พลบค่ำคืนนี้เป็คืนพระจันทร์เต็มดวง แสงจันทร์ทอลงมายังพื้นเบื้องล่างทำให้สว่างกว่าค่ำคืนทั่วไป ชายหนุ่มวิ่งมาด้วยความเร็วสูงสุดไม่นานนักก็มาถึงต้นไม้ใหญ่ใกล้ๆ กับลำธาร ใต้ต้นไม้มีกองไฟและเงาบุคคลร่างใหญ่นั่งอยู่ บ็อบกำลังนั่งลับขวานใหญ่ที่มีคมสองด้านซึ่งเป็อาวุธประจำกายของเขาอยู่ หัวขวานเล่มนี้ทำจากเหล็กมีรอยบิ่นเป็ริ้วหลายรอย แสดงให้เห็นถึงการผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนและยาวนาน ด้ามจับทำจากไม้ธรรมดา แต่น้ำหนักโดยรวมของขวานเล่มนี้มากกว่า 100 กิโล ซึ่งถ้าเทียบกับพละกำลังของออร์คแล้ว น้ำหนักแน่นี้นับว่าเบาหวิว
“ลูกพี่ ในเมืองเป็ไงมั่ง?”
บ็อบถามในขณะที่เหลือบเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาหาที่กองไฟ ในมือพลางถูหินลับคมขวานไม่หยุด
“ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปมากมายจากตอนที่ข้าเคยอยู่ ข้าคิดว่าเราต้องปักหลักอยู่เมืองนี้ไปสักระยะล่ะนะ ข้าไปสำรวจย่านการค้ามาแล้วด้วย”
แกรนด์พูดด้วยใบหน้าที่ขมขื่นเมื่อเอ่ยถึงสำรวจตลาด เขานั้นติดหนี้ก้อนโตกลับมาด้วยแต่ไม่อยากเอ่ยเื่นั้น
“เอางี้ พรุ่งนี้เราจะสร้างที่พักกันก่อน ตรงนี้ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ เ้าคิดว่าไง?”
“ลูกพี่เอาไงข้าก็ตามนั่นแหละ แล้วท่านได้อาหารติดมือกลับมารึเปล่าล่ะ?” บ็อบกล่าวขึ้นโดยให้ความสนใจอย่างหลังมากกว่า
“แน่นอน ข้าสั่งอาหารมาตุนไว้หลายวันสำหรับอยู่ที่นี่สบายๆ ขนมปัง 500 ก้อน เบียร์ 10 ถัง ชีส 20 กิโล มีเครื่องเทศ อุปกรณ์ที่จำเป็ต่างๆ แล้วก็พวกอุปกรณ์ก่อสร้างน่ะ” แกรนด์ไล่ให้ฟังในรายการของที่สั่งมา
“พรุ่งนี้เช้าเราจะเริ่มงานกัน ตอนนี้มาฉลองวันแรกกันก่อนดีกว่า” ชายหนุ่มดีดที่ตุ้มหูทองคำ ขนมปัง 20 ก้อน ชีส 1 กิโล เบียร์อีก 1 ถังและเหยือกไม้สองอันปรากฏขึ้นมาที่หน้ากองไฟ
“โอ้ววววว เบียร์นี่ของโปรดข้าเลย เอาเนื้อที่เหลือมาย่างด้วยคงเข้ากันไม่น้อย ท่านได้ของมาเยอะขนาดนั้นแสดงว่าของที่เราหามาได้ราคาดีสินะ” บ็อบพูดพลางดังจุกถังเบียร์ออกด้วยความพึงพอใจ ชายหนุ่มยิ้มพร้อมหัวเราะเล็กน้อยแทนคำตอบพลางเอาเนื้อขาหลังรวมถึงสะโพกวัวป่าสามหางที่เหลือออกมา เนื้อน่องทั้งชิ้นหนักเกือบ 100 กิโลได้ โรยเกลือและเครื่องเทศจนทั่ว จากนั้นเอาเหล็กยาวแหลมที่เพิ่งซื้อมาเสียบ เหล็กง่ามรูปตัวYสองชิ้นได้ถูกตอกคนละฝั่งของกองไฟ เนื้อน่องวัวป่าสามหางได้ถูกพาดบนเหล็กง่ามทั้งสองที่ตอกไว้ให้ขนานกับกองไฟ ชายหนุ่มเขี่ยถ่านไฟให้แดงพอดีสำหรับการย่าง ทั้งสองเริ่มคุยกันถึงเื่งานพรุ่งนี้ เมื่อเนื้อที่ย่างไว้เริ่มสุกเหลืองส่งกลิ่นหอมก็จะถูกตัดแบ่งออกมา รสชาติเนื้อย่างเคล้ากับเบียร์ช่างเป็รสชาติที่น่ารื่นรมย์อย่างยิ่ง เมื่ออิ่มแล้วบ็อบก็หลับไปเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ของเบียร์ แกรนด์ลุกขึ้นและเดินสำรวจรอบๆ บริเวณนี้ ที่ราบ ลำธาร
“อืม เข้าท่าแฮะ เหมาะสำหรับสร้างที่พักพอสมควร คงมีแต่หินพวกนี้แหละนะที่เกะกะ” หลังจากเดินสำรวจสักพักชายหนุ่มจึงกลับมานอนพักผ่อน
่เช้ามืดย่างกรายมาถึง แกรนด์กับบ็อบลุกขึ้นมาั้แ่เช้ามืด ่เวลาตี 4 คือ่เวลาตีประจำของพวกเขา ทุกวันพวกเขาทั้งสองจะตื่นขึ้นมาเวลานี้เพื่อฝึกฝน แกรนด์ลุกขึ้นมาบิดี้เีไปมา ส่วนบ็อบนั้นนั่งเอามีดแทะเนื้อวัวย่างส่วนที่เหลือที่กองไฟ แกรนด์เริ่มคำนวณจำนวนไม้ที่ใช้ทำส่วนต่างๆ คร่าวๆ ที่พักชั่วคราวที่พวกเขาจะสร้างนั้นไม่ได้้าใหญ่มากแต่ต้องอยู่ได้อย่างไม่อึดอัด เท่าที่แกรนด์คิดคือทำที่พักหลักไว้ซุกหัวนอนหลบแดดฝนก่อน ส่วนที่เหลือค่อยต่อเติมเอาตามการใช้งาน
“อืม ประมาณนี้น่าจะใช้ได้” แกรนด์พยักหน้าให้กับความคิดในหัวสมองของเขา
“ไปกันได้แล้วบ็อบ กลับมาแล้วค่อยกินต่อ”
“ไม่เป็ไรลูกพี่” บ็อบลุกขึ้นพร้อมหยิบเนื้อน่องวัวย่างกัดกินทั้งแบบนั้น แกรนด์ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนเป็ภาพปกติ
“เอาที่เ้าสบายใจละกัน”
ทั้งสองเดินหาต้นไม้ที่มีสเปกตามความ้า เมื่อเจอแล้วแกรนด์จะเอาผ้าสีแดงผูกไว้แล้วเดินไปเลือกต้นอื่นๆ บ็อบจะใช้ขวานสองคมที่เป็อาวุธประจำกายของเขาตัดต้นไม้ที่มีผ้าแดงผูกไว้และแบกกลับไปไว้ยังจุดที่จะสร้าง แกรนด์นำอุปกรณ์ก่อสร้างที่เขาซื้อไว้ออกมา ไม่ว่าจะเป็สายวัด เลื่อย ค้อน ตะปู และอื่นๆ พวกเขาจัดการเคลียร์ก้อนหินที่อยู่เกะกะในพื้นที่นั้นออกด้วย หลังจากวันที่ 2 ไม้ที่ได้มาก็ครบตามจำนวนที่จะใช้และรุ่งเช้าวันต่อๆ ไปก็เปลี่ยนไปล่าสัตว์แทน ทั้งสองใช้เวลาในการสร้างอยู่ 10 วัน ในที่สุดที่พักชั่วคราวก็เสร็จสมบูรณ์
“กว้างขวางไม่เบาเลยนะลูกพี่” บ็อบพูดพลางยิ้มแป้นดีใจกับผลงานที่ออกมา
“ก็แหงสิ ทำหามรุ่งหามค่ำกันมาหลายวันเลยหนิ” แกรนด์พูดทั้งที่ยังตอกตะปูเพื่อทำเตียงนอน ตัวบ้านมีห้องนอน ห้องครัวที่มีพื้นที่ค่อนข้างมากหน่อยเพราะจะใช้ในการเก็บอาหารไว้ด้วย ห้องอาบน้ำมีอ่างไม้ที่แกรนด์ซื้อมา พื้นที่ว่างๆ ตรงกลาง เอาไว้วางโต๊ะอาหาร เพิงข้างนอกใกล้ๆ โคนต้นไม่ใหญ่เป็ที่จัดการวัตถุดิบสำหรับสัตว์ที่ล่ามา