บทที่ 12 ถั่วงอกน้อยทำไมข่มขู่เก่งนัก?
เยี่ยหลิงหลงบอกว่าจะฝึกฝน ก็ฝึกฝน หลังจากกัดผลไม้ิญญาแล้วก็เริ่มนั่งสมาธิฝึกฝนอย่างรวดเร็ว
กระบี่ขาวหายไปครึ่งวันถึงกลับมา ตอนกลับมาก็นำผลเพลิงสีชาดสามผลกลับมาด้วย
เห็นผลเพลิงสีชาดสามผลใหญ่ ทำเอาเยี่ยหลิงหลงน้ำลายไหล นางเพิ่งกินไปเมื่อวันก่อน พวกมันเต็มไปด้วยปราณิญญาและอร่อยมาก
"กระบี่น้อย ทำได้ดีมาก!"
เยี่ยหลิงหลงยื่นมือไปหยิบผลเพลิงสีชาด กำลังจะยัดใส่ปาก ตอนนี้เสียงเ็าของกระบี่ขาวก็ดังขึ้น
"ถ้าเ้าอยากตาย ก็รีบกินพวกมันให้หมดเลยสิ"
มือของเยี่ยหลิงหลงที่ถือผลไม้ชะงัก ปากหุบลง จ้องกระบี่ขาวด้วยสีหน้าไม่พอใจ
"เ้าเพิ่งกินไปหนึ่งผลไม่นานมานี้นี่? ด้วยวรยุทธ์ต่ำเตี้ยเรี่ยดินของเ้า ยังกล้ากินตรง ๆ ข้าขอชื่นชมความกล้าหาญของเ้า กินแล้วก็ช่างเถอะ แต่ครั้งที่แล้วกินผลเพลิงสีชาดแล้วพลังิญญาพุ่งพรวดจนเส้นลมปราณขยายตัวอย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันฟื้นตัวดี เ้าก็คิดจะกินผลที่สองอีก เ้าไม่ได้คิดว่าชีวิตยืนยาวเกินไปหรือ?"
"พูดดี ๆ เ้าจะตายหรือไง?"
"ใช่สิ"
……
เยี่ยหลิงหลงยกมือขวาขึ้นวางบนข้อมือซ้าย ดูเหมือนกำลังจะปลุกอสรพิษดำตัวน้อยบนข้อมือ กระบี่ขาวใรีบขอโทษขอโพยเป็การใหญ่
"ขอโทษ ข้าผิดไปแล้ว เมื่อครู่นี้ข้าตายไปแล้วครั้งหนึ่ง ตอนนี้ข้าเป็ข้าที่เกิดใหม่ เป็กระบี่ที่สุภาพเรียบร้อย"
เยี่ยหลิงหลงหัวเราะเสียงเย็น เ้านายของเ้ายังอยู่ในมือข้า คิดว่าข้าทำอะไรเ้าไม่ได้หรือ?
อย่างไรก็ตาม นางก็แค่ขู่กระบี่โง่เง่านี่เท่านั้น นางไม่มีทางปลุกอสรพิษน้อยที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาเพียงเพราะการทะเลาะเล็ก ๆ นี้หรอก มันไม่ได้เป็ห่วงนาง แต่เป็ห่วงตัวเองมากกว่า
"จำไว้ จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแล้ว"
……
นี่มันจิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ*[1]ชัด ๆ ถั่วงอกน้อยนี่ทำไมถึงได้ข่มขู่เก่งนักนะ?
"ข้าขอปรึกษาเ้าเื่หนึ่งได้หรือไม่?"
"ว่ามา"
"อย่าตั้งชื่อเพี้ยน ๆ ให้ข้าเลย กระบี่น้อย? ข้าอายุมากกว่าบรรพบุรุษหลายร้อยรุ่นของเ้าเสียอีก แล้วข้าก็มีชื่ออยู่แล้ว!"
"โอ้ งั้นท่านผู้เฒ่าชื่ออะไรหรือ?"
……
ช่างน่าโมโหจริง ๆ ถั่วงอกน้อยนี่ทำไมถึงปากคอเราะรายนัก?
"เสวียนอิ่ง"
"โอ้! เสวียนอิ่ง?"
"อะไร?"
"ไม่เคยได้ยิน"
……
นายท่าน ข้าจะฆ่านางเดี๋ยวนี้ แล้วหาถุงเืที่เหมาะสมให้ท่านใหม่ ข้าทนไม่ไหวแล้ว!
