา

     

    ซูบบบ

     

    เซียวเย่รีดใช้พลังที่มีอยู่ทั้งหมด ใช้ออกด้วยเคล็ดวิชามารจิตถึงขีดสุด เพื่อหวังที่จะรอดผ่านพ้นห้วงวิกฤตตรงนี้ไป

    คล้ายกับเรื่องบุรุษมารทมิฬ(泰米尔恶魔) ที่คุณอ่าน