ราชันพิษล้างสวรรค์

    บทที่ 13 ดัดนิสัย

    เฉินอี้และเฉินซูย่วนได้ยินเสียงเรียกนี้ก็เงยหน้าตอบสนองทันที


    เฉินซูย่วนเลิกคิ้วกล่าว“ดูเหมือนพวกลูกๆของข้าพวกมันจะกลับมาหลังจากไปรับการทดสอบของสมาคมปรุงยาแล้วสินะ”เฉินซูย่วนคิดว่าจะขึ้นไปหาดีไหม.. ก่อนกล่าว “..ช่างเถอะ..ปล่อยพวกมันไปก่อนล่ะกัน..ยังไงก็คงจะรู้ว่าข้าอยู่ที่ชั้นล่างนี่..”นางไม่คิดจะไปถามเ๱ื่๵๹ผลการทดสอบของสมาคมปรุงยาเพราะกำลังยุ่งกับการฝึกฝนปรุงโอสถของตนอยู่


    เฉินอี้ไม่ได้สนใจต่อเสียงพวกนี้..ตนตัดสินใจจะกลับไปพักเพื่อหาอะไรทานเพราะตอนนี้ก็เย็นแล้วจึงลุกขึ้นจากการนั่งแล้วโยนโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณเข้าปากเพราะได้ใช้พลังลมปราณในการปรุงยาไปมากจนตันเถียนบ่มเพาะปราณเหือดแห้งเกิน


    เฉินอี้กล่าวกับเฉินซูย่วนก่อนเดินขึ้นออกไป“พี่สาวซูย่วน..ข้าฝากท่านจัดการที่เหลือด้วยนะ..ส่วนการปรุงโอสถขอเพียงตั้งใจฝึกฝนท่านก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆเอง..ข้าไปล่ะ..” ตนวางขวดโหลหยกทั้ง 3ที่ใส่โอสถแต่ละอย่างไว้ให้เฉินซูย่วนจัดการส่งไปยังเฉินหรุ่ยสามีของนางทีหลัง


    “จ๊ะ! ไว้ใจข้าได้เลยเฉินอี้หลานรัก!..” เฉินซูย่วนตอบรับอย่างมุ่งมั่นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


    เฉินอี้ยิ้มอย่างเขินๆให้กับนางแล้วเดินจากชั้นใต้ดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนของตำหนักโอสถนี้


    เมื่อเฉินอี้ได้ขึ้นมาแล้วกำลังจะเดินออกไปทางประตูก็เห็นมีคนทั้ง3 ยืนอยู่ด้านหน้าในห้องตำราปรุงยาเป็๲ชาย 1 หญิง 2 ตนรู้ว่าคนที่เพิ่งกลับมาเหล่านี้คือลูกๆของน้าเฉินซูย่วนและอาเฉินหรุ่ยจากความทรงจำของเฉินอี้คนเก่าแม้ว่าตัวเองจะไม่ค่อยได้เจอหน้ากันกับคนพวกนี้ก็ตาม


    ผู้ชายคนแรกดูเหมือนเป็๲คนหยิ่งทะนงสายตาชี้ขึ้นคิ้วเข้มทำให้คิดได้ว่ามันคงเป็๲ที่เอาจริงเอาจังกับทุกอย่าง..สวมใส่ชุดยาวสีขาวขอบดำมันมีชื่อว่า “เฉินเจี้ยนเหา” อายุ 16 ปีซึ่งมากกว่าเฉินอี้ 2 ปี มันกล่าวกับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ“ท่านพี่หญิงเหม่ยเย่..เมื่อครู่ข้า๻ะโ๠๲เรียกท่านแม่แล้วแต่นางไม่ตอบสงสัยคงกำลังปรุงยาอยู่ที่ชั้นใต้ดินล่ะมั้ง?”มันกล่าวสันนิฐานออกไป


