บทที่ 19
ความแข็งแกร่งของหมาป่าโลหิต
รัตติกาลนั้นผ่านพ้นยามวิกาลที่ถูกย้อมไปด้วยราตรีสีเื
ยามนี้ภายในเมืองบริเวณชายแดนสามารถปัดเป่ากองทัพทหารม้าที่เข้ามารุกรานภายในอาณาเขตให้ถอยกลับไปเรียบร้อยแล้ว
การดักซุ่มโจมตีในยามราตรีใน่ที่ทหารของอีกฝ่ายนั้นยังคงาเ็แผนการนี้ใช้ได้ดีเป็อย่างมาก
เพียงแค่บุกโจมตีในครั้งเดียวสร้างความเสียหายมากมายผู้คนมากมายภายในกองทัพของดินแดนแคว้นชิงที่บุกเข้ามาโดนโจมตีส่วนเสียหายอย่างหนัก
ในตอนนี้กองทัพของวันที่เหลือรอดไปเกรงว่าจะมีจำนวนคนเพียงแค่ไม่ถึง100 คนเสียด้วยซ้ำ
แน่นอนว่าเื่ราวในครั้งนี้ผู้คนภายในเมืองต่างพากันชื่นชมรองแม่ทัพที่ช่วยขับไล่ทหารของดินแดนชิงกลับไปได้ด้วยกำลังคนที่มีเพียงแค่น้อยนิด
โดยทั่วไปแล้วการรับศึกเช่นนี้ทหารที่มีกำลังคนเพียงแค่ประมาณ200 คนแทบจะไม่มีโอกาสชนะเลยด้วยซ้ำ
แต่ในครั้งนี้กลับสามารถเอาชนะได้และยังสังหารทหารของสตูไปมากกว่าครึ่งย่อมทำการเอ่ยปากชมรองแม่ทัพที่สามารถขับไล่ทหารพวกนี้ไปได้
โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าคนที่ออกอุบายและแผนการในครั้งนี้เป็เพียงแค่เด็กหนุ่มวัย16 ปีที่ลงมือกระทำเื่นี้
แผนการของเขาก็สามารถใช้งานได้อย่างดี
ตอนนี้กองทัพของศัตรูได้ถอยออกไปจนไม่เห็นร่างกายของพวกมันแล้วทำให้ภายในเมืองชายแดนไม่มีผู้ใดมารุกรานใครก็คงจะไม่มีผู้ใดมารุกรานอีกสักพัก
ภายในโรงน้ำชาในเมืองในขณะที่บรรยากาศภายในเมืองกำลังเต็มไปด้วยความผ่อนคลายหลังจากที่เพิ่งผ่านามาได้หนึ่งวัน
จางิเด็กหนุ่มวัย 16 ปีกำลังนั่งอยู่ภายในโรงน้ำชาชั้นสองพร้อมกับยกน้ำชาขึ้นมาดื่มอย่างผ่อนคลายพร้อมกับจ้องมองดูบางอย่างเบื้องหน้าของตนเอง
[ชื่ออสูรหมาป่าโลหิต LV.45]
[ระดับ 1ดาว]
[พลังชีวิต750/750 ปราณ 130/130]
[ความสามารถ- เขี้ยวแหลมคม LV 1 - เคลื่อนไหวรวดเร็ว LV1 - กระหายเื LV1 ]
ในตอนนี้สามารถของหมาป่าโลหิตเพิ่มพูนขึ้นเป็อย่างมากจากที่ได้ทำการสังหารผู้คนไปเป็จำนวนมาก
าที่เพิ่งผ่านพ้นมาหมาป่าโลหิตตอนนี้ได้ดื่มเืของพวกมนุษย์มากมายที่เป็ผู้คนต่างหันมาพวกนั้นไปนับ100 ชีวิต
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ระดับของวันจึงเพิ่มพูนขึ้นอีกระดับแถมยังได้ความสามารถใหม่ขึ้นมาอีกด้วย
เขาจ้องมองตัวอักษรที่รออยู่เบื้องหน้าอย่างสงสัยก่อนที่จะทำการถามกับเสียงภายในหัว “ เสี่ยวหนิงความสามารถใหม่นี่คืออันใด? ”
