อาจารย์หมอ
“ฉันขอแสดงความยินดีกับนักเรียนชั้นปีหนึ่งที่ทำภารกิจลุล่วงไปด้วยดีช่างน่าภูมิใจนัก” โควอร์กเดินวนพลางถูมือตัวเองไปมาคำยินดีนั้นขัดกับสีหน้าที่แสดงออกถึงความเกลียดชังจนเข้าไส้
“แต่ก็ยังมีบางคนที่ทำภารกิจไม่สำเร็จแถมยังทำเพื่อนเดือดร้อนไปด้วยอีกหนึ่งฉันคงไม่ต้องเอ่ยชื่อสินะว่าใครที่ใช้พลังบ้าบิ่นเกินตัวทำลายเขตภารกิจทั้งของตัวเองและของเพื่อนจนย่อยยับขนาดนั้น” ทุกคนต่างมองหาคนที่โควอร์กพูดถึงและสายตาก็มาหยุดอยู่ที่เนย่ากับเซนดรินเพราะทั้งสองไม่มีไข่และทุกคนก็ต่างเข้าใจว่าเซนดรินต้องเป็คนทำเื่แน่เพราะเนย่าเป็เพียงมนุษย์คงไม่มีพลังมหาศาลมาทำลายอาณาเขตภารกิจที่แข็งแกร่งขนาดนั้นได้
“คนที่เป็เชื้อโรคของดินแดนแห่งนี้ั้แ่เข้ามาคนที่สร้างปัญหาให้เพื่อน ๆ ั้แ่ปฐมนิเทศคนที่ไม่คู่ควรแต่ได้รับการยกเว้นให้เข้ามานั่งเสนอหน้าในที่นี้” โควอร์กขยับแว่นเลนส์เดียวของเขาและหันมาทางเนย่าบทสรุปออกมาทันทีั้แ่คำว่าเชื้อโรคระบุว่าคือใคร
เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ยกใหญ่เพราะไม่น่าเชื่อว่าเนย่าจะมีพลังถึงเพียงนั้นเนย่ากรอกตามองบนพลางถอนหายใจคนกระจายข่าวก็คงจะมีแค่โควอร์กนี่แหละที่ทำให้เื่ไปได้ไวที่สุด รินรินจับมือ เนย่ามาบีบเบาๆ เป็การให้กำลังใจ
“มันทำให้ฉันไม่อยากจะสอนอะไร ๆพวกเธอเลยเกี่ยวกับการที่พวกเธอได้ไข่มาแล้วต้องทำอย่างไรกับมันเพราะมีคนที่ไม่คู่ควรฟังอยู่ด้วยช่างเป็เื่ที่น่าเศร้านักที่ฉันคงจะทำอย่างนั้นไม่ได้เพราะอีกหลาย ๆคนรอความหวังจากฉันอยู่” โควอร์กส่ายศีรษะราวกับว่าเขาเองนั้นคือผู้น่าสงสารที่ไม่มีทางให้เลือกเลย
พรึ่บ!! อยู่ ๆไฟก็ลุกไหม้บริเวณหนวดแพะของโควอร์กทำให้เขาตาเหลือกอุทานไม่เป็ภาษาก่อนจะรีบตะปบดับไฟนั้นลงพร้อมกับเขม่าควันที่เปื้อนใบหน้าด้านขวาไปครึ่งซีก
“ใคร ใครกล้าใช้เวทมนตร์ในห้องนี้” โควอร์กะโอย่างเดือดดาลเสียงแหลมสูงดวงตาถลึงเบิกโพลงจ้องมองกราดเด็กทุกคนเด็กปีหนึ่งนั่งตัวแข็งทื่อส่ายหัวเป็พัลวันรวมถึงเนย่าด้วยยกเว้นฮาร์มที่ยังคงนั่งหลับตานิ่ง
“เธอใช่ไหม ที่ได้ไข่สีดำใบนั้น เธอใช่รึเปล่า” โควอร์กชี้นิ้วไปที่เขาแล้วเดินเข้าไปหา
“ผมไม่ได้ทำ” ฮาร์มลืมตาขึ้นมาแก้ตัวนิ่ง ๆ
“แล้วใครจะทำในเมื่อมีเพียงเธอที่ไม่ปฏิเสธ”
