“ทำไงดีพี่แอฟ”
“ลงไปแล้วสารภาพคงไม่มีอะไร” อัปสราปลอบใจตัวเองและเหล่าสหายร่วมขบวนการ หญิงสาวดับเครื่องยนต์แล้วก้าวลงจากรถ
เอาวะ เขาคงไม่ะโมางับคอหรอกมั้ง!
ปกติก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผลนี่นา ครั้งนี้คงยอมฟังกันบ้าง
“ปั๊บหลอกทุกคนไปเองไนกี้กับพี่แอฟไม่รู้เื่ด้วย” ปั๊บรีบอธิบายเมื่อเห็นชยณัฐยืนทำหน้าเป็ั์วัดแจ้งอยู่ข้างประตู
“ผมอยากตามไปด้วยเองพี่ปั๊บห้ามแล้ว ถ้าจะลงโทษก็เป็ผมคนเดียวนะน้าไนซ์”
“ไม่ต้องแก้ตัว กลับเข้าไปห้องตัวเองทั้งคู่” น้าไนซ์เอ่ยเสียงเข้ม ”ส่วนคุณตามมา”
‘คุณ’ เหรอ? นี่เป็ครั้งแรกที่หมอหนุ่มใช้สรรพนามกับเธอแบบนี้
สงสัยคราวนี้จะโกรธจริง
ตายแน่! นังแอฟรายได้หดหายแน่!
“ไปไหนกันมา” ชยณัฐหันกลับมาถามเสียงเรียบขณะหยุดยืนอยู่กลางห้องรับแขกโดยมีหญิงสาวรุ่นพี่ยืนรอฟังคำพิพากษาอยูููู่ในระยะเอื้อมมือถึง
“หมอก็รู้แล้วนี่่จะถามทำไม”
“ไปทำไม”
“ไปสนามบินไปกินข้าวมั้ง” อัปสราเริ่มรวน
“พี่แอฟ!”
“ไปส่งเพื่อน”
“เพื่อนเหรอ เพื่อนใคร”
สงสัยซ้อมไว้เปิดร้านซักรีด จะซักให้ขาวสะอาดเลยหรือไงนะ
“จะเอายังไงว่ามาเลยดีกว่า พี่ไม่ใช่จำเลยของหมอนะ”
“โอเค งั้นถามใหม่ อาทิตย์ก่อนไปทำอะไรกันที่สถานีตำรวจ”
คราวนี้หมอหนุ่มจ้องหน้ารุ่นพี่สาวเขม็ง “ว่าไง มีคำอธิบายดีๆ มั้ย”
ฮือออ...เอามีดมาแทงกันเลยดีกว่า!
“ไปทำธุระนิดหน่อย”
“ธุระที่สถานีตำรวจน่ะนะ” ดวงตาคมกริบมีแววไม่เชื่อชัดเจน
อัปสราจ้องหน้าหมอหนุ่มตาไม่กระพริบ
ขอล่ะอย่าถามอะไรนักเลย เธอบอกไม่ได้จริงๆ
ความลับระหว่างเธอและสองหนุ่มนั่นมันจะไม่มีวันหลุดออกจากปากเธอแน่นอน หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่มีวัน
“จะพูดดีๆ หรือให้ผมหาคำตอบเอง”
“ธุระส่วนตัว”
“มีอะไรที่บอกไม่ได้”
“เราเป็อะไรกันพี่ถึงต้องรายงานหมอทุกเื่”
“อยากเป็มั้ยล่ะ พี่จะเอาสถานะไหนผมให้ได้หมด” ชยณัฐก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทีคุกคาม ั์ตาสีน้ำตาลเข้มยังมีแววคาดคั้นผสมอยู่จนเธอต้องหลบตาในที่สุด
ดะ…เดี๋ยวนะเรากำลังคุยกันเื่ไปสถานีตำรวจทำไมถึงกลายมาเป็แบบนี้ไปได้
“ว่าไง”
“ว่าไง อะไร”
“ต้องอยู่สถานะไหนผมถึงจะมีสิทธิ์ถาม” ชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้อีกจนเธอต้องถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่างเอาไว้
“ถามได้ทุกสถานะส่วนพี่จะตอบหรือเปล่านั่นเป็อีกเื่” เท้าก้าวถอยหลังไปอีกก้าวเมื่อเขายังไม่มีวี่แววว่าจะหยุดอยู่แค่นั้นจนเธอชนกับชุดรับแขกกลางห้อง
“หมอ…หยุด!” อัปสรายกมือสองข้างกันไว้
“ธุระอะไรที่สถานีตำรวจ” ชยณัฐยังไม่ลืมคำถามแถมยังรวบมือทั้งสองข้างของเธอแล้วกดลงแนบข้างลำตัว
“เข้าใจคำว่าส่วนตัวมั้ย” หญิงสาวพูดเสียงดังก่อนจะเบิกตากว้างอย่างใเมื่อถูกดันให้ถอยหลังจนล้มลงบนโซฟาตัวใหญ่
“แล้วมันสำคัญตรงไหน”
“ว๊าย!” ร่างบางพยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งแต่กลับถูกกดให้จมลงไปเก้าอี้ยิ่งขึ้นไปอีก
“หมอจะทำอะไร!”