“ เรียนนายท่านความสามารถใหม่ดิเป็ความสามารถที่ชื่อว่ากระหายโลหิตความสามารถนี้จะทำให้หมาป่าโลหิตที่อยู่ภายในพันธสัญญาอยู่ในสภาวะก็หายโลหิตความแข็งแกร่งภายในร่างกายและความรวดเร็วจะเพิ่มพูนขึ้น”
“ โดยเมื่อมันสามารถสังหารเป้าหมายได้แล้วจะสามารถทำให้ความแข็งแกร่งภายในร่างกายนั้นเพิ่มพูนขึ้นได้อีกหนึ่งขั้น”
หลังจากที่ได้ยินเสียงภายในหัวทำการอธิบายเกี่ยวกับความสามารถของมันดวงตาทั้งสองข้างของเขาดูตื่นตระหนกใขึ้นมาในทันที
แน่นอนว่าความสามารถนี้เยี่ยมยอดจางิรู้ดีว่าความสามารถนี้มีประโยชน์เพียงใดแม้ว่าในตอนนี้เ้าหมาป่าโลหิตจะอยู่ภายในสัญลักษณ์ที่สามารถเก็บมันเข้าไปได้
ก่อนหน้านี้ก็ลองสังเกตร่างกายของมันมาสักพักแล้วเมื่อมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นดูเหมือนว่าร่างกายของมันจะใหญ่ขึ้นด้วย
ไม่เพียงแค่ร่างกายนั้นแข็งแกร่งและความดุดันของภายในร่างกายก็เพิ่มขึ้นด้วยยังได้ความสามารถนี้ขึ้นมาอีก
โดยความสามารถนี้จางิมองว่าเป็ความสามารถที่เยี่ยมยอดลำพังเพียงแค่หมาป่าโลหิตธรรมดาทั่วไปในยามนี้มันเองก็แข็งแกร่งมากพอแล้ว
แม้ว่าจะเป็สัตว์อสูรระดับหนึ่งดาวถ้าเกรงว่าความสามารถของมันในตอนนี้จะเทียบเคียงได้กับพวกสัตว์อสูรที่อยู่ในระดับสองดาว
ขนาดผู้ที่ฝึกฝนวรยุทธที่อยู่ในระดับขั้นแปดยังไม่สามารถต่อกรกับมันได้ในตอนแรกผู้ใดจะคิดเล่าว่าสัตว์อสูรอย่างหมาป่าโลหิตที่ชื่อว่าเป็สัตว์อสูรที่อ่อนแอที่สุดจะสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ในระดับนี้
แต่เมื่อมันสามารถพัฒนาขึ้นมาได้ในระดับนี้มันเองก็คิดเช่นเดียวกันว่าถ้าในวันข้างหน้ามีสัตว์อสูรที่มีความสามารถมากกว่านี้อยู่ภายในพันธสัญญา
แล้วมันเป็สัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าหมาป่าโลหิตเมื่อพัฒนาความสามารถของมันไปเรื่อยๆมันจะมีความสามารถแข็งแกร่งเพียงใด
“ มองอย่างไรก็ยอดเยี่ยมในวันข้างหน้าความสามารถนี้จะทำให้ตัวของเรานั้นแข็งแกร่งมากขึ้นไปได้อีกโดยที่ไม่จำเป็จะต้องลงมือต่อสู้ด้วยตนเอง”
“ ลำพังเพียงแค่ความสามารถตี๋ต่อให้ไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธ์ได้ข้าก็มั่นใจว่าตนเองจะสามารถขึ้นเป็อันดับหนึ่งของใต้หล้า”
ขณะที่กล่าวกับตนเองอย่างฮึกเหิมเช่นนั้นเสียงฝีเท้าหนึ่งดังแว่วมาจากด้านข้างก่อนที่เค้าจะหันไปมองอย่างรวดเร็ว