“อาจารย์มีหลักฐานรึเปล่าล่ะครับ” ฮาร์มยังคงเอ่ยเสียงเรียบนิ่งจ้องกลับโควอร์กที่หนวดแหว่งหายไปเป็หย่อมน่าเกลียด
“ไม่... ไม่มีแต่ฉันหาได้แน่รอฉันสักครู่เดี๋ยวฉันกลับมา คนที่ใช้มนตร์เมื่อกี้จะได้เห็นดีกับฉันแน่” โควอร์กพยายามปั้นหน้าให้ดูดีก่อนจะหันกลับมาคาดโทษกับนักเรียนทุกคนอีกครั้งแล้วหายตัวออกจากห้องไป
“ฝีมือใครน่ะร้ายกาจเป็บ้าเลย” รินรินก้มมากระซิบข้างหูเนย่า
“ฉันไม่รู้หรอก แต่ก็สะใจดีนะ” เนย่าแอบหัวเราะชอบใจเบา ๆกับรินรินแต่อยู่ ๆ เซนดรินที่อยู่ข้าง ๆ เนย่าก็สะกิดเธอ เนย่าแปลกใจที่เห็นคนที่ไม่ค่อยจะอยากคุยกับเธอให้ความสนใจเธอครั้งแรกแต่ในแบบท่าทีเบื่อหน่ายสุดๆ
“กำไลงูนี่สวยดีเนอะ” เขามองข้อมือขวาของเธอเนย่าใเล็กน้อยลืมนึกไปเลยว่ามีกำไลของบาร์รามอยู่กับตัว
“เหมือนงูจริง ๆ เลยสวยจัง” รินรินจับข้อมือเนย่ามาสำรวจดูกำไลใกล้ๆ
“มีคนให้มาน่ะ” เนย่าพยายามลองดึงมันออกแต่ก็ไม่เป็ผล
“ถอดไม่ออกหรอกนายข้าอย่าพยายามเลยและตาแก่นั่นควรได้รับบทเรียนบ้าง” เสียงของบาร์รามดังอยู่ใกล้ ๆราวกระซิบที่ข้างหู
“คุณไม่น่าทำแบบนี้เลยนะคะ” เนย่าอยู่ ๆ ก็พูดขึ้นมาทำให้รินรินขมวดคิ้วสงสัย ผิดกับเซนดรินที่มองจะไม่ค่อยแปลกใจนัก
“เธอพูดกับใครน่ะเนย่า” รินรินเอ่ยถาม
“อ๊ะ..! อ้อ! เปล่าพอดีลืมเอาตำรามาเลยคิดได้ว่าอาจโดนดุน่ะแฮะ ๆ” ไม่มีใครได้ยินบาร์รามแสดงว่าน่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง
“ถ้านายข้า้าความช่วยเหลือแค่เรียกข้าในใจข้าจะมาในทันที” บาร์รามเอ่ยเสียงเรียบ
“อย่าทำอย่างนี้อีกนะคะถ้าอาจารย์รู้คุณอาจจะได้รับโทษก็ได้นะ” เนย่าตอบกลับผ่านกระแสจิตของเธอ
“ไม่มีใครเห็นข้าถ้าไม่อนุญาตการจะจับตัวข้าไม่ใช่เื่ง่ายที่พวกผู้อสุรเทวาจะทำได้อย่าห่วงไปเลยนายข้าข้าจะไม่ทำให้ท่านเดือดร้อนหรือถูกจับได้ แบบนี้น่าจะเหมาะกว่า” บาร์รามแค่อยากสั่งสอนคนที่กล้าต่อว่านายของเขาแต่ดูเหมือนการกระทำแบบเอาแต่ใจเช่นนี้จะทำให้เด็กหญิงเดือดร้อนมากกว่าแต่เนย่าก็ไม่ได้ห่วงตัวเองกลับเป็ห่วงเขาซะอีก
“เมื่อรู้ว่ามีอาวุธที่ร้ายแรงอยู่กับตัวก็หัดให้อยู่ในความควบคุมบ้างก็ดีนะ” เอ่ยจบเซนดรินก็เอามือท้าวคางทำสีหน้าเบื่อหน่ายมองไปยังประตูเหมือนรอท่าอยู่ว่าเื่จะจบเช่นไร
“นี่นายรู้เหรอ” เนย่ากระซิบ