“ในเมื่อไม่ยอมพูดดีๆ ผมก็มีวิธีหาคำตอบเองได้”
“มะ…ไม่เล่นแบบนี้นะหมอ”
“ไม่เล่น เอาจริง” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาชิดจนปลายจมูกแตะกันแล้วค้างเอาไว้
“จะพูดไม่พูด”
ฮึ่ยยย! ทำไมต้องเอาหน้ามาใกล้ขนาดนี้เนี่ย!
“พ่อพี่เป็ตำรวจ พี่จะไปสถานีตำรวจก็ไม่แปลกใช่มั้ย”
หมอหนุ่มนิ่งจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย
“ใช่ไม่แปลกถ้าไม่มีไอ้สองตัวนั่นไปด้วย” นิ้วเรียวยาวปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยบังใบหน้าสวยๆ ออกให้อย่างแ่เบาก่อนจะใช้ปลายนิ้วไล้มาตามแก้มและหยุดที่ริมฝีปากบาง
“ทีนี้จะบอกได้หรือยังว่าไปทำอะไรกันที่นั่น”
“หมอก็ไปถามปั๊บกับไนกี้สิ”
“ถามแน่แต่อยากให้พี่สารภาพก่อนโทษหนักจะได้เป็เบา”
“พี่ไปทำธุระ” หญิงสาวยังยืนยันคำตอบเดิม
“ให้ตอบใหม่ครั้งสุดท้าย”
“ไป-ทำ-ธุ-ระ” ริมฝีปากหนาฉกวูบลงมาก่อนที่จะสิ้นวลีสุดท้าย
“อื้อ!”
************************
“หนาวมั้ย” ชยณัฐเหลือบมองผู้โดยสารสาวเป็ระยะๆ เอื้อมมือไปหรี่แอร์ลงเมื่อเห็นหล่อนกอดอก
“…”
“หิวมั้ย”
“…”
ไม่รู้โกรธหรืออายเพราะั้แ่ขึ้นรถมา ไม่สิ...ั้แ่ออกจากบ้านเลยต่างหากเธอก็นิ่งเงียบมาโดยตลอด
ใบหน้าสวยราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์จนพลขับไม่กล้าตอแย
สงสัยงานจะงอก!
“โกรธเหรอ” นิ้วเรียวยาวจิ้มลงมาเบาๆ ตรงข้างแก้มทำเอาหญิงสาวใจนผงะขยับตัวไปชิดประตู
ทุกทีเห็นเก่งไปเสียหมด ไม่นึกว่าแค่เพียงจูบแบบเด็กๆ นั่นจะทำให้ติวเตอร์สาวตื่นตระหนกได้ถึงเพียงนี้
จูบแบบเด็กอนุบาล...ไม่สิจัดเรตให้เป็ระดับประถมแล้วกัน
แค่ชิมนิดๆ ยังหวานขนาดนี้ แล้วถ้าถึงขั้นจูบแบบมหาวิทยาลัยจะหอมหวานชื่นใจขนาดไหนนะ
อยากจูบอีก...ทำไงดี...
