วันนั้น เบื้องหน้าของผมคือหญิงสาวคนหนึ่ง
เธอนั่งอยู่หลังเปียโนเก่า สีดำด้านที่ขอบเริ่มลอก
ผมยาวของเธอสีดำ หญิงสาวพรมนิ้วลงบนเปียโนเก่า
เสียงค้อนเปียโนกระทบสายดังกังวาน ตามแต่คีย์ที่เธอกด แต่ละโน้ต แต่ละคอร์ดช่างมีชีวิตชีวา
เสียงนั้น “ลึก” เหมือนกำลังเล่าเื่ของใครบางคนให้ผมฟังโดยไม่มีคำพูด
“อาจารย์” ผมเรียกเธอเบาๆ
ในมือของผมถือแท็ปเล็ตอันหนึ่ง
ตอนที่จอค้างอยู่กับคลิปการประกาศรางวัล ดนตรีที่ดีที่สุดในโลกประจำปี
ภาพของ แสงไฟบนเวทีสว่างขึ้น
“รางวัลชนะเลิศได้แก่… LUMINA-X”
เสียงปรบมือดังลั่นจากแท็ปเล็ต
เสียงปรบมือดังลั่นจากลำโพง
ภาพของ “หุ่นยนต์” หญิงสาวบนเวทีคือ LUMINA-X — รูปแบบสมบูรณ์ของ AI สำหรับแต่งเพลง ที่ค่ายใหญ่ลงทุนมหาศาลเพื่อพัฒนา ใช้การเรียนรู้เพลงกว่า 50 ล้านเพลง เพลงของมันไร้ที่ติ ทุกจังหวะสมบูรณ์แบบ ทุกตัวโน้ต แม่นยำ ไม่มีพลาด และเหนือสิ่งอื่นใด— “ไพเราะ”
ผมหันไปมองอาจารย์ เธอยังเล่นต่อ… ไม่มีหยุด ไม่มีสั่นไหว
AI ที่…ไม่รู้จักความรู้สึก…แต่มันกลับเอาชนะเพลงของอาจารย์ได้
“ทั้งๆ ที่เพลงของอาจารย์ดีขนาดนี้แท้ๆ” ผมบ่น
แต่ในใจผมรู้ว่าถึงเพลงของอาจารย์จะดีขนาดไหน ก็ไม่อาจสู้กับ เพลงอันไร้ที่ติของ LUMINA-X ได้จริงๆ
ผมเจ็บใจ
แต่หญิงสาวที่หลังเปียโนไม่พูดอะไร
ไม่มีคำบ่น ไม่มีคำถาม
เธอแค่เล่นเพลงของตัวเองต่อไป ราวกับไม่สนว่ามีใครฟังหรือไม่
ไม่มีใครพูดถึงเธอ
ไม่มีใครรู้ว่าเธอแต่งเพลงอะไร
ไม่มีแม้แต่เสียงปรบมือให้กับผู้หญิงที่ยัง “เล่น” ในโลกที่ไม่มีใคร “ฟัง”
++++++++++
เอาล่ะ มาทำความเข้าใจกันก่อน
จู่ๆ ผมก็ตื่นขึ้นมาในอ่างน้ำที่อยู่ในตึกเก่าๆ ซึ่งเต็มไปด้วยสนิม
จากนั้นก็โดนสุนัขหุ่นยนต์ไล่ฆ่า และรอดมาได้จากความช่วยเหลือของผู้หญิงประหลาด ที่บอกว่าตัวเองชื่อ โน
ผู้หญิงคนนี้บอกว่าเราต้องไปที่ห้องพยาบาล เพื่อที่จะทำให้ลิฟต์ใช้การได้
เวลานี้ เรากำลังเดินไปตามทางเดิน ที่เชื่อมกับห้องควบคุม เพื่อตรงไปยังห้องพยาบาล
เพื่อความปลอดภัยของผม เธอให้ผมเดินอยู่ด้านหลัง ส่วนเธออยู่ข้างหน้าเพื่อทำหน้าที่คุ้มกันความปลอดภัยให้ผม
แน่นอนว่า ไอ้เื่ที่พูดมาไม่เห็นจะเมคเซนท์เข้าใจได้เลยสักอย่าง
อย่างแรกคือ ทำไมต้องเป็ห้องพยาบาล ห้องพยาบาลเกี่ยวอะไรกับลิฟต์ ถ้าจะไปซ่อมลิฟต์ ไปห้องเครื่องหรืออะไรไม่ดีกว่าเหรอ
เื่ที่สองคือ แล้วไอ้ Soul ที่ว่าคืออะไร?
