ทั้งสองคนรีบเดินกลับเข้าไปภายในบ้าน บริเวณกลางบ้านตรงโต๊ะทานข้าว ซาทูรอสก็พบกับลุงชาร์ลที่มีรูปร่างสูงโปร่งกำยำ ผมสีขาวและหนวดยาวสีขาวคล้ายใบดาบขนาดเล็กที่วางอยู่ใต้จมูกของเขา อีกทั้งเขายังสวมแว่นตา ทำให้ดูทรงภูมิปัญญาและมีสง่าราศีอีกด้วย
ลุงชาร์ลเป็เ้าหน้าที่ระดับสูงของราชสำนัก ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการหน่วยตะวันออก ที่นาน ๆ จะกลับมาบ้านที
เขาตบแต่งกับป้าทีม่าเป็ภรรยา สาเหตุเนื่องจากป้าทีม่าในวัยสาวนั่นสวยสดงดงามเป็อย่างมาก หากซาทูรอสไม่รู้จักมักจี่มาก่อนคงคิดว่าป้าของเขาคือนางฟ้าอย่างแน่นอน
แต่ใครจะรู้ว่าเธอนั่นปากร้ายเป็อย่างมาก เพราะตัวเขาเองก็มักจะโดนด่าและดูถูกอยู่เป็ประจำ แม้ว่าตัวเขาจะเป็หลานแท้ ๆ ของเธอก็ตาม
ลุงชาร์ลลุกขึ้นเดินขึ้นมาโอบกอดและหอมพิเทร่าอย่างเอ็นดู ทำให้เห็นว่าเขาเพิ่งจะมาถึงบ้านได้ไม่นาน เพราะชุดเครื่องแบบที่เขาสวมอยู่ยังไม่ถูกทอดออก
ชุดนี้ประดับยศไว้อย่างหรูหรา ชุดหนังสีขาวดำ เป็เครื่องแบบเฉพาะของทหารของราชสำนัก ทั้งยังมีตรายศและเข็มกลัดทองที่บ่งบอกระดับอันสูงส่งของผู้สวมใส่ ยิ่งขับเน้นให้เขาดูสูงส่งเป็อย่างมาก
เมื่อลุงชาร์ลโอบกอดทักทายลูกสาวสุดที่รักเสร็จแล้ว ก็เหลือบหันมามองซาทูรอสพร้อมกับยิ้มให้อย่างเป็มิตร ต่างกับป้าของเขาสิ้นเชิง
“เป็ยังไงบ้าง?” ลุงชาร์ลทำท่าเดินเข้ามาจับบ่าจับแขน จนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย
“หืม..ไม่เจอกันนาน แข็งแรงขึ้นเยอะเลยนะเรา ออกกำลังด้วยสินะ?”
“ครับลุงชาร์ล”
“อืม ดี ดี ถึงแม้ว่าจะเข้าสำนักเป็เซียนไม่ได้ แต่ถ้าตั้งใจขยันฝึกฝนร่างกาย เอาไว้อายุครบ 18 เมื่อไหร่ลุงจะฝากฝังเข้ากองทัพให้ อย่างน้อยก็มีงานทำละนะ ไม่ต้องห่วง”
ลุงชาร์ลยิ้มพลางตบบ่าให้กำลังใจ
“ขอบคุณครับลุงชาร์ล” ซาทูรอสรู้สึกขอบคุณจากใจ แม้ว่าเขาอาจจะดูไร้ค่าในสายตาคนอื่น แต่ลุงชาร์ลมักจะหยิบยื่นช่วยเหลือเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เสมอ