หลายวันมานี้สัตว์ที่พวกเขาล่ามา่เช้าจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อช่วยกันจัดของเข้าที่แล้วบ็อบก็ขอตัวออกไปล่าก่อนเพราะรู้สึกคันไม้คันมือ แกรนด์สำรวจดูพบว่าลูกธนูหัวเหล็กที่เขาได้มาจากอริสเหลืออยู่ร้อยกว่าดอก เพราะลูกธนูที่ได้มามีความคงทนพอสมควร เมื่อยิงไปแล้วตอนที่ไปเก็บสัตว์ที่ยิง หากลูกธนูไม่เสียหายแกรนด์จะเก็บมาใช้ต่ออีก สัตว์ที่ล่าทั้งหมดจะเป็ระดับสัตว์อสูรขึ้นไปเท่านั้น เพราะสัตว์ธรรมดานอกจากจะราคาต่ำ การพัฒนาของพลังของทั้งสองยังไม่ขึ้นอีกด้วย โดยส่วนมากสัตว์อสูรที่ล่าได้แถวๆ ที่พักจะมีแต่พวกระดับทั่วไป มีพวกที่แข็งแกร่งและขายได้ราคาขึ้นมาหน่อยเช่นพวก หมีดำูเาและวัวป่าสามหางมาบ้าง ซึ่ง่นี้ก็หาล่าได้แถวๆ นั้นใกล้ๆ ไม่จำเป็ต้องเข้าไปหาในป่าลึกๆ แต่อย่างใด ในตอนนี้ที่้าคือปริมาณมากกว่า เนื้อของหมีดำูเากับวัวป่าสามหาก็ถูกนำมาเก็บไว้ในตุ้มหูทองคำของแกรนด์ เนื่องจากเก็บไว้ในนี้เนื้อจะไม่เน่าเสีย
หลายวันต่อมาลูกธนูหัวเหล็กของแกรนด์ก็หมด เขาจึงคิดที่จะเขาไปขายของและซื้อของที่จำเป็กลับ อีกทั้งยังจะต้องสืบข่าวความเคลื่อนไหวภายในเมืองและโลกภายนอกด้วย
“บ็อบ ข้าจะเข้าไปในเมือง เ้าจะเอาอะไรมั้ย?”
“อืมมมมมมมม ข้าขอเบียร์มาตุนไว้สัก 100 ถังแล้วกัน นอกนั้นก็ไม่อยากได้อะไรแล้ว” บ็อบทำท่าคิดแล้วตอบขึ้นมา
“ร้อยถัง! เ้าจะเอามาเทอาบรึไง”
“เอาน่าลูกพี่ เอามาเรียงๆ กักตุนไว้ เวลาเห็นแล้วมันจะได้รู้สึกกระชุ่มกระชวย”
แกรนด์หมดคำพูดทันที เขาเดินออกมาจากในบ้านและวิ่งไปยังเมืองด้วยความเร็วสูงสุด
“คุณหนู นี่ก็ครึ่งเดือนมาแล้ว ไม่ใช่ว่าเ้าหนุ่มนั่นจะชิ่งเหรอขอรับ” ชายวัยกลางคนที่ทำงานในร้านเอ่ยขึ้น เขาเป็หนึ่งในคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น
“ข้าเชื่อว่าข้ามองคนไม่ผิด” หญิงสาวยิ้มพร้อมเดินตรวจสอบสินค้าในร้าน
สักพักก็มีคนเดินเข้ามาในร้าน
“เป็ท่านนั่นเอง เชิญข้างในก่อน” หญิงสาวยิ้มพร้อมผายมือให้แกรนด์ไปนั่งที่โต๊ะรับรองลูกค้า
“ข้าเชื่อว่าท่านต้องกลับมาอีกแน่นอน”
“อะไรทำให้เชื่อว่าข้าจะกลับมาอีก? ลูกธนูหัวเหล็ก 200 ดอกที่ให้ข้าไปราคาไม่ใช่น้อยๆ เป็ความเสี่ยงที่สูงนะสำหรับการเจอกันครั้งแรกแล้วเสนอให้แบบนั้น”
“จากประสบการณ์ของข้าที่เจอลูกค้ามาหลายประเภท ข้าพอดูออกจากแววตาของท่าน ท่านคงไม่อยากลดตัวลงไปเทียบกับเ้าพวกสารเลวที่แค่ 3 เหรียญเงินก็เบี้ยวหรอกใช่มั้ย” หญิงสาวยิ้มพร้อมกับรินน้ำชาให้
“ข้าขอทราบนามของท่านจะได้หรือไม่?”