โนบอกว่า ถ้าจะเปิดลิฟต์ต้องกระตุ้น Soul
หากพูดกันด้วยความหมายรวม ๆ แล้ว ผมคิดว่า เธอหมายถึง ิญญากระมั้ง ซึ่งไม่เข้าใจว่า แล้วมันเกี่ยวอะไรกับที่บอกว่า “ถ้าผมมีชีวิตอยู่”
หรือว่านี่จะเป็ลัทธิประหลาด แนวพวกบูชาดนตรี
หลังจากผ่านเื่ทุกอย่างแล้ว ก็จะมีคนหน้าแต่แบบจิมมี่เฮนดริก ออกมาปรบมือแล้วบอกว่า “เื่ทั้งหมดนี้พวกเราทำไปเพื่อปลุกจิติญญาในดนตรีของนาย”
แบบว่า “ดนตรีของนายมันไม่มี Soul ดังนั้นทั้งหมดนี้เป็บททดสอบเพื่อปลด Soul ของนายขึ้นมา”
คนเราจะเข้าถึงจิติญญาทางดนตรีได้เมื่อโดนหมาเหล็กไล่ฆ่าจริงเหรอวะ!!
คิดยังไงก็ไม่มีสาระ
หาจุดเชื่อมโยงไม่ได้เลย
และ ข้อสามคือเธอคนนี้
หญิงสาวผมสีเงิน ที่ดูไม่เข้ากับสถานที่เอาซะเลย
เธอบอกว่า มีชื่อว่า No.0 ซึ่งดูยังไงก็ไม่ใช่ชื่อจริง
มันน่าจะเป็โค้ดเนมอะไรสักอย่าง
ยิ่งท่าทีของเธอที่ดูเหมือนจะมาปกป้องผมแต่กลับไม่บอกอะไรผมเลยสักนิด
เธอช่วยผมไว้ก็จริง
แต่คำพูดกับการกระทำของเธอมันขัดกันตลอดเวลา
เธอเรียกผมว่า มาสเตอร์ แต่ไม่ยอมให้ข้อมูลอะไรเลย
เหมือนคนที่ยอมเสี่ยงตายช่วยเรา แต่พอเราจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น กลับตอบแค่ว่า ยังไม่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล
ผมควรจะไว้ใจคนแบบนั้นจริง ๆ เหรอ?
พอคิดมาถึงตรงนี้ การปรากฏตัวของโน นั่นแหละคือสิ่งที่ผิดแปลกที่สุด
จู่ ๆ มันก็รู้สึกแปลกในอก เหมือนสัญญาณเตือนบางอย่างกำลังกระซิบ
หรือว่า…
หรือว่า ที่จริงแล้วเธอจะเป็พวกเดียวกับพวกที่กำลังเล่นเกมกับผมอยู่
ว่า... ผู้หญิงคนนี้ อาจไม่ใช่แค่คนแปลกหน้า
แต่คือหนึ่งใน "ระบบ" ของที่นี่
หรือแย่กว่านั้น… เธอคือส่วนหนึ่งของเกมที่ผมไม่รู้ตัวว่ากำลังเล่นอยู่
เมื่อครู่ผมกำลังซาบซึ้งที่เธอเป็คนช่วยเหลือผมจากคมเคียวของหมาเหล็ก ผมก็เลยไม่ได้คิดให้รอบคอบ
แบบว่าลัทธิคลั่งดนตรี สร้างเกมสยองขวัญ จับคนแบบแรนด้อมมาเพื่อเล่นเกมส์เสี่ยงตาย เพราะเชื่อว่ามันจะปลุกจิติญญาแห่งดนตรี
โดยมีสาวร็อกสมองเพี้ยน เป็หนึ่งทีมงานที่เข้ามาในเกมเพื่อให้ผู้ที่ถูกจับมาตายใจ