เมื่อหันไปมองทางด้านเสียงฝีเท้าที่หลังขึ้นมาพบเห็นเข้ากับทหารผู้ติดตามของรองแม่ทัพอู๋เสี่ยวกวนเดินทางมาประชิดอยู่บริเวณข้างโต๊ะน้ำชาที่กำลังนั่งอยู่
ทหารผู้นั้นค่อยค่อยโค้งศรีษะของตนเองลงไปเล็กน้อยกล่าวกับเขาอย่างนอบน้อมราวกับว่าเขาเป็ตัวตนที่สูงส่ง “ ท่านรองแม่ทัพให้มาเรียนเชิญคุณชายไปพบ ”
หลังจากที่ได้ยินเช่นนั้นเขาพยักหน้าแล้วก็ติดตามทหารผู้นั้นไปอย่างรวดเร็ว
…
ยามติดตามทหารผู้นั้นเดินทางไปพบรองแม่ทัพที่้าพบ
เขาก็ได้เดินทางมาถึงโรงหมอที่เป็สถานที่ในการพักรักษาตัวสองรองแม่ทัพผู้นี้เมื่อได้เดินทางมาถึงสถานที่อย่างนี้ก็เข้าไปพบชายผู้นั้นอย่างเช่นทุกครั้ง
เมื่อได้เข้าไปพบรองแม่ทัพผู้นั้นลุกขึ้นมาจากเตียงที่ตนเองกำลังนอนพักผ่อนอย่างรวดเร็วแล้วก็วิ่งเข้ามาหาจางิในทันที
อู๋เสี่ยวกวนวิ่งเข้ามาแล้วก็มาหยุดลงบริเวณด้านหน้าเท้าทั้งสองข้างที่หยุดลงด้วยแววตาที่เป็ประกายทำการกล่าวขึ้นมา “ เ้านี้เยี่ยมยอดจริงๆหนุ่มน้อยของเ้าเพียงแค่วันเดียวก็สามารถขับไล่ทหารที่มีจำนวนมากกว่าตนเองถึงหนึ่งเท่าตัวกลับไปได้อย่างง่ายดาย”
ทำการกล่าวชื่นชมขึ้นมาในความสามารถของจางิ
ในตอนแรกปฎิเสธไม่ได้เลยว่าชายผู้นี้ประทับใจกับเด็กหนุ่มผู้นี้อยู่แล้วพี่ยื่นมือเข้ามาช่วยผู้ที่ตนเองนั้นไม่รู้จักโดยที่ไม่เสี่ยงอันตราย
แต่เมื่อได้เห็นว่าเด็กหนุ่มนามจางิผู้นี้มีทั้งความรู้และความสามารถมันเองก็ยืนชื่นชมและก็ยิ่งชอบในตัวเขามากขึ้นไปอีก
“ กล่าวเกินไปแล้วขอรับแม่ทัพอย่างไรเสียข้าเองก็เป็เพียงแค่ฝุ่นที่ศึกษาเกี่ยวกับเื่กลยุทธ์ามาบ้างเล็กน้อยมิได้เก่งกาจอันใดเช่นนั้นอีกอย่างที่สามารถขับไล่ไปได้ก็เป็เพราะว่าพวกทหารม้าเ่าั้ไม่ระวังตัวเอง” จางิพยายามก้าวออกมาอย่างไม่โอ้อวด
ผู้ที่เป็คนที่เก่งกาจไม่จำเป็จะต้องโอ้อวดความสามารถของตนเองและถ้าจางิทำเช่นนั้นเขาก็รู้ดีว่าติดไฟคงจะไม่ชอบสักเท่าไหร่
“ ฮ่าๆๆคนรุ่นใหม่อย่างใจดีเยี่ยมยิ่งนักรในตอนนี้หลังจากที่ผ่านพ้นเื่ราวนี้เ้าจะเดินทางไปที่ไหน ”
จางิทำการตอบกลับไปอย่างรวดเร็วถึงเป้าหมายของตนเองต่อจากนี้ “ เรียนท่านรองแม่ทัพต่อจากนี้ข้าคิดว่าข้าจะเดินทางไปที่เมืองหลวงของอาณาจักรฉีขอรับ”
“ ดี!!!ในเมื่อเ้าจะเดินทางไปที่นั่นเ้าก็เดินทางไปพร้อมกับข้าเลยข้าก็จะเดินทางกลับเมืองหลวงในอีกประมาณห้าถึงหกวันข้างหน้าเมื่อไปถึงสถานที่แห่งนั้นข้าจะเลี้ยงเ้าให้หนำใจไม่เพียงเท่านั้นยังสนับสนุนเ้าถ้าเ้าอยากรับราชการ” อู๋เสี่ยวกวนดูพึงพอใจกับเขาเป็อย่างมาก
ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าชายผู้นี้ถูกคอกับนิสัยของบุรุษหนุ่มที่เต็มไปด้วยความสามารถเช่นนี้เป็อย่างมาก
มันถึงกับเอ่ยปากว่าจะสนับสนุนให้เขาเป็ขุนนาง
จางิได้ยินก้มหน้าของตนเองต่ำลงไปเล็กน้อยแล้วก็คิดภายในใจอย่างรวดเร็ว “ เป็ขุนนางอย่างนั้นหรือในเมื่อชายผู้นี้ที่เป็ถึงรองแม่ทัพกล่าวว่าจะสนับสนุนตัวของข้าเป็ขุนนางย่อมเป็ทางเลือกที่ดี ”
“ ขุนนางภายในราชสำนักมีอำนาจเป็อย่างมากภายในยุคสมัยนี้ไม่เพียงเท่านั้นถ้าเป็ขุนนางก็จะได้รับเงินทองมันยอมเป็ตัวเลือกที่ดีถ้าในตอนนี้ตัวของเราไม่ได้มีแผนการว่าจะทำอะไรต่อจากนี้”
ตัวของเขาคิดเช่นนั้นจางิคิดว่าอย่างไรเสียการเป็ขุนนางก็ถือว่าเป็ทางเลือกที่ไม่เลว
เป็เพราะว่าขุนนางเป็ตัวเลือกอีกหนึ่งอย่างโดยผู้คนภายในสมัยนี้ล้วนแล้วอยากจะเป็ขุนนางทั้งสิ้น
เพราะว่ามีทั้งอำนาจมีทั้งชื่อเสียงแล้วก็มีทั้งเงินทองแถมฐานะของขุนนางและคนธรรมดานั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจนเขาสามารถใช้ประโยชน์ในส่วนนั้นได้
จางิเห็นว่าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าจะทำการสนับสนุนตนเองจะรู้สึกสนใจอยู่ไม่น้อยเขาเงยหน้าของตนเองขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากที่ก้มใบหน้าไปคิดดูสักพักทำการตอบกลับผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าไป “ ไม่ได้หรอกขอรับ ”
เขาตอบกลับไปเช่นนั้นอู๋เสี่ยวกวนที่อยู่ด้านหน้าแสดงใบหน้าที่ไม่คาดคิดจึงถามกับ “ อันใดที่บอกว่าไม่ได้หรือว่าเ้าไม่อยากจะเป็ขุนนาง”
“ มิใช่ขอรับแต่ว่าข้าไม่สามารถเดินทางกลับไปที่เมืองหลวงได้ในตอนนี้ข้ามีสถานที่ที่จะต้องไปก่อนที่จะไปที่เมืองหลวงเกรงว่าจะเดินทางไปกับท่านรองไม่ทัพมิได้”
“ งั้นเอาเช่นนี้ดีหรือไม่ขอรับข้าจะเดินทางล่วงหน้าไปก่อนเมื่อข้าทำธุระของข้าเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะค่อยเดินทางกลับไปที่เมืองหลวงไปพบท่าน” เสนอความคิดของตนเองขึ้นมา
เมื่อได้ยินคำพูดของจางิอู๋เสี่ยวกวนแสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีแล้วก็กล่าวขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม “ ดี!!! ดี!!!!อันนั้นก็เอาเช่นนี้ถ้าเ้าทำธุระของเ้าเสร็จเมื่อไหร่เดินทางไปพบข้าที่เมืองหลวง”
“ ขอรับ!!!”
จบบท