ตำนานผู้วิเศษ

    [MageLegend] ตอน 121 : เป้าหมายการเดินทางของเคอซวน

    "ท่านผู้วิเศษเคอซวนทำไมท่านถึงมากับพวกเรา" บนหลังเจ้าตงตงน้ำเสียงของเซี่ยซีหานพูดกับเคอซวนผู้วิเศษระดับนักวิจัยอย่างประหลาดใจ


    และในความประหลาดใจนี้ยังรวมไปถึงสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ใบหน้าของเคอซวนตอนนี้ดูเยาว์วัยกว่าเดิมมาก ราวกับว่าอยู่ๆ อายุของเคอซวนถอยหลังไปหลายสิบปี


    จากแต่เดิมที่เป็นตาแก่ใกล้ตายตอนนี้เคอซวนดูดีขึ้น ทำให้เซี่ยซีหานคาดเดาหลายอย่างเกี่ยวกับเคอซวน ตัวเคอซวนคงมีพัฒนาการบางอย่างที่ลึกลับ หลังจากปล้นกองกำลังหมาล่าเนื้อ จำนวนเงินบูลนี่ที่เคอซวนได้ก็มากมายมหาศาล จนตัวเขาอาจจะเอาไปปรุงยาวิเศษเพื่อความเยาว์วัยของตัวเองก็ได้ หามีสูตรดีๆ ในอนาคตเซี่ยซีหานก็ต้องการจะขอจากเคอซวน


    แต่เรื่องนี้เซี่ยซีหานก็ไม่มั่นใจ นั่นเพราะจากที่เจียตัวพูดกับเซี่ยซีหาน เคอซวนมีความลับบางอย่างที่เขายอมแม้แต่ขายชีวิตตัวเองเพื่อหาเงิน ดังนั้นเขาไม่ควรละลายเงินบูลนี่เสริมหล่อแบบนี้


    แต่ถ้าบอกว่าเคอซวนได้เงินบูลนี่จำนวนมาก และอยู่ๆ บรรลุเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง เซี่ยซีหานก็ไม่คิดเช่นนั้น สาเหตุเพราะจำนวนเงินบูลนี่ที่ได้มานั้นแบ่งกันก็ได้ราวห้าหมื่นกว่าบูลนี่กว่าๆ เท่านั้น สมบัติอื่นๆ แบ่งกันไปกันมา ก็ได้อีกราวคนละสองหมื่นบูลนี่ ซึ่งเป็นมูลค่าตามความเป็นจริง


    เคอซวนคือผู้วิเศษประเภทไม่มีเงินติดกระเป๋า ดังนั้นเขาไม่มีทางหาเงินบูลนี่จำนวนหนึ่งแสนเพื่อบรรลุเป็นผู้วิเศษที่แท้จริง ความแน่นพลังธรรมชาติและสร้างอาณาจักรแห่งสัมผัสของผู้วิเศษแท้จริงได้ ดังนั้นอะไรคือความเปลี่ยนแปลงของเคอซวนกันนะ เซี่ยซีหานคบคิด


    เคอซวนตอนนี้ใบหน้ายิ้ม เขารับรู้ว่าเจ้าเด็กเซี่ยซีหานคิดอะไรบางอย่าง แต่เคอซวนคือชายที่มีความลับในตัวเองมากมาย


    เขาเชิดหน้าอย่างไม่ใยดีต่อเซี่ยซีหาน ก่อนอธิบายถึงการมาครั้งนี้ของตัวเขากับคณะของเซี่ยซีหาน ที่กำลังเดินทางไปเมืองหลวงของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งเพื่อทำงาน


    "ครั้งนี้ 'บ้านเร้นลับ' ได้เปิดงานเลี้ยงชั้น 'ขุนนาง' ขึ้นที่เมืองหลวงของอาณาจักรไม้หมื่นกิ่ง ดังนั้นข้าจะพลาดไม่ได้"


    "!ขุนนาง" เซี่ยซีหานประหลาดใจกับคำคำนี้ นั่นเพราะ คำว่า 'ขุนนาง' ย่อมเกี่ยวข้องกับระบบการปกครองที่มี 'ราชา' มาเกี่ยวข้อง แต่โลกใบนี้ไม่ราชาไม่ใช่เหรอ แม้แต่ผู้ปกครองอาณาจักรไม้หมื่นกิ่งก็ยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นราชา พวกเขาจะใช้คำแทนตัวว่า 'จ้าว' หรือ 'ผู้ปกครอง' แต่ไม่ใช่ราชา


    เคอซวนขมวดคิ้ว เขามองเซี่ยซีหานด้วยแววตาประหลาดใจ และเจ้าเล่ห์ ราวกับพบความผิดปกติจากความรู้ของเซี่ยซีหาน


    "ดูเหมือนเจ้าจะรู้จักคำว่าขุนนาง"


