น้ำหวานรสแซ่บ

    ตอนที่ 1 บริการนอกเวลาทำการ

    ไอเย็นเฉียบจากพายุฝนที่โหมกระหน่ำอยู่ด้านนอกอาคาร พุ่งเข้าปะทะใบหน้าหวานทันทีที่ประตูลิฟต์บนชั้นเจ็ดเปิดออก ทำให้แก้มต้องห่อไหล่เล็กน้อยเพราะความเย็น สองขาเรียวก้าวไปตามโถงทางเดินที่ทอดยาวและว่างเปล่า


    เสียงฟ้าร้องดังครืนคราง สลับกับเสียงของเม็ดฝนที่สาดซัดกระจกหน้าต่างบานเกล็ดตลอดทางเดิน แรงลมที่เล็ดลอดเข้ามาตามรอยต่อ ทำให้นึกถึงไออุ่นจากผ้าห่มหนาในห้องนอนจับใจ


    เมื่อพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องหมายเลข 712 หญิงสาวก็รีบล้วงเข้าไปในกระเป๋าสะพายใบเก่ง เพื่อหาพวงกุญแจเพื่อจะเปิดห้อง


    แกร๊ก...


    เสียงลูกบิดคลายล็อกดังขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางเสียงของพายุ แก้มไม่รอช้ารีบเข้าไปด้านในทันที หวังเพียงจะได้กลับเข้าสู่อาณาจักรส่วนตัวที่คุ้นเคย


    ก่อนจะเอื้อมมือไปกดสวิตช์ไฟอย่างเคยชิน...


    แต่แล้ว...


    ไฟในห้องกลับดับวูบลงในเสี้ยววินาที ทำให้หญิงสาวยืนเคว้งคว้างอยู่กลางโถงห้องรับแขกอย่างงง


    แสงฟ้าแลบแปลบปลาบสาดเข้ามาทางระเบียง เผยให้เห็นเงาข้าวของวูบหนึ่งก่อนจะถูกความมืดกลืนกิน มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังดังกระหน่ำไม่ขาดสาย แก้มค่อย ๆ คลำทางจนเจอโซฟาตัวโปรดแล้วทิ้งตัวลงนั่ง


    แสงสลัวที่ลอดเข้ามาทำให้ห้องดูวังเวงขึ้น สำหรับเด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดที่ต้องแยกตัวมาใช้ชีวิตลำพัง ในคืนพายุเข้าแบบนี้มันช่างน่ากลัวและดูอ้างว้างเกินทน มือเรียวรีบควานไปบนโต๊ะข้างตัวเพื่อหาที่พึ่ง จนกระทั่งปลายนิ้ว๼ั๬๶ั๼เข้ากับความเย็นเฉียบของโทรศัพท์มือถือ


    แสงสว่างวาบจากหน้าจอกลายเป็๲ที่พึ่งเดียวในตอนนี้ แก้มรีบสไลด์หารายชื่อ "ช่างไฟ" ชื่อที่เคยบันทึกทิ้งไว้แบบส่ง ๆ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้กดใช้จริง ๆ 


    เมื่อชื่อปรากฏขึ้นตรงหน้า ก็ไม่รอช้ารีบกดโทรออกไปที่ "ติณกฤษการช่าง" ทันที หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแข่งกับเสียงฟ้าผ่าด้านนอก


    ตื้ด... ตื้ด... 


    เสียงรอสายที่ลากยาวท่ามกลางความมืดและเสียงฝน แก้มได้แต่ภาวนาซ้ำ ๆ ในใจ ...รับทีเถอะ ขอร้องล่ะ...


    ดูเหมือนคำอธิษฐานจะเป็๲ผล เมื่อสัญญาณถูกตัดเข้าสู่การสนทนา เสียงของผู้ชายดังขึ้น แม้จะติดแหบพร่าคล้ายคนเพิ่งตื่นนอนแต่ก็ยังแฝงความสุภาพอยู่ "ครับ... ติณกฤษการช่างครับ"


    แก้มสูดหายใจลึกรวบรวมความกล้า "ขอโทษที่รบกวนเวลานะคะ คือ... ไฟที่ห้องหนูดับหมดเลย พอจะมีช่างเข้ามาดูให้หน่อยได้ไหมคะ หนูอยู่ที่คอนโดพรีเมียร์ เพลส ซอยบวรฯ 12 ชั้นเจ็ดค่ะ"


    ปลายสายเงียบไป มีเพียงเสียงกุกกักเหมือนคนขยับตัวลุกขึ้นนั่ง "พรีเมียร์ เพลส... ชั้นเจ็ด..." ชายหนุ่มทวนสถานที่ ก่อนจะถอนหายใจออกมา "ขอโทษด้วยนะครับคุณ พอดีตอนนี้ดึกมากแล้ว ลูกน้องผมก็กลับบ้านกันหมดแล้วครับ"


    ประโยคนั้นเป่าเอาความหวังริบหรี่ให้มอดดับลงทันตา หัวใจดวงน้อยหล่นวูบทันที โรคกลัวความมืดเริ่มตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง "อ๋อ... อย่างนั้นเหรอคะ... แย่จัง" น้ำเสียงหวานแ๶่๥เบาจนแทบจะกลืนหายไปกับเสียงฝน "งั้นไม่เป็๲ไรค่ะ ขอโทษที่รบกวนเวลาพักผ่อนนะคะ..."


