วังพิพัฒน์พัชระ ใหญ่โตโอ่อ่าราวกับคฤหาสน์วิมานในฝันของใครหลายคนข้าวของเครื่องใช้ทุกชิ้นเป็ของโบราณที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษมีราคาสมฐานะราชนิกูลอันสูงศักดิ์ท่านชายภัทระหรือหม่อมเ้าภัทระสั่งเป็มั่นเป็เหมาะกับทุกคนว่าไม่ต้องใช้คำาาศัพท์กับท่านเพราะความสมถะนี้เองข้ารับใช้ในวังจึงรักและให้ความจงรักภักดีต่อตระกูลพิพัฒนพัชระด้วยชีวิตคนรับใช้ส่วนใหญ่เป็คนเก่าแก่จะมีสาวรุ่นเพิ่มขึ้นมาบ้างก็เป็ลูกหลานของคนเก่าทั้งสิ้น ภายในบริเวณวังแห่งนี้มีชายฉกรรจ์สวมสูทดำยืนรักษาความปลอดภัยเป็จุดๆเพราะยังจับตัวคนร้ายที่หมายชีวิตท่านชายภัทระเมื่อสิบเจ็ดปีที่แล้วไม่ได้จึงจำเป็ต้องมีคนคอยอารักขาเรื่อยมาจนถึงวันนี้
คุณชายอนาวิลใช้ผ้าเช็ดมุมปากหลังรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้วบ่าวรับใช้จัดแจงเก็บจานกระเบื้องหรูอย่างเบามือท่านชายภัทระเดินเข้ามาทักทายบุตรชายเหมือนทุกวัน
“เป็ไงบ้างชายอ้น ทำไมวันนี้กลับมาดึกนัก”
“สวัสดีครับท่านพ่อผมแวะไปดูงานในรีสอร์ทที่เขาใหญ่มาครับ เลยกลับบ้านช้านิดหน่อย”
“เหนื่อยไหมลูก”
“ไม่เหนื่อยหรอกครับท่านพ่อ”
“ดีแล้ว พ่อมีเื่จะคุยกับชายอ้นสักหน่อย”ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย เข้าใจดีว่าบิดาจะพูดเื่อะไร
“ถ้าเป็เื่นั้น ผม..”
“หลบหนีไม่ได้อีกต่อไป” ท่านชายภัทระพูดตัดบทลูกชายทันที
“พ่อขอละกัน ทำเพื่อพ่อสักครั้งเถอะนะ”
“เื่ที่จะให้ผมแต่งงานกับลูกสาวคุณน้านารีที่มีอายุห่างกับผมสิบปีน่ะหรือครับ”
ชายหนุ่มถอนหายใจเื่นี้ผู้เป็พ่อพูดกรอกหูให้เขาฟังั้แ่เด็ก
“ใช่”
“ถ้านับอายุปีนี้น้องเขาเพิ่งสิบเจ็ดปีเองนะครับ มันไม่เป็การพรากผู้เยาว์หรือครับท่านพ่อ”
“ถ้าผู้ปกครองยินยอม เห็นชอบด้วยมันจะพรากผู้เยาว์ได้อย่างไร”
“ผมรอให้น้องอายุมากกว่านี้แล้วค่อยมาคุยกันใหม่เถอะครับท่านพ่อ”
“ไม่ได้! รู้ไหมว่าพ่อรอเวลาให้ลูกสาวน้านารีเติบโตเพื่อจะมาแต่งงานกับชายอ้นมานานแค่ไหนสิบเจ็ดปีที่ครอบครัวนี้อยู่อย่างยากลำบาก พ่อปล่อยไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
อนาวิลนั่งนิ่ง ตรึกตรองตามเข้าใจความรู้สึกของบิดาดีแต่ทว่าเขาก็ฝืนใจอย่างยิ่งหากต้องแต่งงานกับเด็กวัยรุ่นไม่รู้ประสีประสา
“พ่อเข้าใจชายอ้นนะแต่ครอบครัวนี้มีบุญคุณกับพ่อเหลือเกิน พรุ่งนี้พ่อจะไปหานารีอีกครั้งชายอ้นไปกับพ่อนะ”
คุณชายอนาวิลถอนหายใจเฮือกใหญ่จำต้องทำตามท่านพ่อขอ เพราะเขาเหลือบิดาอยู่เพียงผู้เดียวหาก หากย้อนอดีตกลับไป เงามืดเคยลอบทำร้ายบิดาแต่พลาดท่าไปถูกมารดาที่เคารพรักเขาจึงเสียแม่ผู้ให้กำเนิดไปั้แ่ยังเด็ก ความสูญเสียมันเ็ปและทรมานเขาจึงไม่อยากเสียใครไปอีก อะไรที่ทำให้ท่านพ่อมีความสุขได้เขาจะทำแม้จะฝืนใจก็ตาม
แม้จะต้องดูแลลูกเพียงลำพังถึงสิบเจ็ดปี แต่นารีก็เป็ผู้หญิงที่ถือได้ว่าเข้มแข็งคนหนึ่งที่ท่านชายภัทระอยากจะเป็ผู้ดูแลซึ่งเธอปฏิเสธความ หวังดีนี้เสมอมาโดยไม่มีเื่ชู้สาวเข้ามาเกี่ยวพันใด ๆทั้งสิ้น ทุกอย่างทำเพื่อตอบแทนเพื่อนรักอย่างนายปกรณ์ คำสัญญาต่อหน้ารูปนายปกรณ์เมื่อในอดีตยังคงจารึกอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างไม่มีเสื่อมคลาย
นารียกน้ำให้ท่านชายภัทระและคุณชายอนาวิลด้วยความสุภาพ
“สบายดีนะนารี”
“สบายดีค่ะท่านชาย”
“แล้วลูกสาวเธอล่ะ”
“ไปโรงเรียนค่ะ แต่ก็ใกล้จะกลับแล้ว”
“วันนี้ฉันมาก็เื่..”