“มั้ง” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้นมาดันหัวของเนย่าที่ยื่นมาหาเขาให้กลับไปตำแหน่งเดิมเป็อันว่าเธอเลิกถามเขาได้เลยเพราะเขาจะไม่ตอบอะไรเธออีกแล้ว
“ไหน ๆ รู้ก็พูดมาให้หมดซิ” เนย่าหันไปเบะปากใส่ให้คนที่ส่งหางตามาค้อนหนึ่งวงก่อนจะทำหน้าตายเหมือนเดิม
การกระทำของเนย่าไม่ได้พ้นสายตาสีดำสนิทราวกับราตรีมืดมิดที่กำลังจ้องมองอยู่เขายังคงกอดอกจ้องมองเธอจากจุดนี้ได้อย่างชัดเจนและจะไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาจนกว่าเขาจะรู้ว่าร่างเงาที่ทับซ้อนเด็กหญิงมนุษย์ตรงหน้านั่นคือใคร
ผ่านไปชั่วอึดใจโควอร์กก็กลับเข้ามาพร้อมกับอาจารย์หนุ่มท่านหนึ่งใบหน้างดงามหมดจดผมสีเงินยวงยาวระต้นคอดวงตาสีเดียวกันอยู่ในชุดขาวสะอาดคล้ายคุณหมอผู้ใจดี
เขาทำเพียงถอนหายใจเบา ๆในขณะที่โควอร์กพยายามตะเบ็งเสียงอธิบายอย่างเอาเป็เอาตายว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องเรียนของเขา
“อีรอสท่านต้องจัดการให้ผมนะท่านต้องรู้แน่ว่าเด็กคนไหนคือคนที่ให้เวทย์มนต์ช่างร้ายกาจนักเชียว” โควอร์กอธิบายให้คนที่ยืนกอดอกพลางพยักหน้าหงึก ๆด้วยทีท่าเหมือนตั้งใจฟัง
“ผมจะลองดูก็แล้วกันนะ” เขารับคำก่อนจะเดินเข้ามาในวงของเด็กนักเรียนทุกคนพลางมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องแล้วหันมาสบตากับเนย่าที่สะดุ้งจนสุดตัว
“เป็เธอเองงั้นรึ” โควอร์กเดินเท้าสะเอวเข้ามาใกล้เนย่าทันที
“โอ ไม่ใช่หรอกผมเห็นว่าเธอน่ารักดีก็เลยแค่ยิ้มให้น่ะดูเหมือนจะทำให้เธอเขินนิดหน่อย” อีรอสยิ้มสื่อความหมายบางอย่างให้กับเด็กหญิงก่อนจะเดินผ่านเธอไปแล้วใช้มือลูบคางอย่างใช้ความคิด
ส่วนโควอร์กนั้นถึงกับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ที่เขาอาจพาคนผิดเข้ามาช่วยหาต้นตอเพราะเป็ที่รู้ๆ กันอยู่ว่าอีรอสนั้นเ้าเล่ห์และแสนจะทรงเสน่ห์ในหมู่นักเรียนและอาจารย์สาว ๆแค่ไหน ในใจยังแอบอิจฉาลึก ๆ ด้วยว่าอีรอสช่างมีพร์ทั้งด้านรูปร่างหน้าตาและความรู้เสียนี่กระไรที่เป็ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเวทมนตร์และเวทย์แห่งการรักษาจนอีกฉายาหนึ่งที่มักถูกเรียกขานในหมู่นักเรียนคืออาจารย์หมอ
หลังจากเดินสำรวจไปมาจนรอบห้องเรียนโดมกระจกแล้วอีรอสก็ส่ายศีรษะด้วยความจนปัญญา