“ข้าชื่อแกรนด์” ชายหนุ่มพูดพลางยกชาขึ้นจิบ
“คุณอริสมีความเกี่ยวข้องยังไงกับร้านนี้งั้นหรอ?” แกรนด์ถามด้วยความสงสัย
“ข้าเป็ลูกสาวของเ้าของร้านนี้เอง ร้านของเราเป็ร้านรับซื้อและขายวัตถุดิบและอาวุธที่ใหญ่เป็อันดับสองในเมืองกลอเซนแห่งนี้ และร้านเรายังรับหาสินค้าอย่างอื่นที่ลูกค้า้าอีกด้วย ทั้งนี้ร้านเรามี 3 ชั้น ชั้นแรกนี้เป็หน้าร้านที่มีของโชว์ต่างๆ ให้ลูกค้าทั่วไปเลือก ชั้นสองจะเป็โซนสินค้าหายากต่างๆ ชั้นที่สามเป็ชั้นที่เป็ที่รองรับแขกพิเศษของร้านเรา ซึ่งท่านพ่อข้าจะเป็คนต้อนรับด้วยตัวเอง” อริสอธิบายด้วยสีหน้าเป็มิตรพลางจิบชาร่วมด้วย
“แล้ววันนี้ท่านแกรนด์มีธุระอะไรกับทางร้านเรางั้นหรือ ถ้าข้าเดาท่านคงมีสินค้ามาขาย”
“ถูกแล้วล่ะ ข้ามีของมาขายนิดหน่อย อื้อ ลูกธนูที่ให้ข้าไป ข้าใช้มันพังหมดแล้ว ว่าจะมาซื้อใหม่ด้วย”
“ใช้พัง?” อริสขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ถ้าเป็เช่นนั้นข้าขอดูสินค้าที่ท่านนำมาด้วย”
แกรนด์ดีดที่ตุ้มหูและส่งของที่เก็บไว้ออกมา ทันทีที่ของทั้งหมดออกมากองที่ด้านหน้าอริสสีหน้าเปลี่ยนไปเป็ตะลึงเล็กน้อย คนงานในร้านก็ทำหน้าตกตะลึงเช่นกัน หลังจากตรวจสอบเสร็จแล้วอริสทวนรายการสินค้าอย่างตื่นเต้น
“หนังวัวป่าสามหาง 126 ผืน
อุ้งตีนหมีดำูเา 54 ชิ้น
หนังหมีดำูเา 27 ผืน
หนังหมีไฟูเา 4 ผืน
ปากนกหัวขวานปากเหล็ก 1 ชิ้น!
สินค้าทุกชิ้นล้วนคุณภาพดีเยี่ยม ทางเราได้เพิ่มราคาให้ 50% รวมราคาสินค้าทั้งหมด 1200000 เหรียญ!”
