“เอ่อ จดหมายนั่น คือ…...” จือิกล่าวไม่เต็มปากเพราะมันเป็จดหมายรักจากชายอื่น
แม่ทัพชางเว่ยกำหมัดไว้แน่นหลังจากเปิดอ่านจดหมายดังกล่าว สักพักเขาก็รีบเดินดุ่มๆ ไปที่โต๊ะทำงาน จากนั้นก็จุดเทียนและกำลังจะหยิบจดหมาย
“นั่นท่านกำลังจะเผาจดหมายงั้นหรือเ้าคะ” จือิใกับการกระทำของแม่ทัพ
“ท่านจะเผาจดหมายของข้าไม่ได้นะเ้าคะ” ฮูหยินจางหวินรีบวิ่งหมายจะแย่งจดหมายรักกลับคืน
จือิเห็นว่าไม่ควรเผาจดหมาย นางก็เลยเข้าไปช่วย แต่ท่านแม่ทัพผู้มีวรยุทธ์สูงสามารถหลบหลีกทัน เขารีบจี้จุดจอมยุทธ์สาว และสั่งให้สาวใช้มาช่วยกันจับกุมฮูหยินไว้
“ท่านไม่มีสิทธิ์ทำลายจดหมายของข้านะเ้าคะ” จางหวินดิ้นรนขัดขืน
“แต่ข้าเป็สามีของเ้านะ” ท่านแม่ทัพกล่าวอย่างโมโหที่ฮูหยินหวงจดหมายฉบับนี้เป็อย่างมาก
ฮูหยินดิ้นรนสุดฤทธิ์จนกระทั่งหลุดจากการเกาะกุม นางใสุดขีดที่เห็นสามีกำลังรนจดหมายของนาง นางก็เลยรีบแย่งกลับคืนมาและตบหน้าสามีเข้าอย่างจัง
“ทำไมทำแบบนี้ ถึงท่านเกลียดข้ามาก ท่านก็ไม่ควรทำลายของรักของข้าแบบนี้ ข้าว่าพวกเราอย่าอดทนอยู่ด้วยกันอีกเลย พวกเราหย่ากันเถอะ” ฮูหยินหมดความอดทน
“ข้าไม่หย่า ข้าไม่ยอมให้เ้าพรากลูกของข้าไป” ท่านแม่ทัพกล่าวเสียงแข็ง
“เพราะข้าตั้งครรภ์ ท่านถึงรั้งข้าไว้ ไว้ข้าคลอดลูกเมื่อไหร่ ท่านจะยินดีปล่อยข้าไปใช่หรือไม่” ฮูหยินถามอย่างคาดคั้นและแอบน้อยใจที่ตนไม่มีค่าอะไร
“ใช่” ท่านแม่ทัพกล่าวสั้นๆ
“เอ่อ ขอโทษด้วย ข้าไม่ได้มีเจตนาจะขัดจังหวะพวกท่านนะเ้าคะ ข้าชื่อ ซวงเหมย เป็เพื่อนแม่นางจือิ คนที่ยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้น ข้าจะมารับเพื่อนกลับบ้านเ้าค่ะ” ซวงเหมยกล่าว
ท่านแม่ทัพก็เลยเดินไปคลายจุดให้กับจอมยุทธ์หญิงและกล่าวว่า “เ้ารีบพาเพื่อนออกไปจากจวนข้าได้แล้ว และอย่ายุ่งเื่ครอบครัวของข้าอีก”
“เอ่อ ข้าเองก็ไม่อยากยุ่งเื่ครอบครัวของท่านหรอกนะเ้าคะ แต่ท่านควรอธิบายความจริงให้ฮูหยินรับรู้ ไม่เช่นนั้นพอเวลาผ่านไป ความบาดหมางจะยิ่งทวีคูณนะเ้าคะ” ซวงเหมยกล่าวเตือน
“ความจริงอะไรงั้นหรือ” ฮูหยินอยากรู้
“จดหมายนี้มีข้อความซ่อนอยู่ ซึ่งต้องรนไฟ ข้อความถึงจะปรากฏใช่มั้ยเ้าคะท่านแม่ทัพ” ซวงเหมยอธิบายให้
ท่านแม่ทัพชางเว่ยถอนหายใจ และตอบว่า “ใช่”
“ท่านน่าจะบอกข้าก่อนนะเ้าคะ” ฮูหยินกล่าว
“ข้าพูดแล้วเ้าจะฟังงั้นหรือ จดหมายรักของคนรักเก่าเ้าคงมีค่ามากสินะ” ท่านแม่ทัพเองก็รู้สึกน้อยใจ
“เอ่อ อย่าทะเลาะกันเลยนะเ้าคะ ขอข้าดูจดหมายให้เ้าค่ะ” ซวงเหมยรับจดหมายมาจากฮูหยิน และนำไปรนไฟดีๆ จนกระทั่งตัวอักษรปรากฏจริงๆ
“มีข้อความซ่อนอยู่จริงๆ ด้วย ท่านรู้ได้อย่างไรเ้าคะ” ฮูหยินทึ่ง
“กระดาษที่ใช้เขียนจดหมายฉบับแรกที่คนรักเก่าเ้าส่งให้เ้าเป็ชนิดเดียวกับจดหมายฉบับนี้น่ะสิ” ท่านแม่ทัพอธิบาย
“แสดงว่าจดหมายก่อนหน้า ท่านต้องรนไฟ ถึงรู้ที่ซ่อนของขุมทรัพย์งั้นหรือเ้าคะ” ฮูหยินสงสัย
