คำเตือน!!!
มีฉากความรุนแรง
…………………………….
คุณสมบัติของพ่อบ้านที่ดี
รู้ลึกเื่ในจวนหมายถึง ความชอบและไม่ชอบ ของเ้านายทุกคน ั้แ่ตื่นจนกระทั่งเข้านอนพ่อบ้านพึงจดจำได้ขึ้นใจ เพื่อความเป็ระเบียบเรียบร้อย ในเคหสถานที่ตนเองจัดการดูแล
รู้จริงเื่นอกจวนหมายถึง สถานการณ์ ผู้คน ที่เกี่ยวพันกับเ้านายทุกคนหากมีความรู้เื่เหล่านี้มาก ก็จะแบ่งเบาผู้เป็นายได้มาก
พ่อบ้านที่ดีจักต้องรับคำสั่งจากประมุขของบ้าน แต่เพียงผู้เดียวต้องทำงานด้วยความซื่อสัตย์จงรักภักดี อุทิศกระทั่งชีวิตเพื่อปกป้องผู้เป็นายและเคหสถานให้ปลอดภัย
เื่พื้นฐานที่ท่องง่ายแต่ทำยากข้างต้น เหรินซวงอิ๋นได้เรียนรู้ั้แ่ยังอายุไม่ครบห้าขวบตระกูลเหรินมีความเป็มาหลายชั่วอายุคนผู้ก่อตั้งตระกูลเป็ถึงพระญาติฝ่ายในขององค์ฮ่องเต้แต่ภายหลังเพราะการแก่งแย่งในราชวงศ์ทำให้บรรพบุรุษของตระกูลหนีออกมาตั้งรกรากทำการค้า ลูกหลานรุ่นหลังก็ไม่ได้ถือยศถืออย่าง เป็เพียงประชาชนคนธรรมดา
ถึงแม้จะเป็เช่นนั้นก็ตามตระกูลเหรินก็ยังนับเป็ตระกูลใหญ่ เป็ที่นับหน้าถือตาของคนทั่วไปในเมืองซางหลงไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก ว่ากันว่าหากท่านกล้าพอสามารถแอบอ้างว่าเป็คนของตระกูลเหรินหลอกกินฟรีน้อยนักที่จะมีผู้กล้าเสี่ยงไล่ท่านออกจากร้านเพราะกลัวจะเจอคนตระกูลเหรินตัวจริงเข้า
ปู่ของเหรินซวงอิ๋นมีตำแหน่งเป็พ่อบ้านใหญ่ให้ตระกูลเหรินเพราะทำผลงานได้ดีประมุขของตระกูลตอนนั้นจึงให้เขาแต่งงานกับข้ารับใช้สาวคนหนึ่งกำเนิดพ่อของเหรินซวงอิ๋น ต่อมาปู่ของเขาเสียชีวิตลงพ่อของเขารับหน้าที่พ่อบ้านแทน ประมุขเห็นว่าพวกเขาเป็คนของตระกูลไปแล้วจึงอนุญาตให้ใช้แซ่เหริน แต่มีข้อแม้ว่าบุตรชายคนโตทุกรุ่นต้องสืบทอดตำแหน่งพ่อบ้านให้ตระกูล
เหรินซวงอิ๋นจึงถูกเลี้ยงมาเพื่อโตขึ้นเป็พ่อบ้านประจำตระกูลเหรินห้าขวบเรียนหลักการปกครองบ้านให้เป็ระเบียบ หกขวบเรียนมารยาทของบ่าวทุกระดับเจ็ดขวบท่องรายชื่อคนในตระกูลจัดดำดับความสำคัญได้ว่าผู้ใดมีอำนาจมากที่สุดลงไปถึงน้อยที่สุด แปดขวบเรียนทักษะพื้นฐานของงานบ้านงานครัว งานสวน กระทั่งงานของคนขับรถม้าก็ต้องรู้ด้วย เก้าขวบเรียนวิชาที่จำเป็วิชานี้เป็วิชาเฉพาะที่ปู่ของเขาคิดค้นขึ้น