แกรนด์ยืนทึ่งตัวแข็งไปสักพัก เขาไม่รู้เลยว่าแค่ปากนกหัวขวานปากเหล็กแค่ชิ้นเดียวก็ราคา 24 เหรียญเงินไปแล้ว เขาคำนวณคร่าวๆ ตอนที่เดินทางมาที่นี่ถ้าได้สักแสนสองแสนเหรียญก็น่าจะโอเคแล้ว ถ้าได้ไม่ถึงก็อาจจะต่อราคาขึ้นอีกได้ แต่นี่ ล้านสองแสนเหรียญ!!
‘ข้ากำลังจะรวย!!!’ แกรนด์คิดในใจและอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้
เมื่อเห็นแกรนด์นิ่งเงียบอริสรู้สึกแปลก ‘รึว่าข้าเสนอราคาต่ำไป?’
“ทางเรามีของขวัญพิเศษให้ท่าน โปรดรอสักครู่” อริสสั่งให้คนงานในร้านไปเอาของบางอย่างออกมา สักพักชายหนุ่มหลายคนแบกของต่อกันเป็แถวเข้ามา
“ทางร้านเราขอมอบลูกธนูหัวเหล็ก 1000 ดอกให้ท่านเป็ของขวัญ” หญิงสาวพูดพลางยื่นป้ายที่ทำจากโลหะเป็สัญลักษณ์อะไรสักอย่าง
“นี่เป็เครื่องหมายพิเศษของทางร้านเรา ท่านคือแขกพิเศษที่สามารถขึ้นไปบนชั้นที่3ของร้านเราได้”
แกรนด์พยักหน้าอย่างพึงพอใจและเก็บลูกธนูหัวเหล็กเข้าไปในตุ้มหูทองคำ
อริสสังเกตชายหนุ่มมาสักพักแล้ว เนื่องจากมองไม่เห็นหญิงสาวจึงได้แต่คาดเดา มีอุปกรณ์ที่เก็บของมาขายมากมายขนาดนั้นมาขายได้ต้องเป็แหวนมิติระดับเงินแน่นอน อีกทั้งของที่เอามาขายจำนวนมาก เป็ไปไม่ได้ที่จะล่าเพียงลำพังโดยเวลาแค่เดือนกว่า เป็ไปได้ว่าเขาอาจมีกองกำลังที่นักล่ามืออาชีพที่มีสมาชิกอยู่มากมายเป็แน่
“ท่าน้าของสิ่งใดในร้านของเราหรือไม่?”
“วันนี้ข้าขอแค่ ขนมปัง 2000 ก้อน ชีส 500 กิโล เบียร์ 100 ถัง เหล้ารัม 50 ถัง เอาแค่นี้ก่อน ข้ารู้สึกอีกไม่กี่วันอาจจะได้เข้ามาอีกน่ะ”
อริสได้ยินดังนั้นยิ่งทำให้ปักใจเชื่อว่าเขามีกองกำลังนักล่าอยู่จำนวนมากแน่ๆ
“สินค้าทั้งหมดนี้ข้าคิดกับท่านแค่ 50 เหรียญเงิน ข้าขอเวลาเตรียมสินค้าสัก 2 ชั่วโมง ท่านสามารถไปทำอย่างอื่นในเมืองรอก่อนได้” อริสยื่นส่วนที่หักเหลือให้แกรนด์ 1เหรียญทองกับอีก150เหรียญเงิน ชายหนุ่มรับมาอย่างอารมณ์ดี ในใจนั้นมีเพียงคำว่า ‘ข้ารวยแล้ว’ วนเวียนในหัวอยู่อย่างไม่อาจถอนออกได้
“อืม งั้นเดี๋ยวข้ากลับมานะ” แกรนด์พูดพร้อมเดินออกไปนอกร้าน
เวลานี้เป็่สายๆ บรรยากาศในย่านการค้าค่อนข้างคึกคัก ร้านค้าเล็กใหญ่ต่างส่งเสียงเรียกลูกค้ากันตามรายทาง เหล่าพ่อค้าที่มาซื้อขายสินค้าและขนไปขายต่างเมืองมากันเป็กลุ่มๆ