เมื่อเห็นว่าเสวียนอิ่งกำลังจะโมโหอีกครั้ง เยี่ยหลิงหลงก็แตะเบา ๆ ที่ข้อมือซ้ายของตน
ในชั่วพริบตา โลกพลันเงียบสงบ มันล้มลงนอนนิ่งบนโต๊ะ
เยี่ยหลิงหลงเก็บมือด้วยความพึงพอใจ กระบี่เล่มหนึ่งนอนนิ่งอย่างว่าง่าย ไม่โหวกเหวกโวยวายอีก
นางเก็บผลเพลิงสีชาดทั้งหมดใส่ในแหวนมิติ จากนั้นก็นั่งสมาธิฝึกฝนต่อ
แต่พูดตามตรง ปราณิญญาในสำนักชิงเสวียนเบาบางเกินไป นอกจากวันนั้นที่นางกินผลเพลิงสีชาดแล้วรู้สึกถึงความสบายจากการรวมตัวของปราณิญญา เวลาอื่น ๆ นางแทบจะไม่รู้สึกถึงปราณิญญาเลย
เยี่ยหลิงหลงถอนหายใจ
"เสวียนอิ่ง"
เสวียนอิ่งนอนนิ่งไม่ขยับ
"ถ้าเ้ายังแกล้งตายอยู่ ข้าจะ..."
"ถ้าเก่งก็อย่าเอานายท่านของข้ามาขู่สิ พูดจาขู่อะไรกับข้าไม่เลิก นับว่าเป็คนมีคุณธรรมที่ไหนกัน!"
"ข้าไม่ใช่คนมีคุณธรรมสักหน่อย ข้าเป็แค่เด็กน้อยเท่านั้น เ้าจะมาสอนเด็กเื่คุณธรรมทำไม ข้าไม่เข้าใจหรอก"
......
มันสัญญาว่า วันที่นายท่านตื่นขึ้นมา มันจะสับถั่วงอกให้เป็โจ๊กถั่วงอกให้นายท่านได้ลิ้มลอง!
"มีอะไรก็ว่ามา!"
"ที่นี่ปราณิญญาเบาบางเกินไป เ้าพาข้าไปยังดินแดนลับที่มีปราณิญญาหนาแน่นหน่อยสิ ข้าจะฝึกวิชา"
"ด้วยพร์ของเ้า..."
ยังไม่ทันที่เสวียนอิ่งจะพูดจบ เยี่ยหลิงหลงก็ส่งสายตาเตือนใส่
"อย่างไร?"
"ก็ไม่ใช่ว่าฝึกไม่ได้"
"หืม?"
"อย่างน้อยการเอาชนะพวกปลาเล็กในโลกแห่งการฝึกตนก็ไม่น่าจะมีปัญหา"
"หือ?"
"เ้ามองข้าแบบนั้นทำไม? ข้าพูดจริง ๆ นะ ถึงแม้ตอนนี้เ้าจะมีเพียงสามรากิญญา แต่ด้วยร่างกายพิเศษของเ้า การเข้าใจรากิญญามากขึ้นย่อมไม่เป็ปัญหา หากเ้าขยันและโชคดีพบโอกาส การฝึกรากิญญาทั้งเก้าก็ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้"
เยี่ยหลิงหลงชะงักไปครู่หนึ่ง มันกำลังพูดอะไรอยู่?
"รากิญญายิ่งน้อยยิ่งดีไม่ใช่หรือ? ยิ่งบริสุทธิ์ยิ่งล้ำค่า?"
"เ้ากำลังเพ้อเจ้ออะไร? หนึ่งรากิญญาฝึกจนบรรลุขั้นสูงสุดก็ยังเป็แค่หนึ่งรากิญญาอยู่ดี จะไปเทียบกับคนที่ฝึกรากิญญาทั้งเก้าจนถึงจุดสูงสุดได้อย่างไร? พวกเ้าแมลงเม่าเหล่านี้ถึงได้คิดว่ารากิญญายิ่งบริสุทธิ์ยิ่งดี นั่นก็เพราะพวกเ้าฝึกแม้แต่หนึ่งรากิญญายังทำได้ไม่ดี ยิ่งไม่มีทางฝึกเก้ารากิญญาพร้อมกันได้"
เสวียนอิ่งหัวเราะเยาะ
"ฝึกไม่ดีก็บอกว่ามีรากิญญามากไม่ดี นี่มันหลอกตัวเองชัด ๆ สุดท้ายยังมีคนโง่หลงเชื่อมากมาย ถือเอามันเป็ความจริงเสียด้วย"
เยี่ยหลิงหลงเท้าคางครุ่นคิด ตามทฤษฎีของเสวียนอิ่ง นั่นหมายความว่านางมีรากิญญาที่ได้เปรียบกว่าเยี่ยหรงเยว่หรือไม่?
เยี่ยหรงเยว่มีรากิญญาเดี่ยว สามารถฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว และก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว
ในขณะที่นางมีรากิญญาถึงสามราก หากต้องดูแลรากิญญาทั้งสามพร้อมกัน ความเร็วย่อมช้ากว่า และยากลำบากกว่า แต่หากนางสามารถฝึกฝนรากิญญาทั้งสามได้พร้อมกัน การเอาชนะเยี่ยหรงเยว่ก็ไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เยี่ยหลิงหลงก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที นางลุกขึ้นยืนทันที
"ไปเถอะ! พวกเราไปฝึกฝนกันเดี๋ยวนี้เลย!"