ยังมีที่เหรินซวงอิ๋นต้องร่ำเรียนอีกมากมายจวบจนเขาอายุได้สิบห้าบิดาก็สิ้นด้วยอุบัติเหตุพลัดตกจากเขาตอนตระกูลไปไหว้พระขอพรที่วัดบนเขา ไม่มีใครคิดร้าย บิดาประมาทเองเหรินซวงอิ๋นจึงต้องรับหน้าที่พ่อบ้านใหญ่ั้แ่เด็ก ยังไม่ทันแต่งงานเลยด้วยซ้ำ
แต่การรับหน้าที่เร็วกว่าที่ตั้งใจก็ไม่ใช่ปัญหาในเมื่อที่ควรเรียนก็เรียนมาหมดแล้ว เขาเองก็รู้ว่าโตขึ้นต้องรับหน้าที่นี้จะไวจะช้าก็ต้องทำอยู่ดี ในใจเหรินซวงอิ๋นสงบอย่างยิ่งทว่าเส้นทางการเป็พ่อบ้านของเขาไม่ได้ราบรื่นนัก ปัญหาไม่ได้มาจากเขาแต่เพราะประมุขคนใหม่ที่เพิ่งได้รับการสืบทอดเพียงสองปีคนผู้นี้เป็บุตรชายของเมียรอง ตามธรรมเนียมไม่อาจรับตำแหน่งผู้สืบทอดแต่ทุกกฎมีไว้ก็เพื่อล่อให้ผู้อยากลองดีไปแหก คุณชายลูกอนุท่านนี้นิสัยมักใหญ่ใฝ่สูงกระหายอำนาจและลาภยศ ไม่เพียงเข่นฆ่าพี่น้อง ยังเอาตัวไปพัวพันกับคดีฏ
อนิจจา...ช่างมีนิสัยสมควรตายยิ่งนัก
ข้อหาร้ายแรงเกินแบกรับไหวเหรินซวงอิ๋นในฐานะพ่อบ้านมีหน้าที่ต้องปกป้องทุกคน ทุกอย่างในจวนสุดกำลังที่เขาจะทำได้ ประมุขใจทรามไม่รู้มาก่อนว่าคุณชายน้อยลูกฮูหยินยังไม่ตายเหรินซวงอิ๋นทำผิดกฎของพ่อบ้านเป็ครั้งแรกเขาไม่เพียงช่วยเหลือผู้ที่ประมุขสั่งให้ฆ่า แต่ยังวางแผนโค่นประมุขอีกด้วย
คดีฏเป็คดีร้ายแรงโทษคือปะาเก้าชั่วโคตร แต่เหรินซวงอิ๋นสร้างสถานการณ์ให้น่าสงสัย พอถูกจับได้เขาก็อดทนถูกทรมานกระทั่ง่เวลาสุดท้ายของชีวิตค่อยคายความลับตามแผนที่ตนวางไว้เปิดโปงว่าประมุขของตนคบคิดกับแม่ทัพคุมเมืองหลวงก่อการฏญาติพี่น้องและผู้าุโที่ไม่เห็นด้วยต่างถูกสังหารอย่างทารุณคนตระกูลเหรินแตกฉานซ่านเซ็น บ้างก็หนีตายหายไป บ้างก็ละอายต่อบรรพบุรุษยอมตายดีกว่าอยู่รอข้อหาฏ
เขาพูดจริงบ้างเท็จบ้างแต่ทุกอย่างล้วนให้ร้ายแก่ประมุขเพียงผู้เดียวยอมเสียสละตนว่าเป็ผู้ช่วยเหลือประมุขชั่ว เหรินซวงอิ๋นกลัวหัวประมุขจะไม่ขาดเขาถึงกับงัดไม้เด็ด
“ประมุขบอกข้า เดิมบัลลังก์เป็ของคนตระกูลเหริน เขาทำเช่นนี้นับว่าไม่ผิดต่อบรรพชน”
“บังอาจ!!”
