แม้แสงแดดบนท้องฟ้าจะถูกบดบังด้วยเมฆหนา แต่เด็กๆ อายุยังไม่ถึงสิบขวบ ช่วยเหม่ยอิงหน่อยเดียวก็หอบจับแล้ว
“หมดแรงแล้วเช่นนั้นหรือ ถ้างั้นก็กลับไปพักที่บ้านเถิด ยังเหลือมันเผาอยู่บ้าง กินพอมีแรงแล้วค่อยมาช่วยแม่ก็ได้” เหม่ยอิงไม่อยากใช้แรงงานเด็กเกินไป อีกอย่างพวกเขาเป็ลูกของนางอยู่ในวัยที่กำลังโต เด็กอายุประมาณนี้ควรกินให้มากเล่นให้เยอะๆ ไม่ใช่มาช่วยงานพ่อแม่เช่นนี้
“เข้าใจแล้วท่านแม่ ถ้างั้นพวกเราจะกลับไปที่บ้านก่อนนะเ้าคะ” หลี่เหนียงปัดมือเปื้อนดิน
“ข้าเองก็เริ่มหิวแล้ว อยากกินข้าวผัดฝีมือท่านแม่อีกจังเลยขอรับ” หลี่กุ้ยลูบท้องตัวเอง ดูเหมือนเขาจะลืมรสชาติอาหารที่เหม่ยอิงทำเมื่อวานไม่ได้ แม้ฝีมือจะธรรมดาแต่ข้าวสาลีนั้นเป็ของวิเศษ หากมันไม่อร่อยก็คงแปลก
“เ้านี่หิวได้ทุกที่จริงๆ” หลี่จุนพี่คนโตหัวเราะเยาะน้องคนรอง จากนั้นพวกเขาก็เดินกลับไปที่บ้าน เหม่ยอิงทำสวนต่อ วันนี้นางกำลังถางหญ้าสำหรับปลูกพืชผักที่ซื้อมาจากตลาดเมืองฉางเล่อ
หลังจากนำวัญพืชไร้ประโยชน์ออกไปจากหน้าดินแล้วเหม่ยอิงก็นำจอบมา เริ่มขุดหลุมสำหรับหว่านเมล็ด
“ถ้าหากเป็อย่างเกมปลูกผักปู่นินคงดี สามารถอัปเกรดบัวรดน้ำ จอบ ขวาน เสียม เพียงแค่ง้างอุปกรณ์ค้างไว้หน้าดินก็จะถูกขุดสี่ถึงห้าหลุม” เหม่ยอิงพลันนึกถึงเกมพกพาที่เคยเล่นในชาติก่อน ตอนนั้นสนุกมาก ถือว่าเป็สิ่งอำนวยสะดวกที่ฆ่าเวลาได้ดี
และในขณะนั้นเอง เสียงระบบดังขึ้น '...ติ้ง หากโฮสต์อยากอัปเกรดอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ใช่เื่ยาก เพียงต้องมีโรงหล่อและฟืนสำหรับสร้างไฟที่พิเศษ'
เหม่ยอิงตะลึงงัน ไม่คิดว่าระบบจะบอกตรงๆ
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะหาฟืนที่มีไฟพิเศษได้จากที่ไหน” เหม่ยอิงถามระบบในใจ
'ติ้ง...ง่ายมาก เพียงตัดต้นไม้ในอาณาเขตเซียนามาหลอมสร้างอาวุธ แต่อย่างใดก็ตามต้นไม้แต่ละต้นมีคุณสมบัติที่ต่างกันออกไป ดังนั้นการหลอมสร้างจึงขึ้นอยู่กับไฟจากไม้ที่ถูกเผา'
“เข้าใจล่ะ” เหม่ยอิงพยักหน้า การค้นพบนี้ทำให้นางเรียนรู้ถึงบางอย่าง ก็เหมือนกับเกมที่เคยเล่นในชาติก่อน แต่ตอนนั้นจำได้ว่าต้องมีเงินรวมถึงแร่เพื่อไปจ้างช่างตีเหล็ก แต่ตอนนี้ขอแค่มีฟืนจากต้นไม้วิเศษก็สามารถตีอุปกรณ์ชิ้นใหม่ได้