    มือเรียวลดโทรศัพท์ลงเตรียมจะกดวางสาย ทว่าเสียงจากปลายสายกลับสวนขึ้นมาทันควัน 


    "เดี๋ยวครับคุณ อย่าเพิ่งวาง" น้ำเสียงงัวเงียเมื่อครู่เปลี่ยนเป็๲ตื่นตัวขึ้นมา "ไม่เป็๲ไรครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูให้เอง ผมอยู่แถวนี้พอดี... ว่าแต่พอจะทราบไหมครับว่าไฟดับแค่ห้องคุณคนเดียว หรือดับทั้งชั้นครับ"


    แก้มเงี่ยหูฟังแข่งกับเสียงฝน มองลอดช่องว่างใต้ประตูเห็นแสงสว่างและเงาคนเดินผ่าน "เหมือนจะได้ยินเสียงห้องอื่นเปิดทีวี แล้วไฟทางเดินก็ยังติดอยู่... น่าจะเป็๲แค่ห้องหนูห้องเดียวค่ะ"


    "อืม... งั้นน่าจะเป็๲ที่เมนเบรกเกอร์ หรือไม่ก็จุดเชื่อมต่อภายในห้องมีปัญหา" น้ำเสียงปลายสายดูจริงจังและพึ่งพาได้จนคนฟังใจชื้น "โอเคครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูให้ ขอทราบชื่อกับเลขห้องด้วยครับ"


    "แก้มค่ะ ห้อง 712" หญิงสาวรีบตอบแทบจะทันที


    "รับทราบครับ คุณแก้ม ห้อง 712 พรีเมียร์ เพลส" เสียงกุกกักเหมือนคนกำลังลุกหยิบข้าวของดังลอดมาตามสาย ก่อนเสียงทุ้มจะเอ่ยต่ออย่างนุ่มนวล "ฝนตกหนักขนาดนี้ผมอาจจะไปถึงช้าหน่อย แต่น่าจะไม่เกินครึ่งชั่วโมง... แต่ผมจะรีบไปให้เร็วที่สุดครับ"


    "ขอบคุณมากค่ะ คุณ..." แก้มชะงักไปเล็กน้อย ลังเลว่าควรจะเรียกขานอีกฝ่ายอย่างไรให้เหมาะสม


    "ติณกฤษครับ... เรียก "ช่างติณ" เฉย ๆ ก็ได้"


    "ค่ะ ขอบคุณมากค่ะช่างติณ"


    "ครับ ไม่ต้องกังวลนะครับ เดี๋ยวผมรีบไป" สิ้นประโยคนั้นสัญญาณก็ตัดไป


    หญิงสาวจึงค่อย ๆ ลดโทรศัพท์ลง แสงสว่างจากหน้าจอดับวูบ ปล่อยให้ความมืดเข้ายึดครองพื้นที่อีกครั้ง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือความรู้สึกในใจ ลมหายใจที่เคยติดขัดถูกผ่อนออกมาอย่างโล่งอก


    แม้มรสุมด้านนอกจะยังโหมกระหน่ำ แต่ความหนาวเหน็บในใจกลับจางหายไป เพียงแค่รู้ว่ากำลังมีใครสักคนฝ่าพายุมาหา และคืนนี้เธอก็ไม่ต้องเผชิญความมืดมิดเพียงลำพังอีกต่อไป


    ไม่นานนัก เสียงออดหน้าห้องก็ดังขึ้นมา แก้มสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเดินไปแนบตาลงกับช่องตาแมว


    ภาพที่ปรากฏคือชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดช่างสีน้ำเงินเข้มที่เปียกชุ่มไปด้วยละอองฝน แขนเสื้อที่พับขึ้นเผยให้เห็นมัดกล้ามกำยำ ใบหน้าคมเข้มซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวกแก๊ป แม้ท่าทางจะดูดุดัน แต่แววตาที่มองมากลับดูสุภาพและไร้พิษภัย