สิ้นสองคำนั้นร่างของเหรินซวงอิ๋นก็ถูกห้าม้าแยกร่าง วันที่บิดาของเขาจากไปเขาเคยจินตนาการถึงตอนตายของตัวเองบ้าง ว่าจะตายอย่างเ็ป หรือจากไปอย่างสงบบัดนี้เขาทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่ที่ฟ้าดินตอบแทนกลับเป็ความสาหัสเกินคนธรรมดาจะรับไหวตราบาปว่าเป็ฏ อาจจะไม่สำคัญนัก เพราะเขายังไม่แต่งงานลูกเมียล้วนไม่มีใครมาลำบากไปด้วย
แต่เนื้อที่ขาดกระดูกที่หลุดจากข้อต่อ และเสียงต้นคอที่หักดังกึกก่อนจะหลุดจากร่างทุกอย่างเหมือนจะรวดเร็ว แต่เชื่อเถอะว่า ไม่มีผู้ใดอยากประสบเป็แน่
เหรินซวงอิ๋นไม่ทันได้ร้องเ็ปเพราะเดิมร่างกายก็ถูกซ้อมจนดูเหมือนคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงอยู่แล้วเขาไม่มีแรงจะร้อง น้ำตาที่ไหลอาบก็ไม่แน่ใจว่าคือโลหิตหรือเปล่าด้วยเสียงผู้คนก่นด่าสาปส่ง กับเสียงกลองข่มขวัญและยังเสียงผู้ทำพิธีกับผู้คุมที่คอยใช้แส้ฟาดให้ม้าออกแรงวิ่งไปคนละทิศ สองแขนสองขา และลำคอ ที่ถูกตรึงไว้บนเชือกเส้นหยาบ
ทุกอย่างแ่าก่อนจะถูกปลดปล่อยตลอดกาล ภาพสุดท้ายคือท้องฟ้ายามนั้นมันไม่สว่างเอาเสียเลยเขาคิดว่าเป็กลางคืนเสียด้วยซ้ำ ใช่แล้ว มันมืด....สนิท
นานนับไม่ได้ทุกอย่างที่ผ่านมาราวความฝัน ภาพทรงจำของจิติญญาสองดวงถูกแทรกประสานเหรินซวงอิ๋นยืนอยู่ในสถานที่เต็มไปด้วยหมอกควันสีขาว คนผู้หนึ่งยืนตรงหน้าเขาหน้าตาท่าทางกระทั่งอายุก็เหมือนเขา ราวกำลังส่องกระจกเงา
“ผู้ใด เหตุฉไหนเหมือนข้ายิ่ง” เหรินซวงอิ๋นเอ่ยปากถามแต่คนผู้นั้นไม่ตอบ กลับเดินเข้ามาใกล้เขาเรื่อยๆเหรินซวงอิ๋นคิดจะถอยหลังแต่ขยับตัวไม่ได้แม้แต่นิดนี่ตายแล้วยังต้องทัณฑ์ทรมานอีกหรือ
“จะทำอันใดข้า”
คนที่หน้าเหมือนเขาราวคนเดียวกันยังไม่ปริปากแต่กลับเคลื่อนไหวเร็วขึ้น พริบตาร่างนั้นเปลี่ยนเป็ลำแสงพุ่งเข้าใส่เหรินซวงอิ๋นเขาอ้าปากร้องสุดเสียง ใสุดประมาณ
“คุณหนูครับ คุณหนู”
“เฮือกก....”
เหรินซวงอิ๋นดีดตัวลุกขึ้นนั่งหอบหายใจยังไม่ทันหายเหนื่อยก็ต้องตื่นตะลึงกับภาพรอบตัวอีกครั้งในห้องนี้มีแต่ข้าวของเครื่องใช้แปลกตา ก้มมองตัวเองก็ยังสวมชุดผิดแผกเด็กหนุ่มอายุราวยี่สิบต้นๆ ผู้หนึ่งไว้ผมสั้น ยืนจ้องเขาอยู่ข้างเตียงนอนหลังใหญ่ที่มีฝูกหนานุ่มราวกับเตียงบน์
“์หรือ” เขาถามเด็กหนุ่ม
ที่แท้เทวดา?ต้องแต่งกายเช่นนี้ เขาทำคุณกับคนในจวนรับเคราะห์ใหญ่หลวงแทนคนนับร้อย บัดนี้ตายแล้วก็ได้ขึ้น์
สมควรแล้วสมควรแล้ว...
“คุณหนูพูดอะไรครับ ผมไป๋เหลียงไงครับ อย่าบอกว่าคุณหนูจำผมไม่ได้นะครับไม่ๆ ไม่นะ แย่แล้ว แย่แน่ๆ ....” เหรินซวงอิ๋นมองชายแซ่ไป๋ที่เรียกตนว่าคุณหนูราวกับรู้จักกันดี มองอย่างไรที่นี่ไม่น่าจะใช่์ เขารีบถามในทันที
“ท่าน เอ่อ เ้า ไม่ ข้าเป็ผู้ใด”
ไป๋เหลียงมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาส่ายหน้าไปมาซ้ำๆ ชั่วครู่สีหน้าก็หม่นหมองราวกับรู้ข่าวญาติเสีย
“คุณหนูคือคุณหนูของผม คุณหนูจำอะไรได้บ้างครับเนี่ย” แม้สำเนียงและภาษาจะห้วนและไม่คุ้นหู แต่เหรินซวงอิ๋นก็พอจะเข้าใจความหมายเขาส่ายหน้าบ้าง จำอะไรได้ เขาควรต้องจำอะไรได้กันเขาเพิ่งถูกปะาด้วยวิธีที่นับได้ว่าโเี้ที่สุดหลังจากนั้นก็เจอตัวเองอีกคนในที่มีหมอกควันเต็มไปหมด แล้วก็มานั่งบนเตียงนี้ในห้องที่มีแต่ของใช้แปลกตา กับเส้นผมที่สั้นมาก
“ชื่อ แซ่ ก็จำไม่ได้เหรอครับ” เหรินซวงอิ๋นส่ายหน้าอีกรอบไป๋เหลียงใบหน้าย่ำแย่ลงไปอีก ราวกับจำนวนญาติที่เสียเพิ่มขึ้นอีกคนเด็กหนุ่มนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรงหัวคิ้วย่นเข้าหากันตลอดไม่ยอมคลายก่อนจะเริ่มบอกข้อมูลที่เหรินซวงอิ๋นจำเป็ต้องรู้ตอนนี้
“คุณหนูชื่อซวงอิ๋น แซ่เหริน พวกเราเป็คนตระกูลเหรินครับ” เหรินซวงอิ๋นคาดเดาเป็ตุเป็ตะ เขาชื่อเดียวกับคนนี้ แซ่ก็ยังเหมือนกันไม่ใช่ว่าหน้าตาจะคล้ายกันด้วยนะ
“คุณหนูจะไปไหนครับ”
“.....”เหรินซวงอิ๋นไม่ได้เสียเวลาตอบไป๋เหลียง เขามองหากระจกสักบานและก็เจอกระจกที่ใสและสะท้อนภาพได้ชัดเจนมาก นี่มันคนที่เขาเจอในหมอกควัน
ไม่ผิดแน่...