“มาเถอะ มากินข้าวกันดีว่า มีอะไรค่อยพูดกัน” ป้าทีม่าที่นั่งเงียบอยู่นาน ก็เอ่ยเรียกทุกคนด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ต่างจากปกติราวฟ้ากับเหว ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาแปลกใจแต่อย่างใด เพราะทุกครั้งลุงชาร์ลกลับมาบ้านทีไร ป้าทีม่าจะเปลี่ยนเป็คนละคน กลายเป็คนใจดี พูดจาอ่อนหวานเสียอย่างนั้น
“ไบโพล่าแน่ๆ” ซาทูรอสทำปากหมุบหมิบ พึมพำเบาๆ จนพิเทร่าที่ยืนอยู่ใกล้ได้ยิน แต่เธอกลับยิ้มขำเบา ๆ ก่อนจะสะกิดให้ซาทูรอสรีบไปนั่งกินข้าว
ด้วยความที่ลุงชาร์ลนานครั้งจะกลับมาบ้าน วันนี้จึงเป็วันพิเศษ ป้าทีม่าจึงทำกับข้าวดี ๆ ไว้หลายอย่าง วางเรียงรายอยู่เต็มโต๊ะ ทั้งหมูตุ๋นน้ำแดง ปลากระพงทอดกรอบราดพริก ผัดน้ำมันหอยยอดมะพร้าวอ่อน และแกงส้มชะอมทอด ต้มยำกุ้งแม้น้ำและอีกมากมาย
หากไม่นับฝีปากกล้าของป้าทีม่าละก็ ฝีมือการทำอาหารของเธอเองก็ต้องยกนิ้วให้เลย เพราะทุกครั้งที่เขาจะโกรธป้าทีม่า เวลาที่เธอชอบด่าและดูถูกเขา แต่เมื่อได้ทานอาหารฝีมือของเธอนั้น เขาต้องยอมรับจากใจจริงเลยว่ามันอร่อยมาก
ทุกคนต่างก็นั่งทานกันไปพูดคุยกันไปอย่างมีความสุข งดเว้นแต่เพียงซาทูรอสที่ตักอาหารกินอย่างหิวโหย เพราะวันนี้เขาออกกำลังไปมาก อีกทั้งอาหารในวันนี้ก็พิเศษสุด ๆ ทำให้เขาไม่อาจห้ามใจได้เลย
“นี่ซาทูรอส ถ้าจะกินขนาดนี้ก็เอาไปกินทั้งตัวเลยก็ได้ปลาทอดนั่นน่ะ” เสียงป้าทีม่าที่พูดออกมา แม้จะเป็เสียงอ่อนหวาน แต่สายตากลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง
ทว่าซาทูรอสเองก็ไม่ได้ทันมองและคิดว่าป้าอนุญาต เขาจึงยกปลาตัวนั้นมากินทั้งตัวอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด
ป้าทีม่าที่เห็นเช่นนั้นถึงกับคิ้วและมุมปากกระตุก มือไม้สั่นไม่อาจควบคุม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นในทันทีว่า
“กุประชด!! ไอ้เปาปุ่นจิ้นเอ้ย!!”
ซาทูรอสที่ได้ยินเช่นนั้นก็แข็งค้างทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้ากินอีกต่อไป จนพิเทร่าเป็คนเอ่ยปากขึ้นแทนว่า
“ท่านแม่จะอะไรกันนักกันหนา ถ้ากับข้าวแม่ไม่อร่อย มันคงไม่กินเยอะขนาดนี้หรอก”
พิเทร่าพูดจบก็เว้น่แล้วหันไปเอ่ยถามกับซาทูรอสว่า
“จริงไหม?”