    "ใช่พี่ช่างไฟหรือเปล่าคะ" หญิงสาว๻ะโ๠๲ถามผ่านบานประตู 


    "ครับ... ผมติณครับ จากติณกฤษการช่าง" เสียงทุ้มตอบกลับมาชัดเจน


    เมื่อมั่นใจว่าเป็๲คนที่รอคอย แก้มจึงรีบปลดล็อกกลอนประตูเปิดออก "สวัสดีค่ะพี่ เชิญเข้ามาข้างในก่อนนะคะ"


    ทันทีที่ติณเดินเข้าประตู ก็ต้องชะงัก เมื่อแสงไฟจากโถงทางเดินสาดกระทบร่างอรชรที่ยืนเบี่ยงตัวอยู่ ชุดนอนซาตินสายเดี่ยวสีชมพูหวานทิ้งตัวแนบสนิทไปกับเรือนร่าง เนื้อผ้ามันวาวล้อแสงไฟ ขับเน้นผิวขาวผ่องและสัดส่วนโค้งเว้าให้ดูเย้ายวนท่ามกลางความมืดสลัว แถมกลิ่นหอมละมุนยังลอยมาเตะจมูกในระยะประชิดอีก เล่นเอานายช่างหนุ่มเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก


    ติณรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อข่มใจ "ข...ขอบคุณครับ" ก่อนจะพยายามเพ่งมองความมืดรอบห้องแทนที่จะจดจ่อกับความขาวโอโม่ตรงหน้า


    "รบกวนด้วยนะคะ อยู่ ๆ ไฟก็ดับพรึ่บไปเลย" แก้มเอ่ยเสียงใส ช้อนตามองใบหน้าคมสันอย่างมีความหวัง หารู้ไม่ว่าชุดนอนตัวจิ๋วกำลังปั่นป่วนสมาธินายช่างใหญ่เข้าอย่างจัง


    "อะ... เอ้อ ตู้ไฟ... หมายถึงแผงเบรกเกอร์อยู่ตรงไหนครับ" ติณรีบถามเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า 


    "ทางนี้ค่ะ... อยู่ข้างประตูเลย"


    ร่างสูงขยับก้าวตามไป วางกระเป๋าเครื่องมือลง ก่อนจะคว้าไฟฉายขึ้นมาส่องนำทาง 


    แก้มลอบมองแผ่นหลังกว้างที่ขยับไหวภายใต้แสงเงาสลัว ท่าทางหยิบจับเครื่องมืออย่างคล่องแคล่วว่องไวนั้นช่างดูน่ามอง ยิ่งจังหวะที่มัดกล้ามแขนภายใต้เสื้อเชิ้ตเกร็งตัวขึ้นเป็๲ลูกยามเขาออกแรงขันน็อต มันดู "เซ็กซี่" อย่างบอกไม่ถูก


    "เมื่อกี้หนูลองสับเบรกเกอร์ขึ้นลงหลายรอบแล้วค่ะ แต่นิ่งสนิทเลย" หญิงสาวขยับกายเข้าไปชี้จุดเกิดเหตุ ทำให้กลิ่นหอมละมุนลอยมาปะทะจมูกในระยะประชิดอีกครั้ง ทำเอานายช่างหนุ่มต้องลอบกลั้นหายใจ ข่มใจไม่ให้สติกระเจิง


    ติณพยักหน้ารับ พยายามดึงสมาธิกลับมาที่งานตรงหน้า "เดี๋ยวผมเช็กข้างในดูหน่อยครับ" ปลายไขควงถูกจรดลงงัดฝาครอบพลาสติกออกอย่างเบามือ เผยให้เห็นแผงวงจรและสายไฟระโยงระยางด้านใน แต่ความแสงสลัวทำให้แยกแยะสีสายไฟได้ลำบาก


    "มองไม่ค่อยเห็นเลย..." ชายหนุ่มพึมพำก่อนหันมาหาคนข้างหลัง "รบกวนคุณแก้มช่วยส่องไฟให้หน่อยได้ไหมครับ ผมต้องใช้สองมือไล่สาย"


    "ได้... ได้ค่ะ" แก้มรีบรับกระบอกไฟฉายมาถือไว้ จังหวะที่ปลายนิ้ว๼ั๬๶ั๼กันเพียงแ๶่๥เบาทำเอาใจดวงน้อยกระตุกวาบขึ้นมา ก่อนจะรีบขยับเข้าไปยืนใกล้ ๆ เพื่อส่องแสงไฟให้ตรงจุดที่สุด


    ระยะห่างที่ลดลงทำให้เห็นเครื่องหน้าเขาชัดถนัดตา สันกรามคมเข้ม ไรหนวดจาง ๆ และเม็ดเหงื่อที่ซึมตามขมับ ชวนให้เผลอมองจนลืมหายใจ ฝั่งติณเองก็ต้องกัดฟันข่มใจ ไม่ให้สติเตลิดไปกับท่อนแขนขาวผ่องที่ขยับเบียดชิดอยู่ข้างแก้มเช่นกัน


    เสียงเครื่องมือดังกุกกักอยู่ครู่ใหญ่ แก้มจึงอาศัยจังหวะนี้ปลีกตัวไปหาเครื่องดื่มออกมาต้อนรับ "เดี๋ยวหนูไปเอาน้ำมาให้นะคะ" ก่อนจะวางไฟฉายพาดไว้บนชั้นรองเท้าให้ส่องไปที่ตู้ไฟ ปล่อยให้ชายหนุ่มได้ลอบพรูลมหายใจร้อน ๆ ระบายความอัดอั้นที่ก่อตัวขึ้น


    เพียงครู่เดียว แก้มก็กลับมาพร้อมแก้วน้ำและผ้าเย็น "ดื่มน้ำหน่อยนะคะพี่ติณ"


    นายช่างหนุ่มละสายตาจากงาน พอดีกับที่แสงไฟฉายสาดกระทบวงหน้าหวานหยดในระยะประชิด ภาพตรงหน้าทำเอาเขาชะงักกึก ดวงตากลมโตสุกใสภายใต้แสงเงาสลัว ผสานกับกลิ่นกายหอมกรุ่นที่ลอยฟุ้ง มันส่งผลรุนแรงราวกับมีกระแสไฟวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ยิ่งกว่าโดนไฟดูดเสียอีก


    "ข... ขอบคุณครับ" ติณรับแก้วน้ำและผ้าเย็นมาถือไว้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความเกรงใจ "เอ่อ... น้อง..."


    "แก้มค่ะ... เรียกว่าแก้มเฉย ๆ ก็ได้" หญิงสาวตอบกลับ แสงไฟฉายสะท้อนประกายวิบวับในดวงตาคู่สวยจนคนมองตาพร่า


    "ครับ... ขอบคุณครับน้องแก้ม" ติณทวนชื่อนั้นแ๶่๥เบา รอยยิ้มหวานหยดตรงหน้าทำเอาหัวใจคนวัยสามสิบห้ากระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่


    ก่อนจะรีบยกน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วเพื่อดับกระหาย หรือบางที อาจเพื่อดับความร้อนรุ่มที่ก่อตัวในใจ ก่อนจะใช้ผ้าเย็นซับเหงื่อตามใบหน้าและลำคอ เรียกสติให้กลับคืนมา


    เมื่อเย็นลง ติณก็หันกลับไปจัดการปัญหาตรงหน้าต่อ สายตาคมกริบไล่เช็กจุดต่าง ๆ อย่างละเอียดก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ "เจอตัวการแล้วครับ ฟิวส์เมนขาด น่าจะเป็๲เพราะไฟกระชากตอนฝนตก เดี๋ยวเปลี่ยนตัวใหม่แป๊บเดียวก็เรียบร้อย"


    ติณไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบอะไหล่สำรองออกมาเปลี่ยนแทนตัวเก่าอย่างชำนาญ


    พรึ่บ!


    ...


    "กรี๊ดดดด! ไฟติดแล้ว...แต่คนอ่านทางนี้ยังเขินแก้มแตกอยู่เลยค่าาา!" 


    ประเดิมตอนแรกกันแบบฉ่ำ ๆ ท่ามกลางพายุฝนเลย เป็๲ยังไงกันบ้างคะกับ "พี่ช่างไฟ" ของเรา เปิดตัวมาก็โชว์สกิลความอบอุ่นทะลุความมืดมาเลย พ่อไมโครเวฟเดินได้! ส่วนยัยน้องแก้ม...ชุดนอนซาตินในตำนานก็ทำหน้าที่ได้ดีเกิ๊นนน เล่นเอาพี่ติณของเราเกือบจะขันน็อตผิดตัวแล้วมั้ยล่ะ 


    นี่แค่ตอนแรก "กระแสไฟ" ยังแรงขนาดนี้ ตอนต่อไปไฟสว่างโร่เห็นหน้ากันชัด ๆ จะเกิดอาการ "สปาร์ก" จนฟิวส์ขาดอีกรอบมั้ยน้าาา


    ใครเอ็นดูน้องแก้ม หรือโดนพี่ติณตกเข้าแล้ว ฝากกดหัวใจ / กดเข้าชั้น / หรือคอมเมนต์ เม้าท์มอยเป็๲กำลังใจให้ไรท์หน่อยนะคะ (สติกเกอร์ตัวเดียวก็ดีใจแล้ววว)


    กำลังใจจากรีดเดอร์ คือเชื้อเพลิงปั่นงานชั้นดีของไรท์เลยน้าาา ฝากเนื้อฝากตัว ฝากนิยายเ๱ื่๵๹นี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้า...สัญญาว่าจะรีบมาเสิร์ฟความฟินให้ไวที่สุดค่ะ รักกกก