“ใช่! ข้าก็เลยคิดว่าจดหมายนี้อาจมีอะไรซ่อนอยู่ก็เป็ได้” ท่านแม่ทัพคาดการณ์
“เดี๋ยวข้า อ่านให้ทุกคนฟังนะเ้าคะ” จือิอาสา
“แต่มันคือจดหมายของข้านะ” ฮูหยินกล่าว
“ข้ารู้นะเ้าคะ แต่บางทีท่านก็ควรให้สามีของท่านรับรู้ด้วย ตอนนี้ท่านตั้งครรภ์แล้ว ยิ่งต้องรักษาความเป็ครอบครัวไว้นะเ้าคะ” จือิกล่าวเตือน
“ก็ได้” ฮูหยินจางหวินยอมยื่นจดหมายให้จือิ เพื่อให้นางอ่านให้ทุกคนฟัง
จือิรับจดหมายมาอ่านความว่า
ยกโทษให้ข้าด้วยนะจางหวิน ที่ข้าไม่ได้ดีอย่างที่เ้าคิดไว้ ข้าเป็สายลับให้กับแคว้นเหลียว ทั้งนี้เพราะข้าและน้องสาวได้รับพิษจากแคว้นเหลียว ต้องกินยาของพวกมันเท่านั้น อาการปวดท้องถึงจะทุเลาลง ข้าอยากจะขัดขืน แต่ข้าทนทรมานไม่ไหวจริงๆ ประกอบกับน้องสาวข้าเองก็ยิ่งทนไม่ได้แล้วใหญ่ ดังนั้นข้าจึงช่วยพวกมันเสาะหาขุมทรัพย์ที่บรรพบุรุษชาวฉินซุกซ่อนไว้ พอเจอที่ซ่อน ข้าก็กะว่าจะรีบส่งจดหมายบอกพวกมัน แต่พอนึกถึงเ้า ข้าก็เลยรู้สึกละอายใจต่อเ้าและประกอบกับข้ารู้แล้วว่าท่านหมอเสิ่นลู่ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์อยู่ที่เมืองเจียงหนาน ดังนั้นข้าอยากขอให้เ้าช่วยพาน้องสาวข้าไปรักษากับท่านหมอคนนี้ได้หรือไม่ นี่คงเป็คำขอครั้งสุดท้าย ด้วยความรู้สึกผิดต่อแผ่นดินฉินข้าจึงตัดสินใจจบชีวิตในอีกไม่นาน ดังนั้นข้าจึงมอบยาบรรเทาปวดทั้งหมดที่ได้จากชาวเหลียวให้น้องสาวทยอยทานไปก่อน จนกว่าจะได้ไปรักษากับท่านหมอ ข้าซึ่งต้องอดทนกับความเ็ปเป็เวลานานเพราะไม่ได้ทานยา คงมีสักวันที่ข้าคงทนทรมานไม่ไหว และคงจำต้องใช้ความตายเพื่อระงับความทุกข์ทรมานนี้
ข้าดีใจที่ได้รู้จักเ้านะจางหวิน
ลาก่อน
หยางเฟย
“เ้าน่าจะบอกข้าบ้าง ข้าจะได้ช่วยอะไรเ้าได้บ้าง” จากนั้นจางหวินก็หันไปบอกสามีว่า “ข้าจะรีบไปพาตัวน้องสาวของหยางเฟยไปหาท่านหมอเสิ่นลู่เดี๋ยวนี้”
“ไม่ได้! เ้ากำลังท้องไม่ควรเดินทางไกล เดี๋ยวข้าไปเอง” ท่านแม่ทัพไม่ยอม
“ข้าไม่ไว้ใจท่าน” จางหวินกล่าวตรงๆ
“ข้าไม่เอาความเกลียดชังระหว่างพวกเราไปลงที่ผู้ป่วยหรอกนะ” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ข้าต้องเห็นน้องสาวหยางเฟยปลอดภัยกับตาของตัวเอง” จางหวินไม่ยอม
ท่านแม่ทัพกำลังจะเถียง แต่จือิรีบกล่าวแทรก
“งั้นข้าขออาสาพาฮูหยินของท่านไปหาน้องสาวของหยางเฟยเองนะเ้าค่ะ หากท่านไปกับฮูหยิน ข้าว่าคงไปไม่ถึงที่หมาย เพราะพวกท่านเล่นทะเลาะกันตลอดเวลา” จือิอาสา
“ก็ได้! โปรดช่วยคุ้มกันฮูหยินของข้าด้วย” ท่านแม่ทัพใจอ่อน
“งั้น ข้ารอเ้าอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน” ซวงเหมยกล่าว
“ความจริงท่านไม่ต้องตามข้ามาที่นี่ก็ได้นะเ้าคะ” จือิกล่าวกับเ้านาย
ซวงเหมยก็เลยกระซิบบอกสาวใช้ว่า “ข้าอยากรีบเปิดกล่องของเก่าหมายเลข 2 แต่ท่านป้ามีข้อแม้ว่าพวกเราต้องอยู่พร้อมหน้า ถึงจะเปิดกล่องหมายเลขสองได้”