ใช่แล้ว! โน อาจจะเป็พวกเดียวกับกลุ่มที่จับผมมา เธออาจจะแค่สวมบทบาทเป็ผู้ช่วยให้ผมตายใจ แต่ความจริงแล้วหน้าที่ของเธออาจจะเป็การชักนำผมไปตามภารกิจที่ผู้จัดเกมเตรียมเอาไว้
เหมือนกับพวกตัวละครนางนกต่อในหนังสปายเก่า ๆ ที่ทำทีว่า ช่วยเหลือตัวเอกแต่กลายเป็ว่า ล่อไปให้ศัตรูเชือดแทน
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่ในสถานการณ์แบบนี้ ผมทำได้แค่เดินตามโนไปเรื่อย ๆ ก่อน
ดูจากทักษะการต่อสู้ของเธอแล้ว ผมที่เคยศึกษาศิลปะการต่อสู้หลายแขนงมาสมัยที่เคยคิดจะเป็อันดับหนึ่งในวงการ MMA รู้เลยว่าไม่ธรรมดา
แต่ไม่แน่ ถ้าอาศัยทีเผลอจริง ๆ อาจจะใช้แรงของผมสู้กับเธอได้ ยังไงเสียผู้หญิงแรงน้อยกว่าผู้ชายอยู่แล้วนี่นะ
แต่สิ่งที่อันตรายคือไอ้โลหะประหลาดที่เปลี่ยนรูปร่างได้นั่นแหละ จะว่าไปแล้วมันคืออะไรกันแน่? เทคโนโลยีใหม่ของอเมริกาเหรอ? หรือเป็ทริกมายากลอะไรหรือเปล่า?
ผมคิดอยู่แบบนั้นจนมาถึงทางแยกด้านหน้าที่พอเลี้ยวไปก็เจอกับภาพที่น่าประหลาดใจ
ตอนแรกผมใที่เห็นหมาเหล็กจำนวนมากนอนอยู่ตรงนั้น แต่กลายเป็ว่าทุกตัวเป็ซาก
ซากของพวกหมาเหล็กอยู่หลายตัวนอนกองกันอยู่ตรงหน้าทางเดินยาวด้านหน้า พื้นเป็ซีเมนขัดซีดๆ ซากหมาบางตัวมีสนิม มีกลิ่นเหมือนสายไฟไหม้บางๆ เตะจมูก
“อะไรเนี่ย?”
ผมมองพวกซากหมาเหล็กด้วยความสงสัย
มันมีอะไรสักอย่างผิดปกติ
“ระวัง”
โนยกมือขวางผมที่จะเดินไปตรงนั้นก่อน
“มีอะไรเหรอ?”
หญิงสาวผมเงินไม่ตอบ แต่เธอเลือกหยิบซากหมาตัวหนึ่งที่อยู่ตรงพื้นขึ้นมาแล้วเหวี่ยงซากมันเข้าไปในทางเดินยาว ๆ นั่น
ปิ้ว!!!
จู่ ๆ เหมือนมีสายฟ้าฟาด ใส่ซากของเ้าหมา
“เชี่ย ฟ้าผ่า!!”
ผมสะดุ้งโหยงที่เห็นสายฟ้าปรากฏออกมาแบบนี้
จู่ๆ สายฟ้าก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ ผมพยายามมองหาที่มาของมันแต่ก็หาไม่เจอ
ไม่รู้ว่ามันมีเครื่องยิงสายฟ้าซ่อนอยู่ หรือใช้วิธีการเหนี่ยวนำสายฟ้าอะไรกลางอากาศ
ยังกับเทสล่าคอยด์ ยิงสายฟ้าเนี่ยอย่างโหด โดนทีได้ไป์แน่ๆ
ลัทธิคลั่งดนตรีมีของแบบนี้เลยเหรอวะ!!
นี่คือวิธีกระตุ้นให้จิติญญาทางดนตรีที่หลับใหลอยู่ตื่นขึ้นมาได้จริงๆ เหรอ?!?!
