บทที่ 12 ขอเป็พยาน! ร่วมประลองกับบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน!
“วิ้งงง!”
[เจียงหลิงเทียนสังหาร ‘จินเซิ่งเหยียน’ อัจฉริยะขอบเขตหลอมเทพขั้นไร้ขีดจำกัด คะแนนประเมิน +101! คะแนนรวม 116 คะแนน!]
ทันทีที่เจียงหลิงเทียนปลิดชีพจินเซิ่งเหยียน อักษรพลันปรากฏขึ้นบนทำเนียบหน้าแท่นเทพโบราณ และชื่อของเขาก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเห็นดังนั้น แววตาของเจียงหลิงเทียนสั่นไหวเล็กน้อย
“เป็อย่างที่คิด หากเอาชนะอัจฉริยะระดับแนวหน้าบนแท่นเทพโบราณนี้ได้ ก็จะได้คะแนนประเมินตามความเหมาะสม”
แท่นเทพโบราณแห่งนี้สร้างขึ้นโดย ‘จักรพรรดินีะ’ เมื่อสองล้านปีก่อน ผู้ชนะจะได้รับพรศักดิ์สิทธิ์จากลานเทพ ก่อนหน้านี้เจียงหลิงเทียนโค่นยอดฝีมือตระกูลจินสิบคนในคราเดียว จนกระตุ้นทำเนียบแท่นเทพโบราณและได้มา 15 คะแนน
ตอนนั้นเขายังนึกสงสัยว่าฆ่าคนแล้วทำไมไม่ให้รางวัล แต่ให้คะแนนมาแทน ตอนนี้เข้าใจแล้วว่า ยิ่งคู่ต่อสู้แข็งแกร่งเท่าไหร่ คะแนนที่ได้ก็จะยิ่งสูงตาม
จินเซิ่งเหยียนเพียงคนเดียวก็ให้คะแนนเขาถึง 101 คะแนน! ส่วนรางวัลนั้น แน่นอนว่ายิ่งคะแนนสูง รางวัลย่อมต้องล้ำค่าตามไปด้วย!
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ คงต้องปั่นคะแนนให้เต็มที่ ดูว่าสุดท้ายจะได้รางวัลอะไร!” เจียงหลิงเทียนครุ่นคิดพลันกวาดสายตาไปนอกแท่นเทพโบราณ
“ข้ารู้ว่าพวกเ้าหลายคนยังคงอยากรู้อยากลอง อยากจะทดสอบว่าบุตรจักรพรรดิเช่นข้าเป็ของจริงหรือของปลอม”
เสียงของเขาดังสนั่นไปทั่วทั้งลานประลอง
“พวกเ้าต่างมีความยึดมั่นและหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด วันนี้ข้า เจียงหลิงเทียน ขอรับคำท้าจากพวกเ้าทุกคนเหล่าอัจฉริยะทั้งหลาย... ไม่ว่าใครหน้าไหน ก้าวขึ้นมาพร้อมกันให้หมด!”
ในเมื่อจะปั่นคะแนนก็ต้องเอาให้เร็วที่สุด จะให้สู้ทีละคนคงเสียเวลา แถมพอดูฝีมือเขาเมื่อครู่ คนส่วนใหญ่ก็คงไม่กล้าขึ้นมาท้าทายแล้ว เช่นนั้นก็ให้มาพร้อมกันทีเดียวเลยดีกว่า ทั้งรวดเร็วและได้คะแนนเป็กอบเป็กำ!
“แน่นอน ข้าไม่ขอให้พวกเ้าชนะข้าหรอก... แค่รับกระบวนท่าข้าได้เพียงหนึ่งท่า ก็นับว่าพวกเ้าชนะแล้ว!”
สิ้นคำพูดของเจียงหลิงเทียน ทุกคนในที่นั้นต่างตกตะลึงจนนิ่งค้างไปชั่วขณะ บรรพชนเจียงิ ที่เฝ้าดูอยู่ไกล ๆ ถึงกับหนังตากระตุก…นี่บรรพชนตัวน้อยของเขาจะหลุดโลกเกินไปแล้วกระมัง?
ท้าทายอัจฉริยะจากทั่วทั้งสามสิบหกเขตแดนด้วยตัวคนเดียว?
แถมขอแค่รับได้กระบวนท่าเดียวก็พอ?
“ในฐานะอัจฉริยะจากตระกูละ ข้ารู้สึกเหมือนกำลังถูกเหยียดหยาม...”