หมอหนุ่มชำเลืองมองริมฝีปากบางที่เ้าตัวเผลอเม้มแน่น เห็นรอยช้ำและบวมนิดๆ
เฮ้อ...จะมีโอกาสอีกทีเมื่อไหร่เนี่ย
ท่าจะยากที่จะมีโอกาสเข้าใกล้อีก ดูสิตอนนี้ร่างบางแทบจะแทรกหายไปกับประตูรถอยู่แล้ว
“ฝันดีครับ” คำกล่าวลาของทันตแพทย์ชยณัฐแทบจะไม่ทันเข้าหูคนฟังเพราะหญิงสาวชิงเปิดประตูรถแล้วก้าวลงไปเสียก่อน
ปัง!
อัปสราทิ้งตัวลงบนที่นอนขนาดคิงไซส์แล้วฟุบหน้าลงกับหมอนใบนุ่ม
อี๊ย! ไอ้หมอบ้าถือดียังไงมาจูบ ไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย
‘บอกๆ บอกแล้วๆ’
ใบหน้าหล่อใสเงยหน้าขึ้นเมื่อเก็บเกี่ยวความหวานจากปากของคนใต้ร่างจนพอใจ
‘ไม่อยากฟัง’ เขายังคลอเคลียอยู่กับหัวไหล่เนียนที่พ้นคอเสื้อออกมา
‘หมออย่าทำอย่างนี้สิ’
‘ทำอะไร’
‘อื้อ!...หยุดก่อน พี่บอกแล้ว’
‘ไม่ฟัง ไม่ต้องหาคำโกหกแล้ว’ ว่าแล้วก็กดจูบลงบนริมฝีปากนิ่มอีกครั้งขณะที่เ้าของร่างบางนิ่งงันไปเพราะกำลังช็อกที่จู่ๆ ก็ถูกฉกฉวยจูบไปอย่างหน้าตาเฉย
‘พะ...พอหมอ พอเถอะ” อัปสราห้ามเสียงสั่น มือไม้อ่อนไปหมดไร้เรี่ยวแรงที่จะห้ามปราม
ฮือ...รู้สึกหวิวๆ เหมือนใจจะขาด
‘เดี๋ยวผมไปส่ง’ ชยณัฐตัดใจจูบหนักๆ ครั้งสุดท้ายก่อนจะผละออก
หลังจากนั้นหญิงสาวก็เดินตามหมอหนุ่มมาขึ้นรถราวกับหุ่นยนต์ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าถึงบ้านตอนไหนกระทั่งเขาเปิดประตูรถให้เธอนั่นแหละ
คราวนี้จะมองหน้าเขายังไง!
***********************
“เข้าเดือนธันวาแล้วยังไม่หนาวเลย ร้อนอะไรเยี่ยงนี้” ทันตแพทย์หญิงกวิตายกวารสารวิชาการต่างประเทศเล่มบางขึ้นโบกพัดไปมา
ใกล้เทศกาลขึ้นปีใหม่แล้วปีนี้อากาศยังคงร้อนต่างจากปีก่อนๆ ที่พอจะมีโอกาสได้รื้อเสื้อแขนยาวจากตู้มาใส่บ้าง
“ยืมเล่มนี้”
“ส่งอีกทีวันจันทร์หน้านะหมอ” อัปสราประทับตราวันกำหนดส่งแล้วยื่นหนังสือให้ทันตแพทย์สาว
“ทำยืมล่วงหน้าให้สองอาทิตย์เลยเดี๋ยวเราลาพักผ่อน”
“หมอจะไปเที่ยวไหน”
“ปีนี้ต้าร์กะว่าจะขึ้นเหนือแอฟไปด้วยกันมั้ย” กวิตาเอ่ยชวนหัวหน้างานห้องสมุดที่เช้านี้ให้บริการยืม-คืนหนังสือแทนเ้าหน้าที่ธุรการ
“ติดสอน”
“นึกแล้วเชียวจะหาเงินไปทำไมมากมาย ใช้ตัวคนเดียวลูกหลานก็ไม่มี”
“อ้าว...ทีตัวเองล่ะยังรับจ็อบไม่เว้นวันพอเราทำบ้างก็ทำมาเป็พูด”