“ข้าจะรีบไปรีบมาก็แล้วกันเ้าค่ะ” จือิเข้าใจ
แม่ทัพชางเว่ยเดินไปส่งฮูหยินขึ้นรถม้าเตรียมออกเดินทางไปที่เมืองหลีโจว เพื่อไปรับน้องสาวหยางเฟยให้ไปพบท่านหมอเสิ่นลู่ตามคำสั่งเสียของหยางเฟย
“ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย อย่าให้ลูกในท้องเป็อะไรเด็ดขาด” ท่านแม่ทัพเป็ห่วงฮูหยิน แต่ไม่ยอมพูดตรงๆ
“ข้าทราบแล้ว ข้าลานะเ้าคะ” ฮูหยินเข้าใจผิดคิดว่าท่านแม่ทัพไม่เคยห่วงตน
หลังจากนั้นรถม้าที่บรรทุกจอมยุทธ์หญิงและคนท้องก็เคลื่อนออกไปจากหน้าจวนท่านแม่ทัพจนละสายตา
********************************************
ณ จวนแม่ทัพชางเว่ย
“ท่านรักและห่วงฮูหยินมาก ท่านก็ควรบอกฮูหยินตามตรง เหตุใดถึงปากแข็งไม่ยอมเผยความในใจล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยกล่าว
“อาจเป็เพราะจางหวินไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับข้า ที่นางยอมแต่งกับข้าเพราะท่านแม่ทัพใหญ่จะจับกุมตัวหยางเฟย เนื่องจากท่านสืบได้ว่าหยางเฟยนั้นเป็สายลับแคว้นเหลียว จางหวิน้าปกป้องหยางเฟย นางก็เลยยอมตกลงแต่งงานกับข้าเพื่อแลกกับการเลิกยุ่งเกี่ยวกับหยางเฟย ซึ่งท่านแม่ทัพใหญ่ก็ยอมตกลงทำตามเงื่อนไขนั้น” ท่านแม่ทัพยอมเผย
“ไม่ว่าจะเริ่มต้นยังไง แต่สุดท้ายในตอนนี้ท่านรักฮูหยินตัวเองมาก ท่านควรบอกความในใจให้นางรับรู้นะเ้าคะ” ซวงเหมยแนะนำ
“ข้าเขียนคำหวานไม่เป็ และหากให้ข้าบอกรัก นั่นก็ยิ่งแล้วใหญ่” ท่านแม่ทัพคิดว่าตนทำไม่ได้
“ท่านลองฝึกเขียนจดหมายสิเ้าคะ ข้าจะตรวจสอบให้เอง” ซวงเหมยแนะนำอีก
“ก็ได้ ข้าจะเขียนให้เ้าอ่านก็แล้วกัน” ท่านแม่ทัพลองทำตาม
แต่ทว่าผ่านไปสองชั่วยาม และท่านแม่ทัพก็เขียนจดหมายไปได้ 30 ฉบับแล้ว แต่ซวงเหมยก็ไม่พอใจสักฉบับ
“ยังไม่ผ่านอีกอย่างนั้นหรือ” ท่านแม่ทัพขมวดคิ้วเพราะเขาเขียนตนมือหงิกแล้ว
ซวงเหมยส่ายหน้าและกล่าวว่า “ข้าว่านะเ้าคะ ท่านพยายามตั้งสติดีๆ และค่อยๆ พูดสารภาพรักกับฮูหยิน นั่นคงเป็หนทางที่ดีที่สุดแล้วเ้าค่ะ”
“งั้นข้าก็เสียเวลาเปล่าน่ะสิ” ท่านแม่ทัพโมโห
“ไม่เสียเปล่าหรอกเ้าค่ะ สำนวนการเขียนจดหมายของท่านค่อยๆ ดีขึ้นเรื่อยๆ ข้าคิดว่าพอท่านเจอฮูหยิน ท่านคงเลือกใช้คำพูดได้นุ่มนวลขึ้นอย่างแน่นอน” ซวงเหมยรีบพูด นางกลัวท่านแม่ทัพไล่นางออกจากจวน
“ไม่เอาแล้ว ข้าจะรีบออกเดินทางติดตามฮูหยินไป” ท่านแม่ทัพเห็นว่าได้เวลาแล้ว
“แล้วทำไมท่านไม่ติดตามฮูหยินไปั้แ่แรกล่ะเ้าคะ” ซวงเหมยสงสัย
“เพื่อนของเ้ามีวรยุทธ์สูงไม่ใช่หรือ หากข้าตาม นางต้องบอกฮูหยินข้าแน่” ท่านแม่ทัพไม่อยากให้ฮูหยินรู้ว่าตนแอบติดตามไป
“ข้าขอรออยู่ที่นี่นะเ้าคะ รับรองว่าข้าจะเฝ้าจวนท่านเป็อย่างดี” ซวงเหมยไม่อยากไปเป็ตัวถ่วง
“ตามสบาย” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ท่านไม่กลัวหรือเ้าคะ” ซวงเหมยสงสัยเพราะตนถือว่าเป็คนแปลกหน้า
