“โทรศัพท์เหรอคะคุณผู้หญิง..”
หญิงสาวชาวไร่ถามย้ำอีกครั้งด้วยความสงสัย แววตางุนงงจ้องมองแพรขวัญสลับไปมากับนายท่านที่ยืนพูดคุยกับคนอื่นๆอยู่
“ใช่จ้ะ คือว่าฉันรีบตามคุณคิรามาที่นี่ก็เลยลืมเอาโทรศัพท์มาด้วย เอ่อ ขอฉันยืมแป๊บเดียวนะ”
“…..”
“นะจ๊ะ เดี๋ยวฉันจะยืนคุยตรงนี้แหละ”
แพรขวัญยังคงย้ำสิ่งที่ตัวเองโกหกออกไปแบบนั้นด้วยสีหน้าลุกลี้ลุกลน เธอมั่นใจว่าเธอสามารถโกหกได้อย่างแเี ซึ่งทางสาวชาวไร่ที่แสนใสซื่อก็พยักหน้าตอบรับและตัดสินใจยื่นโทรศัพท์ไปให้กับเธอ
“นี่ค่ะคุณผู้หญิง”
เพราะถ้าไม่ใช่คนของนายท่าน..เธอไม่ได้สิทธิพิเศษแบบนี้แน่ๆ
“ขอบคุณมากๆเลยนะจ๊ะ”
คนที่โกหกสำเร็จรีบคว้าโทรศัพท์มาอย่างรวดเร็ว เธอกล่าวขอบคุณหญิงชาวไร่โดยที่แววตายังมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างตั้งใจ ปลายนิ้วที่สั่นสะท้านรีบกดเบอร์โทรออกหาเพื่อนรักอย่างรวดเร็ว
เหมียว.. ใช่ เธอกำลังกดเบอร์โทรหาเหมียว
0 8 2 - X X X X X X และตัวสุดท้าย..
พึ่บ!!
ราวกับว่านางฟ้ากำลังจะบินกลับขึ้นสรวง์แต่ก็ถูกกระชากลงมาบนพื้นดินอย่างรวดเร็ว เมื่อมือหนาของอคิราได้จัดการกระชากโทรศัพท์ไปถือไว้เอง ใบหน้าเรียบเฉยที่เต็มไปด้วยความดุดันนั้นจ้องมองหญิงสาวต้นเหตุไม่ละสายตา
“โทรศัพท์ใคร?”
เ้านายใหญ่เอ่ยถามพลางชูโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างหัวเสีย ในตอนนี้เองที่แพรขวัญยืนตัวแข็งทื่อทำอะไรแทบไม่ถูก
“ของหนูค่ะนายท่าน เอ่อ.. คุณผู้หญิงเขามาขอยืมคุยงานน่ะค่ะ”
“คุยงาน?” แววตาขุ่นเคืองเหลือบมองมาทางหญิงสาวแวบหนึ่ง
“คือว่าฉันแค่อยากโทรคุยเื่งานน่ะ”
“…..”
“วันนี้ฉันต้องส่งงานแล้ว”
แพรขวัญว่าแบบนั้นด้วยสีหน้าหวาดหวั่นไม่น้อย เพราะตอนนี้เธอเห็นใบหน้าหล่อของคนด้านข้างเริ่มขบกรามเข้าหากันแน่น เพราะคำอธิบายนั้นมันคือคำโกหกที่อคิรารู้ดีอยู่แก่ใจ
“อะ เอาคืนไป” เ้านายใหญ่ยื่นโทรศัพท์คืนสาวชาวไร่ก่อนจะจัดการดึงข้อมือเรียวให้เดินตามเขาไป
“อ๊ะ!! ค..คุณคิรา! ฉันเจ็บ..”
แพรขวัญที่ถูกกระชากตัวปลิวร้องท้วงด้วยความเ็ป พอเห็นสายตาของคนงานทั้งหลายเธอก็รีบลดเสียงให้ผ่อนเบาลงอย่างจำยอม ในวินาทีนี้เธอทั้งอาย และหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังเผชิญ เพราะร่างล่ำพาเธอยัดเข้ามาในรถกระบะคันใหญ่ ส่วนเขาก็เดินอ้อมไปยังฝั่งคนขับ
“น..นายท่านครับ”
“บอกพวกแม่งว่าไม่ต้องตามกูไปบ้าน ยกเลิกนัด่เที่ยงให้ด้วย เดี๋ยวกูจะสั่งสอนเด็กที่มันดื้อ”
“นี่คุณ!! ไอ้บ้า!”