หลังจากทำความเข้าใจนี้เหม่ยอิงไม่ได้กลับบ้านแต่เลือกที่จะขุดดินต่อ เพราะการเดินทางไปกลับค่อนข้างเสียเวลาเกินไป
เหม่ยอิงใช้เวลาไม่ช้าหรือนานเกินไป ต่อให้นางจะแกร่งราวเซียนใน (อาณาเขตเซียนา) แต่ใช่ว่าจะมีวิชาวิเศษดังเช่นสำนักใหญ่ ดังนั้นนางจึงไม่เข้าใจวิธีควบคุมพลังนัก ต้องเรียนรู้ด้วยตัวเองทีละน้อย
หลังจากขุดหน้าดินพอประมาณเหม่ยอิงก็วางจอบลง นางนั่งพักครู่หนึ่งก่อนจะหยิบถุงเมล็ดพันธ์ออกมา ในนี้มีเมล็ดพริก แตงกวา ผักกาด หอม หัวไชเท้า กระเทียม ผักชี รวมถึงเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ที่ใช้สำหรับทำอาหาร
เหม่ยอิงเริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไปยังหน้าดินที่ถูกขุด นางทำแบบนี้ไปทีละหลุมไม่ได้รีบ โดยแปลงนี้จะปลูกแบบรวมก่อน เพราะวันนี้ต้องทำอาหารกินเองตอนเย็นจะได้มีผักเยอะๆ วางอยู่บนโต๊ะ
ในขณะที่เหม่ยอิงกำลังวุ่นอยู่เด็กๆ ที่กลับไปพักผ่อนที่บ้านก็ออกไปเล่นข้างนอก หลี่เหนียงยังคงอุ้มพยัคฆ์ขาวในมือโดยไม่รู้ว่าแท้จริงหมอนี่ไม่ใช่แมว
“ออกมาแล้วเช่นนั้นหรือ ให้ข้าคอยเสียแทบแย่” หลี่หานซ่อนตัวอยู่หลังต้นใหม้ใหญ่ คอยสอดส่องหน้าบ้านเหม่ยอิงทุกชั่วยาม เนื่องจากแขนเจ็บจึงต้องพักงานโรงหล่อชั่วคราว ไม่งั้นเขาคงไม่เต็มใจมาที่นี่ตามคำสั่งของหวังฝู
หลี่หานเห็นลูกสามคนเดินออกมาแล้วแต่ยังไม่กล้าปรากฏตัว หลี่เหนียงไม่เป็ไรหรอกแต่หลี่จุน หลี่กุ้ยนั้นต่างออกไป ในสายตาของหลี่หานพวกเขาคือ ‘ลูกอกตัญญู’ เทียบไม่ได้กับหลี่เหนียงที่เป็ห่วงเป็ใยพ่อ
หลี่หานติดตามเด็กๆ อยู่ข้างหลัง ในขณะเดียวกันพยัคฆ์ขาวไป๋ไป๋ก็ได้กลิ่น มันหันศีรษะเล็กๆ มองเงาคนที่อยู่ด้านหลังหลี่เหนียง กำลังเดินไล่ตามมาเรื่อยๆ
“เ้าไก่บ้านั่นบอกให้ข้าดูเแลเด็กดีๆ งั้นข้าคงไม่มีทางเลือก แต่ชายผู้นั้นเป็พ่อของนางคงไม่มีปัญหาหรอกกระมัง” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไป๋ไป๋เห็นการปรากฏตัวของหลี่หาน ชายผู้นี้เป็คนธรรมดาที่น่ารังเกียจ แต่กระนั้นเขากลับเป็พ่อของหลี่เหนียงตัวน้อยที่เขาต้องปกป้อง
หลังจากตามลูกสาวมาได้ระยะเวลาหนึ่ง พอเห็นทางสะดวกหลี่หานก็ปรากฏตัวต่อหน้า