“ลูกน้องข้าคอยเฝ้าอยู่ ข้าจะกลัวทำไม” ท่านแม่ทัพชี้ให้ดูลูกน้องที่อยู่ตามอุทยาน
“เดินทางปลอดภัยเ้าค่ะ” ซวงเหมยเข้าใจ นางต่างหากที่ต้องเป็ฝ่ายกลัว
จากนั้นท่านแม่ทัพชางเว่ยก็ขี่ม้าติดตามฮูหยินอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ ไปที่เมืองหลีโจว
********************************************
จือิที่นั่งอยู่เคียงข้างจางหวินบนรถม้า ก็เลยชวนคุย
“ความจริงสามีท่านนั้นรักและเป็ห่วงท่านมากเลยนะเ้าคะ” จือิชวนคุย
“ไม่หรอก! เขาทำตามหน้าที่เท่านั้น พวกเราแต่งงานกันเพราะถูกคลุมถุงชน” ฮูหยินรู้สึกน้อยใจ
“หากพวกท่านไม่ได้รักกันจริง แล้วทำไม เอ่อ ถึงมีลูกด้วยกันล่ะเ้าคะ” จือิสงสัย
“คืนนั้นข้ากับชางเว่ยต่างเมากันทั้งคู่น่ะ เลยเผลอมีอะไรกัน” ฮูหยินคิดว่ามันเกิดขึ้นเพราะความเมาเป็ต้นเหตุ
“ท่านไม่เคยมีใจให้ท่านแม่ทัพเลยหรือเ้าคะ” จือิสงสัยอีก
“ถึงข้ามีใจให้ มันก็เปล่าประโยชน์ เมื่อถึงวันคลอด ข้าคงต้องยอมเลิกกับเขา” ฮูหยินกล่าวเสียงเศร้า
“แล้วท่านจะมอบลูกให้เขาดูแลหรือเ้าคะ” จือิกล่าว
“ข้าก็อยากพาลูกไปด้วย แต่คนอย่างแม่ทัพคงไม่ยอมหรอก” ฮูหยินอยากอยู่กับลูก แต่คงแย่งลูกมาจากท่านแม่ทัพไม่ได้
“ข้าว่าท่านแม่ทัพไม่ยอมเลิกกับท่านหรอกเ้าค่ะ” จือิดูออกว่าท่านแม่ทัพรักและห่วงฮูหยินมาก
“เ้าเป็คนนอก เ้าไม่สามารถรับรู้หรือเข้าใจความรู้สึกของพวกเราหรอก ว่ามันอึดอัดแค่ไหนที่ต้องอดทนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน และวันๆ ก็เอาแต่ทะเลาะกันแบบนี้” ฮูหยินอดทนมานาน
“เอาเป็ว่า พวกเราทำเื่ตรงหน้าก่อนก็แล้วกันเ้าค่ะ” จือิยอมหยุดพูดเื่นี้ เพราะฮูหยินมีน้ำตาคลอ
และแล้วรถม้าก็เคลื่อนมาถึงที่บ้านของหยางชิงหรือน้องสาวของหยางเฟย
จางหวินะโเรียก “หยางชิง! หยางชิง! หยางชิง!” พอไม่มีใครตอบรับ นางจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปข้างในจนถึงห้องนอนของหยางชิง
“เ้าไม่สบายงั้นหรือหยางชิง” จางหวินเห็นหยางชิงนอนซมอยู่บนเตียง
“พวกท่านเป็ใครกัน และ้าอะไร” หยางชิงกล่าวอย่างอ่อนแรง
“อย่าใไป ข้าเป็เพื่อนของหยางเฟย และจะมาพาเ้าไปหาหมอ เพื่อรักษาอาการป่วยของเ้า” จางหวินอธิบาย
“ข้ารักษามาหลายขนานแล้ว ไม่มีใครรักษาข้าได้หรอก” หยางชิงรู้สึกหมดหวัง
“อย่าถอดใจสิ หมอคนนี้พี่ชายของเ้าสืบได้ว่าเขาเก่งมากและเชี่ยวชาญด้านพิษ รับรองว่าเขาต้องรักษาเ้าได้แน่” จางหวินรีบพูด
“ลองรักษาก่อน ค่อยว่ากันเถิดนะ” จือิช่วยพูด
“ก็ได้! ข้าจะลองเชื่อพวกท่านดู” หยางชิงยอมใจอ่อน
“เ้ามีรถเข็นมั้ย” จือิกล่าว
“มีสิ! อยู่หลังบ้าน ทำไมงั้นหรือ” หยางชิงสงสัย
“รออยู่นี่ก่อนนะ ข้าจะรีบไปนำมาให้เ้านั่ง” จือิกล่าว
“เดี๋ยวสิ!” หยางชิงกำลังจะร้องห้าม แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะจือิรีบวิ่งไปที่หลังบ้านทันที
“ข้าช่วยเก็บของก็แล้วกัน” จางหวินอาสา