“ถ้าท่านชายจะมาคุยเื่ขอเนตรสุดาให้กับคุณชายอ้นดิฉันเห็นว่าคงจะยังไม่ถึงเวลาค่ะ”
นารียังคงปฏิเสธท่าเดียวท่านชายมองหญิงตรงหน้า แต่ไหนแต่ไรมาเธอใจแข็งเหลือเกิน
“ทำไมล่ะนารีเธอเอาแต่ปฏิเสธความช่วยเหลือจากฉัน ”
นารีถอนหายใจเหลือบมองแววตาคุณชายอ้นหรืออนาวิลตัดสินใจพรั่งพรูความรู้สึกอัดอั้นออกมา
“เนตรสุดายังเด็กค่ะ เรียนก็ยังไม่จบแต่ที่สำคัญเหนือสิ่งใด ทั้งสองคนไม่ได้รักกันค่ะ ถ้าดิฉันยกเนตรสุดาให้ทั้ง ๆที่คุณชายไม่ได้รักเธอ เนตรคงจะต้องทรมานทั้งชีวิต”
อนาวิลแอบยิ้มในใจ ถูกต้องที่สุดหากเขาไม่ได้รักเด็กสาวคนนั้น การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันก็คงมีแต่ลำบากใจกันเปล่า ๆ
“เอาล่ะ แล้วถ้าเด็กทั้งคู่เขาเต็มใจล่ะเธอจะหลีกทางให้ไหม” ท่านชายเชื่อในความรู้สึกบางอย่างว่าเขาจะได้เนตรสุดามาเป็ลูกสะใภ้
“ถ้าทั้งคู่เต็มใจดิฉันยินดีให้ทั้งคู่แต่งงานกันได้ค่ะ”
เพราะรู้ว่าเป็ไปไม่ได้ที่คนอย่างเนตรสุดาและอนาวิลจะมารักกันฉะนั้นเธอจึงกล้ารับคำอย่างมั่นใจ
“ แม่จ๋า! เนตรมาแล้วจ้า!”
เสียงนี้มักมาก่อนตัวนารีเหลียวมองนาฬิกาอย่างยิ้ม ๆ ลูกสาวตัวดีตรงเวลาเสมอ ทุกคนในห้องรับแขกต่างมองไปทางเดียวกัน ยกเว้นอนาวิลที่นั่งนิ่ง เหลียวมองไปนอกหน้าต่างแทนไม่อยากรู้ไม่อยากเห็นไม่อยากรู้จักเด็กสาวคนนี้เลยแม้แต่น้อย
เนตรสุดาวิ่งผลุนผลันเข้ามาในห้องรับแขกเบรกเท้าแทบไม่ทัน เมื่อเห็นว่าแม่มีแขก เด็กสาวจึงก้มหน้าสำนึกผิด
“ เนตร เข้ามานี่ มากราบท่านชายภัทระสิลูก”
เนตรสุดาก้มลงกราบท่านชายอย่างว่าง่ายใครเป็ใครบ้างก็ไม่รู้ เธอไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองท่านชายผู้สูงศักดิ์ลูบหัวเด็กสาวเบา ๆ อย่างเอ็นดู
“ส่วนท่านนี้ คุณชายอ้น กราบพี่เขาสิลูก” เนตรสุดาก้มหน้าก้มตาคลานเข่าเข้าไปหา กราบที่ตักคุณชายอย่างนอบน้อมยิ่งใกล้กลิ่นน้ำหอมยิ่งคุ้น เหมือนเคยได้กลิ่นนี้จากไหน
คุณชายอ้นหันมารับไหว้
เด็กผมเปียนี้ดูคุ้น ๆ !
