บทที่ 26 เป็ไปได้หรือว่าจะเป็ของล้ำค่า?
ก่อนหน้านี้คิดว่าถูกรมควันจนตายไปแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะหายตัวไปเฉย ๆ
วานรตนนี้ยากที่จะจัดการเกินกว่าที่คาดคิดไว้
"รีบหาเร็วเข้า"
หากมีทางออกอื่นอยู่จริง ที่นี่จะต้องมีประตูลับซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
ทั้งสองคนอยู่ในถ้ำหิน เคาะตรงนั้นที ตรงนี้ที
"พี่ฝาน รีบมาเร็วเข้า"
ไม่นานนัก หลี่โหย่วเต๋อก็ะโเรียก
ซูฝานเดินเข้าไปหา
หลี่โหย่วเต๋อหยิบก้อนหินแตกก้อนหนึ่งขึ้นมา แล้วเคาะผนังถ้ำตรงหน้าอย่างแรงสองสามที ก่อนถามว่า "ท่านได้ยินอะไรหรือไม่?"
ซูฝานพยักหน้า
หลังกำแพงมีเสียงสะท้อนกลับมา!
"มีเสียงสะท้อนหมายความว่าอย่างไร?"
"หมายความว่า ด้านหลังนั้นมีพื้นที่อยู่!"
"นั่นก็คือ..."
"ด้านหลังกำแพงนี้ซ่อนห้องลับไว้!"
"นี่คงเป็ประตูลับ ลิงนั่นต้องซ่อนตัวอยู่ด้านหลังนี้แน่ แต่ข้าาเ็อยู่ ไม่มีแรงมากพอ พี่ฝาน ข้าฝากท่านจัดการด้วย"
หลี่โหย่วเต๋อกล่าวจบก็ถอยไปด้านข้าง
ซูฝานสูดหายใจลึก ค่อย ๆ ยกแขนขวาขึ้น พลังมหาศาลพลุ่งพล่านอยู่ในแขน ก่อนจะทุ่มพลังทั้งหมดชกออกไปหนึ่งหมัด
เปรี้ยง!
ถ้ำสั่นะเื ฝุ่นผงร่วงหล่นลงมา
ทว่า! ถ้ำไม่ได้แตกออก
"แข็งขนาดนี้เชียว?"
ซูฝานชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็รีบยกแขนซ้ายขึ้นทันที แขนมือซ้ายราชันมารฟื้นคืนในความมืด ปราณอัคคีไหลบ่าเข้ามาราวกับคลื่น
ตูม!
คลื่นเพลิงพุ่งเข้าใส่กำแพงประหนึ่งัมหึมา
ดินที่อยู่้าร่วงหล่นลงมาเป็แผ่น ๆ ทว่ากำแพงตรงหน้าก็ยังคงไม่มีร่องรอยแตกร้าวแม้แต่น้อย
"ดูท่าการใช้กำลังคงไม่ได้ผล"
หลี่โหย่วเต๋อขมวดคิ้ว
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งสองคนก็หันไปมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วเอ่ยขึ้นพร้อมกันว่า "มีกลไกซ่อนอยู่!"
ถูกต้อง!
วานรใช้กลไกนี้ในการส่งหินขนาดใหญ่มาไล่บดขยี้พวกเขา ดังนั้นผนังส่วนนี้ก็น่าจะมีกลไกซ่อนอยู่เช่นกัน
ทั้งสองค้นหาอย่างละเอียดภายในถ้ำหิน
ครู่หนึ่งผ่านไป
ซูฝานที่กำลังเคาะผนังอยู่นั้น จู่ ๆ ก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ตรงนี้ดูเหมือนจะหลวม ๆ อยู่?
เมื่อเขาออกแรงกดลงไป ผนังส่วนที่มีขนาดเท่าก้อนอิฐก็ยุบตัวลงไป
ต่อมา...
เสียงดังครืนครานดังขึ้น ประตูลับค่อย ๆ แยกออก ลมเย็นะเืพวยพุ่งออกมา ทำให้ภายในถ้ำหินพลันเย็นราวกับอยู่ในเหมันต์ฤดู
"ช่างหนาวเหลือเกิน"
ทั้งสองคนสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บ พลางหันไปมองประตูลับด้วยท่าทีระแวดระวัง
เมื่อประตูลับถูกเปิดออก บ่อน้ำแห่งหนึ่งก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้า
"ไม่นึกเลยว่าที่นี่จะซ่อนบ่อน้ำเหมันต์ไว้"
ทั้งสองค่อย ๆ เดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง ราวกับก้าวเข้าไปในห้องเย็น สายลมหนาวเสียดแทงกระดูก
บ่อเหมันต์นี้มีขนาดประมาณหนึ่งจั้ง ผิวน้ำใสกระจ่าง ไอเย็นลอยขึ้นมา รอบ ๆ มีไหสุราวางเรียงรายอยู่มากมาย
"ห้องเก็บสุรา?"
"ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่า มีสุราชนิดใดที่ต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เย็นเช่นนี้?"
หลี่โหย่วเต๋อมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
กลิ่นสุราอบอวลไปทั่วห้องเก็บสุรา มีไหสุราอย่างน้อยร้อยไห ทั้งหมดถูกผนึกด้วยขี้ผึ้ง วางซ้อนกันเป็ูเา
"ไปตามหาลิงตนนั้นก่อน"
ซูฝานเอ่ยขึ้น
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวานรนั่นจะต้องซ่อนตัวอยู่แถวนี้
แต่ก่อนที่ทั้งสองจะได้ออกตามหา กิ่งไม้กิ่งหนึ่งก็ยื่นออกมาจากด้านหลังไหสุราหลายใบ
บนกิ่งไม้นั้นมีกางเกงชั้นในสีขาวตัวใหญ่แขวนอยู่ แกว่งไกวเบา ๆ
หลี่โหย่วเต๋อชะงักไปเล็กน้อย เงยหน้ามองไปข้างบน แล้วหัวเราะก๊ากพลางเอ่ยว่า "ไอ้วานร ไม่ใช่ว่าจะเก่งกาจนักหรอกหรือ? แล้วไฉนถึงชูธงขาวยอมแพ้เสียแล้วล่ะ?"
แต่เมื่อมองเห็นกางเกงในตัวนั้นชัด ๆ เส้นเืที่ขมับของหลี่โหย่วเต๋อก็ปูดโปน ะโด้วยโทสะ "นั่นกางเกงในของข้านี่!"
ใบหน้าวานรตนหนึ่งโผล่ออกมาจากด้านหลังไหสุรา มันยิงฟันให้หลี่โหย่วเต๋อด้วยท่าทางที่เหมือนมนุษย์อย่างยิ่ง
"ยิ้มบ้านเ้ารึ!"
หลี่โหย่วเต๋อตบกางเกงขาสั้นของตนแรง ๆ แล้วคว้าคอวานรชูขึ้นสูง
"เอ๊ะ!"
ซูฝานมองดูที่ด้านข้างศีรษะของวานร ทั้งสองข้างมีหูข้างละสามใบ รวมเป็หก
ร่างกายของมันมีขนาดเท่ากับเด็กอายุห้าหกขวบ
ขนทั่วร่างเป็สีทองดั่งผ้าแพร ดวงตากลมโตสีดำสนิทเป็ประกายแวววาว
"ไม่น่าแปลกที่ฉลาดถึงเพียงนี้ ที่แท้ก็เป็ภูตวานรหกหูนี่เอง"
หลี่โหย่วเต๋อมองสำรวจภูตวานรตนนั้น สีหน้าฉายแววเข้าใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยความโกรธเคือง "ถุงเก็บของของท่านอ้วนอยู่ที่ใด?"
ภูตวานรหกหูชี้ไปยังฝั่งตรงข้ามของบ่อเหมันต์ พลางกะพริบตาใส่หลี่โหย่วเต๋อ ทำท่าน่ารักเอาใจ
"เ้าเข้าใจภาษามนุษย์จริง ๆ หรือ?"
ซูฝานเข้าไปใกล้ด้วยความสงสัย ถามอย่างระมัดระวัง "เ้ายังมีพวกพ้องอีกหรือไม่?"
ภูตวานรหกหูส่ายหน้าไปมาราวกับกลองเล็ก ๆ
ไม่เพียงแต่เข้าใจ ยังสามารถแสดงออกได้ด้วย ดูเหมือนว่าวานรน้อยตนนี้กลายเป็ิญญาแล้วจริง ๆ
"พี่ฝาน ภูตวานรหกหูเป็สัตว์วิเศษที่หาได้ยากยิ่ง มีปราณิญญามาแต่กำเนิด และมีพร์พิเศษ ดูจากลักษณะของมัน ตอนนี้คงอยู่ใน่วัยเยาว์ แต่มีความฉลาดเทียบเท่ากับเด็กอายุห้าหกขวบแล้ว"
หลี่โหย่วเต๋อส่งภูตวานรให้ซูฝาน พลางกำชับว่า "ช่วยข้าดูมันไว้ด้วย รอข้าหาถุงเก็บของเจอก่อน แล้วค่อยมาชำระบัญชีกับมันทีหลัง"
กล่าวจบก็วิ่งไปยังฝั่งตรงข้ามของบ่อเหมันต์
อุณหภูมิในห้องเก็บสุราต่ำเกินไป ซูฝานทนไม่ไหว จึงพาวานรกลับไปที่ถ้ำหิน แล้วนั่งรอเงียบ ๆ
"เจี๊ยก ๆ"
ภูตวานรหกหูกลอกตาไปมา จู่ ๆ ก็ส่งเสียงร้องด้วยความร้อนรน จ้องมองไปด้านหลังของซูฝาน กระทั่งแสดงสีหน้าหวาดกลัวออกมา
"มีคนอยู่หรือ?"