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” หยางชิงรู้สึกซึ้งใจ
********************************************
ณ หลังบ้านของหยางชิง
จือิวิ่งมาถึงหลังบ้านก็ต้องชะงักที่มองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งหมดสติอยู่บนรถเข็น นางจึงรีบเข้าไปดู จึงเห็นว่าผู้หญิงดังกล่าวมีใบหน้าเหมือนกับหยางชิงไม่มีผิด พอจับชีพจรและสำรวจร่างกายหญิงสาวถึงรู้ว่า “นางถูกมีดสั้นแทงตายแล้ว หรือว่าผู้หญิงในห้องนอนจะเป็คนร้ายที่ปลอมตัวเป็หยางชิง”
ไวเท่าความคิดจือิรีบวิ่งไปดูที่ห้องนอนทันที แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะนักฆ่าสาวได้ซัดมีดสั้นใส่จางหวินไปแล้ว
“จางหวิน! ผู้หญิงคนนั้นเป็นักฆ่า รีบหลบอาวุธเร็วเข้า” จือิะโสุดเสียง นางจะรีบเคลื่อนตัวไปให้ถึงหญิงท้องอ่อนๆ แต่เคลื่อนตัวไม่ทัน
โชคดีที่ท่านแม่ทัพที่ขี่ม้าเร็วติดตามมาพร้อมกับลูกน้องสองคน เขารีบใช้ดาบฟันมีดสั้นได้ทัน ทำให้ฮูหยินแม่ทัพรอดอย่างหวุดหวิด
ลูกน้องแม่ทัพสองคนรีบเข้าปะทะกับนักฆ่าสาว ส่วนแม่ทัพรีบกอดฮูหยินเพื่อปลอบขวัญ
“เ้าไม่เป็อะไรนะ” ท่านแม่ทัพโอบกอดและปลอบโยน
“ไม่เป็อะไรเ้าค่ะ ขอบคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้” ฮูหยินกลัวจนตัวสั่น
จือิรีบเข้าไปช่วยจับนักฆ่าวรยุทธ์สูง จนกระทั่งนางและทหารสองคนช่วยกันจับกุมหญิงสาวได้สำเร็จ
“เรียนท่านแม่ทัพ พวกข้าจับกุมนักฆ่าได้แล้วขอรับ” ทหารลูกน้องรายงาน
ท่านแม่ทัพยังคงกอดฮูหยินไม่ยอมปล่อย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ตอบลูกน้องไปว่า “รีบมัดนางให้แ่า ก่อนส่งตัวไปที่ศาลเมืองหลีโจว คิดว่าทหารแคว้นเหลียวต้องเป็คนบงการเป็แน่”
“ขอรับ” ทหารรับคำ
“เอ่อ ข้าไปช่วยลูกน้องท่านคุมนักฆ่าสาวนะเ้าคะ” จือิไม่อยากเป็ก้างขวางคอ
“ขอบคุณมากแม่นางจือิ” ท่านแม่ทัพกล่าว
และแล้วทั้งสามก็ช่วยกันคุมตัวคนร้ายไปที่ศาล ปล่อยให้สองสามีภรรยายืนกอดกันอยู่ในห้องนอนอยู่อย่างนั้น
“เอ่อ ท่านปล่อยข้าได้แล้วเ้าค่ะ ข้าหายกลัวแล้ว” จางหวินตั้งสติได้
“ข้ารักเ้านะ จางหวิน คืนวันเลี้ยงฉลองวันเกิดข้า ข้าแกล้งเมา คืนนั้นข้าตั้งใจถือโอกาสมีความสัมพันธ์กับเ้าในระหว่างที่เ้าเมาหนักมาก” ท่านแม่ทัพยอมสารภาพ
“อะไรนะเ้าคะ” จางหวินใเพราะไม่คิดว่าสามีจะสารภาพรัก
“ข้าพูดความจริง ข้าไม่ใช่คนปากหวาน ข้าคงหาสำนวนสวยหรูมาสารภาพรักกับเ้าไม่ได้หรอก เพราะข้าเป็คนพูดจาแข็งๆ เ้าคงไม่มีวันชอบข้า เอาเป็ว่าหากเ้าอยากเป็อิสระ ข้าจะยอมปล่อยเ้าไป” ท่านแม่ทัพไม่อยากทำร้ายจิตใจฮูหยินอีกต่อไป
“ในอดีต ท่านเป็คนคอยปกป้องข้าใช่มั้ยเ้าคะ” จางหวินถือโอกาสถาม
“ใช่! แต่เ้าคิดว่าข้าคือหยางเฟยมาโดยตลอด ว่าแต่เ้ารู้ได้อย่างไร” ท่านแม่ทัพสงสัย
“สมัยก่อน ท่านเคยส่งจดหมายเตือนข้าเวลามีภัย ซึ่งลายมือนั้นก็ไม่เหมือนจดหมายที่หยางเฟยส่งให้ข้าเลยสักนิดเ้าค่ะ” จางหวินวิเคราะห์ได้