ชุดนักเรียนนี้ก็คุ้น ๆ !
เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมาทั้งสองสบตากัน
เด็กนรก!
ชายหนุ่มอุทานในใจ บ้าไปแล้ว นี่คือเด็กวัยรุ่น คู่หมั้นคู่หมายที่ตัวเองต้องแต่งงานด้วยเช่นนั้นหรือ
“คุณลุง!” เนตรสุดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากแต่ความแปลกประหลาดใจแปรเปลี่ยนเป็ความดีใจออกมา
เจอกันอีกแล้วนะลุงสุดหล่อ
เธอยิ้มมุมปากรับดวงตาตื่นตระหนกคู่นั้น
“อ้าว! นี่รู้จักกันแล้วเหรอ”ท่านชายเห็นท่าทีของคนทั้งคู่
“ไม่ครับ”
“รู้จักค่ะ”
พูดพร้อมกันแต่คำตอบไม่เหมือนกันนารีและท่านชายภัทระต่างมองหน้าด้วยความสงสัย
“ยังไง สรุปรู้จักไหม” ผู้เป็แม่เอ่ยถามขึ้นมา
“รู้ครับ”
“ไม่รู้ค่ะ”
ชายหนุ่มขมวดคิ้วใส่เด็กสาวเป็เชิงต่อว่าว่าทำไมไม่ตอบให้ตรงกับเขา
“เอ้า! ยังไงกันแน่” นารีกระซิบลูกสาวตัวดี
“เราแค่เจอกันด้วยความบังเอิญพอดีมีเหตุนิดหน่อยครับเลยได้คุยกัน”
คุณชายอนาวิลพูดอย่างสุขุมมองเด็กสาวตัวดีอย่างถือไพ่เหนือกว่า เนตรสุดาเบิกตาโต ใช่สิ!คุณชายตรงหน้ากุมความลับบางอย่างของเธอเอาไว้
ไม่นะ! เื่ในวันนั้น แม่ห้ามรู้เด็ดขาด
“มีเหตุอะไรหรือคะคุณชาย”
นั่นไงแม่เธอถามจนได้
เด็กสาวส่งสายตาเว้าวอนกับคุณชายสุดหล่อ
อย่าบอกนะ อย่าบอกนะคุณลุง
คุณชายอนาวิลแอบยิ้มมุมปากกอดอกมองเด็กนรกคนนี้ที่ทำตาปริบ ๆ ใส่เขาอย่างขอความเห็นใจ จะสงสารหรือจะสะใจดี
“อย่าบอกนะคะ พลีส! ได้โปรด ไหว้ล่ะ”เด็กสาวกระซิบพลางยกมือไหว้ขึ้นมายิ่งทำให้คุณชายขำและอยากจะแกล้งเด็กสาวมากยิ่งขึ้น
“คือว่า..วันนั้นอะครับ คือ..น้องเขามา....เอ่อ....”