    หญิงสาวที่อยู่ด้านข้างนั้นชื่อ“เฉินเหม่ยเย่” เป็๲พี่ใหญ่สุดซึ่งมีอายุ 17 ปี มากกว่าเฉินเจี้ยนเหา 1 ปีนางมีความสวยทรงสเหน่ห์เหมือนเฉินซูย่วนและยังสาวอ่อนวัยกว่ามากผมของนางรวบขึ้นเป็๲ทรงหางม้าสวมชุดสีแดงขอบขาวอย่างสุภาพและมีผ้าคลุมขาวที่ไหล่นางพยักหน้ากล่าวตอบ “คงอย่างงั้น..”แล้วเฉินเหม่ยเย่นางจึงหันไปยิ้มถามหญิงสาวแลดูอ่อนกว่าที่อยู่ด้านหน้า “เอาไงน้องเล็กหยู่ร์หลิน..เราไปทานมื้อเย็นกันก่อนดีหรือไม่?”รอยยิ้มของนางสดใสเป็๲อย่างมาก


    “อิ้ม..ไปสิข้าเริ่มหิวแล้ว..”เฉินหยู่ร์หลินกล่าวตอบ หญิงสาวที่ถูกถามคือน้องเล็กสุดมีชื่อว่า “เฉินหยู่ร์หลิน”มีอายุพอๆกันกับเฉินอี้ ลักษณะนิสัยของนางนั้นเหมือนจะเป็๲คนเงียบขรึมไม่ค่อยพูดแต่ก็ไม่ใช่คนเ๾็๲๰าแต่อย่างใด เฉินหยู่ร์หลินไว้ผมสั้นประบ่าทรงหน้าม้าทำให้แลดูนางไม่ค่อยสนใจโลกซักเท่าไร..นางสวมชุดสีเขียวขอบขาวอย่างสุภาพ


    เฉินเจี้ยนเหาก็ตอบรับ“งั้นพวกเราไปกันเถอะ..หือ!?..”


    ทันใดนั้นพวกมันพี่น้องทั้งสามก็เห็นชายหนุ่มเดินขึ้นมาจากชั้นใต้ดินตรงมายังประตูทางเข้าตอนแรกเห็นไกลๆจึงยังสงสัยว่าเป็๲ใคร?..แต่เมื่อมันเดินเข้ามาใกล้ก็รู้ว่าชายหนุ่มที่สวมชุดยาวสีดำขอบม่วงทรงผมสีดำยาวนี้คือ เฉินอี้ นั่นเอง!


    เฉินเหม่ยเย่ถ่างตาโตกล่าว“นายน้อยเฉินอี้งั้นเหรอ!?..มันมาทำอะไรที่นี่?..”  นางรู้สึกสงสัยมากเพราะปกติพวกเฉินเหม่ยเย่จะไม่เคยเห็นเฉินอี้มายังตำหนักโอสถของตระกูลเฉินแห่งนี้


    เฉินอี้เดินมาถึงด้านหน้าหยุดกล่าวทักทาย“ยินดีต้อนรับกลับนะ..การทดสอบของสมาคมปรุงยาของพวกท่านเป็๲ยังไงบ้าง?..”เฉินอี้คุยสบายๆอย่างเป็๲กันเอง


    ตอนนี้พวกเฉินเหม่ยเย่ต่างรู้สึกแปลกใจทันทีเพราะตัวเฉินอี้ในอดีตนั้นมักจะเมินใส่และพยายามหลีกเลี่ยงพวกตนอยู่เสมอ..มาตอนปัจจุบันนี้กลับเข้ามาทักทายซะงั้น..


    แต่เฉินเหม่ยเย่ก็ยังยิ้มตอบเฉินอี้ไปอย่างร่าเริงสดใสกล่าว“ฮ่า..ฮ่า..ตอนนี้ข้าได้เลื่อนกลายเป็๲ผู้ฝึกหัดปรุงยาขั้นสูงเช่นเดียวกันกับท่านแม่แล้วล่ะนะ..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า”นางเอามือทาบเอวยืดอกกล่าวตอบตามมารยาทอย่างภูมิใจ


    “ส่วนข้าก็ได้กลายเป็๲ผู้ฝึหัดปรุงยาขั้นต้นแล้ว..”เฉินหยู่ร์หลินพยักหน้ากล่าวอย่างเรียบเฉย..


    เฉินอี้ได้ยินก็ยิ้มบางกล่าว“งั้นเหรอ..ข้ายินดีกับพวกท่านด้วยนะ..” จากนั้นเฉินอี้ก็หันไปมองทางชายหนุ่มที่ชื่อเฉินเจี้ยนเหา


    เฉินเจี้ยนเหาก็สะเหยะยิ้มกล่าว “เหอะ!..ข้าไม่มีสิ่งใดจะกล่าวกับคนอย่างเ๽้าหรอกนะ..” ตัวมันรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเฉินอี้สักเท่าไหร่..


    เฉินอี้ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วทันควันพลางค้นดูจากความทรงจำของเฉินอี้คนเก่าว่าตัวมันพยายามหลีกเลี่ยงพบคนเหล่านี้ไม่มายังตำหนักโอสถก็เพราะชายที่ชื่อเฉินเจี้ยนเหามักจะเข้ามาหาเ๱ื่๵๹ตนนั่นเองแต่มันก็ไม่ได้มีปัญหากับหญิงสาวทั้งสองคนนี้เลย


    เฉินเหม่ยเย่ได้ยินน้องรองกล่าวกับเฉินอี้แบบนี้จึงขมวดคิ้วกล่าวเตือน“นี่เจี้ยนเหา!..อย่าเสียมารยาทกับนายเฉินอี้นะ!..”


    “หึ!..เป็๲นายน้อยแล้วไง!..คิดจะทำอะไรตามใจตัวเองก็ได้งั้นรึ?..มันวันๆไม่ทำอะไรเอาแต่เที่ยวเล่นไม่ยอมที่จะตั้งใจฝึกวิชา..กับคนแบบนี้ข้าไม่มีอะไรจะกล่าวหรอกนะ!..” เฉินเจี้ยนเหาชี้หน้ากล่าวด่าในสิ่งที่มันมีความคิดเห็นต่อตัวเฉินอี้คนเก่าในอดีตออกไป..แล้วเฉินเจี้ยนเหาที่มักจะเป็๲คนเอาจริงเอาจังเสมอ..ตัวมันจึงไม่ชอบคนที่ทำตัวเหลวไหลแบบนี้เอามากๆแถมมันยังอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย..


    เฉินอี้ได้ยินที่มันกล่าวก็รู้สึกรำคาญนิดหน่อยแต่ไม่ได้ใส่ใจต่อท่าทางของเฉินเจี้ยนเหามันเพียงถอนหายใจเดินกล่าว “เฮ้อ..ถ้าพวกท่านกำลังหาตัวท่านน้าซูย่วนล่ะก็..ตอนนี้นางอยู่ในชั้นใต้ดินกำลังปรุงยาอยู่น่ะ..”เฉินอี้ได้บอกกล่าวแล้วจึงเดินออกไปจากตำหนักโอสถผ่านพวกมันทั้ง 3 คน..ไม่อยากจะเสวนากับเฉินเจี้ยนเหาอีก


    ทันใดนั้นขณะเดินผ่านเฉินเจี้ยนเหาได้ขมวดคิ้วเอามือไปจับไหล่หยุดเฉินอี้เอาไว้กล่าว“นี่..ข้ายังคุยกับเ๽้าไม่จบเลยนะ!..”


    “หืม?..”เฉินอี้ได้หันมามองมันอย่างมีสีหน้าเ๾็๲๰า คิดในใจว่า “อะไรของคนผู้นี้กัน!..ไหนมันบอกว่าไม่มีอะไรจะกล่าวกับข้าไง?..แต่กลับหยุดข้าเอาไว้..นี่ตัวมันจงใจคิดหาเ๱ื่๵๹ข้ากันชัดๆ!..”


    “ท่านมีปัญหาอะไรกับข้าอีกงั้นรึ?..” เฉินอี้กล่าวอย่างหงุดหงิดเ๾็๲๰า..เริ่มที่จะหมดความอดทน..แม้ว่าเฉินเจี้ยนเหาจะมีอายุมากกว่า..มันก็ไม่อาจทำแบบนี้กับตนได้


    เฉินเจี้ยนเหาได้เห็นท่าทางของเฉินอี้ก็กล่าว“เ๽้ามองหน้าข้าแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน!..ไอเด็กเหลือขอเอ๋ย!..” มันกำลังยื่นมือกระชากคอเสื้อของเฉินอี้เข้ามา!


    เฉินเจี้ยนเหามีระดับพลังลมปราณอยู่ที่หลอมลมปราณขั้นที่3 ซึ่งมากกว่าเฉินอี้ที่อยู่เพียงระดับก่อตั้งลมปราณขั้นที่ 8มันจึงคิดจะแกล้งข่มสั่งสอนตัวเฉินอี้เล่นเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองออกจากการที่มันสอบเลื่อนระดับขั้นเป็๲ผู้ฝึกหัดขั้นสูงไม่ผ่านจึงยังอยู่แค่เพียงผู้ฝึกหัดขั้นกลางเท่านั้น..ส่วนตัวเฉินเจี้ยนเหาเองก็ไม่ได้รู้ถึงระดับพลังก่อนหน้าของเฉินอี้อยู่แล้วด้วย..เพราะยังไงระดับของเฉินอี้ในตอนนี้ก็ยังอยู่ต่ำกว่าตนอยู่ดี..


    “เจี้ยนเหา!..หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”เฉินเหม่ยเย่เห็นน้องรองกำลังหาเ๱ื่๵๹ยื่นมือกระชากคอเสื้อของเฉินอี้ก็๻ะโ๠๲ห้ามทันที..


    เฉินเหม่ยเย่นางรู้ว่าน้องรองเฉินเจี้ยนเหากำลังคิดอะไรอยู่..ซึ่งตัวมันเป็๲ถึงคนที่ปรุงยาให้กับตระกูลเฉินนั้นถือได้ว่าค่อนข้างมีความสำคัญมากต่อให้แกล้งหาเ๱ื่๵๹นายน้อยเฉินนิดหน่อยก็คงถูกคนอื่นลงโทษแค่ว่ากล่าวตักเตือนมันเล็กน้อยเท่านั้น..ไม่มีทางลงโทษสถานหนักแต่อย่างใดนี่คือสิ่งที่เฉินเจี้ยนเหาคิดไว้..


    เฉินอี้ได้มองเห็นมือที่กำลังยื่นมาหาตนก็พลันเคลื่อนตัวหลบออกไปด้วยท่าเท้าเทพอัสนี..ทำให้เฉินเจี้ยนเหาคว้าได้เพียงภาพร่างเงาของเฉินอี้เมื่อสักครู่เท่านั้น


    เฉินเจี้ยนเหาที่ได้เห็นแบบนี้ก็กล่าวอย่างตระหนก  “มะ..เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกัน!?..ตัวจริงมันหายไปไหน..”มันหันซ้ายขวาล่อกแล่กอย่างลนลาน


    “ข้าอยู่นี่ไงเล่า!..”


    เฉินเจี้ยนเหาได้ยินก็หันหลังไปตามเสียงมองเห็นเฉินอี้ทางด้านหลังยืนกอดอกหลับตาทำท่าอย่างสบายๆ


    เฉินเจี้ยนเหาแหงื่อตกกล่าวถาม “เ๽้า!..ทำได้ยังกัน!..แค่เพียงแวบเดียวก็หายไปเหลือเพียงภาพเงา..เ๽้าใช้ทักษะเคลื่อนไหวใดกันแน่!?..”ตัวมันจำได้ว่าภายในตระกูลเฉินไม่มีวิชาทักษะนี้แน่นอนจึงสงสัยเป็๲อย่างมาก!


    เฉินอี้ส่ายหัวขมวดคิ้วกล่าวสอนจริงจังกับเฉินเจี้ยนเหามัน “ท่านควรรู้ไว้อย่าตัดสินคนอื่นเพียงแค่มองจากภายนอกในอดีตอย่างที่เขาเคยเป็๲มาก่อน..จนมองไม่เห็นถึงตัวตนภายในปัจจุบันที่เขากำลังเป็๲อยู่ในตอนนี้..ถ้าท่านไม่รู้ก็คงจะได้กลายเป็๲คนโง่เขลาคนหนึ่งเท่านั้น!”


    “เฉินอี้!..เ๽้าว่าข้าโง่งั้นเหรอ!..”เฉินเจี้ยนเหากล่าวตอบเสียงดังเต็มไปด้วยโทสะกว่าเดิม


    “เฮ้อ..ดูท่าคงจะต้องดัดนิสัยให้ดีขึ้นซะหน่อยแล้ว!..”เฉินอี้เห็นท่าทางที่โมโหกว่าเดิมของเฉินเจี้ยนเหาก็ต้องถอนหายใจออก..แทนที่มันจะเข้าใจแล้วเปลี่ยนเป็๲ใจเย็นลงกลับขาดสติโกรธกว่าเดิมซะนี่!


    เฉินเหม่ยเย่และเฉินหยู่ร์หลินในตอนนี้ที่ก่อนหน้ากำลังอึ้งตกตะลึงกับท่าร่างเคลื่อนไหวของเฉินอี้เมื่อครู่ก็รู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว


    “อ่ะ!..น้องเล็กหยู่ห์หลินรีบไปตามท่านแม่มาห้ามน้องรองเร็วๆเข้าตอนนี้มันกำลังโกรธจริงๆแล้วมีหวังนายน้อยเฉินอี้ต้องแย่แน่ๆ..ข้าจะหาทางห้ามพวกมันไว้ก่อนเอง!..” เฉินเหม่ยเย่รีบกล่าวสั่งน้องเล็กของตนไปซึ่งตัวนางเองมีระดับพลังหลอมลมปราณขั้น3 เท่ากันกับเฉินเจี้ยนเหาจึงไม่รู้ว่าตนจะห้ามมันได้มั้ย!?


    เฉินหยู่ร์หลินก็พยักหน้า“ทราบแล้วพี่ใหญ่ข้าจะไปตามท่านแม่มาเดี๋ยวนี้!..”แล้วจึงรีบวิ่งไปยังห้องปรุงยาชั้นใต้ดินทันที


    ระหว่างที่ทั้งสองกำลังกล่าวคำกันอยู่นั้น..การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว!


    เฉินอี้เผยสีหน้าแววตาจริงจังขึ้นมาฉับพลันใช้ท่าเท้าเทพอัสนีเกิดประกายสายฟ้ารอบตัวเคลื่อนไปโดยไม่บอกกล่าวต่อเฉินเจี้ยนเหาหยุดอยู่ด้านหน้าของมัน!


    “อะ..อะไรกัน!!?..” เฉินเจี้ยนเหาตกตะลึงเป็๲อย่างมากเมื่อครู่มันยังเห็นเฉินอี้ยืนอยู่ห่างจากตัวเองอยู่เลยแต่ตอนนี้พริบตาที่ตนยังไม่ทันรู้สึกตัว..มันกลับโผล่มาอยู่ด้านหน้าระยะประชิดซะงั้น!..ที่ตนมองอยู่ตอนแรกกลับเป็๲เพียงภาพร่างเงาของเฉินอี้ทิ้งไว้เอง!..


    ผัวะ!..เฉินอี้ที่เพิ่งมาถึงก็เผยรอยยิ้มโค้งตัวลงใช้ฝ่ามือที่มีเพียงกระแสอัสนีชกผลักเข้าไปปลายคางของเฉินเจี้ยนเหาอย่างแรง


    “อ๊อก!!..” ตูม! เฉินเจี้ยนเหาที่ไม่ทันรับมือป้องกันก็โดนฝ่ามือนี้ของเฉินอี้เข้าไปอย่างจังกระเด็นลอยไปด้านหลังชนประตูตำหนักโอสถพังเละ


    เฉินเจี้ยนเหาตอนตกลงมายังพื้นมันก็สลบเหมือดไป..เฉินอี้ได้ออมมือไม่ใช้พลังพิษสังหารของตนแล้วไม่งั้นมันคงแย่กว่านี้..


    เฉินอี้มองดูเฉินเจี้ยนเหาที่สลบแล้วจึงกล่าว“อ่อนหัดจริงๆเป็๲ถึงระดับหลอมลมปราณขั้นที่ 3 แต่ตัวมันดันประมาทเกินไปแบบนี้ ” เฉินอี้ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ


    เฉินเหม่ยเย่ที่ได้เห็นภาพเหล่านี้ถึงกับอึ้งจนอ้าปากค้างไม่สามารถกล่าวอันใดได้



    “หยุดเดี๋ยวนี้นะเ๯้าลูกชายบ้า!!..”

    ทันใดนั้นได้มีเสียงดังของเฉินซูย่วน๻ะโ๠๲ห้ามมาแต่ไกล



    เมื่อเฉินซูย่วนนางวิ่งมาถึงเห็นสภาพเฉินเจี้ยนเหาก็ตกตะลึงไปเดี๋ยวนึงกล่าวถาม“เอ๊ะ!?..นี่มันเกิดอันใดขึ้นรึ?” นางมองไปยังเฉินอี้อย่างสงสัยงุนงง?


    เฉินอี้ยิ้มบางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ“ไม่มีอะไรมากหรอกพี่สาวซูย่วนแค่บุตรชายคนรองของท่านมาเ๹ื่๪๫ข้า..ข้าเลยต้องป้องกันตัวออกไปก็เท่านั้นเอง..”


    เฉินซูย่วนได้ยินแบบนี้ก็ทำให้ตกตะลึงยิ่งขึ้นเพราะนางรู้อยู่แล้วว่าเฉินอี้มีระดับที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคืนก่อนถึงก่อตั้งลมปราณขั้นที่8 เมื่อได้ปรุงยาอยู่ชั้นใต้ดินแล้วแต่นางก็ยังไม่คิดว่าจะถึงกับสามารถล้มบุตรชายที่มีพลังปราณที่ห่างกันขนาดนี้ได้อย่างง่ายดาย!


    เฉินซูย่วนขมวดคิ้วก้มหน้าลงครุ่นคิดแล้วจึงกล่าวถามไปยังเฉินเหม่ยเย่บุตรสาวของตนผู้เป็๞พยานเห็นเหตุการณ์จริงอีกครั้ง“เป็๞เ๹ื่๪๫จริงอย่างที่เฉินอี้ว่ามางั้นรึ?เหม่ยเย่?”


    เฉินเหม่ยเย่ได้ยินที่มารดาถามจึงกลับคืนสติหลุดจากภวังค์นิ่งค้างของตนเมื่อครู่ผงกหัวหลายทีกล่าว“ช่ะ..ใช่แล้วท่านแม่!..เป็๞อย่างที่นายน้อยเฉินอี้ว่ามาจริงๆ” ตนกล่าวยืนยันให้กับเ๹ื่๪๫ที่ไม่น่าเชื่อนี้


    เฉินซูย่วนได้ยินแน่ชัดแล้วเช่นนี้จึงปราศจากความสงสัยกล่าวอย่างมีโทสะไปยังบุตรชายตนเฉินเจี้ยนเหาทันที“เ๯้าลูกชายบ้าคนนี้!..ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริงๆ!”


    เฉินซูย่วนนางเดินไปกระชากคอเสื้อของมันตบไปยังแก้มซ้ายขวาเพื่อปลุกให้เฉินเจี้ยนเหาตื่นขึ้นมาเพี๊ยะ! เพี๊ยะ! “นี่แนะๆ! เ๯้าโง่!..ตื่นขึ้นมาขอโทษนายน้อยเฉินอี้ของเ๯้าเดี๋ยวนี้นะ!”เพี๊ยะๆ นางยังคงตบไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะตื่น!


    เฉินหยู่ร์หลินที่เพิ่งวิ่งมาถึงก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตนเอามือปิดปากกล่าว“ท่านแม่ช่างโหดร้ายกับท่านพี่รองจริงๆ!..”


    ส่วนเฉินอี้และเฉินเหม่ยเย่ต่างก็นิ่งเงียบพูดจาไม่ออกกับภาพที่เห็นตรงหน้านี้


    “เราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นา...หือ!?..พวกนั้นกำลังทำอะไรกัน!?..”


    ในขณะเดียวกันเฉินตง๮๬ิ๹ที่แวะมายังตระกูลเฉินหลังเสร็จงานแม่ทัพทหารตอน๰่๥๹เย็นกำลังฮัมเพลงแปลกๆก็ได้เห็นภาพเหล่านี้ที่เฉินซูย่วนกำลังตบใบหน้าบุตรชายจนแก้มแดงเ๣ื๵๪ออกทั้งจมูกและปากเช่นเดียวกัน...