“เ้ารักข้าบ้างหรือเปล่า” ท่านแม่ทัพอยากรู้
“ข้ายอมรับนะเ้าคะว่าสมัยก่อนข้ารักหยางเฟยมาก แต่พอข้าใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับท่าน แม้พวกเราจะเอาแต่ทะเลาะไม่เว้นแต่ละวัน แต่ข้าก็รู้สึกมีความสุขเวลาอยู่ใกล้ท่าน และไม่อยากให้ท่านเกิดภัยอันตรายใดๆ มันคือรักหรือเปล่าเ้าค่ะ” จางหวินยอมเผยความในใจ
“อะไรนะ! เป็ความจริงงั้นหรือ” ท่านแม่ทัพรู้สึกดีใจ
จางหวินกอดตอบ นางไม่อยากห้ามใจตัวเองไม่ให้รักชายที่นางคอยร่วมทุกข์ร่วมสุขตรงหน้าอีกต่อไปแล้ว นางก็เลยเผลอพูดอย่างแ่เบาว่า “ข้ารักท่านเ้าค่ะ และที่ข้าต้องทำตามคำสั่งเสียของหยางเฟย เพราะข้ารู้สึกผิดที่ข้าไม่ได้มีใจรักคงมั่นต่อเขา”
ท่านแม่ทัพจูบหน้าผาก เรื่อยมาที่แก้ม และจุมพิตอย่างอ่อนโยน ผ่านไปนานพอสมควรจึงผละออกมาและอุ้มฮูหยินไปที่รถม้า
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม ทหารลูกน้องสองนายก็กลับมาพร้อมกับจือิ และมือปราบนับยี่สิบคนเพื่อดูที่เกิดเหตุ และชันสูตรศพ
“เรียนท่านแม่ทัพ ตอนนี้คนร้ายได้กินยาฆ่าตัวตายระหว่างที่ถูกคุมขัง ต้องขออภัยด้วยจริงๆ ขอรับ” ทหารลูกน้องรายงาน
“นางคงกลัวจะถูกเค้นถามถึงสายลับและนักฆ่าชาวแคว้นเหลียวคนอื่นๆ น่ะสิ ข้าคงต้องปรึกษาท่านมือปราบเพื่อช่วยกันปราบปรามพวกมันให้หมดสิ้นให้จงได้” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ข้าดีใจด้วยที่เห็นพวกท่านกลับมาปรองดองกันนะเ้าคะ” จือิมองเห็นท่านแม่ทัพจับมือฮูหยินไม่ยอมปล่อย
“ขอบคุณเ้ามาก และหวังว่าเ้าจะไม่ส่งจดหมายอะไรมาอีกนะ” ท่านแม่ทัพแอบกล่าวโทษ
“เอ่อ ข้าขอโทษที่เกือบทำลายครอบครัวของท่านเ้าค่ะ แต่นั่นก็เป็การพิสูจน์ว่าพวกท่านรักกันมากเพียงใด” จือิรีบแก้ตัว
“ท่านอย่าแกล้งกล่าวโทษนางเลยเ้าค่ะ” จางหวินกล่าว
“ข้าจะพาฮูหยินไปพักที่โรงเตี๊ยม เพื่อรอจัดการพิธีศพของน้องสาวหยางเฟยให้เรียบร้อย เ้าจงรีบเดินทางกลับจวนข้าได้แล้ว เพื่อนของเ้าฝากมาบอกว่าให้เ้ารีบกลับให้เร็วที่สุด” ท่านแม่ทัพกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้วเ้าค่ะ งั้นข้าขอลานะเ้าคะ” จือิกล่าวลา
จือิจึงรีบขี่ม้าออกเดินทางกลับจวนแม่ทัพชางเว่ย เพื่อไปรับเ้านายกลับร้านขายของเก่า
********************************************
วันต่อมาในเวลาพลบค่ำ สองสาวก็เดินทางมาถึงร้านขายของเก่าเสียที
“พวกเราเดินทางมาไกล คงต้องเริ่มเปิดกล่องของเก่าหมายเลข 2 วันพรุ่งนี้สินะ” ซวงเหมยกล่าว
“ตื่นเต้นจัง อยากรู้ว่าในกล่องคืออะไรนะเ้าคะ” จือิอยากออกไปผจญภัยอีก
“กล่องนั้นใส่กุญแจไว้ ข้าต้องรอให้เ้ากลับมาก่อนถึงจะไปเบิกลูกกุญแจจากท่านป้าได้” ซวงเหมยกล่าวเสร็จก็เดินเข้าไปในห้องทำงานจนพบท่านป้านั่งอ่านบัญชีอยู่ในห้องนั้นพร้อมกับสาวใช้ข้างกาย