“ต้าร์มีจุดมุ่งหมายจ้ะว่าปีหน้าจะต้องมีนมเป็ของตัวเอง ส่วนแอฟไม่เห็นจะมีโปรเจกอะไร แค่กินอยู่วันๆ จะใช้สักเท่าไหร่เชียว”
“เก็บเงินไว้เลี้ยงผู้ชายตอนแก่”
“คงมีใครได้กินเงินพี่แอฟอยู่มั้ง” บิวหัวเราะเพราะรู้ดีกว่าลูกพี่สาวงกแค่ไหน
“อ้าว ไปไหนมาบิวเห็นว่าวันนี้มาถึงั้แ่เช้า” อัปสราถามผู้ใต้บังคับบัญชา
“แวะไปห้องกายภาพมาพี่”
“เป็อะไร ไปหาเพื่อนหรือไปทำกายภาพ”
“ไปแคสบทละคร”
“จริงสิ ใกล้ปีใหม่แล้วนี่นาเดี๋ยวก็ต้องมีกีฬาสี”
“อารมณ์ไหนปีนี้ถึงได้ไปแคสบท” ทันตแพทย์หญิงกวิตาถามอย่างอยากรู้
“เพื่อนงานกายภาพเขาชวนบอกว่าปีนี้จะทำละครเวทีแสดงตอนงานเลี้ยงกลางคืน”
“อ๋อ รู้สึกว่าพี่เขาก็มาจีบไนซ์เหมือนกันนะไม่รู้ว่าตอบตกลงหรือเปล่า แล้วบิวแคสบทอะไร”
“นางเอก” สาวอวบประจำงานห้องสมุดตอบยิ้มๆ
“ห๊า! จริงเหรอ” อัปสราและกวิตาอ้าปากค้าง
“จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไป พี่แป๋วให้ปิดไว้ก่อน”
“แล้วเป็ไงมีแววว่าจะได้เป็นางเอกมั้ย” อัปสราพลอยตื่นเต้นไปด้วย
น้องในฝ่ายไปแคสบทนางเอกเชียวนะ น่าปลื้มใจน้อยเสียเมื่อไหร่
“ไม่รู้เลยพี่ ไปถึงก็ถูกจับชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูงเท่านั้นเอง”
“แคสบทนางเอกอะไรแบบนี้ไม่เคยได้ยิน” สองสาวมองหน้ากันแล้วได้แต่สงสัย
“พี่แป๋วจะมีเซอร์ไพรส์อะไรอีกเนี่ย เชื่อเลยพี่แกไม่เคยทำให้ผิดหวัง”
“แล้วประกาศผลเมื่อไหร่ หาอะไรไปเซ่นสาวๆ กายภาพดีมั้ย”
“ว่าแต่บทพระเอกเถอะหวยจะไปตกที่ใคร”
“ต้าร์ว่าต้องเป็น้องใหม่อย่างไนซ์หรือไม่ก็หมอเมดที่มาใหม่อ่ะ”
หมอไนซ์! แค่ได้ยินชื่อใจก็หายวาบ
“อูยยย...หล่อแพ็กคู่เลือกไม่ถูกเลย หมอต้าร์ไปล็อกให้บิวเลยนะสนิทกับพี่แป๋วหรือเปล่า”
“รอไนซ์มาลองถามดูสิว่าตกลงรับเล่นหรือเปล่า ถ้าไนซ์รับนะบิวก็เข้าทางพระเอกก็สิ้นเื่”
“อืมใช่ ล็อกสเปกกับหมอไนซ์ดีกว่า”
“งานนี้คงวิ่งเต้นกันฝุ่นตลบ” กวิตาหัวเราะ “ปีนี้น่าสนุก อยากรู้วันประกาศผลแคสนักแสดงแล้วสิ “เดี๋ยวไนซ์มาบิวก็จีบเลยเห็นบอกว่าไม่มีเพื่อนกินข้าว อ้อ...ถ้าสั่งข้าวก็เผื่อนางด้วยนะอาทิตย์นี้หนุ่มๆ ตึกทันตะไปออกหน่วยต่างจังหวัดกันหมด”
ห๊า! นี่เขาจะมากินข้าวด้วยเหรอ...อยู่ไม่ได้แล้วนังแอฟหนีไปไหนดี?!