“ค่ะ มา..มาทำอะไรคะคุณชายพูดต่อเลยค่ะ”
นารีตั้งใจฟังมาก เด็กสาวเลียริมฝีปากที่แห้งผากพลางเขยิบเข้าไปใกล้คุณชายอย่างร้อนรนส่งสายตาอ้อนวอนขอร้องสุดฤทธิ์
อย่านะขอร้องล่ะ แง ๆ ๆ
“ว่าไงล่ะ มีเหตุอะไรก็บอกคุณน้านารีไปสิ”ท่านชายภัทระสะกิดบอกลูกชาย
“ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่เข้าใจผิดกันนิดหน่อยจัดการเรียบร้อยแล้ว”
เนตรสุดาโล่งอกที่เทพบุตรของเธอไม่ปากโป้งไปบอกแม่ไม่งั้นวันนี้มีเทศน์ยาวอาจจะถึงขั้นไม่ได้นอนเลยทีเดียว
“ รู้จักกันก่อนก็ดีแล้วเอาไว้ว่าง ๆ ฉันจะชวนหนูเนตรไปรับประทานอาหารที่บ้านของฉันนะ หวังว่าหนูจะไป” ชายสูงอายุเอ่ยขึ้นมาขณะที่ทุกคนกำลังไปส่งที่หน้าบ้านหลังจากที่สนทนาได้สักระยะหนึ่งเนตรสุดารับรู้ถึงความอบอุ่นที่ได้รับ เธอยกมือไหว้ขอบคุณท่านชายด้วยความนอบน้อมเด็กสาวเหลือบตามองร่างสูงใหญ่ที่ยืนนิ่งอยู่ เดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร แต่ที่แน่ๆเขาใจดีกว่าที่คิดเนตรสุดาแอบกระซิบเบา ๆ ข้างตัวเขา
“ขอบคุณนะคะคุณลุง”
ชายหนุ่มปรายตามองหญิงสาวอย่างเอือมระอาอีกครั้งกับคำว่า ลุง
“เลิกเรียกฉันว่าลุงได้แล้ว”
“แล้วจะให้เรียกว่าอะไร ” หญิงสาวจีบปากจีบคอพูด คุณชายเม้มปากอยากจะเอามือไปเขกกะโหลกเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่
“ก็เรียกให้มันดีกว่านี้ฉันยังไม่ได้แก่ขนาดนั้น” คำพูดห้วนแต่หญิงสาวรู้สึกขำ
“เอาแบบหนุ่มขึ้นมาอีกนิดใช่ปะคะ โอเคเลย”
แววตาเ้าเล่ห์ฉายออกมาเขย่งปลายเท้ายื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อบอกบางอย่างแก่เขา
“คุณ ...พ่อ!”
พูดจบเนตรสุดาก็รีบเดินเข้าบ้านก่อนจะหันไปโบกมือลาอย่างอารมณ์ดีปล่อยให้คุณชายอนาวิลยืนเก๊กเจ็บใจอยู่แบบนั้น
เด็กนรก!!!!
ท่านชายภัทระและคุณชายอนาวิลกลับไปแล้ว นารีมองลูกสาวคนเดียวพลางครุ่นคิดถึงความจริงบางประการมันคงจะถึงเวลาที่ควรจะบอกให้เธอได้รับรู้ผู้เป็แม่เป็ห่วงความรู้สึกเด็กสาวตรงหน้า นี่มันยุคสมัยไหนแล้วจะมีหรือที่จะจับใครมาคลุมถุงชนอยู่เนตรสุดาตั้งใจฟังเื่ราวของแม่แม้จะเคยได้ยินมาบ้างแต่ครั้งนี้นารีพรั่งพรูความทรงจำออกมาอย่างละเอียดบาง่บางตอนทำให้น้ำตารื้นเอ่อออกมาทั้งแม่และลูกเพราะหวนคิดถึงผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับและด้วยความดีของบิดา ท่านชายจึงยังคงรักษาสัญญาที่มอบให้ ความมาถึงตรงนี้หญิงสาววัยสิบเจ็ด พอจะเข้าใจแอบยิ้มร่าออกมาคนที่เธอกวนประสาทอยู่หน้าบ้านเมื่อตอนเย็นจะกลายมาเป็สามีในอนาคตอย่างนั้นหรือ
“ถ้าเนตรไม่เต็มใจแม่ก็จะไม่ยกเนตรให้กับคุณชาย”
“โอ๊ย! เต็มค่ะ เต็มใจเลย”
เด็กสาวลืมตัว นารีมองกิริยากระดี๊กระด๊าของลูกสาว ผิดคาด แทนที่เธอจะโวยวายกลับยินดีปรีดาอะไรเช่นนี้
“แต่ถ้าคุณชายอนาวิลไม่ได้เป็ฝ่ายเอ่ยขอเนตรกับแม่แม่ก็จะไม่ให้แต่ง!”
พูดจบผู้เป็แม่ก็เดินเข้าห้องไปน้ำเสียงเฉียบขาดเมื่อครู่ทำให้เนตรสุดาคอตก เธอจับหัวใจตัวเองที่กำลังเต้นไม่เป็จังหวะมันไม่เคยเต้นระรัวแบบนี้กับใครหากทว่าเกิดขึ้นครั้งแรกให้กับคนที่เธอเรียกว่า ลุง
งั้นต้องทำให้คุณชายสุดหล่อเอ่ยปากขอเธอแต่งงานกับแม่สินะ!!
.......โอ้!.คุณลุงขา....
หันกลับมายิ้มให้หน่อย จะได้ไหม
เห็นความรัก ในสายตา น้องหรือไม่
สื่อความนัย.....ว่าเราอาจ คิดตรงกัน
......โอ้!!คุณลุงขา...
ความบังเอิญ...นำพาให้....เราร่วมฝัน
หนีไม่พ้น...แน่นอน...น้องวิ่งทัน
มาเถิดมา...แต่งงานกัน...ให้สุขใจ