ซาทูรอสเห็นทางรอดจึงรีบพยักหน้าหงิก ๆ ทันควัน
“จริงครับ อร่อยมาก ๆ เลย”
ในตอนนั้นเองลุงชาร์ลก็หัวเราะลั่นออกมา
“ฮ่าฮ่าฮ่า ใช่ไหมล่ะ นอกจากจะสวยแล้ว ฝีมือทำอาหารเองก็ไม่เป็สองรองใคร ที่ลุงแต่งกับป้าของเ้าก็เพราะอย่างนี้แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า กินเยอะ ๆ เถอะไม่ต้องห่วง ถ้ามันหมดเดี๋ยวไว้ก็ทำใหม่ ครั้งนี้ลุงได้บำเน็จมาเยอะ”
“ปากหวานจริงนะคุณเนี่ย” ป้าทีม่าที่ได้ยินเช่นนั้น จากที่อารมย์ขุ่นมัว ก็เบิกบานใจในทันที เลิกสนใจซาทูรอสไปโดยสิ้นเชิง
หลังจากนั้นทุกคนก็ทานข้าวกันจนอิ่ม ส่วนซาทูรอสก็เก็บถ้วยชามไปล้างตามหน้าที่ประจำของตนเอง
ตกดึกทั้งหมดก็เข้าห้องนอนของตนเอง เหลือเพียงซาทูรอสที่ต้องนอนที่ห้องรับแขกกลางบ้าน เพราะไม่มีห้องเป็ของตนเอง
ในวันนี้เขานึกทบทวนไปยังบทเรียนของชายชราที่สอนตนฝึกจิตและสมาธิ มีอยู่ประโยคหนึ่งที่บอกเอาไว้ว่าเคล็ดวิธีฝึกนี้ นอกจากจะช่วยให้สมองปลอดโปร่งแล้ว จะช่วยเพิ่มสติปัญญาและฟื้นฟูความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจได้อย่างน่าอัศจรรย์
นึกขึ้นได้เขาจึงลองฝึกฝนตามในประโยคที่ว่า
“กำหนดจิตตั้งมั่น หาใช่จดจ่อ จับจิตแต่ปล่อยวาง มองดูสรรพสิ่งเป็ธรรมชาติ เขาและเราไม่เกี่ยวกัน พินิจกายใจ ทุกข์ก็วางอยู่ตรงนั้น สุขก็วางอยู่ตรงนั้น ร้อนก็วางอยู่ตรงนั้น เย็นก็วางอยู่ตรงนั้น กายนี้หาใช่ของเราไม่ ใจต่างหากที่เป็ของเรา”
ซาทูรอสท่องจำและนึกถึงบทนี้ขึ้นมา บางครั้งก็เหมือนจะเข้าใจ บางครั้งก็ไม่เข้าใจ แต่ก็ลองฝึกมันไปเรื่อย ๆ จนกระทั้งเขาได้ยินเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมาเป็ระยะ ๆ
“....อ๊ะ อ๊ะ อ่ะ ...อื้ออ อ้าา”
ซาทูรอสลืมตาขึ้นมาด้วยความสงสัย พลางสอดส่ายสายตาหาต้นเสียง พบว่ามันมาจากห้องของป้าทีม่านั่นเอง
เขาย่นคิ้วด้วยความสงสัย ใจหนึ่งก็อยากลุกขึ้นไปดู แต่อีกใจก็ไม่กล้า เพราะเสียงที่เล็ดรอดออกมานั้น ช่างบีบหัวใจเสียอย่างน่าประหลาด
แต่แล้วเขาก็ต้องใสะดุ้งตัวโยน เมื่อพบว่าพิเทร่ามานั่งจ้องมองเขาอยู่ด้านข้างั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
ต้องบอกว่าเวลานี้ทั้งบ้านนั้นดับไฟกันหมดแล้ว เหตุใดเธอถึงมานั่งอยู่ข้าง ๆ ที่นอนเขากันเล่า?
พิเทร่าทำท่าหัวเราะแห้ง “แหะ แหะ” ก่อนจะตอบว่า
“พี่ได้ยินเสียงในห้องของท่านแม่มาสักพักแล้วเลยนอนไม่หลับ ว่าจะลุกมาคุยกับเธอ แต่ก็เห็นเธอนั่งหลับ เรียกยังไงก็ไม่ตื่น”
“..อ๋อ..” ซาทูรอสถอนหายใจ
“แล้วป้าทีม่าจะเป็อะไรหรือเปล่า? ข้าจำได้ว่าลุงชาร์ลกลับมาบ้านทีไร ป้าทีม่าจะเป็แบบนี้ทุกคืนเลย สงเสียงร้องเหมือนเ็ปทรมานอะไรสักอย่าง”
พิเทร่าเองก็มีทีท่าสงสัยใคร่รู้ไม่ต่างกัน ก่อนจะทำตาลุกวาวแล้วบอกกับซาทูรอสว่า
“เราไปแอบดูกันไหม?”
“แอบดู!!”