“เจียงหลิงเทียนเก่งจริงข้ายอมรับ แต่จะสู้กับพวกเราทั้งหมดเนี่ยนะ? คิดว่าตัวเองเป็มหาจักรพรรดิหรืออย่างไร!”
หลังจากย่อยคำพูดของเจียงหลิงเทียน อัจฉริยะจากสามสิบหกเขตแดนก็โกรธจัดจนตัวสั่น
พวกเขาคือใคร?
พวกเขาคืออัจฉริยะ!
อัจฉริยะน่ะโดนอัดได้ แต่จะถูกหยามศักดิ์ศรีไม่ได้!
ทว่าในตอนนั้นเอง ร่างอวบอ้วนร่างหนึ่งพลันพุ่งออกมาจากฝูงชน ค้อมกายลงประจันหน้ากับเจียงหลิงเทียน
“หวังเสี่ยวเซิ่ง แห่งตระกูละสกุลหวัง เขตเทียนฉยงยอมเป็พยาน! ขอร่วมประลองกับบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน!”
“พยาน?”
ทุกคนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มสบตาและฉุกคิดได้
พวกเขาต่างเป็อัจฉริยะ เื่เล่าการขึ้นสู่เป็จักรพรรดิเมื่อล้านปีก่อนย่อมผ่านหูมาั้แ่เด็ก เพียงแค่สะกิดนิดเดียวก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง!
อยากเป็จักรพรรดิ ต้องตั้งปณิธาน!
อยากตั้งปณิธาน ต้องทำเื่ใหญ่เพื่อประกาศเจตจำนงให้โลกหล้าได้รับรู้และเป็สักขีพยาน!
เจียงหลิงเทียนไม่ได้้าหยามพวกเขา แต่้าให้พวกเขาเป็ ‘พยาน’ ในการก้าวเดินบนเส้นทางสู่การเป็มหาจักรพรรดิ!
หากวันหน้าเขาเป็จักรพรรดิได้จริง พวกเขาที่ร่วมสู้ในวันนี้ย่อมถือเป็ผู้มี ‘บุพกรรม’ ร่วมกับจักรพรรดิ นี่ไม่ใช่การเหยียดหยาม แต่เป็ลาภลอยอันยิ่งใหญ่!
เพราะการมีสัมพันธ์กับมหาจักรพรรดิย่อมนำมาซึ่งวาสนาอันมหาศาลที่ไม่อาจคาดเดา!
พริบตานั้น ทุกคนต่างเข้าใจใน ‘เจตนาอันล้ำลึก’ ของบุตรจักรพรรดิหลิงเทียนทันที
“ตระกูละสกุลหลิน หลินอู๋เจี๋ยแห่งเขตแดนชิงอวิ๋น ยอมเป็พยาน! ขอร่วมประลองกับบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน!”
“ตระกูละสกุลเกา เกาเทียนหยางแห่งเขตแดนซื่อหยาง ขอร่วมประลองกับบุตรจักรพรรดิหลิงเทียน!”
“ตระกูละสกุลฉิน แห่งเขตแดนชางหยวน...”
อัจฉริยะกว่าเก้าพันคนจากสามสิบหกเขตแดนยืนหยัดขึ้น พวกเขาคือยอดฝีมือรุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในพันธมิตรอวิ๋นฮวง
ในใจของพวกเขาไม่มีความรู้สึกผิดที่รุมกินโต๊ะแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่พวกเขาเผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็บุตรจักรพรรดิผู้กำลังเดินบนเส้นทางแห่งมหาจักรพรรดิ!
อย่าว่าแต่ชนะเลย แค่รับได้เพียงหนึ่งกระบวนท่า ก็เพียงพอจะเอาไปอวดได้ชั่วลูกชั่วหลาน! ดังนั้น พวกเขาต้องทุ่มสุดกำลัง!
“ตูมมมม!”
เหนือแท่นเทพโบราณ ปราณิญญาพลันปั่นป่วนรุนแรง อัจฉริยะนับพันพร้อมใจกันกระตุ้นศาสตราเทพและอาวุธจนเกิดนิมิต์ขึ้นเหนือฟ้า!
เจียงหลิงเทียนประหลาดใจเล็กน้อยแต่ก็ตามมาด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะมาถึงที่นี่เขาอยากรู้มาตลอดว่าความสามารถที่แท้จริงของตนอยู่ในระดับใด แต่น่าเสียดายที่พวกสกุลจินที่ขี้โม้นั้นอ่อนแอเกินไปจนวัดอะไรไม่ได้
ฉากตรงหน้านี้แหละที่ถูกใจเจียงหลิงเทียนที่สุด!