ซูฝานใ รีบหมุนตัวมองไปด้านหลังทันที
ทว่าเมื่อหันกลับไปมอง กลับไม่พบแม้แต่เงาิญญาสักตน
ในทันใดนั้น
เขาก็ตระหนักได้ว่าตนเองถูกภูตวานรตนนั้นหลอก
ในชั่วขณะถัดมา แขนของซูฝานก็ปวดแปลบราวกับถูกฉีกกระชาก มือที่จับภูตวานรตนนั้นอยู่ก็คลายออกโดยมิได้ตั้งใจ
ภูตวานรตนนั้นะโพรวดออกไป ถอยห่างจากเขาสิบกว่าจั้ง แล้วหันมามองซูฝานด้วยท่าทางหยิ่งผยอง
"เ้าช่างมากเล่ห์เสียจริง"
"รู้จักการใช้กลอุบายหลอกล่อผู้อื่นด้วยหรือ?"
ภูตวานรโบกกรงเล็บ พลางทำท่าทางให้ซูฝานดูไม่หยุด ส่งเสียงร้องเจี๊ยก ๆ ไม่ขาดปาก
ให้ตายสิ!
ซูฝานดูเหมือนจะเข้าใจความหมายด้วย
ดูเหมือนว่ามันกำลังจะบอกว่า "ไอ้ตัวตลกทั้งสอง รอก่อนเถอะ สักวันข้าต้องกลับมาชำระบัญชีกับพวกเ้าแน่"
หลังจากทำท่าทางเสร็จ ภูตวานรตนนั้นก็หมุนตัวแล้วหายลับไปในอุโมงค์มืด ๆ เบื้องหน้า
ซูฝานหน้าบึ้งตึง
‘ไม่นึกว่าตนจะถูกลิงน้อยตัวหนึ่งหลอก’
‘หากศิษย์พี่ใหญ่รู้เข้า นางจะหัวเราะเยาะข้าหรือไม่’
"หนาวเหลือเกิน หนาวเหลือเกิน..."
หลี่โหย่วเต๋อถูมือไปมา พลางวิ่งออกมาจากห้องเก็บสุรา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความหนาว
"ถุงเก็บของเล่า?"
ซูฝานถาม
"เื่นี้...หากข้าบอกว่าหาไม่พบ ท่านจะเชื่อหรือไม่"
หลี่โหย่วเต๋อมองหน้าซูฝานแล้วหัวเราะแหะ ๆ อย่างเก้อเขิน
“เดี๋ยวสิ! ลิงตัวนั้นหายไปไหน?”
"หนีไปแล้ว"
ซูฝานยักไหล่
หลี่โหย่วเต๋อชะงักไป แล้วพูดด้วยความโมโหว่า "ท่านปล่อยให้มันหนีไปได้อย่างไร? เพราะไอ้เด็กเวรนั่น ทำให้พวกเราต้องเสียแรงไปมากมายเลยนะ!"
ซูฝานกระแอมเบา ๆ เพื่อกลบเกลื่อนความเก้อเขินบนสีหน้า แล้วเร่งว่า "รีบมอบศิลาิญญาให้ข้าเถอะ"
ฟ้ามืดแล้ว
การไล่ล่าได้เริ่มต้นขึ้น
ต้องรีบกลับไปหาต้าเฮยโก่ว เพื่อสกัดไข่มุกปราณโลหิต
หลี่โหย่วเต๋อจำใจล้วงแหวนเก็บของออกมา นับศิลาิญญาได้หกหมื่นห้าพันก้อน
ช่างเป็โจรน้อยจริง ๆ
ซูฝานเก็บศิลาิญญาแล้วหมุนตัวเดินจากไป
หลี่โหย่วเต๋อรีบดึงตัวซูฝานไว้พลางเอ่ยว่า "พี่ฝาน ช้าก่อน"
"มีอะไร?"
ซูฝานขมวดคิ้ว
หลี่โหย่วเต๋อหันไปมองไหสุราในห้องเก็บสุรา แล้วหัวเราะเบา ๆ "ท่านไม่คิดหรือว่าสุราที่นี่อาจจะเป็ของล้ำค่า?"
หัวใจของซูฝานสั่นไหวขึ้นมา
ใช้อุณหภูมิที่หนาวเย็นเช่นนี้เก็บรักษา อาจจะเป็ของล้ำค่าจริง ๆ ก็ได้
"หรือว่า พวกเราลองเปิดไหหนึ่งชิมดูไหม? หากว่าเป็ของล้ำค่าจริง พวกเราก็แบ่งกันคนละครึ่ง ถึงอย่างไรก็เป็สหายรักกัน มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน"
หลี่โหย่วเต๋อแยกเขี้ยวยิ้ม