“ต้องขอโทษท่านโควอร์กด้วยผมเองไม่สามารถััได้ถึงกลิ่นอายเวทย์เลยว่ามาจากหนแห่งใดนับว่าผู้ใช้นั้นมีความเก่งกาจมากเลยทีเดียว” อีรอสทำสีหน้าลำบากใจนิดหนึ่งก่อนจะหันมาขยิบตาให้เนย่า
“เรอะ! ท่านคงจะขาดการฝึกฝนไปนานจนพลังของท่านอาจจะเสื่อมถอยไปก็เป็ได้แต่เอาเถอะ ก็คงต้องขอขอบคุณท่านแหละนะที่อุตส่าห์สละเวลามาช่วย” โควอร์กทำทีเหมือนนึกไว้แล้วไม่มีผิดแต่ก็ขอบคุณอีรอสโดยไม่เต็มใจนัก
“ก็คงไม่ต่างจากท่านหรอกนะที่ปล่อยให้เด็ก ๆเผาจนหนวดที่แสนจะภูมิใจแหว่งไปได้ถึงเพียงนี้หึ ๆแต่ที่ผมคาดเดาได้อย่างหนึ่งก็คือ ปลาหมอมักจะตายเพราะปาก นั่นแหละคือสาเหตุ” อีรอสยกยิ้มอย่างได้ใจก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“นี่ทะ....หนอย” โควอร์กถึงกับหนวดแหว่ง ๆ กระตุกเขาเข้าใจความหมายของอีรอสดีว่ามันหมายถึงอะไรแต่ก็ไม่สามารถตอบโต้คนที่เดินลอยหน้าลอยตาออกไปได้จึงได้แต่กลั้นโทสะก่อนจะระบายลมหายใจอย่างโกรธกรุ่น
“เอาล่ะเื่ไร้สาระผ่านไปแล้วขอให้ทุกคนตั้งใจฟังในสิ่งที่ฉันจะสอนให้ดีถ้าใครตุกติกหรือพูดคุยเล่นกันฉันจะไล่ออกจากห้องเรียนทันที เข้าใจรึเปล่า” เขาะโจนสุดเสียงก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าในเสื้อคุลมออกมาเช็ดเขม่าที่เปื้อนออกแต่หนวดก็ยังคงแหว่งเหมือนเดิม นับว่าเวทมนตร์ที่ใช้เผาหนวดของเขาร้ายกาจนักจนไม่สามารถใช้พลังทำให้หนวดขึ้นมาใหม่ได้เลยคงต้องรอให้งอกขึ้นมาใหม่เองอย่างช่วยไม่ได้
“หยิบตำราวิชาปรับพื้นฐานผู้ฟูมฟักขึ้นมาและเปิดหน้ายี่สิบห้า ว่าด้วยเวทย์และผู้ฟูมฟักั เร็ว ๆ” โควอร์กเอ่ยทุกคนทำตามอย่างว่าง่ายเมื่อพร้อม
โควอร์กวาดฝ่ามือเพียงหนึ่งครั้งก็เกิดม่านบางๆ ด้านหลังของเขาก่อนจะฉายเป็เื่ราวตามที่โควอร์กอธิบาย
“ผู้ฟูมฟักทุกคนเมื่อได้ไข่มาแล้วการจะทำให้ไข่ฟักออกมาเป็ันั้นขั้นตอนช่างยากลำบากยิ่ง เพราะแต่ละสายพันธุ์ใช้เวลาในการฟักตัวแตกต่างกันรวมถึงพลังของผู้ฟูมฟักเองด้วยว่าจะทำให้ไข่เ่าั้ฟักตัวได้เร็วแค่ไหน”
“เมื่อได้ไข่มาทุกคนในที่นี้จะมีเวทมนตร์หรือพลังต่าง ๆที่ไข่ัเป็ผู้มอบให้เมื่อทุกคนัักับไข่แล้วเปลือกของมันจะมอบพลังในการคุ้มครองให้ผู้ััอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เสมือนผู้ฟูมฟักคือเปลือกอีกชั้นในการปกป้องลูกัที่อยู่ข้างในนั่นเอง”