สักพักเด็กน้อยวัย 11 ขวบก็เดินเข้ามาในร้าน
จือิเดินไปต้อนรับลูกค้าและกล่าวว่า “ร้านเปิดพรุ่งนี้นะเ้าหนู”
“ข้ามาส่งจดหมายขอรับ” เด็กชายกล่าว
“ถึงใครงั้นหรือ” จือิสงสัย
“แม่นางซวงเหมยขอรับ” เด็กน้อยยื่นจดหมายให้
“ใครส่งมาให้น่ะ” จือิอยากรู้
“ท่านบัณฑิตฟางเฉินขอรับ” เด็กน้อยยอมบอก
“ขอบใจมาก ข้าจะนำจดหมายไปให้นางเอง” จือิรีบรับจดหมายทันที
“งั้นข้าขอลานะขอรับ” เด็กน้อยรีบวิ่งออกไปจากร้านเพราะหมดหน้าที่แล้ว
จือิถือจดหมายมาดู และคิดในใจว่า “หรือว่าจะเป็จดหมายสารภาพรัก นี่เ้านายของข้าจะขายออกแล้วงั้นหรือ”
จือิกำลังะโบอกเ้านาย แต่พอมองเห็นเ้านายกำลังนั่งคุยกับท่านป้าเหวยลู่อยู่ นางจึงรีบเก็บจดหมายทันที เพราะท่านป้าได้ออกกฎว่าห้ามยุ่งเกี่ยวเื่ชู้สาวเด็ดขาด
“ท่านป้าบอกว่าลืมเอากุญแจมาน่ะ ท่านบอกให้เ้าไปรับกุญแจวันพรุ่งนี้” ซวงเหมยกล่าว
“เอ่อ แล้วท่านมาทำไมเ้าคะ” จือิแสดงทีท่ามีพิรุธ
“ข้ามามอบรางวัลให้พวกเ้าไงล่ะ” ท่านป้ากล่าวยิ้มๆ
“มีรางวัลด้วยหรือเ้าคะ ดีจังเลย” จือิแอบดีใจ
สองสาวคิดว่าคงจะเป็ของล้ำค่า สักพักท่านป้าก็สั่งเด็กรับใช้ให้นำลูกคิดส่งให้กับซวงเหมย และนำไม้กวาดส่งให้กับจือิ
สองสาวจึงหุบยิ้มทันที
“นี่คือรางวัลหรือเ้าคะ” ซวงเหมยแปลกใจ
“กิจการร้านพวกเรากำลังเจริญรุ่งเรือง ข้าอาจนำสินค้ามาวางขายเพิ่ม เ้าจะได้มีเครื่องอำนวยความสะดวกไงล่ะ ข้าหวังดีนะ” ท่านป้ากล่าวยิ้มๆ
“ขอบคุณเ้าค่ะ” ซวงเหมยยิ้มแหยๆ
“จือิ เ้ามีอะไรปกปิดข้าหรือเปล่า” ท่านป้าสังเกตได้
“เปล่านี่เ้าคะ ข้าไม่กล้าปกปิดท่านหรอก” จือิพูดตะกุกตะกัก
“ปฏิบัติตามกฎด้วยล่ะ ข้าไปนะ” ท่านป้ากำชับ
“ข้าไม่ส่งนะเ้าคะ” ซวงเหมยกล่าว
จากนั้นท่านป้าก็เดินไปนั่งบนรถม้าพร้อมกับเด็กรับใช้ เพื่อเตรียมเดินทางกลับบ้าน
“ท่านป้าน่าจะย้ายบ้านมาอยู่ใกล้ร้าน จะได้ไม่ต้องลำบากเดินทางมาไกลแบบนี้” ซวงเหมยบ่น
“เอ่อ มีจดหมายส่งถึงท่านด้วยเ้าค่ะ” จือิส่งจดหมายให้เ้านาย
“จดหมายอะไร คงไม่ใช่จดหมายรักอีกนะ” ซวงเหมยรู้สึกแขยง
“อาจจะใช่นะเ้าคะ เพราะเป็จดหมายจากบัณฑิตฟางเฉิน” จือิกล่าว
“เขาเนี่ยนะ” ซวงเหมยแปลกใจ
ซวงเหมยรับจดหมายมาอ่าน จากนั้นนางก็รีบเดินไปเตรียมเครื่องเขียน และเขียนจดหมายตอบกลับทันที
“ท่านเขียนจดหมายตอบรับเลยหรือเ้าคะ” จือิใ
ผ่านไปไม่นาน ซวงเหมยก็ยื่นจดหมายจ่าหน้าถึงบัณฑิตฟางเฉินและส่งให้จือิ
“วันพรุ่งนี้เ้าจะต้องผ่านบ้านของฟางเฉินอยู่แล้ว ข้าฝากจดหมายให้เขาด้วยนะ” ซวงเหมยไหว้วาน
“ข้าเองก็ดีใจที่มีคนมาหลงรักท่าน แต่ เอ่อ พวกเราต้องทำตามกฎนะเ้าคะ” จือิกล่าวเตือน
“เ้าก็อย่าแสดงพิรุธให้ท่านป้าจับได้สิ ข้าไปอาบน้ำนอนก่อนนะ” ซวงเหมยรีบพูดตัดบท
จือิเก็บจดหมายไว้กับตัว และเดินไปหยิบไม้กวาดมาลองกวาดและพึมพำว่า “ก็ยังดีที่ได้ไม้กวาดอันใหม่”
********************************************
ณ เวลาใกล้รุ่ง
