ตอนที่ 1 นายกเทศมนตรีกู้ชิง (8)
ณ แกรนด์บอลรูมงานกาล่าภายในโรงแรมแกรนด์นครเจียงเวลานี้ ผู้คนที่เดิมทีห้อมล้อมนายกเทศมนตรีเป็จุดศูนย์กลาง ก็ค่อยๆ แบ่งเป็สามกลุ่มสนทนา โดยห้อมล้อมตระกูลหยวน ตระกูลเซวียและข้าราชการเทศบาลนครเป็จุดศูนย์กลาง
ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาค่อนข้างละม้ายหยวนจุนกระเถิบเข้าไปข้างๆ หูเขาเขาแล้วเอ่ยไปประโยคหนึ่งว่า “พี่รอง พี่ว่าเมื่อคืนเซวียติ้งกับเซินฝานจีได้กันยัง” ค่ำนี้คู่ข้าวใหม่ปลามันแทบจะไม่ได้คุยกันเท่าไร
หยวนจุนไม่มีกะใจจะตอบน้องชายผู้เป็ที่สุดของขาเมาท์
เมื่อพบว่าพี่ชายไม่สนใจไยดีเื่การหลับนอนของคนอื่น หยวนเยี่ยนก็เปลี่ยนข้อหัวสนทนา “ทำไมต้องช่วยนายกเทศมนตรีนั่นล่ะ”
สำหรับนักการเมืองคนหนึ่งที่แสนจะธรรมดา หากว่าไม่ได้ใจถึงและใจเด็ดมากพอ ก็ไม่คู่ควรให้สมาคมด้วย
แต่ทว่าท่าทีของเซวียติ้งมีพิรุธเหลือเกิน ผู้ที่ไม่แยแสพวกชาติกำเนิดบ้านๆ อย่างเขา กลับออกตัวเข้าไปผูกมิตรกับกู้ชิง นี่ไม่ใช่วิสัยของเขา บางทีนายกเทศมนตรีผู้นั้นอาจมีจุดเด่นบางอย่างที่เหนือกว่าคนอื่น แต่ทำไมเขาถึงไม่เห็นว่าจะมีอะไรเลยละ
“นักการเมืองคนหนึ่งที่ไร้เส้นสาย แถมยังไม่มีคนอุปถัมภ์คอยหนุนหลัง แต่กลับนั่งตำแหน่งนายกเทศมนตรีด้วยความมั่นคงได้อย่างราบรื่น นายคิดว่าต้องพึ่งอะไรล่ะ” หยวนจุนยกแก้วแอลกอฮอล์ดื่มไปอึกหนึ่ง แล้วกวาดสายตาไปทั่วงาน พลางเผยความหมดอรรถรสอยู่บ้าง
“ผลงานราชการไง” หยวนเยี่ยนตอบคำ “แต่ในประวัติของเขา ก็ไม่ได้สร้างผลงานราชการยิ่งใหญ่อะไร แต่กลับเกือบเข้าไปพัวพันกับการเมืองภายในของพวกราชการ แล้วก็คดีคอร์รัปชั่นรับสินบนด้วยซ้ำ”
“ถ้านายนั่งตำแหน่งของเขา จะพ้นคดีพวกนั้นอย่างไร้มลทินได้ไหมล่ะ”
“เอ่อ...พูดยากอ่ะ แต่ผมว่า ที่เขาไต่เต้าในงานราชการมาถึงตำแหน่งอย่างทุกวันนี้ได้ คงพึ่งโชคล้วนๆ มากกว่า”
“โชคที่นายว่ามา ในโลกนี้จะมีกันสักกี่คนเหรอ”
ถึงแม้พี่รองจะพูดเช่นนี้ หยวนเยี่ยนก็ยังคงคิดว่าเนื้อแท้ของกู้ชิงเป็คนบ้านๆ สาเหตุที่ขึ้นตำแหน่งนี้ได้อย่างราบรื่น คงพึ่งส้มหล่นล้วนๆ เลยมากกว่า
“แต่ก็จริงที่เซวียติ้งแสดงท่าทีน่าสงสัยเอามากๆ กับนายกเทศมนตรีนั่น ถ้าพี่รองคิดว่าเขามีจุดเด่นที่ไม่เหมือนคนอื่น ผมจะส่งการ์ดเชิญไปให้เขาอีก”
“ไม่ต้อง”
หยวนจุนวางแก้วแอลกอฮอล์ลงแล้วลุกขึ้น ก่อนจะเอ่ยว่า “กลับกัน” หยวนเยี่ยนเดินตามหลังออกจากแกรนด์บอลรูมงานกาล่าไปพร้อมเขา