“ท่านพ่อท่านมาอยู่ที่นี่ได้เช่นไร” หลี่เหนียงถาม ดวงตาเด็กสาวมองคนตรงหน้าอย่างอยากรู้อยากเห็น
หลี่หานยิ้มตอบ “พ่อคิดถึงเ้าน่ะสิจึงได้มาที่นี่ ว่าแต่เ้ามาผู้เดียวหรือหลี่เหนียง”
“เปล่าเ้าค่ะ ข้ามากับพี่ชาย ท่านพ่ออยากให้ข้าไปเรียกท่านพี่หรือไม่”
“ไม่ไม่ไม่ วันนี้พ่ออยากอยู่ตามลำพังกับหลี่เหนียง พ่ออยากให้หลี่เหนียงช่วยเื่บางอย่างหน่อย”
“ช่วยเื่อะไรหรือเ้าคะ หากไม่ใช่เื่ใหญ่เกินไปหลี่เหนียงช่วยได้ก็จะช่วย”
“เื่นั้นง่ายมาก จำเมื่อวานที่ท่านย่าของเ้าถือลูกท้อได้ใช่ไหม รสชาติของลูกท้อลูกนั้นมันช่างอร่อยและท่านย่าก็อยากกินอีกหลายๆ ลูก รวมถึงพ่อเองก็เช่นกัน ดังนั้นลูกช่วยนำมันออกมาหน่อยได้หรือไม่ ยังไงเสียแม่ของเ้าก็ปลูกต้นท้อหลายสิบต้น ให้พ่อกับย่าเพียงไม่กี่ผลคงไม่เป็ไรหรอก”
หลี่เหนียงตกอยู่ในความเงีบยบ คล้ายกับกำลังไตร่ตรองบางอย่าง หลี่หานเห็นเช่นนั้นจึงกระตุ้น
“หลี่เหนียงเ้าไม่สงสารพ่อคนนี้หรือ รวมถึงครอบครัวสกุลหลี่ บ้านหลี่อาศัยอยู่ด้วยกันมากกว่า 30 ชีวิต พ่อคือเสาหลักของบ้านแต่ตอนนี้พ่อทำงานไม่ได้เพราะมือพ่อเจ็บ สกุลหลี่ไร้เงินสนับสนุนเพราะพ่อไม่ได้ทำงาน ทุกคนกำลังจะอดตายหากไม่ได้กิน พ่อขอเพียงลูกท้อสิบลูกได้หรือไม่ หลังจากนั้นพ่อจะไม่ขออะไรอีก”
อยู่ๆ น้ำตาของหลี่เหนียงก็คลอเบ้า นางพยักหน้าซ้ำๆ “เป็เช่นนั้น ข้าไม่รู้เลยว่าบ้านหลี่ลำบากถึงเพียงนี้”
“ความจริงจะไม่เป็แบบนี้หากเย่เฟิงไม่ทำร้ายพ่อ พ่อเป็เสาหลักครอบครัว หากขาดพ่อไปทุกคนจะอยู่กันเช่นไร พ่อขอเพียงแค่นี้หลี่เหนียง ช่วยพ่อหน่อยนะ” เห็นน้ำตาของลูกคนเล็กหลี่หานไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจเลยสักนิด ก็แค่ใช้ความอ่อนโยนของนางเป็เครื่องมือ
หลี่เหนียงเช็ดน้ำตา ก่อนจะกล่าวว่า “ท่านพ่อรออยู่ที่นี่เดี๋ยวข้าจะกลับบ้านไปเอาลูกท้อ ท่านแม่เก็บไว้ในห้องครัวแต่ไม่รู้ว่ามีกี่ลูก”
“เช่นนั้นก็รีบไปเถิด”
หลี่เหนียงพยักหน้าจากนั้นรีบวิ่งกลับไปบ้าน พยัคฆ์ขาวที่อยู่ในอ้อมกอดถูกวางไว้หน้าบ้านเมื่อเด็กหญิงตัวเล็กๆ วิ่งมาถึง ราวกับลูกท้อในบ้านสำคัญกว่ามัน