    "เห่อเห่อ... ไม่ ท่านผู้วิเศษ แต่ข้าพบว่ามันเป็นคำที่ประหลาด และรู้สึกคุ้นหูแปลกๆ เท่านั้น" สติปัญญาของเซี่ยซีหานร้องเตือน มันไม่เคยได้ยินใครพูดเกี่ยวกับขุนนาง ดังนั้นมันไม่ควรรู้เกี่ยวกับคำคำนี้ การตีเหนียนเป็นเด็ก มันไม่ควรสร้างพิรุธอะไร ดังนั้นจึงตอบพร้อมทำหน้าเด๋อด๋า


    เคอซวนลูบเครา ก่อนจะละสายตาเจ้าเล่ห์จากเซี่ยซีหาน สำหรับตัวเขาไม่ว่าเซี่ยซีหานจะรู้เรื่องขุนนางหรือไม่ก็ไม่สำคัญ มันไม่ใช่สิ่งที่ต้องเอามาใส่ใจ


    ครู่สั้นเซี่ยซีหานก็ถามเคอซวนว่า 'ขุนนาง' คืออะไรด้วยน้ำเสียงและแววตาที่ยากรู้


    "ท่านผู้วิเศษเคอซวน ท่านพอจะอธิบายให้ข้ารู้หน่อยได้หรือไม่ว่าขุนนางคืออะไร และทำไมท่านจึงให้ความสนใจจนต้องเดินทางไปที่นั้น บ้านเร้าลับเปิดหลายครั้งที่เมืองรากไม้ แต่ข้าไม่เคยเห็นท่านจะสนใจมันเลย"


    เคอซวนร้องหึ ก่อนจะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์


    "เจ้าเด็กน้อย เจ้ายังเยาว์วัยจึงยังไม่รู้ความ..." พูดถึงตรงนี้สายตาของเคอซวนก็ทอดยาวไปเบื้องหน้า มองดินแดนที่ขาวโพรนที่ดูไร้จุดจบนี้ด้วยสายตาแห่งการนึกถึงความหลัง ก่อนจะพูดต่อ


    "การที่เจ้าจะไม่รู้เกี่ยวกับคำว่าขุนนางนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ในโลกใบนี้มีระบอบการปกครองที่หลากหลาย ดินแดนที่เราอยู่ หรือแม้แต่ดินแดนที่เจ้ากับไอ้พี่ชายถางเทียนเจี๋ยของเจ้าต้องการย้ายไปตั้งรกรากนั้นอาณาจักรชั้นสอง แม้จะใหญ่โตและดูยิ่งใหญ่ แต่ในความเป็นจริงก็แค่ชนบทเล็กๆ ของโลกใบนี้ ดินแดนเล็กๆ" เคอซวนเน้นย่ำคำว่าเล็กๆ มาก พร้อมทำนิ้วขยี้ไปมา


    เซี่ยซีหานยังไม่รู้ว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่มากขนาดไหน แต่เขาก็รู้ว่ามันอัศจรรย์มาก และมีดินแดนหลายระดับชั้น อาณาจักรชั้นสามมีเรื่องน่าตื่นตะลึงมากมาย จากคำบอกเล่าของเจียตัวและอาวุโสเหอหมิ่น


    "จริงๆ แล้ว พวกเราทั้งหมด เป็นกรวดบนมือของอาณาจักรชั้นสี่ พวกเราคือบริวาร หรือจะพูดว่าเป็น ข้ารับใช้ ทาส หรือผู้อยู่ใต้อำนาจของอาณาจักรชั้นสี่ก็ได้ ในอาณาจักรชั้นสี่นั้นพวกเขามีระบบการปกครองที่เรียกว่า 'ราชาและขุนนาง' นามที่ใช้เรียกราชาถูกสงวญไว้ให้แก่ผู้มีอำนาจต้นตระกูลบรรพกาลที่ปกครองอาณาจักรชั้นสี่เท่านั้น หากอาณาจักรที่ระดับต่ำกว่ากล้าเรียกตัวเองว่าราชา พวกเขาจำต้องรับความโกรธเกรี้ยวจากเบื้องบน"


    'โลกใบนี้มีราชา' เซี่ยซีหานคิดกับตัวเอง แต่มันก็ถูกแล้วที่ควรจะมี เพราะระบบราชาและขุนนางเป็นอะไรที่เรียบง่ายที่สุด และควรถือกำเนิดเป็นระบอบการปกครองแรกๆ


    เคอซวนเห็นแววตาที่สนใจของเซี่ยซีหาน เขาจึงพูดต่อทันที


    "เจ้าไม่รู้หลอกว่าอาณาจักรชั้นสี่นั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน 'ปราชญ์' ก็อาจจะเป็นแค่ผู้วิเศษทั่วไป ที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร ณ ดินแดนแห่งนั้น ส่วนงานเลี้ยงชั้น 'ขุนนาง' ที่บ้านเร้นลับเปิดขึ้นนั้นมันเป็นการบ่งชี้บางอย่าง เจ้าอาจจะไม่รู้ บ้านเร้นลับนั้นแท้จริงคือโครงข่ายอำนาจที่แข็งแกร่งจากอาณาจักรชั้นสูง ผู้เป็นเจ้าของบ้านเร้นลับนั้นลึกลับและยิ่งใหญ่มาก จากการคาดเดาของผู้คน เขาน่าจะเป็นใครซักคน ที่ไม่กังวลแม้แต่ 'ราชา' ของอาณาจักรชั้นสี่ อย่างน้อยๆ เขาก็ต้องเป็นผู้มีตำแหน่งขุนนางผู้ยิ่งใหญ่ นั่นจึงทำให้เขามีอำนาจมากพอที่จะทำให้บ้านเร้นลับมีอยู่ทั่วทุกแห่งของโลกใบนี้ และไม่มีใครกล้าแตะหรือสร้างปัญหาให้กับบ้านเร้นลับ ในโลกใบนี้ บ้านเร้นลับคืองานชุมนุมผู้วิเศษและยอดนักรบที่ดีที่สุด "


