แสงอรุณวันใหม่สาดส่องผ่านม่านหมอกสีทองจางๆ เหนือขอบฟ้าทิศตะวันออก ขับไล่ความมืดมิดของค่ำคืนแห่งการนองเืให้เลือนหายไป หลินเทียนยืนสงบนิ่งอยู่บนยอดเขาที่มองเห็นตำหนักลับพรรคอีกาโลหิตซึ่งบัดนี้กลายเป็เพียงซากปรักหักพังที่คุกรุ่นไปด้วยควันไฟสีดำ กลิ่นคาวเืและเพลิงไหม้ถูกลมูเาพัดพาไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่น่าใจหาย เด็กหนุ่มก้มลงมองมือทั้งสองข้างของตนเองที่ยังคงสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็เพราะพลังปราณสีครามในร่างที่ยังคงเดือดพล่านจากการปะทะกับฉินกง
เขาลูบคลำใบดาบสีดำขลับของกระบี่พลิกฟ้า ลวดลายหมู่ดาวบนเนื้อเหล็กดูจะสว่างไสวขึ้นกว่าเดิมราวกับได้ดื่มกินพลังชีวิตของศัตรูเข้าไป "หุบเขาไร้เนตร... สายเืโบราณ..." หลินเทียนพึมพำทวนคำพูดสุดท้ายของฉินกง ปริศนาเื่ชาติกำเนิดที่เขาไม่เคยสนใจบัดนี้กลับกลายเป็กุญแจสำคัญที่นำพาหายนะมาสู่คนที่เขาเคารพรัก เขาไม่ใช่เพียงเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้ง แต่เขาคือเป้าหมายของขุมกำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในยุทธภพ
หลินเทียนตัดสินใจเดินทางกลับเข้าสู่เมืองชิงเฟิงอีกครั้งเพื่อรวบรวมข่าวสารและจัดเตรียมเสบียงสำหรับการเดินทางไกล ทว่าในยามนี้ ชื่อของ 'จอมยุทธ์ชุดหนังสัตว์' ได้กลายเป็ตำนานที่ผู้คนกล่าวขวัญถึงไปทั่วเมือง ข่าวการล่มสลายของตำหนักลับพรรคอีกาโลหิตในชั่วข้ามคืนสร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกขุมกำลัง ทันทีที่เขาเดินผ่านประตูเมือง สายตาของทหารยามและจอมยุทธ์พเนจรต่างจับจ้องมาที่เขาด้วยความหวาดเกรงและสงสัย หลินเทียนไม่ได้ใส่ใจ เขาเดินมุ่งหน้าไปยังร้านขายยาเพื่อซื้อสมุนไพรพื้นฐาน
ขณะที่กำลังเดินอยู่ในย่านการค้า ร่างระหงในชุดไหมสีฟ้าอ่อนที่คุ้นตาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ซูเหยียน ศิษย์สำนักบุปผา์ยืนรอนางอยู่ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลและโล่งใจในเวลาเดียวกัน
"ท่านจอมยุทธ์หลิน... ข้าได้ยินเื่ที่ตำหนักลับพรรคอีกาโลหิตแล้ว" ซูเหยียนกล่าวพร้อมกับประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม "ข้าขอบคุณท่านอีกครั้งที่ช่วยกำจัดเนื้อร้ายของเมืองชิงเฟิง แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าสิ่งที่ท่านทำลงไปได้สะกิดถูกรังแตนขนาดใหญ่เข้าเสียแล้ว"
หลินเทียนหยุดนิ่ง มองดูหญิงสาวผู้งดงามตรงหน้า "หุบเขาไร้เนตรงั้นหรือ?"