ในพริบตานั้น รูม่านตาของเจียงหลิงเทียนหดเกร็ง เคล็ดวิชาอักขระเก้าวัฏจักรชิงหยวน อักขระวิถีกว่า 9,999 สายถูกกระตุ้นจนถึงขีดสุด!
กระบี่บินเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าเล่มควบแน่นขึ้นในพริบตา!
มหาศึกได้เริ่มขึ้นแล้ว!
มหาเวทและอาวุธนับพันโถมกระหน่ำลงมาประหนึ่งวันสิ้นโลก!
เงากระบี่นับหมื่นพุ่งทะยานเสียดฟ้า แหวกม่านหมอกนำแสงสว่างคืนสู่ปฐี!
เงากระบี่เก้าพันเล่มรุกไล่ดั่งไร้คู่ต่อสู้
เคล็ดวิชาชิงอวิ๋นสกุลหลิน?
สลาย!
ฝ่ามืออาญา์หกทิศแปด?
พังทลาย!
กระบองหนานเทียนสยบมาร?
แตกพ่าย!
กระบี่อาญาเทพไท่หยิน...
ทุกที่ที่เงากระบี่พาดผ่าน มหาเวทล้วนดับสูญ ศาสตราวุธล้วนส่งเสียงโหยหวน!
ทุกอย่างดูเหมือนยาวนาน แต่แท้จริงแล้วจบลงเพียงไม่กี่อึดใจ!
เหล่าอัจฉริยะที่อยู่เต็มฟ้าต่างกระอักเืเมื่อกระบวนท่าและอาวุธคู่กายถูกทำลาย ร่างแต่ละร่างร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้าประหนึ่งใบไม้ร่วง...
ภาพที่เห็นนี้ช่างน่าทึ่งจนผู้คนแทบลืมหายใจ เพราะตลอดล้านปีของพันธมิตรอวิ๋นฮวง ไม่เคยมีการประลองของรุ่นเยาว์ครั้งใดที่ยิ่งใหญ่และะเืเลื่อนลั่นเช่นนี้มาก่อน!
“เจียงหลิงเทียนใช้พลังเพียงคนเดียว กวาดล้างอัจฉริยะรุ่นเดียวกันกว่าเก้าพันคนจนสิ้นซาก!”
เหล่าผู้แข็งแกร่งจากสามสิบหกเขตแดนที่เฝ้ามองดูอยู่ต่างสมองว่างเปล่า จนกระทั่งถูกร่างของอัจฉริยะที่ร่วงลงมาชนเข้า ถึงได้สติกลับมา
ในเวลาเดียวกัน บนลานประลอง เจียงหลิงเทียนยิ้มบาง ๆ พร้อมประสานมือคารวะเหล่าอัจฉริยะ อย่างไรเสียคนเหล่านี้ก็ช่วยให้เขาวัดระดับพลังของตนเองได้
ความเหนื่อยยากในการฝึกฝนไม่สูญเปล่า ด้วยพลังในตอนนี้ เขาสามารถกวาดล้างอัจฉริยะนับเก้าพันคนได้จริง ๆ และนี่ยังไม่รวมของวิเศษก้นหีบที่เขายังไม่ได้งัดออกมาใช้ด้วยซ้ำ
[เจียงหลิงเทียนเอาชนะหวังเสี่ยวเซิ่ง ขอบเขตหลอมเทพ คะแนน +10 คะแนนรวม 126 คะแนน]
[เจียงหลิงเทียนเอาชนะหลินอู๋เจี๋ย ขอบเขตผลัดเปลี่ยนกระดูกขั้นไร้ขีดจำกัด คะแนน +3 คะแนนรวม 129 คะแนน]
[เจียงหลิงเทียน…]
[...คะแนนรวม 9,999 คะแนน... คะแนนประเมินถึงขีดสุดแล้ว!]
คะแนนบนทำเนียบอัจฉริยะแท่นเทพโบราณะโรัวเร็วไม่หยุด จนในที่สุดก็ทะลุเพดาน!!!
“ครืนนนน!”
ท้องฟ้าที่เพิ่งจะสงบลงพลันปรากฏแสงสีทองสาดส่องลงมาอีกครั้ง และเพื่อตอบรับกับแสงนั้น แท่นเทพโบราณทั้งลานก็พลันเปล่งแสงเจิดจ้าอาบย้อมไปทั่วทุกตารางนิ้ว!