“ชู่วว เบาเบาสิ” พิเทร่ารีบเอามือปิดปากซาทูรอสไว้ทันที
ทั้งคู่เงียบและเงี่ยหูฟัง พบว่าเสียงร้องของป้าทีม่าไม่ได้ลดลงเลย ยิ่งมายิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ บ้างก็ซีดซ้าด ครวญครางคล้ายกับทานของเผ็ด
ทั้งซาทูรอสและพิเทร่าแอบสบตากันโดยมิได้นัดหมาย ก่อนจะหัวเราะคิกคักอย่างชั่วร้าย จากนั้นพิเทร่าจึงจูงมือนำซาทูรอสไปยังห้องดังกล่าวก่อนจะค่อย ๆ เอาหูแนบกับกำแพงเพื่อฟังดู ได้ยินประโยคที่ลุงชาร์ลพูดคุยกับป้าทีม่าด้วยเสียงเหนื่อยหอบว่า
“ยังเด็ดไม่เปลี่ยนไปเลยนะที่รัก”
“ัของท่านก็เยี่ยมไม่แพ้กัน... อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ...”
เสียงครวญครางของป้าทีม่าดังขึ้นประกอบกับเสียงตุบตับเข้ากันเป็จังหวะ ทำเอาทั้งสองคนยืนฉงนอยู่ในใจ ไม่รู้ว่าเหตุใดทำให้ทั้งคู่ใจเต้นระส่ำระส่ายวุ่นวายใจเป็ที่สุด ทั้งคู่เผลอกลั่นหายใจไปพลางขณะแอบฟัง จนแทบจะหอบหายใจไปพร้อมกับเสียงของคนภายในห้องนั้น
จู่ ๆ พิเทร่าก็สะกิดเขาและเรียกเขาไปอีกมุมหนึ่งของห้อง จนพบกับช่องว่างเล็ก ๆ เขาไม่เคยสังเกตุเห็นมาก่อน แต่ทว่าทันทีที่เขาแนบดวงตาข้างนึงมองลึกลงไป ก็พบเข้ากับภาพที่ชัดเจนเต็มตา สลักไว้ในความทรงจำไม่อาจลืมเลือนชั่วขณะ
เด็กหนุ่มอยากจะกลืนน้ำลาย แต่ก็กลัวจะเกิดเสียงดังจนคนภายในห้องได้ยินเข้า เขาจึงถอนสายตาออกมาด้วยใจที่เต้นแรง จนแทบจะหลุดออกมาจากอก พลางหันหน้าไปเห็นพี่พิเทร่าที่จ้องมองอ้าปากค้างไปเสียแล้ว
เขาตัดสินใจก้มลงไปมองดูภาพในช่องดังกล่าวอีกครั้ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลุงชาร์ลและป้าทีม่าเนื้อตัวเปลือยเปล่า ขยับกายโยกย้ายเข้าหากัน พร้อมกับการกระแทกกระทั้นกันอย่างเมามัน ก่อนจะสลับสับเปลี่ยนอิริยาบทกันอีกหลายท่วงท่า
“ผับ ผับ ผับ ผับ ผับ /อ๊าาา ซีดด อู้ววว อ๊ออยย อ๊อออย อร๊างง”
ซาทูรอสยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าหัวใจจะวาย เหมือนคนตื่นใราวกับกำลังลอบทำผิดอย่างใหญ่หลวง
เขาถอนสายตาออกมาแล้วสะกิดเรียกพิเทร่า ส่ายหน้าส่งสัญญาณให้เธอว่าเขาไม่ไหวแล้ว จากนั้นทั้งคู่จึงรีบย่องถอยออกมาอย่างเงียบเชียบ
ซาทูรอสพาพิเทร่ากลับมายังที่นอนของตนเองก่อนจะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ทั้งคู่นั่งเงียบไม่พูดจา มองหน้ากันไปกันมาอยู่ครู่ใหญ่ ไม่เข้าใจเหตุการณ์ที่เห็นเลยแม้แต่น้อย
จากนั้นพิเทร่าก็ขอตัวลุกขึ้นกลับห้องของตน โดยที่ซาทูรอสไม่รู้ตัวเลยว่าได้มีสายตาแปลก ๆ ของพิเทร่าหันกลับมาจ้องมองตนเอง และในค่ำคืนนั้นก็ผ่านพ้นไปในที่สุด…
เช้าวันต่อมาป้าทีม่าก็มีอารมย์สดใสเป็พิเศษ ไม่ได้มีร่องรอยเ็ปอย่างที่เขาคิดแม้แต่น้อย อีกทั้งยังยอมทำอาหารหรูหรามากมาย แถมในวันนี้ยังไม่บ่นหรือดุด่าซาทูรอสสักคำ