“ขั้นแรกที่ทุกคนมักจะได้เมื่อัักับไข่คือพลังเวทย์เช่นทำให้ไฟไหม้ย้ายข้าวของได้หรือแม้กระทั่งทำอันตรายผู้อื่นให้ได้รับาเ็แต่ไม่ถึงกับเสียชีวิตแต่ทุกอย่างก็ต้องอยู่ในกฎเพราะเวทมนตร์ที่ได้ในข้างต้นจะเพิ่มพลังเป็สิบหรือร้อยเท่าเมื่อผู้ฟูมฟักและไข่อยู่ในอันตรายเพียงเท่านั้นจะไม่มีผลรุนแรงเมื่อจะนำมาใช้เล่นสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาดเพราะเปลือกไข่จะรู้ได้เองว่ามีอันตรายที่จะต้องใช้พลังแค่ไหนแล้วมันถึงจะถ่ายทอดให้กับผู้ฟูมฟัก”
“แต่ที่เราจะเรียนและสอนกันก็คือการดึงพลังจากไข่มาใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและการควบคุมนั่นเอง เพราะถ้าขาดการควบคุมหรือสอนให้รู้แนวทางแล้วล่ะก็จะมีคนนำไปใช้เล่นผิดๆ อย่างวันนี้เป็ต้น” มิวายที่อาจารย์ผู้แค้นฝังใจจะเอ่ยถึงหนวดที่แสนจะภูมิใจของเขา
“ขั้นต่อมาเมื่อเราเรียนรู้และควบคุมได้แล้วอย่างที่สองที่เปลือกไข่จะให้ก็คืออาวุธนับว่าขั้นนี้ช่างยากยิ่งเพราะกว่าจะได้อาวุธที่เปลือกไข่มอบให้นั้นผู้ฟูมฟักทุกคนจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่บีบบังคับจนต้องใช้เวทย์ทำลายขั้นสูงสุดก่อนถึงจะได้มาและยากมากที่ร่างกายจะต้านเวทย์สูงสุดของเผ่าพันธุ์ัจนกระทั่งปรากฏอาวุธอธิบายง่าย ๆ ก็คือร่างกายของผู้ฟูมฟักคือแหล่งเก็บสะสมพลังของัอยู่แล้วและอาวุธก็คือแหล่งเก็บพลังอีกส่วนหนึ่งซึ่งถ่ายเทไปจากตัวเรานั่นเองเพื่อแบ่งไม่ให้เรารับภาระของพลังเวทย์มากจนเกินไปไงล่ะ”
“แต่อย่าได้กังวลไปเพราะพลังจากเปลือกไข่จะไม่ถูกถ่ายมาเก็บไว้กับตัวเราจนกว่าจะเกิดเหตุคับขันที่ต้องใช้จริงๆและขอให้จำไว้เสมอว่าถ้าไม่อยากรับภาระพลังของเปลือกไข่ที่จะถ่ายเทมาจนทำให้ตัวเองได้รับาเ็จากภายในล่ะก็อย่าใช้พลังสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะเมื่อพลังเวทย์ถูกนำมาใช้แล้วมันจะอยู่กับเราไปตลอดจนกว่าจะได้ถ่ายเทไปยังอีกจุดหนึ่งก็เหมือนเราคอยเติมน้ำใส่แก้วบ่อย ๆนั่นแหละถ้ามากไปมันก็จะล้นจนไม่สารถควบคุมได้จากนั้นก็จะเป็ผลร้ายกับตัวซะเองไงล่ะ”
“จากบทนี้เราจะเรียนรู้แค่สองอย่างในเบื้องต้นนี้ก่อนจะควบคุมเวทย์เบื้องต้นได้มากน้อยแค่ไหนเราค่อยมาฝึกฝนกันในคาบหน้าแล้วกันเสียเวลาไปมากกับเื่ไร้สาระพวกเธอย้ายไปเรียนคาบถัดไปได้แล้ว” หลังจากจบบทเรียนว่าด้วยผู้ฟูมฟักแล้วโควอร์กก็หายตัวออกจากห้องเรียนไปเป็อันว่าจบคาบเรียนของเขาด้วยระยะเวลาอันสั้นที่สุดเพราะเื่หนวดของเขาที่เ้าตัวต้องรีบแก้ไข