ทางโซฟาอีกตัว เซวียติ้งที่เจรจาเื่การดำเนินการเข้าลงทุนในต่างประเทศกับเอกอัครราชทูตอยู่ ก็กวาดตามองแผ่นหลังของสองพี่น้องตระกูลหยวนที่เดินกลับกันไปทีหนึ่ง เซินฝานจีข้างกายเขายังคงประดับรอยยิ้มในแบบเดียวกันไว้บนใบหน้า ราวกับเป็หน้ากากหน้ายิ้มอันงดงามที่ถูกตรึงไว้
การทำงานของเช้าวันอังคารในวันต่อมา กู้ชิงเป็ฝ่ายเรียกเปิดการประชุมบริหารเทศบาลนคร รองนายกเทศมนตรีทั้งเจ็ดและผู้นำจากหน่วยงานต่างๆ ต่างเข้าร่วมการประชุม เริ่มที่ประเด็นเศรษฐกิจไปถึงความเป็อยู่ของพลเมือง ต่อด้วยประเด็นบุคลากรดีเด่น แล้วนำเข้าสู่แผนงานในอนาคต ประเด็นการคงไว้ซึ่งปัจจัยแวดล้อมเชิงบวกทางธุรกิจ ประเด็นดึงดูดการลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้เพิ่มขึ้น เป็ต้น เขาอภิปรายจนจบการประชุมภายในคราวเดียว
นอกจากวันนี้จะมีการประชุมบริหาร ก็ไม่มีกำหนดการทำงานอื่นอีก
เมื่อจบการประชุม เขาก็กลับไปยังห้องทำงาน เวลานี้เอง เลขาหยางเตี่ยนซือก็นำกล่องของขวัญสีดำใบหนึ่งเข้ามาให้ โดยแจ้งว่าพนักงานจากร้านค้าแห่งหนึ่งนำมาส่ง ห้องธุรการชั้นหนึ่งเป็ผู้เซ็นรับ
หลังวางกล่องของขวัญลง เขาก็ถามกู้ชิงว่า วันนี้ยังมีกำหนดการทำงานอื่นอีกหรือไม่ กู้ชิงตอบว่ายังไม่มี ถ้าหากว่ามีงานให้ทำ จะเรียกตัวเขาอีกที
หยางเตี่ยนซือรับคำว่า “รับทราบแล้วครับ” ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานนายกเทศมนตรี
หลังเขาเดินออกไป กู้ชิงก็หยิบกล่องของขวัญสีดำที่ประดับลวดลายสีทองหม่นอันงดงาม ก่อนจะเปิดกล่อง ข้างในมีนามบัตรหนึ่งใบพร้อมชุดสูทหนังแกะแท้ฝีเข็มละเอียดลายสก็อตสีน้ำเงินอีกหนึ่งชุด
นามบัตรเป็ของหยวนจุน ้าระบุชื่อสกุลและเบอร์โทรศัพท์ของเขา
ขณะกำลังนั่งบนเก้าอี้หนัง กู้ชิงก็ประสานมือวางบนโต๊ะ พลางคิดหาวิธีคืนสูทชุดนี้กลับไป
ท้ายที่สุด เขาก็ปิดฝากล่อง แล้วเก็บกล่องของขวัญเข้าลิ้นชัก
หลังเลิกงาน่เย็น เขาก็ขับรถตรงไปยังองค์กรทดลอง
เ้าหน้าที่องค์กรทดลองส่งเสื้อสูทคืน พร้อมส่งผลการทดลองให้ โดยแจ้งเขาว่าไวน์แดงของเขามีส่วนประกอบของสารเคมีโซเดียมไธโอเพนทอล ซึ่งสารเคมีโซเดียมไธโอเพนทอลก็คือหนึ่งในส่วนผสมของทรูธเซรุ่ม[1] จึงสรุปได้ว่า เขาน่าจะโดนวางยาด้วยทรูธเซรุ่ม
หลังเสร็จจากการฟังผลการทดลอง เขาก็เก็บเสื้อไว้ ก่อนจะพับเก็บผลการทดลอง แล้วออกจากองค์กรไป
เชิงอรรถ
^ ทรูธเซรุ่ม (Truth Serum) เซรุ่มชนิดหนึ่งที่สามารถทำให้การทำงานของสมองช้าลง เชื่อกันว่าสามารถทำให้ผู้ได้รับเซรุ่มพูดความจริง