หลังจากที่ทุกคนทานข้าวเช้าเสร็จ ทีม่าก็ยื่นถุงเงินให้ซาทูรอสและไหว้วานเขาออกไปช่วยซื้อของสดและวัตถุดิบทำอาหารจากคนในหมู่บ้าน สำหรับทำอาหารเพิ่มเติม ส่วนพิเทร่าก็เดินทางไปเรียนที่สำนักอักษรเช่นเคย
ซาทูรอสต้องรีบออกไปหาซื้อของสดและวัตถุดิบในหมู่บ้านทันที เพราะมีรายการที่ต้องซื้อหลายอย่าง กว่าจะเสร็จก็น่าจะหลายชั่วโมง แถมใน่บ่ายเขาจะต้องออกไปฝึกวิชากับชายชราตามนัดอีกด้วย เขาจึงจำเป็ที่จะต้องรีบไปรีบกลับ
เนื่องจากเส้นทางไปตามบ้านแต่ละหลังและตามหาเ้าของบ้านเพื่อซื้อของทั้งหมดในรายการ และระยะทางก็ค่อนข้างไกลมาก ขาไปเขาจึงต้องวิ่งเต็มกำลัง เพื่อที่ขากลับเขาต้องเดินแบกของกลับมาได้ทันเวลา
ระหว่างทางที่เขาวิ่งไปนั้น ก็มีชาวบ้านหลายคนเห็นเขา ทุกคนต่างก็ทราบดีว่าซาทูรอสนั้นเป็ผู้พิการทางยุทธ ไม่อาจเข้าสำนักเพื่อฝึกตนเป็เทพเซียนได้ แต่ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าพวกเขา ช่างดูแปลกประหลาดและไม่อาจหาคำใดใดมาอธิบายได้เลย
เพราะต่อให้เป็ผู้ฝึกตนจริง ความเร็วในการเดินทางหรือวิ่งขนาดนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็ผู้ฝึกตนที่เลยระดับพื้นฐานอย่างสมบูรณ์จนกลายเป็ขั้นสำเร็จวิชาขั้นต้นแล้วเท่านั้น
เพราะคนเหล่านี้จะสามารถใช้พลังมาหนุนเสริมทำให้เคลื่อนที่ได้รวดเร็วได้หลายเท่ากว่าคนธรรมดา
ด้วยเหตุนี้ภาพที่เห็นตรงหน้าจึงขัดกับสามัญสำนักที่ทุกคนรู้จนเกินไป จนทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าหรือที่จริงแล้วซาทูรอสสามารถฝึกพลังเป็เซียนได้เช่นกัน?
แม้ว่าการเป็ผู้พิการทางยุทธ ไม่อาจเดินบนเส้นทางฝึกตนเป็เซียนได้ แต่ในพื้นที่แห่งนี้ก็ห่างไกลจากตัวเมืองไปอยู่มาก ทำให้ไม่ค่อยมีผลกับการใช้ชีวิตมากนัก เพราะคนในพื้นที่แห่งนี้ส่วนใหญ่ก็ใช้แรงทำไร่ไถนากันก็เท่านั้น
ซาทูรอสรีบซื้อของทั้งหมดและกลับมาถึงบ้านจนเป็เวลาเที่ยงกว่า แต่เขาก็ไม่เห็นป้าทีม่าจะออกมาทำกับข้าวแต่อย่างใด ดูเหมือนว่าทั้งป้าทีม่าและลุงชาร์ลเองก็ยังอยู่ในห้องและส่งเสียงร้องออกมาไม่ต่างจากค่ำคืนที่ผ่านมาเท่าใดนัก แต่ทว่าในตอนนี้เขาก็ไม่ได้มีความกล้าที่จะไปแอบดูเหมือนเมื่อคืน
เมื่อซาทูรอสรู้ตัวว่ามื้อเที่ยงวันนี้ตนเองคงต้องอดทานเป็แน่แท้ เพราะมันใกล้จะถึงเวลาฝึกวิชาของเขาแล้วเช่นกัน เขาจึงตัดสินใจรีบวิ่งไปยังป่ายูคาลิปตัสในทันที ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก เขาก็มาถึงที่หมาย ซึ่งเป็บริเวณป่าใกล้กับริมน้ำตกที่ใช้ฝึกเมื่อวาน
ซาทูรอสเห็นชายชรากำลังนั่งปิ้งไก่อย่างสบายใจ เขาหันหน้ามามองตนเองด้วยสีหน้าเบิกบาน
“สภาพเ้าวันนี้ดูปวกเปียกเหลือเกิน…. ทำไม? ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง?”
ชายชราเอยปากถามในขณะที่มือนึงปิ่งไก่ไปพลาง อีกมือก็เหมือนจะถือกิ่งไม้แคะฟัน โดยรอบปากของเขามันแผลบ ดูก็รู้ว่าเพิ่งกินเสร็จไปหมาด ๆ
“ท่านรู้ได้ยังไงว่าข้ายังไม่ได้กินข้าว?” ซาทูรอสแปลกใจมาก จึงถามออกไป
“เหอะ”
ชายชราไม่ได้ตอบอะไรไป ก่อนจะกวักมือเรียกเขามานั่ง ซาทูรอสนั่งจ้องมองไก่ย่าง พลางก็รู้สึกหิวน้ำลายสอ
ชายชรารู้สึกสังเวชใจ จึงยื่นไก่อ้วนที่ย่างจนและทาด้วยตัวซอสบางอย่างจนส่งหอมกรุ่นให้เขา
“กินซะ”
“แต่ว่า..” ซาทูรอสที่รู้สึกเกรงใจชายชราไม่ใช่น้อย นอกจากจะมาขอเรียนวิชาจากเขาแล้ว ยังจะมาขอกินฟรีเช่นนี้
“เลิกทำเป็ลีลาแล้วมากินสักที วันนี้ข้าจะสอนวิชาใหม่ให้เ้า” ชายชราพูดตัดบท
“ทำไม? วันนี้ท่านจะเปลี่ยนจากโยนข้าลงน้ำเป็กดหัวข้าแทน?” ซาทูรอสทำสีหน้ากวน ๆ ตอบกลับไป เพราะเขายังแอบแค้นไม่หาย ที่เมื่อวานชายชราเล่นโยนเขาเหมือนลูกหมา จนเกือบตายไปแล้วหลายครั้ง
“เอ็งนี้มันเ้าคิดเ้าแค้นเสียจริงนะ ฮาฮาฮ่า” ชายชราหัวเราะร่าลุกขึ้นยืน ก่อนจะเตรียมตั้งท่าแล้วเอ่ยขึ้นเสียงดังว่า
“จับตาดูให้ดีล่ะ!!!”
ชายชราพลันกางขาออกย่อตัวลงจนเกิดคลื่นพลังบางอย่างจนเกิดเสียงดัง
“บรึ้ม!!”
ทันใดนั้นรอบตัวของเขาก็มีพลังกดดันะเิออกมารอบกาย จนเห็นได้ด้วยตาเปล่าเลยว่ามีแรงะเิออกมารอบตัวของเขา สบัดเอาทั้งฝุ่นหินดินทรายต่าง ๆ ขึ้นมา ก่อนที่เขาจะพุ่งตัววิ่งออกไปที่น้ำตก
ระยะพุ่งตัวที่เขาวิ่งออกไปนั้นดูแปลกประหลาด เพราะหากเขาวิ่งลงไปด้วยท่านั้น แน่นอนว่าเขาจะต้องตกลงไปในน้ำ แต่ภาพตรงหน้ากับไม่เป็อย่างที่ซาทูรอสคิด
ชายชราวิ่งอยู่บนผิวน้ำด้วยการใช้สเต็ปเท้าถีบบนผิวน้ำอย่างรวดเร็ว แต่ก็แทบจะไม่ทำให้น้ำกระเพื่อมเลย ซึ่งมันดูคล้ายกับวิชาตัวเบาของพวกจอมยุทธไม่มีผิด
ต่อจากนั้นร่างของชายชราก็หยุดชะงักพร้อมกับงัดศอกขวาแทงออกด้านหน้าจนเกิดเสียงะเิดังสนั่น ก่อนจะผลักน้ำบริเวณนั้นะเิพุ่งไปด้านหน้าเป็กองใหญ่
“ตู้มม!!”
และในขณะเดียวกัน ท่าทางของชายชราหาได้หยุดอยู่แค่นั้น ทว่าเขากลับใช้ท่วงท่าต่อเนื่อง พุ่งตัววิ่งต่อไปอีกโดยที่เท้าของเขาไม่ได้จมน้ำลงไปเลย
ชายชราใช้ขาขวาถีบตัวขึ้น ก่อนจะหมุนตัววาดขาซ้ายอีกข้างกวาดขึ้นสูงเป็วงกลม และปล่อยพลังกดดันบางอย่างกดลงบนผิวน้ำด้วยขาซ้าย จนน้ำรอบตัวเขาพุ่งขึ้นสูง กระจายไปรอบทิศทาง ทำให้ซาทูรอสที่นั่งมองอยู่ เห็นเป็คลื่นน้ำยกตัวสูง
จากนั้นเขาก็วาดขาหมุนตัวเตะต่ำ กวาดเอาน้ำด้านล่างขึ้นมาจนมองดูเป็เหมือนม่านน้ำขนาดใหญ่ครอบตัวชายชราเอาไว้ แทบจะเรียกได้ว่ามันคือพายุขนาดย่อม ๆ ก็ว่าได้ และมันเริ่มกลายเป็คลื่นน้ำขนาดใหญ่ ทั้งรวดเร็วและรุนแรง จนตอนนี้ซาทูรอสที่ดูอยู่ เริ่มจะนั่งไม่ติดและลุกขึ้นมามองอย่างตั้งใจแล้ว
คลื่นน้ำทั้งหมดรวมตัวกันเป็ก้อนเดียวแล้วพุ่งขึ้นสูง 3 เมตร ในขณะเดียวกันชายชราก็ค้างตัวกลางอากาศอยู่ในท่าง้างหมัดประมาณ 1 ลมหายใจ ก่อนที่เขาจะสาดหมัดขวานั้นออกไปใส่น้ำตก จนเกิดเสียงคำรามดังขึ้นคล้ายเสียงของพยัคฆ์คำรน
“โฮกกกกกก!!!!!!!!!”
ในทันใดนั้นเอง ซาทูรอสก็ได้เห็นร่างพยัคฆ์วารีขนาด 8 เมตร กระโจนเข้าใส่น้ำตกั์ด้านหน้าที่อยู่ไกลออกไปหลายร้อยเมตร จนเกิดเสียงกัมปนาทดั่งสนั่น
“ตู้มมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
แรงะเิของพยัคฆ์วารีสูง 8 เมตร แหวกน้ำตกที่สูง 50 เมตรออกจนเห็น หินผาด้านหลังน้ำตกนั่น เหมือนแมวั์แหวกผ้าม่านออกพุ่งเข้าชนผาหินใต้น้ำตกแล้ว ประทับเป็รูปหน้าของพยัคฆ์เอาไว้อย่างชัดเจน
ซาทูรอสมองดู ยืนอ้าปากแข็งค้างด้วยความตะลึงงึงงัน พลางจ้องมองรูปพยัคฆ์ที่เพิ่งถูกประทับด้านหลังน้ำตก ก่อนที่ม่านน้ำตกจะกลับมาปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว
“ซู้มมม!!!!!!!!”
“ซ่าาาาาาา”
ฉากจบดังกล่าวปิดด้วยคลื่นน้ำมหาศาลที่น้ำตกกระแทกจนกลายเป็คลื่น ซัดสาดกระจายออกมานอกบริเวณ จนเด็กหนุ่มพลอยถูกคลื่นน้ำนั่นซัดจนไก่ย่างในมือหลุดหายไปตามกระแสน้ำพัดในทันที
ชายชราพลิกตัววิ่งกลับมายืนบนฝั่งโดยที่เนื้อตัวเขาไม่เปียกเลย พร้อมกับยกยิ้มอย่างภูมิใจ ถามเด็กหนุ่มว่า
“เป็ไง? สนใจจะเรียนรึยัง?”