    "แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่างานเปิดบ้านของบ้านเร้นลับจะน่าสนใจไปทุกงาน มันมีระดับชั้นอยู่ เจ้าดูนี่..."


    เคอซวนยื่นโทเคนหน้าแพะที่คุ้นเคยของบ้านเร้นลับให้เซี่ยซีหาน จากนั้นให้เขาส่งจิตสัมผัสเข้าไป จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นอะไรแปลกๆ ที่หน้าประตูทางเข้าบ้านเร้นลับ


    มันมีโคมไฟ ที่มีลักษณะเป็นเชิงเทียน ปกติเซี่ยซีหานจะเห็นมีเชิงเทียนที่ดูธรรมดาหนึ่งอัน


    แต่วันนี้เชิงเทียนเปลี่ยนเป็นสีทองและในเชิงเทียนหนึ่งอัน มีที่วางเทียนอยู่สามจุด ลักษณะคล้ายตรีศูล


    แป๊ะ เคอซวนตีแผ่นหลังเซี่ยซีหาน ทำห้วงจิตออกจากภวัง


    "เจ้าเห็นแล้วใช่หรือไม่ เชิงเทียนหน้าทางเข้าบ้านเร้นลับครั้งนี้แปลกไป จงจำเอาไว้สีสันของเชิงเทียนบ่งบอกความสำคัญของงานประมูล จำนวนเทียนที่วางเอาไว้ระบุถึงคุณค่าของสิ่งที่จะนำเอามาประมูล"


    "เชิงเทียนเป็น 'ไม้' คืองานประมูลทั่วไป มันไม่น่าสนใจ ของที่เอามาประมูลมักเป็นสิ่งของในพื้นที่เขตเมือง มันมีชื่อเรียกทางการว่า งานประมูลของเหล่า 'ผู้ได้รับเชิญ' "


    "เชิงเทียนเป็น เหล็ก หรือ เงิน คืองานประมูลที่รวบร่วมสิ่งมีค่าของทั้งอาณาจักรนั้นๆ มาจัดงานมาประมูล ชื่ออย่างเป็นทางการเรียกงานประมูลนี้ว่า งานประมูลของ 'ผู้ถูกเลือก' "


    "เชิงเทียนทองคำ คืองานประมูลที่รวบร่วมสิ่งมีค่าจากทุกอาณาจักรทั้งทวีปมาประมูล มันถูกเรียกงานประมูลแบบนี้ว่าการประชุม 'ขุนนาง' พวกเรามักเรียกมันว่างานประมูลของเหล่าขุนนาง เพราะส่วนใหญ่เมื่อมีการจัดก็จะมีแต่เหล่าชนชั้นสูงที่เข้าไปได้"


    "ส่วนจำวนเทียนนั้นบ่งบอกว่าของล้ำค่าที่สุดของงานนั้นหายากขนาดไหน สามเชิงเทียนแปลกว่างานประมูลครั้งนี้มีของที่หายาก จนแม้แต่คนในอาณาจักรชั้นสามก็ยังต้องการมัน จนงานประมูลถูกยกระดับและประเมินไว้ว่างานประมูลนี้เทียบเท่างานประมูลของคนในอาณาจักรชั้นสาม ที่นี่เจ้าเข้าใจรึยังว่างานประมูลครั้งนี้ของบ้านเร้นลับสำคัญขนาดไหน นี่คืองานประมูลที่แม้แต่คนในอาณาจักรชั้นสามยังต้องสนใจ และถ้าพวกเขามีเวลามากพอ พวกเขาจะมาหรือส่งคนมาที่งานนี้ ข้าไม่รู้ว่าสิ่งที่จะนำมาประมูลคืออะไร แต่มันก็น่าสนใจที่จะได้รู้จริงไหม"


    ...


    เซี่ยซีหานตกตะลึง มันไม่คิดว่าบ้านเร้นลับจะมีภูมิหลังและความลึกลับยิ่งใหญ่ขนาดนี้ นอกจากนั้นการวางระบบก็น่าสนใจมาก


    ตอนนี้ในใจเซี่ยซีหานพบว่าตัวเองมีปัญหากับบ้านเร้นลับนี่เพียงแค่อย่างเดียว


    'ข้าไม่เคยเข้าร่วมงานประมูลของบ้านเร้นลับเลยสักครั้ง...'


     

    คล้ายกับเรื่องตำนานผู้วิเศษ ที่คุณอ่าน