เอ๊ะ แต่ถ้าจำไม่ผิด พวกเลเซอร์แนวนี้มันจะเป็ชุดเลเซอร์สินะ
ไม่ได้มีแค่เส้นเดียว แต่จะมาเป็ชุด
“ระบบป้องกันการบุกรุกโดยใช้พลาสม่า…” โนบอกออกมาเองเฉยเลย
ผมอยากจะตบมุขว่า “เฮ้ย! อันนี้ไม่ใช่ข้อมูลปกปิดเหรอ!” แต่รู้สึกว่าไม่ใช่จังหวะ
“แล้วเราจะทำยังไง…”
สงสัยต้องอ้อมละมั้ง
“นี่เป็กับดักป้องกันหุ่นยนต์รุ่นโบราณ” โนบอก ก่อนจะหยิบบางอย่างออกมาจากกระเป๋าแจ๊กเก็ต
มันเป็อุปกรณ์ขนาดเท่าลูกปิงปอง เมื่อถือจับมันก็ส่องแสงกะพริบสีฟ้าๆ แล้วส่งเสียงติ๊ดๆ ก่อนจะปล่อยอะไรที่เหมือนหมอกน้ำแข็งแห้งออกมา
โนกลิ้งมันไปอีกฝั่งทำให้ทั้งทางเดินปลุกคลุมไปด้วยหมอกจางๆ
ทำให้เห็นเส้นเลเซอร์สีเขียวๆ เต็มไปหมดยังกับใยแมงมุม แถมพวกมันยังเคลื่อนที่อีกด้วย
บรรยากาศที่ควันจากหมอกลอยคละคลุ้ง บดบังทัศนวิสัย ทำให้มองเห็นเลเซอร์เหมือนใยแมงมุมเรืองแสงในฝันร้าย
ไฟจากเลเซอร์สีเขียวเรืองๆ กระทบผิวหน้าผม ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนอยู่ใต้แสงจากโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตาย
ยังกับหลุดมาจากหนังผีชีวะอ่ะครับ
“ถ้าเครื่องจักรแตะถูกเลเซอร์ที่เป็ตัวเซนเซอร์นี้ ปืนพลาสม่าจะยิงใส่ ดังนั้นก็แค่ อย่าไปโดนเซนเซอร์ของมันก็พอ”
“อ้อ แบบนี้นี่เอง”
ง่ายจริงๆ …
ใครจะไปทำได้วะ!
เลเซอร์เป็สิบๆ เส้นเลยเนี่ย!! แถมยังขยับด้วย!!
“ตามมา” โนบอก
สิ้นคำนั้นโนก็วิ่งปรี่เข้าไปในระยะทำการของเลเซอร์ทันที
เธอกระโจนเข้าไปโดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว
ตอนแรกมันพุ่งมาเป็แนวนอน ตัวของโนะโหลบไปได้
สายตาเธออาจจะไม่มองเลเซอร์เลยด้วยซ้ำ แต่เหมือน “รับรู้ตำแหน่งทั้งหมด” ได้แต่แรกแล้ว
จากนั้นเลเซอร์เปลี่ยนเป็ตัว X โนอาศัยช่องว่างะโเข้าไป จากนั้นเลเซอร์เปลี่ยนรูปร่างเป็เส้นสามเส้นแนวตั้ง โนก็หลบไปได้
เธออาศัยจังหวะนี้ะโเข้าไปยังอีกฝั่งของทางเดินได้สำเร็จ
ร่างกายของเธอดูราวกับเบาเหมือนขนนก
ทุกจังหวะของเธอราวกับคำนวณไว้ล่วงหน้าแล้ว...
ผมกะพริบตาปริบๆ
หญิงสาวที่อยู่อีกฝั่งของทางเดินหันมามองผม
เธอเอียงคอเหมือนสงสัยว่ามีปัญหาอะไร
“มาเถอะ” เธอบอก “ไม่รีบพวก Warhound อาจจะเริ่มค้นหาเราพบ”
มาเถอะคืออะไร? หมายถึงะโข้ามพวกเลเซอร์เนี่ยนะ
“เดี๋ยวๆ จะให้ผมข้ามไปเนี่ยนะ!?”
โนพยักหน้า
“ไม่เป็ไรหรอก ถ้าคุณมีชีวิตอยู่ละก็…”
เธอบอกอะไรที่ฟังดูเป็ปริศนาอีกแล้ว
หมายความว่ายังไง?
ถ้ามีชีวิตอยู่ต้องผ่านเลเซอร์นี้ได้แน่เหรอ?