“ตื่นเถิด จือิ รีบตื่นเร็วเข้า” วันนี้ซวงเหมยเป็ฝ่ายมาปลุกจือิบ้าง
“เช้าแล้วหรือเ้าคะ” จือิงัวเงียตื่น
“รีบอาบน้ำอาบท่าได้แล้ว เ้าจะต้องรีบเดินทางไปหาท่านป้าเพื่อไปนำอาหารและกุญแจมานะ” ซวงเหมยเร่ง
“ท่านอยากให้ข้ารีบส่งจดหมายให้ท่านหรือเปล่า” จือิสงสัย
“เปล่าเสียหน่อย ข้าอยากรู้ว่าของเก่าหมายเลขสองคืออะไรต่างหาก” ซวงเหมยรีบแก้ตัว
“ก็ได้เ้าค่ะ ข้าจะรีบลุกเดี๋ยวนี้” จือิคิดในใจว่า “ท่านคงตื่นเต้นที่จะได้มีคนรักสินะเ้าคะ”
ซวงเหมยอาสาเปิดร้านและทำความสะอาดร้านให้ทุกอย่าง เพื่อจะได้ให้จือิรีบออกเดินทางให้เร็วที่สุด
จือิเดินทางไปรับอาหารและกุญแจจากท่านป้าั้แ่เช้า
พอจือิมาพบ ท่านป้าก็เลยกล่าวว่า “เ้าแอบซุกซ่อนอะไรไว้หรือเปล่า ข้าเห็นเ้ามีพิรุธั้แ่เมื่อวานแล้ว”
“ปะ เปล่าเ้าค่ะ ข้าแค่ตื่นเต้นที่จะได้เห็นของเก่าหมายเลขสองเท่านั้นเอง” จือิรีบแก้ตัว
“แล้วไป อะนี่กุญแจ เดินทางดีๆ ล่ะ” ท่านป้าส่งอาหารและยื่นกุญแจให้
“เ้าค่ะ” จือิเดินออกมาจากบ้านของท่านป้าและหันซ้ายหันขวา ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปที่บ้านของบัณฑิตฟางเฉิน
********************************************
พอถึงก็รีบเคาะประตูบ้านหลังเล็กที่อยู่อย่างเรียบง่าย
บัณฑิตเปิดประตูและกล่าวว่า “มีอะไรงั้นหรือขอรับ”
“ข้ามาส่งจดหมายน่ะ” จือิกล่าว
บัณฑิตรับจดหมายมาอย่างงงๆ แต่เขาก็รีบเปิดอ่านต่อหน้า
สักพักท่านป้าเหวยลู่ก็เดินมาบิดหูหญิงสาว
“โอ๊ย! ข้าเจ็บนะเ้าคะ” จือิจับไปที่แขนของท่านป้า และพยายามผลักออก
“ข้าบอกว่าไม่ให้ยุ่งเกี่ยวในเื่ชู้สาวไงล่ะ” ท่านป้ากล่าวอย่างโมโห
“เอ่อ คือว่า…” จือิไม่รู้ว่าจะแก้ตัวอย่างไรดี
“เห็นทีข้าต้องทำโทษด้วยการเพิ่มของเก่าจนถึงหมายเลข 20 เสียแล้ว” ท่านป้าจะเพิ่มงานให้
“ไม่ได้นะเ้าคะ” จือิใ
“ต้องเป็ไปตามกฎสิ” ท่านป้าต้องเข้มงวด
“เอ่อ ข้าไม่รู้หรอกนะขอรับ ว่าท่านตั้งกฎอะไรไว้ แต่ข้าจะบอกว่า ข้าฝากขอโทษแม่นางซวงเหมยด้วย เด็กส่งจดหมายคงส่งผิดบ้านขอรับ ข้าบอกให้เขาส่งจดหมายสารภาพรักให้แม่นางจางเหมย นี่ไงขอรับจดหมายของข้า” บัณฑิตฟางเฉินยอมยื่นจดหมายของตนให้ท่านป้าอ่าน
ท่านป้ารับมาอ่าน แล้วท่านก็มีอารมณ์เย็นขึ้น “แล้วไป”
“ว่าแต่ทำไมซวงเหมยต้องเขียนจดหมายตอบกลับท่านด้วยล่ะเ้าคะ” จือิสงสัย
“นางเขียนจดหมายเพื่อต่อว่าข้า นางบอกให้ข้ารู้จักระมัดระวังในการส่งหมาย โดยต่อไปอย่าส่งผิดคนอีก และบอกให้ข้ามีความกล้าหาญมากกว่านี้ ข้าควรรู้จักเผชิญหน้าบอกรักผู้หญิงซึ่งหน้า อะไรทำนองนี้ขอรับ” บัณฑิตฟางเฉินยิ้มแหยๆ
“โล่งอกไปที” จือิกล่าว
“ข้าขอโทษที่เข้าใจผิด ข้ากลับบ้านก่อนก็แล้วกัน” ท่านป้ายื่นจดหมายคืนชายหนุ่มและเดินดุ่มๆ กลับบ้านทันที
“ข้าไม่ส่งนะเ้าคะ” จือิคิดในใจว่า “ท่านป้ามีเื่ฝังใจเื่คนรักหรือเปล่านะ ถึงห้ามไม่ให้พวกเรายุ่งเกี่ยวกับผู้ชายคนไหน”