พรึ๊บ!!
ชายชราคนหนึ่งกระโจนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ “ทิวทัศน์ยังคงงดงามเช่นเคย”เขามองออกไปไกลไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
“เมฆนั้น” เขานั้นมีเหงื่อไหลออกมาทันทีที่เขานั้นรู้สึกว่าเมฆนั้นมันทรงพลังเพียงใด เปรี้ยง!! ฟ้าผ่าลงไปยังสถานที่ที่เขาเฝ้าดูเมื่อครู่ “เกิดอะไรขึ้นที่สุสานกัน
“เ้าแมวนั้นหายไปไหน แล้วสายฟ้าเมื่อกี้มันอะไรกัน ทำไมมันถึงดูน่ากลังเช่นนั้น”อาจารย์จางยังคงตามหาแมวอ้วนกลมจนมาถึงบริเวณถ้ำหลากสี จากนั้นเขาก็เห็นคนสองคนกำลังเดินออกมาจากถ้ำ
อาจารย์จางนั้นเห็นป้ายที่ติดอยู่ที่ชุดของสองคนนั้น “ศิษย์จากสำนักหมาป่าสีเงิน พวกนั้นมาทำอะไรที่นี่กัน ข้าคงต้องรีบกลับไปแจ้งผู้าุโเสียแล้ว” อาจารย์จางเขานั้นกำลังจะออกไปแต่ทันใดเขาก็นึกขึ้นได้
“ไม่ใช่แบบนั้นสิ เราจะต้องจับพวกมันทั้งสองไปด้วย”อาจารย์จางเฝ้ามองศิษย์ทั้งสองที่กำลังออกมาจากถ้ำหลากสี
“พี่เว่ยท่านคิดว่าพวกนั้นจะถูกจัดการไปหมดหรือยัง” เมื่อศิษย์น้องถามพี่เว้ยก็ทำใบหน้าบิดเบี้ยวขึ้นมา “เ้าไม่รู้จักโฟแห่งสำนักหุบเขานภางั้นหรือ” พี่เว่ยเอ่ยขึ้น
“โฟแห่งสำนักหุบเขานภา พี่เว่ยหมายใครกันทำไมข้าถึงไม่รู้จัก” พี่เว่ยกำหมัดแน่นเมื่อศิษย์น้องของตนนั้นถามด้วยคำถามที่แสนจะโง่งม
พี่เว่ยใจเย็นและอธิบาย”โฟครั้งหนึ่งนั้นในตอนที่หมอนั้นมีพลังบ่มเพาะเพียงเปิดประตูบานที่สามแต่มันสามารถเอาชนะผู้ที่เปิดประตูบานที่สี่ได้ แล้วเ้าคิดว่าแผนการของข้าจะสังหารเขาได้งั้นเหรอ” พี่เว่ยอธิบายอย่างชัดถ่อยชัดคำ
เมื่อศิษย์น้องของเขาได้ฟังก็รู้สึกใ “ท่านแน่ใจนะว่าเป็เขา” พี่เว่ยพยักหน้า “ใช่นั้นละเขา พวกเรารีบกลับสำนักและเอาเื่นี้ไปรายงานให้สำนักกันดีกว่า”
ทั้งสองเดินออกมาจากถ้ำจากนั้นก็มีคลื่นแสงสายหนึ่งพุ่งเข้ามาจู่โจมพวกเขา ปัง! ปัง! ทั้งสองโดนหมัดปริศนาต่อยเข้าไปที่ใบหน้าและกระเด็นไปติดกลับกำแพงถ้ำ
“เฮือก!!”