ผมมองพวกเลเซอร์
เออ…
ถึงเวลาใช้ทักษะ ปากัว ที่ผมเคยฝึกตอนที่อยากเป็นักฟรีรันเนอร์อันหนึ่งของโลก
เอาวะ แค่ะโหลบเลเซอร์ไม่น่ายาก
ผมสูดหายใจลึก สลัดข้อมือข้อเท้า พึมพำกับตัวเองว่า ‘แค่หลบไปให้พ้นก็จบ’ แล้วก็ก้าวออกไปอย่างคนหมดทางเลือก
เข้าไปในระยะของเลเซอร์
เส้นแรกมาแล้ว—แนวนอนระดับอก!
ผมก้มตัวพรวดลงไปแบบไม่คิดชีวิต
หัวแทบฟาดพื้นแต่ก็ลอดผ่านไปได้ฉิวเฉียด!
ยังไม่ทันตั้งตัวดี เส้นที่สองมาเป็กากบาทพุ่งจากมุมซ้ายบนเฉียงลงมาขวาล่าง
ผมะโขึ้นกลางอากาศ เหยียดขาข้ามผ่านช่องว่างระหว่างเส้นพอดิบพอดี
“เฮ้ย… เกือบไม่รอด…”
เส้นที่สามแนวตั้งเรียงกันสามเส้น มาเร็วแบบไม่มีให้หายใจ
ผมรีบพุ่งตัวหมุนตัวหลบมันแบบที่เคยฝึกตอนอยากเป็นักเต้นเบรกแดนซ์อันดับหนึ่ง
ทุกอย่างเหมือนจะไปได้สวย จนกระทั่ง—
ฟึ่บ!
เส้นเลเซอร์ใหม่ปรากฏขึ้นฉับพลัน กลายเป็ “ตาข่าย” พาดพุ่งเฉียงลงมา
เป็ตาข่ายแบบที่ไม่มีช่องให้หลบ!
“เฮ้ย ๆๆๆ โกงกันนี่หว่า!”
ขาผมหยุดกึก ความคิดวูบไป
ไม่มีทางพุ่งต่อ ไม่มีทางถอยทัน
สัญชาตญาณสั่งให้ล้มลงกับพื้น หวังว่าร่างจะเล็ดลอดไปได้… แต่เปล่าเลย
เลเซอร์โดนตรงกลางหน้าอกผมเต็ม ๆ
“ชิบ…!”
ผมหลับตาแน่น คิดว่าโดนแน่แล้ว
ภาพพาสม่าที่ผ่าใส่ซากของหมาเหล็กที่เห็นเมื่อครู่ยังอยู่ในหัว
เตรียมใจไว้กับทุกอย่าง — ความเจ็บ ไฟฟ้าช็อต ความตาย
แต่…
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
เสียงเลเซอร์ยังเคลื่อนไหวอยู่
แสงยังพาดผ่านตัวผมอยู่เต็มไปหมด
แต่ผมยังหายใจอยู่... ยังมีชีวิตอยู่…
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีพาสม่า
ผมมองโนที่ยืนรอทำท่าเอียงคองงๆ อยู่อีกฝั่ง
เลเซอร์อีกหลายเส้นโดนตัวผมแล้วก็ผ่านไปเฉยๆ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผมลุกขึ้นยืนทั้งที่ยังสั่นอยู่ จากนั้นก็เดินข้ามไปหาโน
แม้จะรอดมาได้ แต่มือผมยังคงสั่นเล็กน้อย ใจเต้นดังจนได้ยินชัดเจนในอกตัวเอง
“สถานะ: มีชีวิต” โนพูดขึ้นมา เธอจ้องผมที่เดินเข้ามาหาเธอ ถึงใบหน้าของเธอจะนิ่งๆ แต่ก็ดูมีความประหลาดใจอยู่ในนั้น
“คุณมีชีวิตอยู่จริงๆ”
นี่คืออยากให้ผมตายเรอะ!?
“เกือบตายด้วยซ้ำ ถ้าเป็ผีชีวะไม่รอดไปแล้วนะ”
“ผีชีวะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องสนใจ”
ผมบอกเธอว่าไม่ต้องสนใจ สีหน้าของโนเหมือนไม่เข้าใจที่ผมพูดนัก แต่เอาเถอะช่างมันไปก่อน
สำคัญตอนนี้คือไปให้ถึงห้องพยาบาล แล้วรู้ว่า Soul ที่ว่านั้นคืออะไร แล้วออกจากที่นี่ให้ได้ก่อน