“เอ่อ.. ให้พวกแม่บ้านออกจากบ้านด้วยเลยไหมครับ”
“อืม เดี๋ยวนี้เลย”
สิ้นคำสั่งของทศที่ยืนอยู่ตรงหน้ากระจกก็ทำให้แพรขวัญแทบจะกัดลิ้นตัวเองตาย เธอเบิกตาโพลงพร้อมกับหันไปมองผู้ชายที่ขบกรามตัวเองแน่น พอเห็นแบบนี้แล้ว..ความคิดที่อยากจะะโลงจากรถ หรือทำทุกอย่างให้ตัวเองหนีรอดมันก็หมดไป
เพราะแววตาโกรธจัดของเขากำลังทำให้เธอรู้สึกกลัวจนอยากจะร้องไห้
“ค..คุณคิรา..นี่คุณจะฆ่าฉันเหรอคะ”
“…..”
“คุณจะพาฉันไปฆ่าใช่ไหม”
“…..”
“แล้วฉันไปทำอะไรให้คุณอะ ถามตรงๆเลยนะ คุณจับฉันมาเพราะฉันเป็แฟนพี่เวย์ แล้วคุณก็ฆ่าเขาต่อหน้าฉัน แถมคุณยังขังฉันไว้ในไร่นี้อีก คุณให้เหตุผลว่าฉันไม่อยากกลับบ้านหรอก แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันไม่อยากกลับ คุณมาคิดแทนฉันได้ยังไง”
“…..”
ยังคงเงียบกริบ.. ผู้ชายที่กำลังขับรถไม่ได้ตอบอะไรกลับมาทั้งนั้น
นั่นจึงทำให้หญิงสาวที่ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองเม้มริมฝีปากตัวเองแน่น ในตอนนี้ความโกรธเคืองเริ่มเข้ามาแทนที่ แพรขวัญแค่คิดว่าชีวิตของเธอเองไม่ยุติธรรม โดยเฉพาะเื่นี้..
“คุณคิรา!”
“ถ้ายังไม่เงียบปาก ผมจะเอาอย่างอื่นยัดปากแทน เอาไหม?”
กึก
และประโยคที่คนพูดหันแววตาเหี้ยมโหดมาทางหญิงสาวก็ทำให้เ้าตัวถึงกับยอมสงบปากสงบคำ แพรขวัญเม้มริมฝีปากตัวเองแน่นก่อนจะเบือนหน้าตัวเองหนีไปอีกทาง บรรยากาศภายในรถจึงกลับมาเงียบเชียบอีกครั้ง มันเงียบจนชนิดที่เรียกว่าเธอได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัวไม่เป็จังหวะ
“คุณเองก็เ็ปจากการถูกนอกใจเหมือนกันใช่ไหมคะ” แพรขวัญพยายามเอ่ยอย่างใจเย็นในขณะที่เธอเงียบไปสักพักใหญ่
ในขณะที่รถกระบะมุ่งตรงไปยังบ้านไม้ใหญ่หลังเดิม เธอเห็นรถเก๋งคันสีขาวอยู่ไกลโพ้น..แต่เธอเองก็ไม่ได้คิดอะไรนัก
“ฉันรู้ว่าคุณก็เ็ปไม่แพ้กัน ภรรยาของคุณ..กับแฟนของฉันทิ้งความทรงจำแย่ๆ ไว้ให้เราสองคน ฉันรู้ว่าเหตุการณ์นี้มันคงจะกลายเป็แผลใหญ่ที่ทำให้คุณไม่มีทางลืม”
“…..”
“แต่คุณก็ควรที่จะหยุดสร้างาแให้ฉันเพิ่มนะคะ คุณคิรา”
“…..”
“คุณควรที่จะ”
“แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผมต้องทำแบบนั้น”
แต่ทว่า..เสียงทุ้มที่ตอบรับกลับมามันก็ทำให้แพรขวัญขมวดคิ้วยุ่ง
“แฟนของคุณเอาเมียของผมไป แล้วทำไมผมจะเอาเมียของชู้ผมบ้างไม่ได้ หึ.. คุณบอกว่าให้ผมหยุดสร้างาแให้คุณเพิ่ม แล้วผมล่ะ”
“…..”
“าแของผมมันไม่มีทางที่จะรักษาให้หายหรอก ยกเว้นแต่เพียงหาอะไรมาทา ซึ่งยาที่ผมอยากได้.. มันก็คือคุณ”
คำอธิบายที่แสนเรียบเฉยแต่ก็แฝงไปด้วยความบังคับขู่เข็ญก็ทำให้แพรขวัญยิ่งไม่เข้าใจไปใหญ่ เธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะเตรียมอ้าปากเพื่อบรรยายความโมโหของตัวเอง แต่ทันใดนั้น..
พลั่ก!!
“อึ่ก!!”
“อื๊ออออออ!!!”
มือหนาของอคิรากดหัวเธอให้ลงไปแนบกับเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว เพียงมือข้างเดียวก็สามารถทำให้สาวน้อยไร้ซึ่งเรี่ยวแรงได้ในชั่วพริบตา แพรขวัญที่เบิกตาโพลงพยายามร้องท้วงแต่ก็ถูกมือของเขาดันให้ริมฝีปากลงไปแนบกับเป้ายิ่งกว่าเดิม
“อื๊ออออออออ!! อ่อยอ๊ะ!!” (ปล่อยนะ!!)