“ข้าต้องไปแจ้งเ้าไก่นั่นหรือไม่...ไม่สิต้องไปแจ้ง หากไม่แจ้งมีหวังข้าโดนมันจิกขนหลุด” ไป๋ไป๋ไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์น่าอนาถเมื่อคืน อยู่ๆ ไอ้ไก่บ้าก้วนหลี่ก็โผล่ออกมา แถมยังอวดเบ่งอำนาจไม่เกรงใจไป๋ไป๋ที่มาก่อน
และด้วยความที่พยัคฆ์ขาวเป็สัตว์อสูรที่กำลังฟื้นฟูพลังิญญา ทำให้มันอ่อนแอและถูกไก่รังแกได้ง่ายยิ่ง ดังนั้นพอเห็นว่าหลี่เหนียงเข้าไปในบ้านไป๋ไป๋จึงวิ่งไปหาก้วนหลี่ที่อยู่ในเล้ากับไก่ตัวเมีย
“นายท่านไก่เกิดเื่แล้วขอรับ” ไป๋ไป๋ส่งเสียงเมื่อวิ่งมาถึงเล้าไก่ ตอนนี้ก้วนหลี่กำลังเกี้ยวพาราสีไก่ตัวเมีย งานของมันไม่มีอะไรมากแค่อยู่ในเล้าคอยออกไข่ ไม่สิมันออกไข่ไม่ได้เพราะมันไม่ใช่ไก่ตัวเมีย ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นที่เหม่ยอิงจะรู้
“เื่อะไรหรือ ไม่เห็นหรือไรว่าข้ากำลังยุ่งอยู่ หากเื่ของเ้าทำให้ข้าไม่พอใจล่ะก็ รู้ใช่หรือไม่ว่าต้องโดนสิ่งใด”
ไป๋ไป๋กลืนน้ำลายลงคอ แต่ไม่กล้าพิรี้พิไรรีบกล่าวถึงเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ ก้วนหลี่รับฟังก็กระพือปีกน้อยๆ ปากของมันเชิดขึ้นสูง
“ชายผู้นั้นหน้าไม่อายยิ่ง หย่าขาดกับท่านเซียนไปแล้วเหตุใดถึงตามราวีไม่เลิก นอกจากนั้นยังจงใจใช้ความไร้เดียงสาของลูกสาวเพื่อรับผลประโยชน์ ไม่ได้การข้าต้องทำอะไรสักอย่าง”
ไป๋ไป๋ไม่ได้พูดอะไร เื่นี้มันไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะลำพังแค่จะแปลงกายเป็หนุ่มรูปงามยังทำไม่ได้เลย
หลังจากคิดอยู่นานสองนานก้วนหลี่ก็กล่าวว่า “ถ้าหากเขาอยากได้ก็ปล่อยให้เขาได้ไป”
“เอ๋...แต่ว่าทำเช่นนี้ท่านเซียนเหม่ยจะไม่ว่าหรือขอรับ” ไป๋ไป๋เป็กังวล ด้วยการติดต่อกับก้วนหลี่ทำให้เขารับรู้ข้อมูลหลายอย่าง ที่ดินลึกลับเช่นนี้ทำให้เขาฟื้นฟูพลังิญญาได้มาก แท้จริงคือดินแดนเซียนอันแสนน่ากลัว อยากจะหนีก็หนีไม่ได้จำใจต้องอยู่ต่อ
ก้วนหลี่เข้าไปจิกหัวสองสามครั้งในความเขลาของไป๋ไป๋ ก่อนจะกล่าวว่า “ใครบอกว่าข้าไม่ทำอะไรเลย ข้าคิดจะใช้มนต์บังตาสับเปลี่ยนลูกท้อเป็ผลไม้ชนิดอื่น เพียงแต่ผลนั้นต้องไม่เป็อันตรายกับมนุษย์จนเกินไป และบังเอิญข้ามีผลพวกนั้นติดมืออยู่ด้วย”
หากเ้าก้วนหลี่แปลงกายเป็บุรุษหนุ่มคงได้เห็นมันยิ้มเ้าเล่ห์ แต่ตอนนี้เป็ไก่รอยยิ้มจึงพิลึกยิ่ง