“ใครกันที่กล้าชุ่มโจมตีพวกข้า” พี่เว่ยกระอักเืออกมา ส่วนศิษย์น้องของเขานั้นหมดสติไป จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังขึ้น”ไม่เลวเลยหนิที่โดนหมัดของข้าเขาไปแล้วยังไม่หมดสติ” จากนั้นชายดลางคนก็ปรากฏตัวออกมา
“เ้าเป็ใครกันแน่”พี่เว่ยนั้นรู้สึกว่าร่างกายของเขานั้นสั่นด้วยความกลัว เขานั้นรู้สึกว่านรกนั้นได้มาปรากฏอยู่ที่เบี่ยงหน้าของเขาแล้ว เขามองไปที่ชายวัยกลางคนดีๆ จากนั้นเขาก็เห็นสัญลักษณ์ “สำนักหุบเขานภางั้นเหรอ แถมยังเป็ตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงตำแหน่ง นี่เ้าเป็อาจารย์จากสำนักหุบเขานภางั้นเหรอ” พี่เว่ยคำรามขึ้น
“ไปกันเถอะข้าเสียเวลามามากพอแล้ว ตอนนี้ข้าอยากจะกลับไปพักผ่อน เ้าไม่จำเป็ต้องสนใจยังไงข้าก็ไม่ฆ่าพวกเ้าอยู่ดี” อาจารย์จางอย่างเหนื่อยล้า เขานั้นตามล่าแมวมากลายวันเขาจึงรู้สึกไร้เรี่ยวแรง
แต่ทันใดนั้นพี่เว่ยก็ได้ยิบยันต์ขึ้นมา “ข้าต้องขอโทษที ที่ไม่สามารถให้เ้าจับไปได้” พี่เว่ยใช้ยันต์ติดที่ร่างกายจากนั้นออร่าลมปราณก่อต่อตัวขึ้นเป็โล่ป้องกันและยังสามารถบินได้ด้วย พี่เว้ยอุ้มศิษย์น้องขึ้นมาจากนั้นเขาก็บินขึ้น
แต่อาจารย์จางนั้นมีหรือที่จะให้ตัวการหนีไปได้ เขาจะต้องจับทั้งสองเพื่อมาสอบปากคำให้ได้ เขารวมพลังลมปราณไว้ที่หมัดจากนั้นเขาก็กระโจมขึ้นบนท้องฟ้าและต่อหมัดที่เต็มเปลี่ยมไปด้วยพลังเข้าประทะกับโล่ลมปราณ
แต่ทันใดนั้นที่เขาต่อยเขาประทะกลับโล่ลมปราณของอีกฝ่ายก็ได้มีคลื่นสะท้อนกับจึงทำให้เขานั้นดิ่งลงมาจากบนฟ้าที่สูงราวสิบเมตร
ตู้ม!!
พื้นที่หน้าถ้ำหลากสีนั้นเกิดหลุมใหญ่ขึ้นมาแรงกระแทกทำให้ตนไม่รอบๆนั้นถูกพัดหายไป “เจ็บจริงๆ เด็กสมัยนี้นี่ดีจริงๆมีของวิเศษจากอาจารย์เอาไว้ป้องกันตัว”อาจารย์จากลุกขึ้นจากนั้นเขาก็หายตัวไปจากหลุมที่ตกลงมาเมื่อครู่
พี่เว่ยนั้นกระอักเืออกมา”ไม่นึกเลยว่ายันต์ที่ท่านอาจารย์ให้มาจะถูกอาจารย์จากสำนักนภาโจมตีและมีพลังบางส่วนเข้ามาถึง”พี่เว่ยในตอนนี้เขามีใบหน้าที่มือมน จากนั้นโล่ลมปราณก็พาพวกเขานั้นเดินทางกลับสำนัก
[ท่านเข้าสู่บททดสอบที่ห้า อีกสิบนาทีคู่ต่อสู่ของท่านจะปรากฏขึ้น] และเมื่อมองดูรอบๆก็พบกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเข้าชาญอยู่
“หวังอีฮังสินะ”พี่สี่นั้นเอ่ยขึ้น และเดินไปข้างหน้าหวังอีฮัง “นี่เ้าไม่ได้ยินที่พี่สี่พูดหรือไงกัน ล มตาแล้วมาพูดกับพี่สี่เดียวนี้”ศิษย์น้องคนหนึ่งนั้นไม่พอใจที่หวังอีฮังนั้นยังคงเข้าขาญ และไม่สนใจพวกเขาทั้งสาม