ครืด..
คนที่ไม่ได้ฟังคำร้องขอนั้นลดกระจกลงพร้อมกับจ้องมองรถเก๋งสีขาวอีกคันที่จอดถามทาง แน่นอนว่าอคิราหรี่ตาจ้องมองบรรดาสาวๆ ในรถก่อนจะเหลือบมองมาทางหญิงสาวตรงเป้าแวบหนึ่ง คนเฉลียวฉลาดอย่างนายท่านอคิราจึงรู้ได้ไม่ยากว่าแก๊งสาวสวยพวกนี้ก็คือ..
“เอ่อ พี่สุดหล่อขาาา ขออนุญาตถามทางหน่อยนะคะ ไม่ทราบว่ารู้จักไร่ทรกิจไหมคะ”
“ยัยฟางแกเบาเสียงเพลงหน่อย โอ๊ย! เปิดเพลงบ้าอะไรของแกเนี่ย!!” อบเชยหันไปตวาดสาวห้าวอย่างเหนื่อยหน่ายเป็รอบที่สิบของวันนี้
เสียงเพลงในรถ..
♪ เอ้ามาน้องมา มาเป็ภรรยาของพี่ได้ไหม..
พี่จะพาไปขึ้นรถไฟ โย่ว!โย่ว!
พี่จะพาไปขึ้นรถไฟ ไหลไปไหลไป หละจนถึงบางกอก ♪
แต่ทว่า.. เสียงเพลงอันคุ้นหูก็ทำให้หญิงสาวที่ใบหน้าซุกอยู่ตรงเป้านั้นเบิกตาโพลง เพราะนอกจากเพลงนั้นจะเป็เพลงโปรดของยัยฟาง เพื่อนรักของเธอแล้ว เสียงพูดคุยนั้นยังคุ้นหูเหมือนกับว่าเธอเคยได้ยินจากที่ไหนอยู่ทุกวัน
“เออ เบาให้ก็ได้โว๊ยยยยย ทำไมต้องเสียงดังด้วย เพลงกำลังมันส์ๆ” สาวทอมที่นั่งอยู่เบาะหลังเอ่ยอย่างขัดใจ
“แฮะๆ ต้องขออภัยด้วยนะคะพี่สุดหล่อขา เอ่อ ไม่ทราบว่ารู้จักไร่ทรกิจไหมคะ?” นิ้งนิ้งเอ่ยถามอีกครั้งพร้อมกับบีบเสียงให้เล็กยิ่งกว่าผู้หญิง
“รู้ครับ ขับตรงไปจนสุดทางเลย”
อคิราเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย แน่นอนว่าใบหน้าหล่อเหลาเอาการก็ทำให้ทั้งคันรถตาลุกวาวยิ่งกว่าเห็นดารา โดยเฉพาะเหมียว ในตอนนี้เธอแทบจะเอาหน้าสวยๆมุดกระจกหลังออกมาอยู่แล้ว
“คิกๆ ขอบคุณนะคะพี่สุดหล่อ อิอิ”
“ครับ”
“เดินทางปลอดภัยน้าาาา คิกคิก โหหล่อจังเลยอะแก! คนห่าไร..”
“เออหล่อจริง โคตรหล่ออะ!”
ซุบซิบๆๆ
เสียงพูดคุยเกี่ยวกับนายท่านอคิราที่พวกหล่อนคิดว่าเป็ชาวไร่ธรรมดาก็ดังแว่วเข้ามาภายในรถ ก่อนที่กระจกจะถูกปิดลงโดยคนขับที่กระตุกยิ้มบางเพราะรู้ว่ารถคันเมื่อกี๊คือแก๊งเพื่อนสนิทของแพรขวัญ
“อื๊อออ!! ไอ้คุณคิราบ้า!! ปล่อยฉันนะ!!!”
แพรขวัญพยายามจะดึงหัวออกจากท่อนลำที่เริ่มแข็งตัว เธอใช้เรี่ยวแรงที่มีกระชากร่างของตัวที่โดนกดออกมานั่งเบาะข้างขนขับจนสำเร็จ ก่อนที่ใบหน้าสวยหวานนั่นจะมองค้อนไปยังคนที่กระตุกยิ้มร้าย เพราะเมื่อชั่วครู่นั้นเขาสามารถทำให้แพรขวัญกลายเป็นักเขียนโรคจิตได้ในชั่วพริบตา
“เมื่อกี๊เพื่อนฉันเหรอ เพื่อนฉันใช่ไหม!” เธอถามพลางเหลือบมองไปทางด้านหลังที่เห็นรถเก๋งคันสีขาวขับไปไกลโพ้น
“แรงสู้มีแค่นี้เองเหรอ ไม่เห็นเก่งเหมือนปากเลย”
“คุณคิรา!!”
“หึ.. ถ้าเมื่อกี๊แรงเยอะกว่านี้คุณได้เจอเพื่อนแล้วนะ”