“นี่ ๆ เธอพอจะเข้าใจที่อาจารย์พูดไหมเนย่า” รินรินเอ่ยถามเนย่าที่กำลังเก็บตำราลงกระเป๋าใบน้อยที่มีคุณสมบัติย่อของทุกอย่างได้ที่บาร์รามให้มา
“ก็พอเข้าใจนะแต่สั้นไปหน่อย” เนย่าว่า
“ฉันไม่เข้าใจอยู่อย่างหนึ่งล่ะ”รินทำท่าครุ่นคิด
“อะไรเหรอ”
“ถ้าเปลือกคือผู้มอบพลังให้ก็เท่ากับเปลือกคือผู้พิทักษ์เลยนะสิแล้วทำไมถึงยังต้องมีผู้ฟูมฟักอย่างเราอีกล่ะ” รินรินว่า
“นั่นน่ะสิเนอะ” เนย่าทำท่าครุ่นคิดบ้าง
“ก็เพราะผู้ฟูมฟักคือหัวใจของัไงตัวัเองคือร่างกายที่เติบโตได้เพราะต้องมีหัวใจมาก่อนถ้าหัวใจไม่เข้มแข็งหรืออ่อนแอร่างกายก็เติบโตไม่ได้ยังไงล่ะเปลือกก็เปรียบเสมือนเส้นเืที่หล่อเลี้ยงหัวใจและร่างกายให้มีความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กันเมื่อใจพร้อมกายก็พร้อมเมื่อนั้นไข่ก็จะฟักเป็ตัว” เด็กชายั์ตาสีดำอธิบายเขาเข้ามาใกล้เนย่าตอนไหนเธอไม่รู้สึกตัวเลยเนย่าได้แต่จ้องเขาราวกับถูกมนต์สะกดก่อนที่เขาจะเดินผ่านไป และ...
“โอ้ย!! ทำอะไรน่ะอีตาบ้า” เนย่าถึงกับหงายหลังไปตามแรงกระชากที่ถูกฉุดและแหวใส่คนทำอย่างดุร้ายผมของเธออยู่กับนายหัวเทาที่กำลังทำหน้าตายและพูดว่า
“โทษทีมันติดมือมา” ก่อนเขาจะปล่อยมือจากผมของเนย่าแล้วเดินลอยหน้ากวนๆ ออกไป เนย่าได้แต่แยกเขี้ยวใส่เพราะทำอะไรคนที่แกล้งเธอไม่ได้
“เฮอะ ๆ ดูเหมือนเซนดรินเขาจะชอบใช้วิธีรุนแรงกับเธอเนอะ” รินรินหัวเราะฝืด ๆ
“เหมือนจะไม่ชอบขี้หน้าฉันเลยต่างหากล่ะหาเื่แกล้งอยู่ได้แต่วันนี้โชคดีชะมัดได้คุยกับฮาร์มด้วยล่ะ” เนย่าถึงกับยิ้มแก้มปริ
“แต่ฉันว่าฮาร์มน่ะดูแปลก ๆ มีรังสีอำมหิตยังไงก็ไม่รู้เป็ฉันฉันจะไม่เข้าใกล้หมอนั่นเด็ดขาดเลย” รินรินทำท่าขนลุกก่อนจะเก็บไข่ของเธอใส่กระเป๋าบ้างแล้วสะพายขึ้นบ่าแต่ทว่ามันติดปีกของเธอเนย่าจึงคว้ามาถือให้
“เหรอ แต่ฉันว่าคนที่อำมหิตน่ะเซนดรินมากกว่าถ้ามีโอกาสนะฉันเอาคืนแน่ๆ เลย” เนย่าว่าพลางเบะปาก
“รีบไปเถอะเดี๋ยวสายคาบต่อไปต้องไปที่...ลานหน้าโรงเรียนนะวิชาว่าด้วยภาษาั เอาอีกแล้วเหรอเนี่ย” รินรินทำหน้าแหยก่อนจะหันมาหาเนย่าที่ได้แต่ยิ้มเฝื่อน