ซูเหยียนหน้าซีดลงทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น นางพยักหน้าช้าๆ "ใช่เ้าค่ะ ข่าวว่าพรรคอีกาโลหิตเป็เพียงสาขาย่อยที่หุบเขาไร้เนตรใช้บังหน้าเพื่อค้นหาสิ่งบางอย่าง การที่ท่านสังหารฉินกงและเผาตำหนักลับ เท่ากับเป็การประกาศศึกกับพวกมันโดยตรง สำนักบุปผา์ของข้าได้รับคำสั่งจากเ้าสำนักให้รีบถอนตัวออกจากความขัดแย้งนี้ แต่ข้า... ข้าไม่อาจทิ้งท่านไว้โดยไม่เตือนได้"
นางส่งม้วนบันทึกเก่าๆ เล่มหนึ่งให้เขา "นี่คือข้อมูลที่ข้าแอบคัดลอกมาจากหอตำราของสำนัก มันกล่าวถึง 'ผู้สืบทอดกระบี่นิรนาม' และ 'สายเืัคราม' ที่สูญหายไปเมื่อพันปีก่อน ข้าเชื่อว่ามันอาจเกี่ยวข้องกับท่าน"
หลินเทียนรับบันทึกมา แววตาของเขาอ่อนแสงลงเล็กน้อยเมื่อเห็นความจริงใจของหญิงสาว "ขอบใจเ้ามากซูเหยียน วาสนาของข้ากับเ้าสำนักบุปผา์คงสิ้นสุดเพียงเท่านี้ รีบกลับสำนักของเ้าไปเถอะ ยุทธภพหลังจากนี้จะนองเืเกินกว่าที่เ้าจะจินตนาการได้"
ยังไม่ทันที่ซูเหยียนจะได้เอ่ยตอบ บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน! เสียงอึกทึกในตลาดกลับเงียบกริบลงราวกับถูกสะกด ผู้คนรอบข้างเริ่มเคลื่อนไหวช้าลงจนเหมือนภาพหยุดนิ่ง หลินเทียนััได้ถึงกลิ่นอายที่เย็นเยียบและว่างเปล่ายิ่งกว่าวิชากระบี่ของเขาเสียอีก
"ััได้รวดเร็วนัก... สมกับเป็ผู้สืบทอดสายเืโบราณ"
เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทิศทางที่ว่างเปล่า ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาหม่น ปิดตาด้วยผ้าสีดำสนิท เดินก้าวออกมาจากฝูงชนที่หยุดนิ่ง ชายชราผู้นี้ไม่มีกลิ่นอายของพลังยุทธ์แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย แต่ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงบนพื้นกลับทำให้หลินเทียนรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบคั้นด้วยมือที่มองไม่เห็น
"เ้าคือใคร?" หลินเทียนก้าวออกมาขวางหน้าซูเหยียน มือขวากำด้ามกระบี่พลิกฟ้าไว้แน่น ปราณสีครามในร่างหมุนวนเตรียมพร้อมระดับสูงสุด
"ข้าคือ 'ผู้ส่งสารเหมันต์' จากหุบเขาไร้เนตร" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ "เ้าเด็กน้อย... เ้าสิ่งที่ไม่ควร และทำลายสิ่งที่ไม่ควรทำลาย ทางเลือกของเ้ามีเพียงสองทาง คือตามข้ากลับไปรับโทษที่หุบเขา หรือตายลงตรงนี้และให้ข้าเอาชิ้นส่วนกระบี่กลับไป"
"ข้าเลือกทางที่สาม... คือส่งเ้าลงนรกไปหาฉินกง!"
หลินเทียนไม่รอช้า พุ่งทะยานร่างเข้าใส่ชายชราชุดเทาทันที เขาใช้ 'กระบี่ไร้เงา' โจมตีในเสี้ยววินาที คมกระบี่สีครามพุ่งแหวกอากาศมุ่งหมายทะลวงลำคอของศัตรู ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้หลินเทียนต้องเบิกตากว้าง ชายชราเพียงแค่เอียงศีรษะเล็กน้อยโดยที่ไม่ได้เปิดตา คมกระบี่ของหลินเทียนกลับผ่านอากาศธาตุไปราวกับชายชราไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น!
"ช้าไป..." ชายชราพึมพำ ก่อนจะสะบัดนิ้วเบาๆ เข้าที่ใบดาบของหลินเทียน
เปรี้ยง!
แรงกระแทกมหาศาลมหาศาลสะท้อนกลับเข้าสู่แขนของหลินเทียนจนเขาต้องกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว เท้าทั้งสองข้างลากยาวไปกับพื้นจนเกิดร่องลึก หลินเทียนรู้สึกว่ากระดูกแขนขวาเกือบจะแตกร้าว นี่คือระดับพลังที่เหนือกว่า 'ก่อตั้งรากฐาน' ไปอีกขั้นหนึ่ง!
"เ้ายังไม่เข้าใจความหมายของ 'ความว่างเปล่า' ที่แท้จริง" ชายชราชุดเทากล่าวพลางเดินเข้าหาอย่างช้าๆ "วิชาของเ้ากำเนิดจากหุบเขาของเรา แต่เ้ากลับเอามันมาทำร้ายพวกเรา ช่างเป็เื่ที่น่าขำนัก"
หลินเทียนกัดฟันแน่น เขาไม่ยอมแพ้ เขาหลับตาลงพยายามเข้าถึงแก่นแท้ของวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ที่ผู้เฒ่าจิ่วเคยสอน 'ความว่างเปล่าคือความสงบ ไม่ใช่ความพินาศ' เขาเริ่มโคจรลมปราณในรูปแบบที่แตกต่างออกไป แทนที่จะส่งพลังออกไปโจมตี เขาเลือกที่จะดึงพลังฟ้าดินรอบกายเข้ามาหลอมรวมกับกระบี่
ใบดาบสีดำของกระบี่พลิกฟ้าพลันแผ่รังสีสีเงินยวงออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ แสงดาวจากเนื้อเหล็กเริ่มหมุนวนเป็ค่ายกลขนาดเล็ก หลินเทียนััได้ถึง 'ตัวตน' ของชายชราชุดเทาที่ซ่อนอยู่ในความว่างเปล่า
"กระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่สาม... หมื่นกระบี่คืนสู่ศูนย์!"