เขาใช้สกิลตรวจสอบเพื่อประเมินพลังของกลุ่มขบวนสินค้า สกิลตรวจสอบพลังเป็ทักษะที่ใช้ระบุระดับพลังของคนอื่น ทักษะนี้เป็ทักษะที่ถือว่ามีประโยชน์มากทีเดียว แต่ผู้มีพร์ส่วนมากจะไม่ฝึกกัน เพราะเป็ทักษะที่ใช้สมาธิและเวลาฝึกยาวนาน ซึ่งผู้มีพร์ส่วนมากจะเน้นทุ่มเทกับการฝึกพลังเพื่อเพิ่มพลังและวิชาเฉพาะตัวมากกว่า ซึ่งใครที่ฝึกสกิลตรวจสอบควบคู่ไปด้วยมักจะโดนคนรุ่นเดียวกันทิ้งห่าง ซึ่งเกิดจากการแบ่งเวลามาฝึกหลายๆ วิชานั่นเอง ดังนั้นทักษะนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่มีพร์หรือไร้พลังเพราะถึงไม่มีพลังในการต่อสู้แต่ก็เป็ที่้าในหน่วยหรือกองกำลังต่างๆ ทำงานเป็ผู้สังเกตการณ์หรือหน่วยสอดแนมอะไรทำนองนี้
‘สแกน’ ชายหนุ่มเพ่งสมาธิและมองไปที่กลุ่มคนกลุ่มต่างๆ ทักษะนี้จำเป็ต้องใช้พลังสมาธิพอสมควร จึงทำให้การใช้แต่ละครั้งใช้ได้ไม่นานนัก จากการตรวจสอบเขาพบว่าผู้คุ้มกันส่วนมากเป็นักรบ มีผู้ใช้เวทย์บ้าง ส่วนมากจะอยู่คลาส 3-4 ซึ่งถ้าระดับยิ่งสูงค่าจ้างยิ่งแพง ถ้าเป็ขบวนการค้าขนาดใหญ่เช่นในเมืองหลวงอาจมีผู้คุ้มกันคลาส 6-7 เลยทีเดียว ทหารประจำการในเมืองนั้นทุกคนจะต้องมีพลังที่คลาส 2 ซึ่งถ้าสูงกว่านั้นจะได้รับเลื่อนเป็หัวหน้าทหารตามลำดับขั้น ในขณะที่เดินตรวจสอบและหาสินค้าอื่นๆ อยู่นั้น พลันสายตาก็มองเห็นคนผู้หนึ่ง
“โอ้ เจอคนรู้จักซะแล้วสิ” แกรนด์มองไปที่ชายหนุ่มผู้หนึ่งที่เดินนำหน้าทหารหลายสิบนายเพื่อตรวจความเรียบร้อยในเมือง เขาน่าจะมีอายุพอๆ กับแกรนด์ ผมสีน้ำตาลเข้ม ใบหน้าดูดี ดวงตาเต็มไปด้วยความทระนงตามแบบคนตระกูลชนชั้นสูง
‘สแกน’ เขาเพ่งสมาธิมองไปที่ชายคนดังกล่าว หากใช้ทักษะตรวจสอบพลังในแต่ละคลาสจะถูกระบุเป็ % ซึ่งถ้าตรวจสอบพลัง 1-30%จะถูกเรียกว่าเป็พลังขั้นต้น 31-60%ขั้นกลาง 61-90%ขั้นสูง 91-100%ขั้นสุดยอดถ้าผู้ใดถึง100%ของคลาสนั้นๆ จะติดอยู่ที่พลังจุดนี้ เรียกว่า คอขวด ซึ่งการจะทลายคอขวดขึ้นไปนั้นเป็เื่ยาก จะต้องฝึกอย่างหนักหน่วง ทำความเข้าใจในพลังขั้นต่อไปให้ได้ ซึ่งเมื่อเลื่อนคลาสไปแล้วพลังจะเพิ่มขึ้นมาหลายเท่า ตระกูลที่ร่ำรวยบางตระกูลจะซื้อยากระตุ้นเพื่อให้ทายาทหรือผู้มีพร์ในตระกูลทะลวงคอขวดนี้ ซึ่งแน่นอนว่าราคานั้นสูงลิ่ว
“ผู้ใช้เวทย์คลาส 4 พลัง 76% โอ้ ผู้หลอมเวทย์ขั้นสูงนี่เอง ก็สมกับเป็เ้าล่ะนะ เอลรอน” แกรนด์ยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย