เฉินอี้และเฉินซูย่วนได้ยินเสียงเรียกนี้ก็เงยหน้าตอบสนองทันที
เฉินซูย่วนเลิกคิ้วกล่าว“ดูเหมือนพวกลูกๆของข้าพวกมันจะกลับมาหลังจากไปรับการทดสอบของสมาคมปรุงยาแล้วสินะ”เฉินซูย่วนคิดว่าจะขึ้นไปหาดีไหม.. ก่อนกล่าว “..ช่างเถอะ..ปล่อยพวกมันไปก่อนล่ะกัน..ยังไงก็คงจะรู้ว่าข้าอยู่ที่ชั้นล่างนี่..”นางไม่คิดจะไปถามเื่ผลการทดสอบของสมาคมปรุงยาเพราะกำลังยุ่งกับการฝึกฝนปรุงโอสถของตนอยู่
เฉินอี้ไม่ได้สนใจต่อเสียงพวกนี้..ตนตัดสินใจจะกลับไปพักเพื่อหาอะไรทานเพราะตอนนี้ก็เย็นแล้วจึงลุกขึ้นจากการนั่งแล้วโยนโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณเข้าปากเพราะได้ใช้พลังลมปราณในการปรุงยาไปมากจนตันเถียนบ่มเพาะปราณเหือดแห้งเกิน
เฉินอี้กล่าวกับเฉินซูย่วนก่อนเดินขึ้นออกไป“พี่สาวซูย่วน..ข้าฝากท่านจัดการที่เหลือด้วยนะ..ส่วนการปรุงโอสถขอเพียงตั้งใจฝึกฝนท่านก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆเอง..ข้าไปล่ะ..” ตนวางขวดโหลหยกทั้ง 3ที่ใส่โอสถแต่ละอย่างไว้ให้เฉินซูย่วนจัดการส่งไปยังเฉินหรุ่ยสามีของนางทีหลัง
“จ๊ะ! ไว้ใจข้าได้เลยเฉินอี้หลานรัก!..” เฉินซูย่วนตอบรับอย่างมุ่งมั่นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
เฉินอี้ยิ้มอย่างเขินๆให้กับนางแล้วเดินจากชั้นใต้ดินขึ้นบันไดไปยังชั้นบนของตำหนักโอสถนี้
เมื่อเฉินอี้ได้ขึ้นมาแล้วกำลังจะเดินออกไปทางประตูก็เห็นมีคนทั้ง3 ยืนอยู่ด้านหน้าในห้องตำราปรุงยาเป็ชาย 1 หญิง 2 ตนรู้ว่าคนที่เพิ่งกลับมาเหล่านี้คือลูกๆของน้าเฉินซูย่วนและอาเฉินหรุ่ยจากความทรงจำของเฉินอี้คนเก่าแม้ว่าตัวเองจะไม่ค่อยได้เจอหน้ากันกับคนพวกนี้ก็ตาม
ผู้ชายคนแรกดูเหมือนเป็คนหยิ่งทะนงสายตาชี้ขึ้นคิ้วเข้มทำให้คิดได้ว่ามันคงเป็ที่เอาจริงเอาจังกับทุกอย่าง..สวมใส่ชุดยาวสีขาวขอบดำมันมีชื่อว่า “เฉินเจี้ยนเหา” อายุ 16 ปีซึ่งมากกว่าเฉินอี้ 2 ปี มันกล่าวกับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ“ท่านพี่หญิงเหม่ยเย่..เมื่อครู่ข้าะโเรียกท่านแม่แล้วแต่นางไม่ตอบสงสัยคงกำลังปรุงยาอยู่ที่ชั้นใต้ดินล่ะมั้ง?”มันกล่าวสันนิฐานออกไป
หญิงสาวที่อยู่ด้านข้างนั้นชื่อ“เฉินเหม่ยเย่” เป็พี่ใหญ่สุดซึ่งมีอายุ 17 ปี มากกว่าเฉินเจี้ยนเหา 1 ปีนางมีความสวยทรงสเหน่ห์เหมือนเฉินซูย่วนและยังสาวอ่อนวัยกว่ามากผมของนางรวบขึ้นเป็ทรงหางม้าสวมชุดสีแดงขอบขาวอย่างสุภาพและมีผ้าคลุมขาวที่ไหล่นางพยักหน้ากล่าวตอบ “คงอย่างงั้น..”แล้วเฉินเหม่ยเย่นางจึงหันไปยิ้มถามหญิงสาวแลดูอ่อนกว่าที่อยู่ด้านหน้า “เอาไงน้องเล็กหยู่ร์หลิน..เราไปทานมื้อเย็นกันก่อนดีหรือไม่?”รอยยิ้มของนางสดใสเป็อย่างมาก
“อิ้ม..ไปสิข้าเริ่มหิวแล้ว..”เฉินหยู่ร์หลินกล่าวตอบ หญิงสาวที่ถูกถามคือน้องเล็กสุดมีชื่อว่า “เฉินหยู่ร์หลิน”มีอายุพอๆกันกับเฉินอี้ ลักษณะนิสัยของนางนั้นเหมือนจะเป็คนเงียบขรึมไม่ค่อยพูดแต่ก็ไม่ใช่คนเ็าแต่อย่างใด เฉินหยู่ร์หลินไว้ผมสั้นประบ่าทรงหน้าม้าทำให้แลดูนางไม่ค่อยสนใจโลกซักเท่าไร..นางสวมชุดสีเขียวขอบขาวอย่างสุภาพ
เฉินเจี้ยนเหาก็ตอบรับ“งั้นพวกเราไปกันเถอะ..หือ!?..”
ทันใดนั้นพวกมันพี่น้องทั้งสามก็เห็นชายหนุ่มเดินขึ้นมาจากชั้นใต้ดินตรงมายังประตูทางเข้าตอนแรกเห็นไกลๆจึงยังสงสัยว่าเป็ใคร?..แต่เมื่อมันเดินเข้ามาใกล้ก็รู้ว่าชายหนุ่มที่สวมชุดยาวสีดำขอบม่วงทรงผมสีดำยาวนี้คือ เฉินอี้ นั่นเอง!
เฉินเหม่ยเย่ถ่างตาโตกล่าว“นายน้อยเฉินอี้งั้นเหรอ!?..มันมาทำอะไรที่นี่?..” นางรู้สึกสงสัยมากเพราะปกติพวกเฉินเหม่ยเย่จะไม่เคยเห็นเฉินอี้มายังตำหนักโอสถของตระกูลเฉินแห่งนี้
เฉินอี้เดินมาถึงด้านหน้าหยุดกล่าวทักทาย“ยินดีต้อนรับกลับนะ..การทดสอบของสมาคมปรุงยาของพวกท่านเป็ยังไงบ้าง?..”เฉินอี้คุยสบายๆอย่างเป็กันเอง
ตอนนี้พวกเฉินเหม่ยเย่ต่างรู้สึกแปลกใจทันทีเพราะตัวเฉินอี้ในอดีตนั้นมักจะเมินใส่และพยายามหลีกเลี่ยงพวกตนอยู่เสมอ..มาตอนปัจจุบันนี้กลับเข้ามาทักทายซะงั้น..
แต่เฉินเหม่ยเย่ก็ยังยิ้มตอบเฉินอี้ไปอย่างร่าเริงสดใสกล่าว“ฮ่า..ฮ่า..ตอนนี้ข้าได้เลื่อนกลายเป็ผู้ฝึกหัดปรุงยาขั้นสูงเช่นเดียวกันกับท่านแม่แล้วล่ะนะ..ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า”นางเอามือทาบเอวยืดอกกล่าวตอบตามมารยาทอย่างภูมิใจ
“ส่วนข้าก็ได้กลายเป็ผู้ฝึหัดปรุงยาขั้นต้นแล้ว..”เฉินหยู่ร์หลินพยักหน้ากล่าวอย่างเรียบเฉย..
เฉินอี้ได้ยินก็ยิ้มบางกล่าว“งั้นเหรอ..ข้ายินดีกับพวกท่านด้วยนะ..” จากนั้นเฉินอี้ก็หันไปมองทางชายหนุ่มที่ชื่อเฉินเจี้ยนเหา
เฉินเจี้ยนเหาก็สะเหยะยิ้มกล่าว “เหอะ!..ข้าไม่มีสิ่งใดจะกล่าวกับคนอย่างเ้าหรอกนะ..” ตัวมันรู้สึกไม่ชอบขี้หน้าเฉินอี้สักเท่าไหร่..
เฉินอี้ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วทันควันพลางค้นดูจากความทรงจำของเฉินอี้คนเก่าว่าตัวมันพยายามหลีกเลี่ยงพบคนเหล่านี้ไม่มายังตำหนักโอสถก็เพราะชายที่ชื่อเฉินเจี้ยนเหามักจะเข้ามาหาเื่ตนนั่นเองแต่มันก็ไม่ได้มีปัญหากับหญิงสาวทั้งสองคนนี้เลย
เฉินเหม่ยเย่ได้ยินน้องรองกล่าวกับเฉินอี้แบบนี้จึงขมวดคิ้วกล่าวเตือน“นี่เจี้ยนเหา!..อย่าเสียมารยาทกับนายเฉินอี้นะ!..”
“หึ!..เป็นายน้อยแล้วไง!..คิดจะทำอะไรตามใจตัวเองก็ได้งั้นรึ?..มันวันๆไม่ทำอะไรเอาแต่เที่ยวเล่นไม่ยอมที่จะตั้งใจฝึกวิชา..กับคนแบบนี้ข้าไม่มีอะไรจะกล่าวหรอกนะ!..” เฉินเจี้ยนเหาชี้หน้ากล่าวด่าในสิ่งที่มันมีความคิดเห็นต่อตัวเฉินอี้คนเก่าในอดีตออกไป..แล้วเฉินเจี้ยนเหาที่มักจะเป็คนเอาจริงเอาจังเสมอ..ตัวมันจึงไม่ชอบคนที่ทำตัวเหลวไหลแบบนี้เอามากๆแถมมันยังอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย..
เฉินอี้ได้ยินที่มันกล่าวก็รู้สึกรำคาญนิดหน่อยแต่ไม่ได้ใส่ใจต่อท่าทางของเฉินเจี้ยนเหามันเพียงถอนหายใจเดินกล่าว “เฮ้อ..ถ้าพวกท่านกำลังหาตัวท่านน้าซูย่วนล่ะก็..ตอนนี้นางอยู่ในชั้นใต้ดินกำลังปรุงยาอยู่น่ะ..”เฉินอี้ได้บอกกล่าวแล้วจึงเดินออกไปจากตำหนักโอสถผ่านพวกมันทั้ง 3 คน..ไม่อยากจะเสวนากับเฉินเจี้ยนเหาอีก
ทันใดนั้นขณะเดินผ่านเฉินเจี้ยนเหาได้ขมวดคิ้วเอามือไปจับไหล่หยุดเฉินอี้เอาไว้กล่าว“นี่..ข้ายังคุยกับเ้าไม่จบเลยนะ!..”
“หืม?..”เฉินอี้ได้หันมามองมันอย่างมีสีหน้าเ็า คิดในใจว่า “อะไรของคนผู้นี้กัน!..ไหนมันบอกว่าไม่มีอะไรจะกล่าวกับข้าไง?..แต่กลับหยุดข้าเอาไว้..นี่ตัวมันจงใจคิดหาเื่ข้ากันชัดๆ!..”
“ท่านมีปัญหาอะไรกับข้าอีกงั้นรึ?..” เฉินอี้กล่าวอย่างหงุดหงิดเ็า..เริ่มที่จะหมดความอดทน..แม้ว่าเฉินเจี้ยนเหาจะมีอายุมากกว่า..มันก็ไม่อาจทำแบบนี้กับตนได้
เฉินเจี้ยนเหาได้เห็นท่าทางของเฉินอี้ก็กล่าว“เ้ามองหน้าข้าแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน!..ไอเด็กเหลือขอเอ๋ย!..” มันกำลังยื่นมือกระชากคอเสื้อของเฉินอี้เข้ามา!
เฉินเจี้ยนเหามีระดับพลังลมปราณอยู่ที่หลอมลมปราณขั้นที่3 ซึ่งมากกว่าเฉินอี้ที่อยู่เพียงระดับก่อตั้งลมปราณขั้นที่ 8มันจึงคิดจะแกล้งข่มสั่งสอนตัวเฉินอี้เล่นเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดของตัวเองออกจากการที่มันสอบเลื่อนระดับขั้นเป็ผู้ฝึกหัดขั้นสูงไม่ผ่านจึงยังอยู่แค่เพียงผู้ฝึกหัดขั้นกลางเท่านั้น..ส่วนตัวเฉินเจี้ยนเหาเองก็ไม่ได้รู้ถึงระดับพลังก่อนหน้าของเฉินอี้อยู่แล้วด้วย..เพราะยังไงระดับของเฉินอี้ในตอนนี้ก็ยังอยู่ต่ำกว่าตนอยู่ดี..
“เจี้ยนเหา!..หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”เฉินเหม่ยเย่เห็นน้องรองกำลังหาเื่ยื่นมือกระชากคอเสื้อของเฉินอี้ก็ะโห้ามทันที..
เฉินเหม่ยเย่นางรู้ว่าน้องรองเฉินเจี้ยนเหากำลังคิดอะไรอยู่..ซึ่งตัวมันเป็ถึงคนที่ปรุงยาให้กับตระกูลเฉินนั้นถือได้ว่าค่อนข้างมีความสำคัญมากต่อให้แกล้งหาเื่นายน้อยเฉินนิดหน่อยก็คงถูกคนอื่นลงโทษแค่ว่ากล่าวตักเตือนมันเล็กน้อยเท่านั้น..ไม่มีทางลงโทษสถานหนักแต่อย่างใดนี่คือสิ่งที่เฉินเจี้ยนเหาคิดไว้..
เฉินอี้ได้มองเห็นมือที่กำลังยื่นมาหาตนก็พลันเคลื่อนตัวหลบออกไปด้วยท่าเท้าเทพอัสนี..ทำให้เฉินเจี้ยนเหาคว้าได้เพียงภาพร่างเงาของเฉินอี้เมื่อสักครู่เท่านั้น
เฉินเจี้ยนเหาที่ได้เห็นแบบนี้ก็กล่าวอย่างตระหนก “มะ..เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นกัน!?..ตัวจริงมันหายไปไหน..”มันหันซ้ายขวาล่อกแล่กอย่างลนลาน
“ข้าอยู่นี่ไงเล่า!..”
เฉินเจี้ยนเหาได้ยินก็หันหลังไปตามเสียงมองเห็นเฉินอี้ทางด้านหลังยืนกอดอกหลับตาทำท่าอย่างสบายๆ
เฉินเจี้ยนเหาแหงื่อตกกล่าวถาม “เ้า!..ทำได้ยังกัน!..แค่เพียงแวบเดียวก็หายไปเหลือเพียงภาพเงา..เ้าใช้ทักษะเคลื่อนไหวใดกันแน่!?..”ตัวมันจำได้ว่าภายในตระกูลเฉินไม่มีวิชาทักษะนี้แน่นอนจึงสงสัยเป็อย่างมาก!
เฉินอี้ส่ายหัวขมวดคิ้วกล่าวสอนจริงจังกับเฉินเจี้ยนเหามัน “ท่านควรรู้ไว้อย่าตัดสินคนอื่นเพียงแค่มองจากภายนอกในอดีตอย่างที่เขาเคยเป็มาก่อน..จนมองไม่เห็นถึงตัวตนภายในปัจจุบันที่เขากำลังเป็อยู่ในตอนนี้..ถ้าท่านไม่รู้ก็คงจะได้กลายเป็คนโง่เขลาคนหนึ่งเท่านั้น!”
“เฉินอี้!..เ้าว่าข้าโง่งั้นเหรอ!..”เฉินเจี้ยนเหากล่าวตอบเสียงดังเต็มไปด้วยโทสะกว่าเดิม
“เฮ้อ..ดูท่าคงจะต้องดัดนิสัยให้ดีขึ้นซะหน่อยแล้ว!..”เฉินอี้เห็นท่าทางที่โมโหกว่าเดิมของเฉินเจี้ยนเหาก็ต้องถอนหายใจออก..แทนที่มันจะเข้าใจแล้วเปลี่ยนเป็ใจเย็นลงกลับขาดสติโกรธกว่าเดิมซะนี่!
เฉินเหม่ยเย่และเฉินหยู่ร์หลินในตอนนี้ที่ก่อนหน้ากำลังอึ้งตกตะลึงกับท่าร่างเคลื่อนไหวของเฉินอี้เมื่อครู่ก็รู้สึกตัวขึ้นมาแล้ว
“อ่ะ!..น้องเล็กหยู่ห์หลินรีบไปตามท่านแม่มาห้ามน้องรองเร็วๆเข้าตอนนี้มันกำลังโกรธจริงๆแล้วมีหวังนายน้อยเฉินอี้ต้องแย่แน่ๆ..ข้าจะหาทางห้ามพวกมันไว้ก่อนเอง!..” เฉินเหม่ยเย่รีบกล่าวสั่งน้องเล็กของตนไปซึ่งตัวนางเองมีระดับพลังหลอมลมปราณขั้น3 เท่ากันกับเฉินเจี้ยนเหาจึงไม่รู้ว่าตนจะห้ามมันได้มั้ย!?
เฉินหยู่ร์หลินก็พยักหน้า“ทราบแล้วพี่ใหญ่ข้าจะไปตามท่านแม่มาเดี๋ยวนี้!..”แล้วจึงรีบวิ่งไปยังห้องปรุงยาชั้นใต้ดินทันที
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังกล่าวคำกันอยู่นั้น..การต่อสู้ได้เริ่มขึ้นแล้ว!
เฉินอี้เผยสีหน้าแววตาจริงจังขึ้นมาฉับพลันใช้ท่าเท้าเทพอัสนีเกิดประกายสายฟ้ารอบตัวเคลื่อนไปโดยไม่บอกกล่าวต่อเฉินเจี้ยนเหาหยุดอยู่ด้านหน้าของมัน!
“อะ..อะไรกัน!!?..” เฉินเจี้ยนเหาตกตะลึงเป็อย่างมากเมื่อครู่มันยังเห็นเฉินอี้ยืนอยู่ห่างจากตัวเองอยู่เลยแต่ตอนนี้พริบตาที่ตนยังไม่ทันรู้สึกตัว..มันกลับโผล่มาอยู่ด้านหน้าระยะประชิดซะงั้น!..ที่ตนมองอยู่ตอนแรกกลับเป็เพียงภาพร่างเงาของเฉินอี้ทิ้งไว้เอง!..
ผัวะ!..เฉินอี้ที่เพิ่งมาถึงก็เผยรอยยิ้มโค้งตัวลงใช้ฝ่ามือที่มีเพียงกระแสอัสนีชกผลักเข้าไปปลายคางของเฉินเจี้ยนเหาอย่างแรง
“อ๊อก!!..” ตูม! เฉินเจี้ยนเหาที่ไม่ทันรับมือป้องกันก็โดนฝ่ามือนี้ของเฉินอี้เข้าไปอย่างจังกระเด็นลอยไปด้านหลังชนประตูตำหนักโอสถพังเละ
เฉินเจี้ยนเหาตอนตกลงมายังพื้นมันก็สลบเหมือดไป..เฉินอี้ได้ออมมือไม่ใช้พลังพิษสังหารของตนแล้วไม่งั้นมันคงแย่กว่านี้..
เฉินอี้มองดูเฉินเจี้ยนเหาที่สลบแล้วจึงกล่าว“อ่อนหัดจริงๆเป็ถึงระดับหลอมลมปราณขั้นที่ 3 แต่ตัวมันดันประมาทเกินไปแบบนี้ ” เฉินอี้ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจ
เฉินเหม่ยเย่ที่ได้เห็นภาพเหล่านี้ถึงกับอึ้งจนอ้าปากค้างไม่สามารถกล่าวอันใดได้
“หยุดเดี๋ยวนี้นะเ้าลูกชายบ้า!!..”
ทันใดนั้นได้มีเสียงดังของเฉินซูย่วนะโห้ามมาแต่ไกล
เมื่อเฉินซูย่วนนางวิ่งมาถึงเห็นสภาพเฉินเจี้ยนเหาก็ตกตะลึงไปเดี๋ยวนึงกล่าวถาม“เอ๊ะ!?..นี่มันเกิดอันใดขึ้นรึ?” นางมองไปยังเฉินอี้อย่างสงสัยงุนงง?
เฉินอี้ยิ้มบางกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ“ไม่มีอะไรมากหรอกพี่สาวซูย่วนแค่บุตรชายคนรองของท่านมาเื่ข้า..ข้าเลยต้องป้องกันตัวออกไปก็เท่านั้นเอง..”
เฉินซูย่วนได้ยินแบบนี้ก็ทำให้ตกตะลึงยิ่งขึ้นเพราะนางรู้อยู่แล้วว่าเฉินอี้มีระดับที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคืนก่อนถึงก่อตั้งลมปราณขั้นที่8 เมื่อได้ปรุงยาอยู่ชั้นใต้ดินแล้วแต่นางก็ยังไม่คิดว่าจะถึงกับสามารถล้มบุตรชายที่มีพลังปราณที่ห่างกันขนาดนี้ได้อย่างง่ายดาย!
เฉินซูย่วนขมวดคิ้วก้มหน้าลงครุ่นคิดแล้วจึงกล่าวถามไปยังเฉินเหม่ยเย่บุตรสาวของตนผู้เป็พยานเห็นเหตุการณ์จริงอีกครั้ง“เป็เื่จริงอย่างที่เฉินอี้ว่ามางั้นรึ?เหม่ยเย่?”
เฉินเหม่ยเย่ได้ยินที่มารดาถามจึงกลับคืนสติหลุดจากภวังค์นิ่งค้างของตนเมื่อครู่ผงกหัวหลายทีกล่าว“ช่ะ..ใช่แล้วท่านแม่!..เป็อย่างที่นายน้อยเฉินอี้ว่ามาจริงๆ” ตนกล่าวยืนยันให้กับเื่ที่ไม่น่าเชื่อนี้
เฉินซูย่วนได้ยินแน่ชัดแล้วเช่นนี้จึงปราศจากความสงสัยกล่าวอย่างมีโทสะไปยังบุตรชายตนเฉินเจี้ยนเหาทันที“เ้าลูกชายบ้าคนนี้!..ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริงๆ!”
เฉินซูย่วนนางเดินไปกระชากคอเสื้อของมันตบไปยังแก้มซ้ายขวาเพื่อปลุกให้เฉินเจี้ยนเหาตื่นขึ้นมาเพี๊ยะ! เพี๊ยะ! “นี่แนะๆ! เ้าโง่!..ตื่นขึ้นมาขอโทษนายน้อยเฉินอี้ของเ้าเดี๋ยวนี้นะ!”เพี๊ยะๆ นางยังคงตบไปเรื่อยๆจนกว่ามันจะตื่น!
เฉินหยู่ร์หลินที่เพิ่งวิ่งมาถึงก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตนเอามือปิดปากกล่าว“ท่านแม่ช่างโหดร้ายกับท่านพี่รองจริงๆ!..”
ส่วนเฉินอี้และเฉินเหม่ยเย่ต่างก็นิ่งเงียบพูดจาไม่ออกกับภาพที่เห็นตรงหน้านี้
“เราจะทำตามสัญญาขอเวลาอีกไม่นา...หือ!?..พวกนั้นกำลังทำอะไรกัน!?..”
ในขณะเดียวกันเฉินตงิที่แวะมายังตระกูลเฉินหลังเสร็จงานแม่ทัพทหารตอน่เย็นกำลังฮัมเพลงแปลกๆก็ได้เห็นภาพเหล่านี้ที่เฉินซูย่วนกำลังตบใบหน้าบุตรชายจนแก้มแดงเืออกทั้งจมูกและปากเช่นเดียวกัน...