หลินเทียนฟาดกระบี่ออกไป ทว่าครั้งนี้ไม่มีคมกระบี่ที่พุ่งออกไป แต่กลับเป็แรงสั่นะเืของอากาศที่รุนแรงจนทำให้พื้นที่รอบข้างแตกร้าว ชายชราชุดเทามีสีหน้าเปลี่ยนไปเป็ครั้งแรก เขาพยายามจะหลบหลีกแต่กลับพบว่าปราณรอบกายของเขาถูกผนึกไว้ด้วยเจตนารมณ์กระบี่ของหลินเทียน
"หึ! มีดีพอตัว แต่นี่ยังไม่พอ!" ชายชราคำรามพร้อมกับปลดปล่อยปราณสีเทาหม่นออกมาต้านทาน
การปะทะกันของทั้งสองสร้างคลื่นกระแทกขนาดใหญ่จนร้านรวงรอบข้างพังทลาย ซูเหยียนถูกแรงปะทะจนสลบไป ในจังหวะที่ทั้งคู่กำลังประชันพลังกันอยู่นั้น เสียงหัวเราะอันคุ้นเคยของเฒ่าจิ่วก็ดังก้องไปทั่วท้องฟ้า
"ไอ้แก่เหมันต์! รังแกเด็กมันไม่อายฟ้าดินบ้างหรือไง!"
เงาร่างของเฒ่าจิ่วปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับจอกสุราที่ถูกโยนลงมาขวางกั้นระหว่างหลินเทียนและชายชราชุดเทา ปราณสุราที่เข้มข้นสลายพลังกดดันทั้งหมดไปในพริบตา
ชายชราชุดเทาชะงักมือ "เฒ่าจิ่ว... เ้ายังไม่ตายอีกรึ? เ้าคิดจะปกป้องไอ้เด็กนี่ไปถึงเมื่อไหร่"
"ไปถึงวันที่มันสามารถตัดหัวเ้าเมืองหุบเขาของพวกเ้าได้นั่นแหละ!" เฒ่าจิ่วหัวเราะร่า "วันนี้พอแค่นี้เถอะ หากเ้ายังไม่รีบไสหัวไป ข้าจะเอาเหล้ากรอกปากเ้าจนตาย!"
ชายชราชุดเทาจ้องมองหลินเทียนและเฒ่าจิ่วด้วยแววตาอาฆาต "หลินเทียน... วันนี้เ้าโชคดีที่มีคนช่วย แต่หุบเขาไร้เนตรจะไม่ปล่อยเ้าไป สายเืัครามในตัวเ้า คือกุญแจที่พวกเรา้า และพวกเราจะเอามาให้ได้!"
ร่างของชายชราชุดเทาเลือนหายไปในสายหมอกควัน บรรยากาศรอบกายกลับมาเป็ปกติ ผู้คนในตลาดเริ่มเคลื่อนไหวต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลินเทียนทรุดกายลงนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน พลังงานในร่างแทบจะเหือดแห้ง
เฒ่าจิ่วเดินเข้ามาตบบ่าเขาเบาๆ "เ้าทำได้ดีมากเ้าหนู... แต่อย่างที่เห็น ศัตรูที่แท้จริงของเ้านั้นแข็งแกร่งกว่าที่เ้าคิดนัก เมืองชิงเฟิงไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยสำหรับเ้าอีกต่อไป"
หลินเทียนเงยหน้ามองเฒ่าจิ่ว "ท่านรู้อยู่แล้วใช่ไหมเื่สายเืของข้า? หุบเขาไร้เนตร้าอะไรจากข้ากันแน่?"
เฒ่าจิ่วถอนหายใจยาว "เื่นั้นยาวเกินกว่าจะเล่าที่นี่... เอาเป็ว่า เ้าต้องแข็งแกร่งขึ้นอีก และต้องตามหา 'หัวใจัคราม' ที่ซ่อนอยู่ในป่าาให้พบก่อนพวกมัน มิเช่นนั้นยุทธภพนี้จะถึงกาลวิบัติ"
หลินเทียนมองไปที่ซูเหยียนที่เริ่มรู้สึกตัว และมองไปยังกระบี่ในมือ เขาพยักหน้าอย่างแน่วแน่ ความสูญเสียในอดีตและความลึกลับในอนาคตหลอมรวมกันเป็ไฟแห่งความมุ่งมั่น "ข้าจะไป... ไม่ว่าทางข้างหน้าจะอันตรายเพียงใด ข้าจะพลิกฟ้าดินนี้เพื่อหาความจริงเอง!"
เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืน กระชับกระบี่คู่ใจ พร้อมก้าวเดินออกจากเมืองชิงเฟิงมุ่งหน้าสู่พรมแดนป่าาอันลี้ลับ ปลายทางบทใหม่ของจอมยุทธ์นิรนามเริ่มต้นขึ้นแล้ว และโลกจะต้องสั่นะเืเมื่อัครามที่หลับใหลตื่นจากการจำศีล!