“คุณหนู” ไป๋เหลียงเดินตามมาเกาะขอบประตูห้องน้ำโผล่เข้ามาครึ่งตัวมองเขา เหมือนจะกลัวอยู่หน่อยๆ
“ข้าไม่เป็อันใด ไม่ต้องห่วง” เหรินซวงอิ๋นพูดเพื่อให้ไป๋เหลียงไม่ต้องห่วงเพิ่มดูท่าเด็กหนุ่มจะเป็ข้ารับใช้คนสนิทของเหรินซวงอิ๋นคนนี้
เขากลับมานั่งที่เดิมถามเื่ที่อยากรู้ต่อทันที
“เ้า อา..พวกเราอยู่ด้วยกันนานแค่ไหนแล้ว”
“ั้แ่เกิดเลยครับ พ่อผมเป็ทนายประจำตระกูลคุณหนู ผมติดคุณหนูมากั้แ่เด็กพวกเราก็ถูกเลี้ยงและโตมาด้วยกัน คุณหนูเรียกผมว่าอาเหลียงเราเรียนด้วยกันั้แ่อนุบาล ประถม และมัธยม ยันมหาวิทยาลัย”
ระดับชั้นที่กล่าวมาไม่รู้สักนิดว่ามันมีความหมายอย่างไรไป๋เหลียงเงียบลงก้มหน้าเกาจมูกคล้ายมีอีกเื่ที่สำคัญแต่ไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่เหรินซวงอิ๋นจึงเร่งให้เขาพูดต่อให้จบ
“เล่ามามีเื่ไหนอีก ที่ข้าจำต้องรู้ ไม่บอกวันนี้อีกไม่นานก็ต้องรู้มิใช่หรือ”อาเหลียงครางอือในคอ คงตัดสินใจได้แล้ว
“คือ..คุณหนูต้องแต่งงาน” เสียงที่บอกเล่าเบามากแต่เหรินซวงอิ๋นก็ได้ยินชัดทุกถ้อยทุกคำ เขาไม่ได้ใมากนักจากที่ฟังเขาอายุยี่สิบแล้ว จบการศึกษาระดับสูงในยุคนี้แล้วที่บ้านจัดหาคู่ให้ก็นับว่าสมควร
เพียงแต่..
“เ้าสาวของข้าเป็คนเช่นไร สวยหรือไม่” คำถามของเขาทำเอาไป๋เหลียงอ้าปากค้าง
เขาถามอีก“มีอันใดต้องใ”
ไป๋เลียงกล่าวคุณหนูทำไมพูดจาแปลกๆเหรินซวงอิ๋นอยากตอกกลับนัก เ้าไม่แปลกเลยงั้นสิแต่นึกได้ว่าตอนนี้เป็ตัวเองหลงยุคมาที่นี่ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม
“เื่ภาษาค่อยว่ากันก็ได้ เล่ามาเถอะเ้าสาวข้าเป็คนเช่นไรนางนิสัยใจคอน่ารักอ่อนหวานหรือไม่ ครอบครัวของเราสนิทกันหรือถึงให้นางแต่งกับข้า”
คราวนี้เด็กหนุ่มถึงกับติดอ่าง“ทะ..ที่..ที่คุณหนูควรต้องรู้คือ คุณหนูต้องแต่งเป็เ้าสาวครับไม่ใช่เ้าบ่าว”
“.......”เหรินซวงอิ๋นนั่งนิ่งไม่ไหวติง
.............................................................
เื่แรกที่ลงในกวีบุ๊ค ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