เสวียนอิ่งใกับท่าทางที่เปลี่ยนไปกะทันหันของถั่วงอกน้อย เมื่อได้สติก็ลอบขบขันในใจ นางช่างเป็เด็กที่ไร้เดียงสาจริง ๆ
ภายใต้การนำทางของเสวียนอิ่ง เยี่ยหลิงหลงกลับไปยังสระบัวมรกตที่นางพบเสี่ยวเฮยหรืออสรพิษดำตัวนั้น เมื่อปราณิญญาที่เข้มข้นไหลบ่าเข้ามา ทุกอณูในร่างกายของนางต่างกรีดร้อง
นางรีบนั่งลงและหลับตาฝึกฝน
เสวียนอิ่งเดินวนไปมาอยู่ข้าง ๆ เห็นว่าเด็กน้อยคนนี้ทุ่มเทกับการฝึกฝนอย่างเต็มที่ เขาอดชื่นชมนางไม่ได้
แม้ว่านางจะไร้เดียงสาและน่าหงุดหงิด ใจแคบและปากร้าย แต่ความมุ่งมั่นในการฝึกฝนนั้นน่าทึ่งจริง ๆ หากสามารถยืนหยัดต่อไปได้ ไม่แน่ว่าในอนาคตนางอาจจะก้าวขึ้นสู่เก้าชั้นฟ้า สร้างชื่อในประวัติศาสตร์ได้เลยทีเดียว
ดังนั้น ในวันต่อ ๆ มา เยี่ยหลิงหลงจะออกไปเรียนรู้วิชากระบี่กับศิษย์พี่ใหญ่ตอนกลางวัน และมาฝึกฝนในดินแดนลับตอนกลางคืน
เดิมทีนางฝึกฝนรากิญญาไม้เป็หลัก ครั้งก่อนด้วยผลเพลิงสีชาดหนึ่งผล นางฝึกฝนรากิญญาไม้จนถึงขอบเขตก่อปราณขั้นกลาง หลังจากฟังคำพูดของเสวียนอิ่ง นางดูดซับปราณิญญาในดินแดนลับ ใช้เวลาหนึ่งเดือนในการฝึกฝนรากิญญาวารีและอัคคีจนถึงขอบเขตก่อปราณขั้นกลางเช่นกัน
หลังจากรากิญญาทั้งสามถึงขอบเขตก่อปราณขั้นกลาง แม้ว่าการฝึกฝนของนางจะไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่นางรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ารากฐานของนางแข็งแกร่งขึ้น ทั้งตัวนางมั่นคงและสงบนิ่งมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็การใช้พลังิญญาหรือการฝึกฝนวิชากระบี่ แม้แต่จังหวะการหายใจก็เปลี่ยนไป
นางกล้ารับประกันว่า หากมีคนที่มีระดับการฝึกฝนเท่ากับนางยืนอยู่ตรงนี้ นางจะสามารถใช้กระบี่เดียวปัดคนคนนั้นให้ลอยไปได้อย่างแน่นอน
หลังจากได้รับประโยชน์มากมาย นางใช้เวลาอีกสามเดือนในการฝึกฝนรากิญญาทั้งสามจนถึงขอบเขตก่อปราณขั้นปลาย
นางไม่เพียงฝึกฝน แต่ยังคอยตามติดอยู่ข้างกายศิษย์พี่ใหญ่ทุกวัน บ่นให้เขาขยันฝึกฝนด้วย บ่นจนพอศิษย์พี่ใหญ่เห็นนางก็จะรายงานความคืบหน้าในการฝึกฝนของตนโดยไม่รู้ตัว
ดอกบัวสีเขียวยังคงส่องประกายในสระน้ำภายในดินแดนลับ ขนตายาวของเยี่ยหลิงหลงปัดแ่เบาราวกับปีกผีเสื้อ นางลืมตาขึ้น แล้วลุกพรวดขึ้นจากพื้น
"แย่แล้ว!"
เสียงของนางปลุกเสวียนอิ่งตื่น กระบี่ทั้งเล่มตกอยู่ในความโกรธทันที
"เ้าเสียงดังทำไม!"
"ในต้นฉบับบอกว่าอีกสี่เดือน เยี่ยหรงเยว่จะติดตามศิษย์พี่ใหญ่ของนางออกเดินทางจากสำนักเจ็ดดาราไปยังดินแดนลับหุบเขาประจิมเพื่อช่วยเหลือเพื่อนร่วมสำนักที่ถูกหัวหน้าปีศาจน้อยล้อม"
"เยี่ยหรงเยว่คืออะไร?"
"นั่นไม่สำคัญหรอก สำคัญตรงที่หัวหน้าปีศาจนั่นดูเหมือนจะชื่อ จี้จื่อจั๋ว!"
"จี้จื่อจั๋ว เป็ตัวอะไรอีกล่ะนั่น?"
เสวียนอิ่งถามจบก็ถูกดึงด้ามกระบี่ จากนั้นเยี่ยหลิงหลงก็ะโขึ้นไปนั่งบนตัวกระบี่อย่างสง่างาม
"รีบกลับไปหาศิษย์พี่ใหญ่ของข้าเร็วเข้า!"
[1] จิ้งจอกแอบอ้างบารมีเสือ หมายถึงใช้บารมีของผู้อื่นในการรังแกคน